NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
จดหมายจากดวงจันทร์ ฉบับที่ 6
หมวด: Entertainment

จดหมายจากดวงจันทร์ ฉบับที่ 6

  • 4.1K
  • 2.5K
  • 41
ต้าparadox

พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน เวลา 18.30 น. หลังบ้าน

 

สวัสดีครับ นี่วาฬนะครับ ยังจำได้มั้ย?

ได้จดหมายแล้วนะครับ ดีใจด้วยที่ส่งงานอาจารย์ได้ เป็นเรื่องน่าบังเอิญจริงๆ ด้วย ที่ชื่อของเราทั้งสองคน มาจากชื่อเพลงของวง Paradox แต่ที่น่าประหลาดใจกว่านั้น ผมไปสืบค้นมาอีกเรื่อง นั่นก็คือ ชื่อเพลงของเราทั้งสองคนอยู่ในอัลบั้มเดียวกันด้วยนะ

ตอนแรกที่อ่านจดหมายของคุณ ก็ดีใจที่คุณส่งงานอาจารย์ได้สักที แต่พอได้อ่านเรื่องชื่อคุณและตำนานรักของพ่อแม่คุณแล้ว ผมก็ตกใจมากๆ ตั้งแต่เรื่องชื่อของคุณที่เป็นชื่อเพลงแล้ว ผมว่าคุ้นๆ ผมเคยฟังที่พ่อแม่ผมเล่าเหมือนกัน จำได้ว่ามีอัลบั้มนั้นเก็บไว้ เลยลองเอามานั่งดูชื่อเพลงเล่นๆ ตอนแรกกะว่าจะเล่าให้คุณฟังแค่ว่าชื่อผมอยู่ในอัลบั้มไหน แต่พอเห็นชื่อเพลงในอัลบั้ม ปรากฏว่าชื่อของเราทั้งสองคน อยู่ในอัลบั้มเดียวกันเฉยเลย อยู่ใน Box Set Limited Edition ปกสีแดงๆ ขนาดเท่าแผ่นเสียง เป็นอัลบั้ม Before Sunrise After Sunset อัลบั้มที่ออกมาเมื่อปี 2559 หน้าปกเป็นรูปผู้หญิงสองคนโหนต้นไม้ หน้าปกดำๆ มีพลาสติกสีแดงๆ ใหญ่ๆ แปะด้านหน้า ด้านหลังเป็นรูปสมาชิกวงยืนทำหน้าโหดๆ เหมือนผีดูดเลือด แต่ของที่ผมมีนั้นเป็นอัลบั้มแบบ Box Set Limited Edition ข้างในจะมีแผ่นซีดีรวมกัน 3 แผ่น คือ

แผ่น 6.1 Before Sunrise After Sunset

แผ่น 6.2 อัลบั้ม Daydreamer

และ แผ่น 6.25 เป็นแผ่นแถมรวมเพลงพิเศษ

สืบไปสืบมา ถึงได้รู้ว่าอัลบั้มต่างๆ เคยออกมาแล้ว ออกแยกกันคนละช่วงเวลา อัลบั้ม 6.2 Daydreamer นั้นออกมาก่อน ซึ่งพอเช็กแล้วชื่อของคุณมาจากอัลบั้มนี้ รู้สึกจะเป็นเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม ส่วนชื่อผมนั้นมาจากอัลบั้ม 6.1 Before Sunrise After Sunset เป็นเพลงที่ 3 ในอัลบั้ม สาเหตุที่ต้องมี 6.1 และ 6.2 นั้น จริงๆ แล้วทั้งสองอัลบั้มคืออัลบั้มเดียวกัน คืออัลบั้มที่ 6 นั่นเอง เลยมีเลข 6 นำหน้า เพื่อนมันบอกว่าอัลบั้มนี้ใช้เวลาทำนานมาก นานเกือบ 8 ปีแน่ะ บังเอิญอัลบั้ม Daydreamer นั้นเสร็จก่อน เพราะมีแต่เพลงเบาๆ แถมๆ เป็นภาคของเพลงช้า เพลงเบาๆ เปรียบเหมือนความสว่าง ส่วนอัลบั้ม Before Sunrise After Sunset นั้นเสร็จทีหลัง ซึ่งจริงๆ คือมีแต่เพลงหลักๆ เพลงโหดๆ แปลกๆ เปรียบเหมือนความมืด เป็นภาคกลางคืน แดนสนธยา อัลบั้มจึงมีสองบรรยากาศ เพลงสองโทนอารมณ์ที่แตกต่างกันคนละขั้วเลยล่ะ น่าตลกที่ผมต้องไปถามเพื่อนผม ที่เป็นแฟนเพลงวงนี้ ก็น่าอายเหมือนกันนะ ชื่อของผมเกี่ยวกับวงนี้แท้ๆ แต่กลับไม่สนใจ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง ต้องคอยไปถามคนอื่น เรื่องของคุณกระตุ้นให้ผมเริ่มสนใจอยากหาข้อมูลเพลงของวงนี้มาฟังบ้างแล้ว

