NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
"ศุภชัย" เปิดวิสัยทัศน์ซีพียุคใหม่ ก้าวสำคัญสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
หมวด: Business

"ศุภชัย" เปิดวิสัยทัศน์ซีพียุคใหม่ ก้าวสำคัญสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

  • 116
  • 0
  • 0
บัวลอย

 

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา People Matter สื่อของสิงคโปร์ ได้รายงานบทสัมภาษณ์คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับแนวทางของเครือซีพีที่จะปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล

คุณศุภชัย บอกว่า วิสัยทัศน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์อยู่บนพื้นฐานของการสร้าง “คุณค่า” อย่างแท้จริง และการก้าวขึ้นสู่การเป็นฮับทางเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค โดยเครือฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกชุมชนและสังคมของทุกประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ของ “การเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านอาหารสำหรับร่างกายกายและจิตใจ ที่สามารถส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีสำหรับผู้บริโภคทุกคนทั่วโลก”

ในยุค 4.0 นี้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องสร้างความมั่นใจว่า การดำเนินธุรกิจของซีพีสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตของธุรกิจ ซึ่งเรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมุ่งเน้นที่การขยายและพัฒนาใน 4 ด้านหลัก ได้แก่   

1. การส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีชีวภาพด้านอาหารและสุขภาพ, หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์, ระบบอัตโนมัติ และระบบโลจิสติกส์

2. การปรับสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต, ระบบการบริหารจัดการ, การตลาด และการบริการลูกค้า

3. การพัฒนาพนักงานที่มีความสามารถ และการสร้างระบบนิเวศต่าง ๆ ภายในองค์กร เพื่อสร้างบุคลากรที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดี รวมถึงผู้นำที่เข้มแข็ง มีความสามารถ และมีจริยธรรมคุณธรรม ตลอดจนการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ที่จะก่อให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้มีโอกาสแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่

4. การปลูกฝังค่านิยมหลัก 6 ประการ (หลักการสามประโยชน์, ความรวดเร็วและมีคุณภาพ, ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย, การยอมรับความเปลี่ยนแปลง, การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ, ความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม) ภายในองค์กร เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสำนึกในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงการเติบโตไปพร้อม ๆ กันของประเทศ สังคม และบริษัท

ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจและการลงทุนในอนาคต เครือเจริญโภคภัณฑ์กำลังเดินตามยุทธศาสตร์และโรดแม๊ป ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยจะมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการปฏิบัติงานและการบริหารจัดการให้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งรวมถึงงานด้านการขายที่จะเพิ่มแรงกระตุ้นต่อประสิทธิผลของงานและประสิทธิภาพของพนักงานด้วย 

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจหลัก 3 ด้าน คือ การเกษตรและอาหาร, ค้าปลีกและจัดจำหน่าย และอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม โดยขยายสายธุรกิจครอบคลุมด้านเกษตรอาหาร ค้าปลีกและจัดจำหน่าย โทรคมนาคมและสื่อ อีคอมเมิร์ชและดิจิตอล การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์และอุตสาหกรรม การเงินและการลงทุน และเภสัชกรรม ด้วยระบบนิเวศทั้งหมดของเครือฯ ที่มีอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล

การปรับเปลี่ยนองค์กรใหญ่ ๆ ขนาดนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีเครือข่ายพันธมิตรและพนักงานรวมกันกว่า 300,000 คน แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงระดับนี้เป็นงานยาก กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ได้ทำไป เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับโครงสร้างขององค์กร หรือความสามารถและศักยภาพที่แตกต่างกัน แต่ยังเกี่ยวกับการเปลี่ยนความคิดรูปแบบเดิม ๆ ในขณะที่ต้องสร้างมุมมองใหม่ ๆ เข้าไปในทุกภาคส่วนขององค์กร

“ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า เราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการผนึกกำลังคน โดยเรามุ่งเน้นในการสรรหาและพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่ดีที่สุด เพื่อรองรับการเติบโต เรายังมุ่งเน้นมากขึ้นทั้งในเรื่องของงานวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการลงทุนกับสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพทางด้านเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาความสามารถของบุคลากรในประเทศ และการผนึกกำลังกันของบุคลากรที่มีความสามารถจากบริษัทต่าง ๆ ในเครือทั่วโลก”

