NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เก้าอี้ตัวเดิม ตอน “เพียงสิ่งเดียว”
หมวด: Life

เก้าอี้ตัวเดิม ตอน “เพียงสิ่งเดียว”

  • 667
  • 1
  • 0
ลีลาวดีสีเลือด

“หากนี่...เป็นเพียงสิ่งเดียว

ที่ทำให้ผมยังมีชีวิตอยู่”

“คุณยังจะมองว่าผมเป็นคนไม่ดีอยู่รึเปล่า คุณจะมองว่าผมเป็นขยะสังคมอยู่ไหม”

“เหล้าเป็นสิ่งไม่ดี แต่คนที่ดื่มเหล้าก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดี ไม่ได้สนับสนุนให้ใครดื่มเหล้า หากแต่...นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่”

ในทุกๆ การกระทำของคนเราล้วนมีเบื้องหลังทั้งสิ้น ละครหนึ่งเรื่องยังประกอบไปด้วย นักแสดง ผู้กับกำ ทีมงาน ไฟ กล้อง ฉาก ช่างแต่งหน้า คนเขียนบท ฯลฯ และยังมีอีกมากมายที่เราไม่รู้ ถ้าไม่ได้เข้าไปสัมผัส ไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นๆ ชีวิตคนเราก็คงไม่ต่างอะไรกับละคร มีทั้งอดีตที่งดงามและแสนเจ็บปวด มีความคาดหวังมีความผิดหวัง ประสบความสำเร็จหรือพบเจอแต่ความล้มเหลว มีความขัดแย้งในตัวเอง มีปมภายในจิตใจ ทั้งหมดนี้คงก็เปรียบเสมือนทีมงาน ที่มีผู้กำกับคอยบอกว่าตัวละครว่าตั้งต้องดำเนินชีวิตไปอย่างไรตามบท...

“ผมก็อยากเลิกนะ แต่ผมคิดว่า...ผมเลิกไม่ได้หรอกครับ คงจะกินแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนตาย”

คำพูดของชายวัยกลางคน รูปร่างสูงโปร่งแต่เพรียวบาง ผิวเนื้อค่อนข้างขาว ผมรองทรงสูงเช็ตใส่น้ำมันหวีเสยไปด้านหลังเป็นเงาวับดูสะอาดสะอ้านตาน่ามอง ฉันสำรวจชายคนนี้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าและยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงตอบรับว่าฉันเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด มันเหมือนแบบแผนเหมือนค่านิยมหรืออะไรสักอย่าง เอ้อ! เหมือนเวลาที่เราพูดถึงประเทศญี่ปุ่นหลายๆ คนก็จะนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ มันอะไรทำนองนั้นเลย เวลาถามคนที่ติดเหล้าก็เหมือนกัน มักจะได้คำตอบประเภทนี้จากพวกเขาเสมอ ว่า

“ก็อยากเลิกนะ แต่คิดว่าคงเลิกไม่ได้” แถมยังพ่วงท้ายด้วยคำว่า “คงจะกินแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนตาย” และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ค่ะ ตายเพราะชักรุนแรง สมองขาดออกซิเจน หรือสมองสับสนทำร้ายตัวเองจนตาย ถูกคนอื่นทำร้ายก็มี อาการเหล่านี้เรียกว่า “ภาวะถอนพิษเหล้ารุนแรง” หรือ “ลงแดง” ซึ่งเป็นคำพูดที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ คนที่อยู่ในภาวะถอนพิษเหล้า มักจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ชัก หมดสติ สมองสับสนมึนงงมีอาการทางจิต มีหูแว่ว ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง และบางรายอาจตายได้เลย

“ค่ะ ฉันเชื่อว่าคุณคิดแบบนั้นจริงๆ ไม่งั้นคุณคงไม่มานั่งอยู่ในห้องนี้หรอก”

“ครับ” เขาเอ่ยพลางพยักหน้าตอบรับ สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงว่าออกว่าคิดและรู้สึกอะไรอยู่ ท่าทางดูระมัดระวังตัว

“เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมนะคะที่คุณอยากเลิกมัน หลายๆ คนคงยังไม่ได้คิดแบบคุณ” ฉันเริ่มบทสนทนาต่อ ท่าทียังคงเรียบเฉยเหมือนห้านาทีก่อนนี้ไม่มีผิด เขาไม่มีทีท่าว่าจะให้ฉันเข้าไปสัมผัสกับตัวตนข้างใน นอกจากอาการสั่นกระตุกเป็นระยะๆ ที่ฉันสังเกตเห็นอย่างชัดเจนแล้ว ฉันไม่สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ภายในตัวเขาได้เลย