เอาเข้าจริงๆ ผมกับเพื่อนก็กำลังจะตั้งวงดนตรีของตัวเองอยู่นะ ผมเพิ่งฝึกเล่นกีตาร์แบบงูๆ ปลาๆ เองน่ะ ตอนนี้อยากรวมแก๊งเพื่อนๆ ที่ชอบฟังเพลงเหมือนๆ กัน มาซ้อมกันขำๆ ล่ะ แต่เพื่อนผมไม่มีใครเล่นดนตรีเป็นเลยสักคน ตอนนี้อยู่ในช่วงรวบรวมสมาชิก หาตำแหน่งที่เหมาะกับแต่ละคน ยังไม่ได้เริ่มอะไรมากมายหรอกนะ แค่คุยโม้ไปวันๆ ผมก็โม้ให้คุณฟังอีกทอด แต่ผมเริ่มฝึกเล่นกีตาร์โปร่งแล้วนะ ไม่ได้กะจะเล่นตำแหน่งนี้หรอกแค่อยากดีดกีตาร์เป็น จะเอาไว้เล่นแก้เหงา เคล้าบรรยากาศริมทะเล ผมเคยเดินผ่านชายหาดที่มีกลุ่มคนล้อมวงปูเสื่อเล่นกีตาร์โปร่ง เพลงเบาๆ ฟังสบายๆ ลอยตามลมมาเข้าหู ฟังแล้วเพลินมาก เลยอยากเล่นได้บ้าง เท่านั้นเองแหละ

ผมว่าผมต้องไปฟังเพลงหลุมศพปลาวาฬสักทีแล้ว พอคุยกับคุณเลยมีแรงบันดาลใจในการแกะรอยตามเพลงของวงนี้ไปซะแล้ว เผื่อลองแกะฝึกกีตาร์ด้วย ตอนนี้วงกำลังจะนัดซ้อมดนตรีกัน พอดีมีห้องซ้อมดนตรีมาเปิดใหม่แถวนี้ ติดกับชายหาดเลยด้วยนะ บรรยากาศดี เห็นเค้าโฆษณาว่าเป็นห้องซ้อมติดทะเลแห่งแรกในประเทศไทยเลยเชียว ผมไปดูมาแล้ว วิวดีจริงๆ เป็นห้องซ้อมที่แปลกมาก เพราะมีกระจกใสขนาดใหญ่ติดแทนผนัง เล่นดนตรีไปด้วย มองออกไปเห็นวิวทะเลไปด้วย เห็นท้องฟ้าใสๆ เรือใบแล่นไกลๆ เจ๋งมากเลย ต้องลองไปซ้อมดูสักครั้งหนึ่ง อยู่แถวอ่าวดงตาล ใกล้บ้านมาก แค่ขี่จักรยานก็ถึง ตอนนี้วงผมต้องวางแผนว่าจะซ้อมเพลงอะไรกันบ้าง ก็คงเลือกเพลงที่เพื่อนๆ ชอบสัก 5-6 เพลง แต่ไม่รู้จะเอาแนวไหนดี คงต้องลองซ้อมกันไปก่อน

สงกรานต์บ้านผมที่สัตหีบเค้าเล่นน้ำกันวันที่ 17นะ ช้ากว่าชาวบ้านหน่อย ต่อจากนั้นเค้าไปเล่นกันต่อที่พัทยาช่วง 19 และบางเสร่ 20 โน่นเลย เรียกว่านักท่องเที่ยวหลงไปไม่รู้เรื่องอาจโดนสาดน้ำได้ ที่บ้านผมมีการประกวดก่อเจดีย์ทรายด้วยนะ ที่วัดหลวงพ่ออี๋ ผมและพวกเด็กแถวบ้านก็ไปประกวดกับเขาด้วยนะ สนุกมากเลย ต้องไปขนทรายจากชายหาด เอารถเข็นลากกันไป ตักทรายที่สะอาดๆ สวยๆ เนียนละเอียด ตักใส่รถเข็น เด็กๆ แถวบ้านช่วยกันขน ตักกันเป็นกระป๋องกระแป๋ง สนุกสนานกันใหญ่ ขนเสียเต็มคันรถ ลากกันไปที่วัด ขนไปขนมาเกือบ 10 รอบแน่ะ อากาศปีนี้ก็ร้อนสุดๆ เหงื่อออกเปียกเสื้อชุ่มไปเลย โชคดีวัดติดกับชายทะเล เลยไม่ต้องเข็นไกลมาก แต่ต้องแข่งกับน้ำทะเลที่กำลังขึ้น พอเย็นหน่อย น้ำทะเลก็จะเริ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พวกเราต้องตักทรายให้ทัน แล้วก็มาแยกขยะออกจากทราย พวกผมไปตักทรายแถวหน้าทางเข้าฐานทัพเรือ เขาเรียกว่าถนนชายทะเล ตรงนั้นมีโรงน้ำแข็ง สะพานปลาแล้วก็โรงพยาบาล บรรยากาศดีมากตอนเย็นอยากให้คุณมาเที่ยวเหมือนกันนะ