ซีพีใช้กลยุทธ์อะไรในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กร

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมถึงนวัตกรรม หุ่นยนต์ และการปฏิวัติทางดิจิทัล ที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลก ที่มีการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงมาใช้เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ ดังนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องของกลยุทธ์ สิ่งแรกที่เห็นคือ เรากำลังมองหาธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มเป็นหลัก ประการที่สองคือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลและส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวพันกับการทำให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นดิจิตอล ทั้งยังเกี่ยวกับคนและการผนึกกำลังกัน 

เราต้องดึงทุกหน่วยธุรกิจและผู้บริหารระดับสูงเข้ามาในลูป เพื่อให้ทุกคนเข้าใจภารกิจและเป้าหมายของเครือฯ ต่อการเป็นฮับทางเทคโนโลยี นี่คือการบ้านที่เราทำมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และคนของเราต่างมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเป้าหมายองค์กรไปตามลำดับชั้น ตอนนี้เรามี KPI ที่แน่นอน ซึ่งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิตอล และกำลังอยู่ในกระบวนการดำเนินงาน

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่อย่างเราที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องปรับวิสัยทัศน์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้คนคิด ตั้งเป้าหมาย แล้วกำหนดเป้าหมาย หรือ KPI ที่แสดงให้เห็นว่า เรากำลังปรับไปในทิศทางที่ถูกต้อง และการเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องต้องกันกับนโยบายด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเรา

โมเมนตัมมีขนาดใหญ่มาก แต่การเปลี่ยนแปลงก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เรามีวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการลงมือทำ เพราะปูมหลังเรามาทางด้านการผลิตและการบุกเบิก แต่เมื่อคนของเราเข้าใจว่า 'ทำไม' เราต้องทำแบบนี้ เขาก็จะรับได้ เพราะที่ซีพี การทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการทำงานเป็นเรื่องสำคัญมาก

ทำไมความยั่งยืนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งกับซีพี เครือฯ มีแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่แตกต่างจากขอบเขตของกิจกรรม CSR ทั่วไปที่องค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติกันหรือ

เราอยู่ในยุคที่ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ คนมีความรู้ความสามารถ และองค์กรที่เน้นความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน องค์กรไหนที่มุ่งแสวงหาผลกำไร โดยไม่มีเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ชัดเจน ก็เท่ากับตั้งอยู่บนความล้มเหลว ดังนั้น เมื่อพูดถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความยั่งยืนจะต้องเป็นรากฐานของผลประโยชน์ร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สำหรับเรา ภารกิจและค่านิยมต้องเดินไปด้วยกัน เราเชื่อมั่นอย่างจริงจังว่า ทุกภาคส่วนของสังคมจะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความสมดุลในความกลมกลืนกันของปัจจัยทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในประเทศและโลกของเรา เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้น เพราะเราทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยและประเทศที่เราเข้าไปดำเนินงาน

เรามีค่านิยมหลัก 6 ประการ ที่ฝังรากลึกอยู่ในการดำเนินธุรกิจทั่วโลกของเรา ในคนของเรา และในแนวทางของการดำเนินธุรกิจของเรา ซึ่งเป็นจุดรวมของความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และทำให้ธุรกิจของเราเติบโตด้วยจิตวิญญาณและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งก็คือ หลัก 3 ประโยชน์, ความเร็วและคุณภาพ, ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย, ยอมรับการเปลี่ยนแปลง, นวัตกรรม และความเป็นนำหนึ่งใจเดียวและความซื่อสัตย์ 

หลัก 3 ประโยชน์คือหัวใจหลักของแนวทางการทำธุรกิจของเครือฯ ที่เรายึดมั่นว่าต้องสร้างประโยชน์ในสามระดับ อย่างแรกคือ ประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ อย่างที่สองคือ ประชาชนในประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ และอย่างที่สามคือ บริษัทและคนของเรา 

