NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
คุณค่าของชีวิต
หมวด: Life

คุณค่าของชีวิต

  • 591
  • 101
  • 1
เฌอมองค์ หว่อง

Photo by Linda Xu on Unsplash

ดอกเห็ด ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน อวดความงดงามของรูปทรงคล้ายกับร่มกางออก สีสันฉูดฉาดหรือขาววอกของมัน ทำให้ไม่มีศัตรูพืชรบกวน ใต้ร่มเงาเล็กๆ ของมันมีเห็ดอีกดอกเล็กกว่าเกิดขึ้นมาพร้อมกับดอกเห็ดใหญ่ หรืออาจจะเหลื่อมล้ำเวลากันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

รูปทรงของเห็ดดอกเล็ก เป็นลักษณะตูม มันไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับแสงอาทิตย์หรือน้ำค้างหรือน้ำฝนเต็มที่นัก เพราะถูกร่มเงาของเห็ดดอกใหญ่บังเอาไว้ แต่เมื่อดอกใหญ่กับดอกเล็กรวมกันเข้า มันก็กลายเป็นรูปทรงของเห็ดที่งดงามในเชิงศิลปะ

แต่เห็ดคงไม่รู้จักศิลปะ ถ้าจะมีก็คือความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพราะเพียงอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น ไม่ว่าเห็ดดอกใหญ่หรือดอกเล็กต่างก็เหี่ยว ฝ่อ เฉาตายไปในที่สุด แต่สปอร์เล็กๆ ของมันก็ปลิวห่างออกไปเพื่อขยายเผ่าพันธุ์ของมัน รอเวลาเหมาะสมเพื่อจะเกิดขึ้นมาอีกครั้ง

ปลวกตัวน้อยที่บังเอิญเหลือรอดจากสารเคมีของมนุษย์ ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดของมันขนเม็ดทรายไปก่อกองรวมกัน ใช้น้ำลายประสานระหว่างทรายแต่ละเม็ด เม็ดแล้วเม็ดเล่า ทำทั้งวันทั้งคืนไม่มีวันหยุดพัก การทำงานเสมือนเป็นหน้าที่เพียงอย่างเดียวของปลวก

ไม่นานนัก บ้านของปลวกก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ไม่น่าเชื่อว่าพวกมันจะสามารถสร้างประติมากรรมอันยิ่งใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดรูปร่างของมัน

ปลวกเป็นตัวแทนความเพียรตลอดช่วงชีวิตของมัน ทำงานจนตาย จอมปลวกเป็นอนุสาวรีย์ของความขยัน

มดแดงพยายามขนแมลงตัวใหญ่นำกลับไปเป็นเสบียงอาหารในรังที่อยู่บนต้นไม้สูง พวกมันไม่เคยท้อแท้กับการทำหน้าที่ของตัวเอง งานขนเสบียงที่ใหญ่กว่าและมีน้ำหนักมากกว่ารูปร่างของพวกมันหลายเท่า

รังของมดแดงมักถูกรบกวนจากเงื้อมมือของมนุษย์ มันจึงเปลี่ยนโครงสร้างรังเสียใหม่ จากเดิมทีมักสร้างเป็นรังใหญ่โต ก็เปลี่ยนเป็นสร้างรังเล็กๆ หลายๆ รัง ใช้ใบไม้เพียงไม่กี่ใบเชื่อมต่อติดกัน เพื่อให้เผ่าพันธุ์ของพวกมันยังสามารถรักษาชีวิตให้อยู่รอด มันทำทุกวิถีทางเพื่อจะรักษาเผ่าพันธุ์ของตัวเอง

นกตัวน้อยโฉบลงดิน พยายามยื้อดึงเศษหญ้าแห้งจนหลุดจากดินแล้วขยับปีกบินด้วยเรี่ยวแรงสุดกำลังของมัน การสร้างรังเพื่อเตรียมการสำหรับครอบครัวนกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างพากเพียร การลงไปใกล้ชิดมนุษย์ แม้จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงแค่ไหน นกก็ยังต้องดำเนินการสร้างรังต่อไป ไม่นานนักก็เห็นรังอันสวยงามสร้างจากเศษหญ้าเป็นส่วนใหญ่ บางส่วนมีส่วนผสมของขนไก่ และเศษผ้า แขวนอยู่บนกิ่งไม้สูงลิบ

หมาตัวที่เพิ่งถูกรถชนจนขาหัก ขนขาหลังใช้การไม่ได้ ทุกครั้งที่ขยับตัว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจนต้องหลุดปากร้อง แต่มันไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม

หมาเคราะห์ร้ายใช้สองขาที่เหลือพยุงร่างของมันลุกขึ้น แล้วขยับก้าวต่อไป ชีวิตยังอีกยาวนานเหลือเกิน และมันยังอยากจะลืมตาขึ้นมาอย่างหมามีชีวิต ไม่ใช่หมาที่ตายแล้ว

เสียงเห่าของมัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความรื่นเริงและยินดีที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในสภาพร่างกายที่ไม่สมประกอบ

แมวตัวหนึ่งถูกตีจนหลังหัก โชคดีก็คือมันยังไม่ตาย แต่โชคร้ายก็คือมันจะกลายเป็นแมวพิการไปจนชั่วชีวิต เสียงร้องอันสดใสของมัน ก็เป็นสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้ และการขอเป็นแมวมีชีวิตอยู่ต่อไปให้จงได้

ว่ากันว่าช่วงที่มืดที่สุดคือช่วงก่อนฟ้าสาง ครั้นเมื่อตีนฟ้ายก ที่ขอบฟ้าตะวันออกมลังเมลืองเรืองรองขึ้น ความมืดก็ถูกสลายทิ้งไป ต่อให้มืดแค่ไหน ก็ต้องมีแสงสว่างยามเช้าของวันใหม่ทุกครั้ง ไม่มีความเลวร้ายอยู่ยั่งยืน เพราะทุกขณะมีความเปลี่ยนแปลง มืด เช้า ค่ำ อยู่ร่ำไป

ทุกๆ ชีวิตมีความหมายในตัวเอง แม้กระทั่งสิ่งไม่มีชีวิต ก็มีความหมายต่อสิ่งมีชีวิต เพราะต่างเกื้อหนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

มนุษย์ สามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลง ความงดงาม หรือในมิติที่ตรงกันข้าม ด้วยสัมผัสพิเศษที่ไม่มีอยู่ในสัตว์ นั่นก็คือ ดวงจิต

เมื่อแรกเกิดนั้น จิตประภัสสร สะอาดดุจผ้าขาว ครั้นเติบใหญ่ก็เริ่มถูกป้ายด้วยสีอื่นๆ ทุกๆ ความเปลี่ยนแปลงของวัย อาจหมายถึงการเรียนรู้ และย่อมสมควรเรียนรู้ เรื่องดี เรื่องเลว ความมืด ความสว่าง ความขาว ความดำ

อายุ ควรเป็นหลักของชีวิต เมื่อก้าวพ้นแต่ละหลักชีวิตได้แล้ว ก็ควรเข้าใจให้ได้ด้วยว่า ตนเองได้ข้ามพ้นอะไรมาบ้าง และอยู่ในปัจจุบันอย่างไร

ถ้าหากไม่สามารถเรียนรู้เช่นนี้ได้ ก็ยากที่จะรู้จักคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

การฆ่า ของสัตว์กินเนื้อหลายประเภท ไม่ได้เกิดจากความอาฆาตมาดร้าย แต่เป็นเพียงสัญชาตญาณและเพื่อทำให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ

มนุษย์ สามารถฆ่าได้พิสดารกว่า มีทั้งฆ่าด้วยความแค้น ความบันเทิง มนุษย์ไม่เพียงฆ่าสัตว์แม้แต่เผ่าพันธุ์เดียวกันเองก็ยังสามารถฆ่ากันได้ ถ้าหากขัดผลประโยชน์ของตัวเอง

และมนุษย์ยังสามารถกระทำอัตวินิบาตกรรม ด้วยดวงจิตที่เศร้าหมอง และจมอยู่กับความเศร้าหมองนั้นจนคิดว่าชีวิตของตนไร้ค่าไม่มีประโยชน์ ทั้งๆ ที่การมีชีวิตอยู่ สามารถสร้างประโยชน์ได้มากมายมหาศาล ตราบเท่าที่อยากสร้าง

ถ้ายังไม่อาจยอมรับว่า ทุกสรรพชีวิตล้วนมีคุณค่า และต่างมีความเกื้อกูลทั้งทางตรงและทางอ้อม ย่อมไม่มีทางเชื่อได้ว่า คุณค่าในชีวิตของตัวเองก็มีอยู่ และมีอยู่มากเหลือเกิน

ชีวิตของแต่ละคนถูกหั่นให้สั้นลงด้วยเวลา ยิ่งเหลือเวลาในชีวิตน้อยเพียงใด ก็จะเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

เหลียวมองไปรอบๆ กาย ชื่นชมกับความงดงามของสรรพสิ่ง ขอบคุณลมหายใจที่ยังมีอยู่ ทำดีกับคนใกล้ชิด แสดงความรักความห่วงใยแก่กันและกันบ้าง ย่อมเป็นการดีกว่าไม่ใช่หรือ?

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store