NOOZUP

Download NOOZUP สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลด

กระสือกลางวันมันเป็นหญิง

กระสือกลางวันมันเป็นหญิง
Kong Rithdee 234

จู่ๆ กระสือก็กลับมายึดพื้นที่ใน pop culture เราจะมีภาพยนตร์ว่าด้วยกระสือถึงสองเรื่องติดๆ กัน สัปดาห์นี้มี “แสงกระสือ” โดยผู้กำกับโดม สิทธิศิริ (ชื่อภาษาอังกฤษหวือหวาเชียว “Inhuman Kiss”) ส่วนถัดไปอีกสองสัปดาห์จะมี “กระสือสยาม” โดยผู้กำกับรุ่นเก๋าปรัชญา ปิ่นแก้ว (ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Sisters”)

ทั้งสองเรื่องโฆษณาว่าจะมีการตีความ อัปเดต และสร้างภาพกระสือใหม่ จนทำให้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจในการนำผีสายพันธุ์นี้ – ผีสาวที่เรืองแสงคล้ายดวงไฟ มีแต่หัวกับไส้ กินซากสัตว์ สิ่งปฏิกูล เลือด จนแวมไพร์แบบฝรั่งนี่ดูกระจอกไปเลย – กลับมาเป็นตัวละครในภาพยนตร์กระแสหลัก มีการนำดาราสาวหน้าตาน่ารักมาแสดงเป็นกระสือ โดยรวมในเชิงแนวคิดและการตลาด มีอะไรคล้ายๆ กับผีแม่นาคพระโขนงที่ถูกนำมาชุบชีวิตใหม่ ตีความใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยผู้กำกับภาพยนตร์ไทยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และมีหลายเรื่องที่ทำเงินถล่มทลายถึงขั้นกอบกู้สถานการณ์หนังไทย เช่น “นางนาค” ปี 2540 ของนนทรีย์ นิมิบุตร และ “พี่มาก” ในปี 2556 ของบรรจง ปิสันธนกูล แทบจะบอกได้เลยว่าถ้าหนังไทยไม่มีกรุผีผู้หญิงเหล่านี้ ไม่รู้ตอนนี้วงการจะย่ำแย่แค่ไหน

“กระสือสยาม” ยังไม่ฉาย แต่พอเดาทางคร่าวๆ ได้จากตัวอย่าง ส่วน “แสงกระสือ” มีรอบสื่อมวลชนไปแล้วและฉายจริงวันที่ 14 มีนาคมนี้ สูตรในการนำกระสือกลับมาขึ้นจอใหม่ในช่วงนี้มีลักษณะหลายๆ อย่างคล้ายสูตรการปั้นแม่นาคก่อนหน้า นั่นคือ หนังกระสือทั้งสองเรื่องเป็นการยกระดับหนังสยองขวัญเกรดบีขึ้นมาเป็นหนังผี-โรแมนติกที่มีหน้าตาสวยงามเหมาะสมกับยุคมัลติเพล็กซ์ที่ค่าตั๋ว 200 ขึ้น เช่นเดียวกับตอนที่ “นางนาค” ของคุณนนทรีย์ทำให้คนดูตื่นเต้นเพราะก่อนหน้านั้นผีแม่นาคมีภาพลักษณ์เป็นผีชาวบ้าน เชยๆ แลบลิ้นปลิ้นตา หรือแม่นาค-พี่มาก ของคุณบรรจง ใช้ดาราลูกครึ่งสองคนเลยมาเล่นเป็นตัวละครชาวบ้านไทยกับมุขตลกร่วมสมัย มาตอนนี้กระสือ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมีภาพลักษณ์เป็นผีโบราณ ผีชนบท ผีแหวะๆ หน้าตาอัปลักษณ์ ถูกปรับลุคขึ้นมาในลักษณะคล้ายๆ กันในหนังทั้งสองเรื่องนี้