พอเอาทรายเข้าวัดได้แล้ว พวกผมก็เริ่มก่อกองทรายให้เป็นรูปทรงต่างๆ ส่วนใหญ่ก็พวกเด็กด้วยกันเองนั่นแหละที่ทำ ผู้ใหญ่ไม่ค่อยยุ่งมาก เขาอยากให้เด็กๆ ทำกันเอง ขนทรายเสร็จก็เหนื่อยแล้ว แต่ที่น่าสนุกกว่านั้นคือการก่อกองทรายให้เป็นรูปเจดีย์ จริงๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก แต่เกี่ยวกับบรรยากาศรอบๆ พื้นที่มันจะวังเวงเล็กน้อย (มากๆ) ตอนกลางคืน มีไฟสปอตไลต์ให้ดวงเดียว พวกผมกับเพื่อนนั่งทำอยู่ถึงดึก พอเหลียวมองไปรอบๆ ไม่เหลือใครเลย กลับบ้านกันหมด เห็นแต่บรรยากาศวัดมืดๆ เด็กๆ แถวนั้น เพื่อนผมกลัวผีกันทุกคน เชื่อว่าในวัดมีผีดุ เรื่องเล่าในกลุ่มเพื่อนกลายเป็นมีแต่เรื่องผีๆ บ้างยุให้ก้มลงมองลอดหว่างขาบ้าง พูดเรื่องตำนานเจดีย์เก่าใกล้ๆ ที่เราอยู่บ้าง ว่ามีชาวบ้านโดนผีหลอกกันเยอะ ต้นไทรยักษ์ที่มีผู้หญิงสวมชุดไทย เดินเข้าไปแล้วหายไปเลย ยิ่งดึกยิ่งทำให้ทุกคนขวัญผวามากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายทนไม่ไหว ยกพวกกลับบ้านกันหมด ผมก็ต้องกลับไปด้วย วันรุ่งขึ้นค่อยมาทำต่อ

ปีนี้มีเด็กจากโรงเรียนอื่นมาร่วมด้วย ทำสวยมากทำเป็นปราสาทยิ่งใหญ่อลังการ น่าจะมีผู้ใหญ่ช่วยด้วย เห็นขนกันมาเป็นรถกระบะเลย สุดท้ายพวกผมได้รางวัลที่ 3 ดีใจมากเลย ผู้ใหญ่เล่าว่า การก่อกองทรายนั้น จริงๆ แล้ว เป็นอุบายของคนรุ่นเก่าที่อยากให้คนนำทรายเข้าวัดบ้าง เพราะปกติ คนมักเดินผ่านวัดอย่างเดียว ก็จะมีแต่ทำให้ทรายนั้นลดลงไป ทรายติดรองเท้าไปบ้าง เตะออกไปบ้าง ติดล้อรถบ้าง ปีหนึ่งถ้ามีกิจกรรมขนทรายเข้ามาให้วัดเพิ่ม ถือเป็นเรื่องที่ดี ผมก็เพิ่งรู้นะเนี่ย

 

หวังว่าคุณคงส่งงานอาจารย์ได้นะ แต่เรื่องชื่อของคุณกับเรื่องพ่อแม่ของคุณนั้น

น่าสนใจมาก ผมอยากรู้ว่าพวกเขาจีบกันแบบไหน คนในยุคนั้นฟังเพลงแบบไหนกันบ้าง เผื่อคุณมีข้อมูลช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะครับ

ยุค Alternative เป็นยุคที่เขาลือกันว่าเป็น "ยุคทอง" ของวงการดนตรีไทยนี่นา เป็นยุคทองของวัยรุ่นไทยที่ได้ปลดปล่อย ได้ออกผลงานเล่นและร้องเพลงของตัวเองได้อย่างเต็มปาก ฉีกกฎเกณฑ์ เป็นยุคที่มีสีสันที่สุดในประวัติศาสตร์ แค่ฟังก็ตื่นเต้นแล้ว อย่าลืมไปถามคุณพ่อคุณแม่มาให้หน่อยนะครับ อยากรู้หลายเรื่องเลย โดยเฉพาะ วงดนตรี Paradox เพลงของวงนี้ก็อยู่ในยุคนั้นเหมือนกัน น่าจะมีเกี่ยวข้องบังเอิญกัน เดี๋ยวผมก็จะถามทางผมเหมือนกันครับ

คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาที่พาให้คนเราได้เจอกันหรือเปล่าครับ? อยากรู้จัง

นี่ผมออกมานั่งเขียนจดหมายนอกชาน เห็นทะเลเป็นสีดำ น้ำเริ่มขึ้นแล้ว ที่นี่เริ่มมืด ได้ยินแต่เสียงคลื่น เริ่มมองไม่ค่อยเห็นละ ขอตัวกลับเข้าบ้านก่อนแล้วกันนะครับ ไว้เขียนมาหาใหม่ ถ้าคุณเจอข้อมูลเด็ดๆ เขียนมาเล่าสู่กันฟังได้เลยนะครับ สนุกดี

 

ขอให้งานได้คะแนนดีๆ นะครับ

ปลาวาฬ ดำสนุก (วาฬ)

 

ภาพประกอบโดย Oui Prakaimas (อุ๊ยคุง)

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store