“ท่าทางคุณดูเหนื่อยๆ นะคะ” ฉันพูดจากสิ่งที่สังเกต “ครับ ผมนอนไม่ค่อยหลับ เลยทำให้สภาพดูทรุดโทรมไปเยอะ ตื่นตีหนึ่งทุกวันหลังจากนั้นก็ไม่หลับอีกเลย” เขาเริ่มบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองมากขึ้น

“กิจกรรมที่ผมเคยทำก่อนหน้านี้ ก็ทำได้น้อยลง เมื่อก่อนเคยเขียนป้ายมีคนมาจ้างให้ไปเขียนติดในสถานที่ต่างๆ แต่ตอนนี้ผมกลับไม่ได้ทำมัน”

“ทำไมละคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัย “มันเบื่อ ไม่อยากทำไปเฉยๆ สมาธิก็แย่มือผมก็สั่น เนี่ย” เขาค่อยๆ ยกแขนผอมเรียวเผยให้เห็นมือขาวโพลนซีดแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกให้ฉันดู เพื่อยืนยันอาการสั่นของตัวเอง

“นี่ก็ไม่ได้ไปทำงานมาสองสามวันติดละ” แววตาดูเหนื่อยล้าขณะที่เล่าถึงอาการของตัวเองแต่ก็ไม่ได้มีทีท่าเสียใจหรือรู้สึกผิดกับเรื่องที่ไม่ได้ไปทำงาน

“ค่ะ” ฉันตอบรับเพียงสั้นๆ

“จริงๆ แล้วผมเป็นคนเงียบๆ น่ะ ไม่ค่อยออกไปเจอใครหรอก ส่วนมากก็จะนั่งกินอยู่ที่บ้านคนเดียว” “คุณมีครอบครัวไหม” ฉันถามต่อ เขานิ่งไปสักพักแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย

“ผมมีลูกสาวครับ เขาโตแล้ว ทำงานอยู่ที่อื่นนานๆ ก็จะเจอกันที แต่เขาก็บอกผมตลอดนะว่า พ่อเลิกเหอะเหล้ามันไม่ดีหรอก”

“แล้วคุณตอบลูกไปว่ายังไงล่ะ”

“ผมก็ไม่ได้พูดอะไร เวลาที่เขากลับมาบ้านผมก็จะไม่กิน แต่เขาก็คงรู้แหละ” ฉันพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เราต่างก็เงียบกันไปสักพัก

“จริงๆ แล้วผมยังคงคิดถึงเรื่องราวในอดีต มันยังคงวนเวียนในหัวของผมซ้ำๆ เรื่องเก่าๆ ที่ผมไม่เคยหยุดคิดมันได้เลย ก็มีเหล้านี่แหละ บางทีก็ช่วยให้ผมลืมมันไปได้บ้าง” ฉันพยายามปะติดปะต่อ จากสิ่งที่ได้ยินมา จนเริ่มจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้

ตอนนั้นคุณก็เลยดื่มหนักเพื่อให้ลืมน่ะหรอ...” ฉันเอ่ยเป็นเชิงถาม เขาพยักหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

” แต่วันนึง คุณก็พบว่าคุณติดมันเข้าแล้ว”

“ครับใช่” เขายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และพยักหน้าซ้ำๆ “สามสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยลืมภาพนั้นได้เลย มันอาจจะฟังดูตลกนะครับ แต่มันไม่เคยออกไปจากหัวผมเลยจริงๆ”

“ฉันเข้าใจค่ะ คุณคงเสียใจมาก”

“ครับ ผมต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกในเวลาเดียวกัน”

“แต่คุณก็เลี้ยงให้เขาเติบโต มีชีวิตที่ดี มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ฉันคิดว่าคุณทำมันได้ดีนะ”

“ครับ” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากตา เป็นประกาย ฉายแววความภาคภูมิใจในตัวเอง ฉันปล่อยให้เขาได้ซึมซับความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเริ่มบทสนทนาต่อ

“เท่าที่ฉันได้ฟังสิ่งที่คุณเล่ามา อาการคุณดูแย่ลงนะคะ อะไรที่คุณเคยทำได้...ก็เริ่มไม่อยากที่จะทำมัน อะไรที่เคยเป็นความสุข วันนี้กลับไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว”

“ครับ” เขาก้มศีรษะพลางหลุบตาลงต่ำ มองมือซีดเผือดที่ประสานกันอยู่บนหน้าตัก เขาเองก็คงไม่ได้มีความสุขนักหรอกที่ต้องเป็นแบบนี้ ฉันคิด

“คุณเคยรู้สึก ซึมเศร้าท้อแท้ใจในชีวิตบ้างไหม” เขาพยักหน้าหงึกๆ “บ่อยครับ”

