NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
มีรถ พกกล้อง ท่องไปในอยุธยา
หมวด: Food & Travel

มีรถ พกกล้อง ท่องไปในอยุธยา

  • 733
  • 8
  • 4
มนุษย์เงินเดือนเกรี้ยวกราด

#foodandtravel

I have a car, You got a ca (mera)

Let’ s go to Ayutthaya!

เมื่อเพื่อนสนิทสองคนในกลุ่มเพิ่งถอยกล้องมาใหม่ กำลังคึกอยากถ่ายภาพมาก ส่วนพวกเราฝาแฝดนั้นมีรถขับ สามารถตะลุยกันไปได้ทุกที่ที่อยากจะไปอยู่แล้ว หวยก็เลยมาออกที่จังหวัด “พระนครศรีอยุธยา” จ้า มีวิว มีโบราณสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และระยะทางไม่ไกลจาก กทม. ซึ่งเป็นที่อยู่ของเพื่อนทั้งสองมากนัก แถมเป็นจังหวัดที่ฝาแฝดคนน้องพักอยู่พอดี ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กระเป๋าฉีกชนิดที่ว่ามีเงิน 1,000 บาท กับวันหยุด 1 วันก็เที่ยวได้ มีทุกอย่างที่มนุษย์เงินเดือนวัยกระเตาะอย่างพวกเราต้องการพอดี

ทริป ‘มีรถ พกกล้อง ท่องไปในอยุธยา’ จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้

สมาชิกแก๊งรวมตัว! ทุกภาพในบทความนี้ถูกบันทึกโดยกล้องพวกเรา 4 คนล้วนๆ สวยบ้างขี้เหร่บ้างตามแต่สถานการณ์และคนแชะภาพ (สถานที่ วัดมหาธาตุ)

พวกเรานัดเจอกันที่ห้างใหญ่ในตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ตอนนั้นยังมีอยู่ห้างเดียว (เพราะตอนนี้กำลังจะมีห้างใหม่ผุดขึ้นมาอีกห้าง) เพื่อนคนกรุงเสียค่ารถคนละ 100 บาทจากท่ารถตู้หมอชิตมาลงที่นี่ ส่วนฝาแฝดขับรถไปรับ เติมน้ำมันไว้สำหรับทริปนี้ 500 บาท เรานัดเพื่อพูดคุยกันเรื่องสถานที่ที่จะไปในวันนี้กัน

ทุกคนเห็นพ้องกันว่าไม่สามารถเที่ยวได้ทุกวัดที่สำคัญหรือสวยงามของจังหวัดได้ในวันเดียว และไม่น่าจะถึง 9 วัดด้วย ดังนั้น ได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น แล้วก็กลับ เพราะที่นี่มีโบราณสถานมากมายหลายที่มาก และอีกเหตุผลหนึ่งคือพวกเรารู้ตัวดีว่าน่าจะใช้เวลากันในแต่ละวัดที่ไปค่อนข้างนานพอสมควร เนื่องจาก...พกกล้องมาขนาดนี้ ถ่ายรูปรัวยิ่งกว่าตอนงานรับปริญญาแน่นอนจ้ะพี่จ๋า ทริปนี้เน้นถ่ายรูปสวยตามใจมากกว่าทัวร์ให้ครบทุกวัดจ้า เอาให้เต็มที่!

ทีมมีรถ ฝาแฝดผู้มีรถ GPS และกล้องโทรศัพท์กับไม้เซลฟี่ (สถานที่ วัดพระศรีสรรเพชญ์)

ทีมพกกล้อง คนหนึ่งมากับกล้องและเลนส์พร้อม อีกคนพกกล้องมาเที่ยว 2 ตัว (สถานที่ วัดราชบูรณะ)

ประเดิมกันด้วยวัดแรก ขับตาม GPS มาล้วนๆ โดยเลือกจาก ‘วัดที่อยู่ใกล้ห้างที่สุด’ ก่อน และคุณ GPS ก็พาพวกเรามาอยู่ที่ “วัดใหญ่ชัยมงคล” ที่ชาวอยุธยาเรียกว่า “วัดป่าแก้ว” หรือ “วัดเจ้าพระยาไท” แค่เพียงก้าวออกมาจากรถ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ก็คือ...ความร้อนค่ะคุณ ถึงกับรีบหยิบเสื้อแขนยาวหรือหมวกขึ้นมาสวมกันหมด ก่อนจะลงไปพบกับสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของวัดนี้ นั่นก็คือ พระเจดีย์ใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเมื่อครั้งทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่า แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเสริมพระเจดีย์เดิมที่มีอยู่หรือสร้างใหม่ทั้งองค์

พระเจดีย์ใหญ่มาก สังเกตได้ว่าคนตัวเล็กนิดเดียวเท่านั้นเอง (เดินๆอยู่ฟ้าก็ครึ้ม...คุณพระ)

และเมื่อขึ้นไปบนพระเจดีย์ เราก็จะเห็นลานรอบพระเจดีย์ที่กว้างใหญ่ อลังการไม่แพ้กัน กำแพงที่ล้อมรอบเรียกว่ากำแพงแก้ว มีพระพุทธรูปรูปสร้างไว้ติดกำแพงด้วย ตื่นตาตื่นใจ โอ้โหโอรีโอ้มาก

