NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Lo Manthang ศูนย์กลางแห่งศรัทธา อาณาจักรเก่าธิเบต ท่ามกลางปราการธรรมชาติ ตอน1
หมวด: Food & Travel

Lo Manthang ศูนย์กลางแห่งศรัทธา อาณาจักรเก่าธิเบต ท่ามกลางปราการธรรมชาติ ตอน1

  • 23
  • 3
Nowamhere

มาทำความรู้จักกันก่อนเมือง Lo Manthang นี้อยู่ภายใต้อาณาจักร Mustang ด้วยความห่างไกลทำให้ Mustang ลี้ลับและยากต่อการเข้าถึง พวกเขาสันโดษและต้องพึ่งพาตัวเอง อยู่ท่ามกลางปราการธรรมชาติที่รายล้อมจนได้สมญานาม “เมืองแห่งกำแพง” จากกำแพงที่ปิดล้อม Mustang ให้ปลอดภัยจากศัตรูนั้นก็ทำให้ Mustang โดดเดี่ยวลี้ลับเช่นกัน

ในช่วง คศ.1380 มีคนภายนอกมาค้นพบทำให้มีการเล่าต่อกันปากต่อปากถึงดินแดนลี้ลับอันห่างไกลว่าเป็นอาณาจักรที่เดินหน้าทุกสิ่งอย่างเชื่องช้า และวิถีของชาว Lo ยังคงเป็นตำนานมีชีวิตที่ซ่อนความลี้ลับของประวัติศาสตร์ไว้มากมาย ที่เชื่ออย่างนั้นเพราะ Mustang เคยปกครองตัวเองและมีร่องรอยอารยะที่เข้มแข็งซ่อนอยู่

ว่ากันที่เมืองมุสแตง (Mustang) เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดที่ 4 ในเขต Dhawalagiri ทางตอนเหนือของประเทศเป็นหนึ่งในเจ็ดสิบห้าเขตของเนปาล มีพื้นที่ 3,573 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 13,452คน (ปี2011) เมืองได้แทรกตัวท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยและทอดตัวไปทางเหนือสู่ที่ราบสูงทิเบตปกคลุมไปด้วยยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกทั้ง Annapurna และ Dhaulagiri ที่ความสูง 8,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

หนึ่งในวัฒนธรรมที่พาให้เดินทางไกลมาถึงนี้คือ Tiji หรือ Teeji Festival เทศกาลเฉลิมฉลองต้อนรับฤดูกาลเพาะปลูก ถูกจัดเป็นเวลา 3 วัน ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี พิธีทางศาสนาที่รวบรวมศาสนิกชนและลามะจากถิ่นอื่นมายังเมือง Lo Manthang เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล

Day1-3 Bangkok-Kathmandu-Pokhara-Kagbeni

ขอรวบรัดไปที่ “กาฐมาณฑุ” เลยแล้วกัน ลงเครื่องเสร็จก็ต่อรถเข้าที่พักทันที มีเวลาไปเดินช้อปปิ้งต่อที่ย่าน “ทาเมล” แหล่งช้อปสำหรับนัก Trekking ครั้งนี้ยังคงพักโรงแรมเดิมเหมือนครั้งก่อน http:/ ผ่านมา2ปีทุกอย่างยังเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือกำลังต่อเติมชั้น3-4 ดูแล้วกิจการรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยมักจะมาพักที่นี้ ด้วยทำเลที่ใกล้ “ทาเมล” เดินไปไม่ถึง 10 นาที เข้าเก็บสัมภาระเรียบร้อยก็ออกไปเดินยืดเส้นยืดสาย ช้อปปิ้ง กินข้าว แลกเงิน ก่อนจะเข้าพัก พรุ่งนี้ต้องเดินทางต่ออีก 1 วัน

วันที่ 2 Kathmandu-Pokhara ไกด์มารับที่โรงแรมแต่เช้าพาไปรอรถเมล์ไป “โพขรา” ต่างจากครั้งก่อนที่รถตู้มารับถึงหน้าโรงแรมเพราะครั้งนี้เรามากันแค่ 3 คน ทีแรกคิดว่าจะเหนื่อยและต้องเพลียกับการนั่งรถเมล์แน่ๆ แต่กลับกันนั่งสบาย รถปรับอากาศเย็น ครั้งที่แล้วนั่งรถตู้ตอนนั้นรู้สึกอึดอัด เมารถ และที่สำคัญใช้เวลาไม่ต่างกัน เพราะไม่ว่าจะรถเล็ก รถใหญ่ แต่ถนนก็วิ่งได้แค่เลนเดียว ใครที่มากรุปเล็กๆ ผมขอแนะนำให้นั่งรถเมล์ สบายกว่าจริงๆ ใช้เวลาเดินทางราว 7ชั่วโมงกับระยะทาง 200 กิโลเมตรก็มาถึง “โพขรา” ลงรถที่สถานีขนส่งแล้วต่อแท็กซี่เข้าโรงแรมทันที เก็บของเสร็จก็ออกไปเดินเล่น Phewa Lake กินข้าวเย็นและเดินเล่นต่ออีกนิดหน่อย ผมได้กระเป๋ามาอีกใบ ราคาไม่ต่างจาก “ทาเมล” มากนักแถมต่อราคาได้เยอะกว่าอีก