หลักการนี้ทำให้องค์กรของเราเติบโต และเป็นเครื่องยืนยันว่า การดำเนินงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ และพนักงานของเราทั้งในประเทศไทยและในทุกประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงมีส่วนช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโต แต่ยังช่วยให้สังคมโดยรวมเติบโตไปพร้อม ๆ กัน 

ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเราตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า ทุกที่ที่เราดำเนินธุรกิจ ประเทศจะต้องได้รับประโยชน์เป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเป็นประชาชนของประเทศนั้นได้ประโยชน์ แล้วจึงเป็นบริษัทของเราที่จะได้ประโยชน์ตามมา ซึ่งนี่เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

หากย้อนเส้นทางของการเป็นผู้นำของตัวเอง คุณคิดว่าได้เรียนรู้อะไรบ้าง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา?

ตั้งแต่ที่ผมเริ่มทำธุรกิจโทรคมนาคมและสื่อเมื่อหลายปีก่อนจนถึงตอนนี้ ในฐานะซีอีโอ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย การอยู่ในธุรกิจโทรคมนาคม ผมเห็นการขึ้นและลงของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมันผลักดันให้คุณยอมรับการเปลี่ยนแปลง และยังปลูกฝังความกล้าหาญในตัวคุณให้ก้าวไปข้างหน้าอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงนั้นน่ากลัวอยู่เสมอ แต่ปัจจัยที่เกิดจากความกลัวนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะมันทำให้คุณมีความกล้าหาญที่จะย้ายจากจุด A ไปยังจุด B

และถ้าคุณเกาะเกี่ยวกับคุณค่าที่เกิดจากการมองบวกและความกล้า คุณก็จะสามารถเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นธรรมชาติของการทำธุรกิจ การเป็นผู้นำสอนผมว่าคนเราต้องมีพันธกิจ มีสิ่งที่ตั้งตารอ และเรียนรู้อยู่เสมอ แต่ผู้นำก็ต้องนำด้วยการเป็นตัวอย่างด้วย

ผมเชื่อว่า การสอนไม่ได้เกี่ยวกับการบรรยาย แต่เกี่ยวกับการเป็นแบบอย่างที่ดี ผมยังได้ข้อสรุปด้วยว่า การทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดพลัง เครือเจริญโภคภัณฑ์เคยทำงานแบบระบบสั่งการจากหัวหน้า แต่เราได้เปลี่ยนตัวเอง ให้เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกันและเป็นระบบมากขึ้น นี่เป็นการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร และให้คนมองเห็นภาพรวมขององค์กร หน่วยธุรกิจ และหน้าที่การทำงานส่วนย่อย ๆ เราต้องการให้คนเห็นว่า พวกเขาสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างไร ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

"ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนเชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกับค่านิยมขององค์กร"

-------------------------------- 

ประวัติ

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบด้านการวางยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวกับนโยบายด้านความยั่งยืนและการสื่อสารองค์กรของเครือฯ 

คุณศุภชัย เป็นสมาชิกของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 และประธานคณะกรรมการเตรียมการสำหรับเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ค ของสหประชาชาติประจำประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2559 

ในปี 2556 ศุภชัยได้ช่วยเปิดตัวกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมแห่งแรกของไทย (Digital Infrastructure Fund) และก่อตั้งโครงการ CSR ของทรู ที่ช่วยให้การศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในโรงเรียน 6,000 แห่งในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย 

ปี 2558 เขาได้รับรางวัล “CEO ยอดเยี่ยมแห่งปี ด้านโทรคมนาคม ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ของ Frost & Sullivan” ที่งาน Asia Pacific ICT Awards และยังได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาและสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อการประชุมสุดยอด One Young World Summit 2015 

คุณศุภชัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารการเงิน จากมหาวิทยาลัยบอสตัน และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปี 2559

ล่าสุด คุณศุภชัยได้รับรางวัล “ปูชนียบุคคลไทย” ประจำปี 2562 สาขาผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น ในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ จากการริเริ่มโครงการสามเณรปลูกปัญญาธรรม รายการธรรมะรูปแบบเรียลลิตี้ครั้งแรกของประเทศไทย

-------------------------------- 

ที่มา: peoplemattersglobal

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store