กำแพงแก้วกับพระพุทธรูปรอบพระเจดีย์ใหญ่

จุดเด่นสำคัญอีกของวัดใหญ่ชัยมงคล วิหารพระไสยาส 

ถ่ายรูปกันได้คนละกระบุงแล้ว โดยที่คนไทยไม่เสียเงินค่าเข้าซักบาท (ส่วนเงินทำบุญแล้วแต่ศรัทธา) เป้าหมายต่อไปที่ GPS บอกพวกเราก็คือ “วัดมหาธาตุ” วัดศักดิ์สิทธิ์เพราะเชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดวัดหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและของประเทศไทย เนื่องจากที่วัดแห่งนี้มีเศียรพระพุทธรูปเก่าแก่ในรากไม้ งดงาม แปลกตา จนเลื่องลือกันว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์

จุดเด่นที่สุดของวัดมหาธาตุ อะเมซซิ่งไทยแลนด์ ต้องรอต่อคิวถ่ายรูปนะจ๊ะคนเยอะได้อีก

บรรยากาศเมื่อมาถึงวัดมหาธาตุอย่างกับหนังคนละม้วนกับวัดใหญ่ชัยมงคลเลย แดดเปรี้ยงมาก ฟ้าโปร่งสดใสเหมือนไม่เคยครึ้มมาก่อนซะงั้น และด้วยความที่วัดนี้คือวัดศักดิ์สิทธิ์ จึงกินบริเวณพื้นที่กว้างมาก มีการสร้างทั้งพระปรางค์ขนาดใหญ่ เจดีย์แปดเหลี่ยม วิหารที่ฐานชุกชี วิหารเล็ก พระปรางค์ขนาดกลาง และตำหนักพระสังฆราชอยู่ในวัด

กว้างใหญ่ไพศาล สวยงามอลังการ รอนานมากกว่าคนจะโล่ง

แดดช่างร้อนแรง แต่ถ้าเพื่อให้ได้ภาพสวยถูกใจแล้ว เชื่อว่าทุกคนทนได้ทุกสภาพอากาศเหมือนพวกเรา

ด้วยความที่วัดนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ มีพื้นที่กว้างขวาง และเป็นที่นิยมของนักเที่ยว จึงมีการเก็บค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย คนละ 10 บาทเจ้าค่ะ คุ้มเวอร์สำหรับภาพถ่ายกระบุงที่สองของทริปวันนี้

จบสองวัด ตะวันก็ตรงหัวพอดี หิวข้าว เดินข้ามถนนไปหาร้านอาหารฝั่งตรงข้ามทานมื้อกลางวันกันได้เลย ราคาไม่แพงมากนัก ตกคนละประมาณ 250 บาทเท่านั้น

มองไปจากร้านอาหารเห็นวัดมหาธาตุอยู่อีกฝั่งพอดี ได้บรรยากาศเมืองเก่าดีมาก

กินข้าวเสร็จแล้ว ยังไม่ได้ไปไหนต่อนะ ข้ามฝั่งกลับไปจ้า เพราะที่ตั้งอยู่ข้างๆวัดมหาธาตุชนิดว่าแทบจะรั้วติดกัน คือ “วัดราชบูรณะ” ซึ่งเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา แน่นอนว่ากว้างขวางไม่น้อย และมีค่าเข้าชม 10 บาท/คน (นักท่องเที่ยวชาวไทย)

วิวยอดฮิตของวัดราชบูรณะ จุดที่มองทะลุประตูเห็นพระปรางค์

ฮิตขนาดมีบัณฑิตมาถ่ายรูปกับชุดครุยรับปริญญาเลยนะ

ใครๆก็อยากจะถ่ายภาพเมืองมรดกโลกด้วยมือตนเอง

กว่าจะเดินชมโบราณสถานและเก็บรูปกระบุงที่ 3 เสร็จฟ้ากเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว พวกเราจึงขับรถกันไปต่อกับอีกวัดที่อยู่ใกล้ๆกัน “วัดพระศรีสรรเพชญ์” วัดที่ยิ่งใหญ่อีกวัดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเป็นวัดประจำพระราชวังในสมัยก่อน และจุดเด่นของวัดนี้ก็คือเจดีย์ทรงลังกา 3 องค์เรียงรายอย่างสวยงาม ค่าเข้าก็เหมือนเดิมสำหรับคนไทย 10 บาทต่อคนจ้า 

เจดีย์สามองค์ สัญลักษณ์ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ยิ่งใหญ่มาก และกว้างขวางมากเช่นกัน

อยู่กันจนตะวันเริ่มลับขอบฟ้า เพื่อนชอบแสงยามเย็น สวยได้บรรยากาศไปอีกแบบ

จนกระทั่งถึงเวลาหกโมงเย็น วัดใกล้ปิดแล้ว เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานประวัติศาสตร์เริ่มออกเดินประกาศให้นักท่องเที่ยวออกจากวัดก่อนที่ประตูจะปิด พวกเราจึงได้พากันออกมา

แชะรูปเงาหมูก่อนออกมาจากวัด

สรุปได้ว่า ทริป “มีรถ พกกล้อง ท่องไปในอยุธยา” ในวันนี้ ก็จบลงด้วยการเที่ยวเพียง 4 วัด เพราะเน้นเดินชมเรื่อยๆ ถ่ายรูปเพลินๆ ได้ทั้งความรู้ประวัติศาสตร์ (มีอธิบายรายละเอียดไว้ตามป้ายหน้าวัด) ได้เที่ยวชมโบราณสถาน และได้ภาพถ่ายไปกว่า 400 ภาพอย่างสวยงาม บรรลุเป้าหมาย เที่ยวสบายไม่ง้อวันลาเพราะมาแค่วันเดียว เที่ยวชิลๆไม่ทำร้ายกระเป๋าตังค์เพราะตกประมาณคนละ 600 บาทเท่านั้น คุ้มเว่อร์

         

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store