NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
5 เคล็ดลับ พิชิตงานเครียด
หมวด: Style

5 เคล็ดลับ พิชิตงานเครียด

  • 3.3K
  • 309
  • 14
PumpkinPunk

เคยไหมที่ต้องเจอกับความเครียดเวลาทำงาน??

เคยไหมที่ต้องสละเวลาพักกลางวัน หรืออยู่ต่อหลังเลิกงาน เพื่อทำงานต่อให้เสร็จ?? และต้องเครียดมากกว่าเดิม!!

เคยไหมที่ได้รับอีเมลหรือไลน์จากเจ้านายเพื่อเตือนว่างานของคุณถึงเดตไลน์แล้ว เพื่อสั่งงานสำหรับพรุ่งนี้ หรือสั่งให้ทำงานด่วนเพื่อส่งพรุ่งนี้เช้า?? โอ๊ย..เครียดดดดด

หากคุณเคยพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ คุณเป็นพวกเดียวกับเรา ที่ได้รับผลกระทบจากงาน งานที่ทำให้เราเกิดความกังวลใจ เกิดความเครียด - นอนไม่หลับ สิวขึ้น ขอบตาคล้ำ ผิวพรรณไม่ผ่องใส - จนส่งผลกระทบต่อร่างกาย ดังนั้นมันเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องและบำรุงสุขภาพจิตของเราเอง

สิ่งแรกที่เราควรนึกถึงเสมอคือ เราอย่าลังเลที่จะลงทุนไปกับสิ่งที่ช่วยให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้น เพราะหากเรามีสุขภาพจิตที่ดีก็ย่อมส่งผลที่ดีต่อชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว และนี่คือเคล็ดลับ 5 ข้อที่จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณมีความสุขมากขึ้น

1. หยุดพักและทานอาหารกลางวันเสมอ

Credits: Monkey Business Images 

ชาวออฟฟิศบางคนคิดว่าการทำงานมาราธอน โดย “ไม่พักรับประทานอาหารกลางวัน” หรือ “รับประทานอาหารกลางวันที่โต๊ะทำงาน” แสดงถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงาน แต่ความจริงแล้วการได้พักกลางวันเพื่อรับประทานอาหาร โดยอยู่ให้ห่างจากโต๊ะทำงาน และพักเบรกเล็กน้อยในตอนเช้าและบ่ายสักช่วงละ 15 นาที จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ เนื่องจากว่าการได้พักจะทำให้เราได้ผ่อนคลาย เป็นการรีเซตสมองและจิตใจ เมื่อกลับไปทำงานต่อจะทำให้เราสามารถจัดการอะไรต่อมิอะไรได้ดีขึ้น

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

Credits:  Caiaimage/Paul Bradbury 

สุขภาพกายของเราส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตของเรา ก็จริงที่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดสรรทั้งเวลาทำงาน ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้ได้ในวันเดียว ดังนั้นเราอาจใช้วิธีการออกกำลังกายแบบฉบับของชาวออฟฟิศ เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ นั่งหลังตรงแล้วแขม่วหน้าท้องเพื่อลดพุง หรือออกกำลังกายเบาๆ อย่างซิทอัพ โยคะตอนก่อนเข้านอน

3. ปรึกษาปัญหาและปรับทัศนคติ

 

หากมีปัญหาหนักใจจากที่ทำงาน ให้คุณปรึกษากับคนใกล้ชิด แม้ว่าเขาอาจจะไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหานั้นได้ แต่การได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป ก็จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ นอกจากนี้เราต้องรู้จักปรับสมดุลความคิดว่า “งานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทั้งชีวิตของเรา” เพื่อให้เรารู้จักปล่อยวาง ไม่เครียดกับงานจนเกินไป

4. ถอดปลั๊กจากที่ทำงานเมื่อคุณกลับถึงบ้าน

 

เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพจิตของคุณอย่างแท้จริงคุณต้องตั้งมั่นไว้ว่า นอกเหนือจากเวลาทำงานแล้วนั่นเป็นเวลาสำหรับคุณและครอบครัวเท่านั้น หากคุณพบว่าตัวเองคอยเช็กอีเมลของคุณตอนอยู่ที่บ้าน หรือดูโทรศัพท์ตลอดเวลาว่ามีไลน์มาจากหัวหน้าคุณหรือไม่ นั่นแปลว่าคุณไม่ให้เวลาตัวเองและกับสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขเลย

5. แบ่งปันงานในความรับผิดชอบของคุณ

 

นี่เป็นบทเรียนสำคัญข้อหนึ่งว่า “อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว” แม้ว่าชาวออฟฟิศบางคนเชื่อว่าโอกาสต่างๆ ที่เข้ามาเป็นหนทางนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็เลยรับงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายมาทำแต่เพียงคนเดียว ในความเป็นจริงก็คือถ้าคุณต้องรับผิดชอบงานมากกว่าที่คุณสามารถจัดการได้ มันมักจะเกิดความเสียหายมากกว่าผลดี ดังนั้นเมื่อคุณได้รับงานจากเจ้านายมามากจนเกินไป ก็อย่าลังเลที่จะพูดมันออกมาและขอให้แบ่งงานเหล่านั้นให้กับคนอื่นๆ ช่วยทำแทน 

อย่างไรก็ตามหากมันฟังดูยาก เพราะมักเกิดความคิดว่าหากเราไม่ผลักดันตัวเองให้ผ่านขีดจำกัดของความสามารถของเรา เราจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าหรือประสบความสำเร็จได้ ขอให้คุณระลึกไว้เสมอว่า “ความทะเยอทะยานของคุณไม่สามารถแทนที่การรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณได้

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store