“อื้ม พอเป็นแบบนี้บ่อยๆ มันทำให้คุณรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่บ้างรึเปล่า”

“ไม่ครับ ผมไม่เคยคิดแบบนั้น” เขารีบตอบทันที ฉันเองก็โล่งใจที่เขาไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันยิ้มน้อยๆ และพยักหน้าให้ “แสดงว่าคุณยังมีคนที่รัก และรักคุณ”

“ครับ” เขาตอบ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านั้น “มันมีอะไรที่ทำให้คุณคิดว่าเป็นปัญหากวนใจอีกบ้างรึเปล่า เช่น มีหูแว่วหรือเห็นภาพหลอน” ฉันว่าต่อ

“มีครับๆ ผมมีหูแว่ว เหมือนเป็นเสียงคนคุยกันอะไรทำนองนั้น” เป็นประโยคที่เขารีบตอบทันทีเช่นกัน

“แล้วคุณรู้สึกยังไงกับมันบ้าง เอ่อ หมายถึงอาการพวกนั้นน่ะ” ฉันเอ่ยพลางชำเลืองมอง สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่มือของตัวเอง “ผมไม่ได้กลัวนะ ผมแค่รู้สึก…” เขาเงียบไปสักพักเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง “มันรบกวนการใช้ชีวิตผม”

“อื้ม ฉันก็เองก็คิดแบบนั้น ดูคุณไม่ค่อยมีความสุขกับการใช้ชีวิตทุกวันนี้เลย” ฉันย้ำเพื่อให้เจ้าตัวได้ทบทวนในสิ่งที่พูดออกมาอีกครั้ง “คุณคิดว่าพอจะมีอะไรที่ทำให้คุณสบายใจหรือดีขึ้นกว่านี้บ้างไหม” ฉันใช้จังหวะนี้ชักชวนให้เขาได้คิดต่อ

“ผมแค่อยากนอนหลับได้นานขึ้น ไม่ต้องพะวงว่าตัวเองจะตื่นมากลางดึก แล้วพยายามข่มตาให้หลับ” เขามองหน้าฉันขณะพูดแววตาราบเรียบไม่ฉายแววใดๆ เช่นเคย ฉันยิ้มรับ ดูเหมือนเขาจะมีภาวะซึมเศร้าและอาการนอนไม่หลับเล่นงานเข้าให้แล้ว ฉันรู้ได้ยังไงน่ะหรอก็ระหว่างที่พูดคุยกันนั่นแหละ มีหลายๆ ข้อคำถามที่ใช้ประเมินภาวะซึมเศร้า ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย และอาการทางจิตจากการติดเหล้า

“ไม่อยากนึกถึงเรื่องราวในอดีตซ้ำไปซ้ำมา แค่นี้แหละครับผมคิดว่าน่าจะเพียงพอแล้ว” ฉันบอกกับเขาว่าอาการของเขาสามารถดีขึ้นได้ แต่เขาต้องหยุดดื่มเหล้า และเข้ารับการบำบัดรักษาที่ถูกต้อง แต่นั่นแหละ…ถ้าเรายังจำคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ได้

การที่จะให้คนติดเหล้าเลิกได้นั้นเป็นเรื่องยากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา และต่อให้เลิกได้...ก็ยังมีโอกาสกลับไปติดมันอีก “คุณเริ่มมีภาวะซึมเศร้า มีปัญหาการนอนหลับ ฉันว่าคุณควรรักษา เราช่วยคุณได้นะ” เราที่ฉันเอ่ยถึงไม่ได้มีเพียงแค่ฉัน แต่ยังรวมไปถึงหมอ พยาบาล พวกเราทำงานเป็นทีม เรียกว่า “สหวิชาชีพ” ในการดูแลผู้ป่วย ไม่ใช่แค่ผู้ที่ติดเหล้านะคะ ผู้ป่วยอื่นๆ ก็เช่นกัน บางคน บางโรคก็ต้องใช้มากกว่าวิชาชีพเดียวในการดูแล ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา

“ครับ” เขาตอบตกลง ฉันอธิบายแนวทางการรักษาว่า เขาต้องมาตรวจร่างกายรับยาตามนัด และพบฉันอาทิตย์ละครั้งเพื่อทำจิตบำบัด เราวางเป้าหมายร่วมกันเขาอยากนอนหลับเหมือนคนปกติทั่วไป หลุดพ้นจากวังวนของความคิด และภาพเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะให้เกิดขึ้น ฉันตอบตกลง

“แต่เป้าหมายสูงสุดของเราคือการเลิกเหล้า” ฉันรู้ว่านั่นคือสิ่งที่ท้าทายและมันยากแค่ไหน แต่ก็อยากจะทำ