วันที่ 3 Pokhara-Jomsom-Kagbeni Check Out ตี4ครึ่ง วันนี้ต้องบินแต่เช้าไป Jomsom และ Trek ต่ออีก 3 ชั่วโมง ถึงสนามบินไกด์จัดการเรื่องตั๋ว โหลดกระเป๋า แต่ยังไม่รับประกันว่าจะบินไฟต์กี่โมง ต้องรอเช็กสภาพอากาศแบบ Real Time เครื่องบินเป็นเครื่องใบพัดขนาด 16ที่นั่ง ช่วงเวลาแค่ 20นาทีบนเครื่อง ตื่นเต้นและเสียวบอกไม่ถูก เครื่องหวิวๆ สั่นๆ เนื่องจากสภาพอากาศทำให้ผมรู้ว่า ถ้าสายการบินบอกว่า “เลื่อนหรือยกเลิก” เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวยโปรดเชื่อและเข้าใจ

ถึงสนามบินเมือง “Jomsom” ประมาณ 9 โมงกว่าๆ แวะพักทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมเมื่อคืนเตรียมไว้ให้ ไกด์เตรียมเอกสาร กินเสร็จเช็กของ อีกด้านนึงลูกหาบที่เราจะได้เจอวันแรกก็เตรียมของเช่นกัน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เริ่มออกเดิน วันนี้เราจะพักที่เมือง “Kagbeni” ใช้เวลา 3ชั่วโมง เดินง่าย อากาศเย็นแต่แดดร้อน ลมแรง ฝุ่นเยอะ จนต้องเอาผ้าบัฟออกมาใช้

สิ่งที่ทำให้เส้นทางนี้ไม่ค่อยนิยมมากนักเพราะต้องเสียค่าใบอนุญาตเข้าพื้นที่คนละ 500 เหรียญสหรัฐถือว่าแพงมาก สาเหตุเพราะอดีตอาณาจักร Mustang นี้ปกครองตัวเอง รายได้หลักก็มาจากนักท่องเที่ยว จึงต้องเก็บค่าเข้าพื้นที่ อีกอย่างนักท่องเที่ยวต้องเดินทางด้วยไกด์เท่านั้นและต้องยื่นเอกสารแสดงตัวตามจุดต่างๆ ที่เขากำหนด ทั้งไปและกลับ

สองข้างทางจะพบเห็นวิถีของชาวบ้านปะปนกับนักท่องเที่ยว เมืองค่อนข้างใหญ่และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ มีสนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร โรงเรียน ค่ายทหาร ท่ารถ ถือเป็นเมืองด่านสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวจะหาซื้อของเพิ่มเติมและเป็นเมืองศูนย์กลางของชาวบ้านอีกด้วย

ใช้เวลาตามกำหนด 3ชั่วโมงไม่มีเรทก็มาถึงเมือง Kagbeni เพราะยังเป็นวันแรก แรงยังดี เดินไม่มีตก ทางสบาย มีขึ้นเขา-ลงเขา นิดหน่อย เข้าห้องพักยังมีเวลาเดินเล่นชมเมืองแวะทานกาแฟอีก ตกเย็นกินข้าวที่โรงแรม ถึงตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลง ฟ้าเริ่มมืดเมฆยิ่งหนา กลางคืนอากาศหนาวมาก ลมแรง มีฝนปรอยๆ

3 วันแรก ตั้งแต่กรุงเทพ-กาฐมาณฑุ-โพขรา-จอมสม-ก๊ากเบนี่ มีทั้งนั่งเครื่องบิน นั่งรถ และเดิน ครบทุกรสชาติ จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อย จะว่าสบายก็สบาย สภาพอากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ นี่ขนาดเมืองแรกยังหนาวจนสั่น พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพราะจะเดินอย่างเดียวแล้ว

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store