และแทนที่จะเป็นหนังสยองขวัญล้วนๆ “แสงกระสือ” วางตัวเป็นหนังแฟนตาซี-สัตว์ประหลาด-รักโรแมนติก ใช้ดาราหนุ่มหล่อสาวสวย นำโดยมินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร แสดงเป็นสาวชาวบ้านที่ติดเชื้อกระสือและไปพัวพันกับรักสามเส้ากับชายหนุ่มสองคนที่เป็นเพื่อนรักกันและต่างแอบชอบเธอทั้งคู่ ชื่อภาษาอังกฤษ Inhuman Kiss เป็นการบอกใบ้ว่านี่เป็นหนังรักพอๆ กับหนังสยองขวัญ ที่น่าสนใจคือคำว่า Kiss เพราะเป็นที่รู้กันว่าเชื้อกระสือติดกันทางน้ำลาย การจูบในที่นี้จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ของแรงปรารถนาและเป็นการถ่ายทอดเชื้อโรค ชายใดที่อยากจูบกระสือก็ต้องยอมรับผลร้ายที่ต้อง เช่นกัน นี่เป็นแนวคิดคล้ายๆ กับหนังแม่นาค-พี่มาก ที่มองเห็นตำนานผีเก่าแก่นี้เป็นนิยามความรักต้องห้ามระหว่างคนสองคน (หรือคนกับผี) ที่ไม่มีทางอยู่ร่วมโลกกันได้

และเช่นเดียวกับที่ตำนานแม่นาคมีการสร้างเป็นหนังมาหลายเวอร์ชันตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (เช่นภาคที่มีปรียา รุ่งเรืองแสดงเป็นแม่นาค ในปี 2502) ตำนานกระสือก็มีการสร้างเป็นหนังไทยมาหลายครั้ง (เช่น “กระสือสาว” ปี 2516 แสดงโดยสมบัติ-พิสมัย หรือช่วงหลังๆ มี “กระสือกัดปอบ” “กระสือครึ่งคน” “กระสือวาเลนไทน์” ) แต่หนังกระสือสองเรื่องที่กำลังจะออกฉายนี้ชัดเจนมากว่าเป็นกระสือ “ชนชั้นกลาง” ถึงจะน่าเกลียดน่ากลัวเมื่อแปลงร่างแต่ไม่ใช่ผีชั้นต่ำไล่กินไส้ควายขยะแขยงๆ ไม่ใช่นางพรายจากการ์ตูนเล่มละบาท แต่เป็นผลิตภัณฑ์ป๊อปคัลเจอร์ที่มีการใช้ CG ตกแต่งจนหมดจดสวยงาม เป็นการ์ตูนเล่มละบาทในยุคมาร์เวล

ผู้เขียนได้ชม “แสงกระสือ” บอกได้ว่าเป็นหนังที่เขียนบทและกำกับได้อย่างลงตัวทีเดียว งานสร้างมีคุณภาพ การผสมแนวทางผี สัตว์ประหลาดและรักโรแมนติก ทำได้กลมกล่อม นักแสดงก็น่าดู เป็นหนังไทยระดับคุณภาพเรื่องแรกๆ ในปีนี้ ส่วน “กระสือสยาม” หรือ Sisters เดี๋ยวรอชมกันว่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกันหรือไม่

จากแม่นาค มาปอบ มากระสือ กรุผีไทยยังคงเต็มไปด้วยผีสาว และผีสาวไทยยังคงเป็นสัญลักษณ์ของหลากหลายความเชื่อและอุดมการณ์อันซับซ้อน เป็นทั้งพลังโกรธเกรี้ยว ความวิปริตของธรรมชาติ การแก้แค้น และเป็นทั้งเหยื่อ ผู้ถูกกระทำ และผู้ถูกล่าโดยผู้ชายเลือดเย็น เป็นทั้งวัตถุทางเพศและอาจจะถึงขั้นเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมในยุค #MeToo

RECOMMENDED BY NOOZUP

Apple Store Play Store