“ผมไม่แน่ใจว่าจะเลิกมันได้ขาด แต่จะยายาม” เขาบอก

“ฉันคิดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคุณ” ฉันยกมุมปากขึ้นโค้งจนเป็นรอยยิ้มกว้าง และบอกว่ากับเขาว่าไม่เป็นไร

ครืดดดดดดดดดดดดด ด กึก. เสียงประตูบานเลื่อนเปิดออก ไอร้อนผ่าวกระทบเข้าที่ใบหน้า ฉันนั่งมองชายที่เดินออกไปจากเก้าอี้ตัวนั้น…จนเขาลับสายตา

ผมรู้แล้วว่า ผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร …

เขาดูเนี้ยบทุกครั้งที่ฉันเจอ เสื้อโปโลสีคุมโทนสุภาพกับกางเกงสแลคสีดำ เทา ผมทรงวินเทจ ฉันคิดเอาเองว่ามันเป็นทรงวินเทจ “ผมรู้สึกว่า ผมนอนหลับได้ยาวนานขึ้น ไม่ค่อยนึกถึงเรื่องเก่าๆ แล้ว” นี่เป็นคำพูดของเขาหลังจากที่เราเจอกันเป็นครั้งที่สี่ ฉันให้การบำบัดแบบ “ปรับความคิดและพฤติกรรม CBT” (Cognitive Behavioral Therapy) ควบคู่ไปกับการทำศิลปะบำบัด “แมนดาลา” แต่ไม่ขออธิบายรายละเอียดในนี้นะคะ

“เป็นเพราะตัวคุณเองด้วยที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ฉันกล่าวชื่นชมในตัวเขา ทุกๆ ครั้งที่เราพบกันเขาไม่ลืมที่จะส่งการบ้านฉันเสมอ “แต่สิ่งที่ผมยังทำไม่ได้ คือ ผมยังลดเหล้าตามที่คุยกันไว้ไม่ได้” ฉันพยักหน้า “ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่คุณจะลดและเลิกมัน”

“ใช่ มันยากมาก” เขาว่าต่อ “ผมไม่กินไม่ได้ มันสั่นไปหมด จนลุกไปทำอะไรไม่ได้เลย” ฉันเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องเผชิญดี นี่เป็นแค่อาการหนึ่งในอีกหลายๆ อาการที่คนติดเหล้าต้องเจอ ยังไม่รวมไปอาการทางจิตอื่นๆ อาการที่พบได้บ่อย เช่น รู้สึกว่ามีแมลงชอนไชหรือไต่ตามตัว เห็นภาพหลอนและหูแว่วเป็นเสียงมาสั่งให้ทำอะไรต่างๆ นานา

“คุณยังอยากไปต่อไหม ยังอยากเลิกมันอยู่รึเปล่า” ฉันถามเพื่อประเมินความตั้งใจของเขา และสถานการณ์ของการบำบัดว่ายังคงดีอยู่ เขาขยับตัวเล็กน้อย ค่อยๆ เงยหน้าที่กำลังมองต่ำ และหันมาสบสายตาฉันอย่างจริงจัง “ผมก็ยังอยากเลิกนะ ผมจะพยายาม” ฉันรับรู้ว่านี่ไม่ใช่คำมั่นสัญญา

เรายังพบกันอยู่หลายครั้งเท่าที่ฉันจำได้น่าจะกินเวลาไปราวสี่เดือน จนอาการซึมเศร้าของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เขามีวิธีการที่จะจัดการกับความคิดได้ด้วยตัวเอง เริ่มกลับมาทำกิจกรรมปกติที่เคยทำ เขาเป็นผู้รับการบำบัดที่ดีสำหรับฉัน ฉันเองก็ยินดีที่เห็นเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทว่า “ผมคิดว่านี่เพียงพอแล้วสำหรับผม ผมขอบคุณมากที่นักจิตให้การช่วยเหลือผม ผมพึงพอใจนะ” ฉันทราบดีว่าเป้าหมายที่เราตั้งไว้ในวันนั้นมันอาจไม่ได้สำเร็จทั้งหมด แต่ฉันดีใจที่ได้ช่วยให้เขาได้หลุดพ้นจากพันธนาการทางจิตใจ แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถช่วยให้เขาหลุดพ้นจากวังวนของ พิษสุราเรื้อรังได้…

“เหล้าช่วยแก้ไขปัญหาในชีวิตให้เราได้จริงหรือ”

“กว่าจะรู้ตัวมันก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเสียแล้ว”

“อยากจะผลักไสมันออกไปเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นผล”

“ไม่ใช่ไม่อยากเลิก แต่เลิกมันไม่ได้”

“ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจพึ่งพามัน ชีวิตคงไม่เป็นแบบนี้”



Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store