NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
พรุ่งนี้คงจะ....เงียบเหงา
หมวด: Life

พรุ่งนี้คงจะ....เงียบเหงา

  • 541
  • 6
  • 1
่jupiter18

พรุ่งนี้คงจะ....เงียบเหงา

ถนนยามดึกดูโล่งสบายตากว่าเมื่อตอนกลางวันที่แออัดไปด้วย รถนานาชนิดทุกยี่ห้อหลายหลากแบบ แม้ยามดึกสงัดเช่นนี้ก็ยังมีรถยนต์ของนักท่องราตรีวิ่งเล่นบนถนนอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเมื่อเทียบเคียงกับช่วงเวลาปกติ สถานีวิทยุบ้างคลื่นยังคงเปิดเพลงตลาดๆ อันแสนจะซ้ำซากอยู่ บ้านเรือนผู้คนสองข้างทางปิดประตูมิดชิดเปิดไฟส่องสว่างไว้หน้าบ้าน เพื่อให้มันทำหน้าที่ขจัดความมืดให้แก่เจ้าของบ้าน สัญญาณไฟจราจรสี่แยกข้างหน้ายังคงกะพริบสีเหลืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เข็มชี้บอกความเร็วรถที่สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ตั้งนานสองนานแล้ว ร้านสะดวกซื้อชื่อดังยังมีลูกค้ามาใช้บริการอยู่อย่างต่อเนื่อง ในหัวสมองตอนนี้ยังไม่มีความคิดอะไรใหม่ๆ เข้ามานอกเสียจากว่าต้องไปถึงที่หมายให้ได้เสียก่อน

คืนนี้ความรู้สึกมันว่างไปหมดไม่อยากให้ความวุ่นวายใดๆ เข้ามารบกวนในห้วงความคิด เลี้ยวซ้ายตรงแยกไฟแดงแยกนิดหน่อยก็เข้าถึงลานจอดรถของโรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งแตกต่างกับเมื่อตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิงแทบจะเลือกที่จอดได้ตามอำเภอใจ รถคันนั้นจอดอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนไปไหนมาสามวันแล้ว แลเห็นใบต้นหูกวางหล่นใส่ในกระบะท้ายรถอยู่จำนวนหนึ่ง มันก็ร่วงหล่นซ้ำๆ ตามวิถีทางธรรมชาตินั่นแหละ

นายยามรักษาความปลอดภัยรอบดึกเริ่มหมด ความสนใจกับสิ่งรอบข้างอาจเป็นเพราะได้เวลาพักผ่อนร่างกายหลังจากเดินตรวจตรารอบอาคารทั้งภายในและภายนอก เขาทำอย่างนี้ทุกวันไม่มีสิ่งผิดปกติอันใดเกิดขึ้นตลอดชีวิตการทำงานของเขาบ้างเลยหรือ เลือกที่จอดรถใต้ต้นหูกวางใหญ่ใกล้ทางเดินเท้าเข้าสู่ตัวอาคารโรงพยาบาล

ยามหนุ่มสองคนด้านหน้าอาคารกำลังนั่งพูดคุยเรื่องผลฟุตบอลต่างประเทศเมื่อคืนนี้ดูเอาจริงเอาจังน่าดู ด้านในอาคารชั้นล่างสว่างไสวไปด้วยแสงจากดวงไฟส่องกระทบพื้นอาคารจนมันวาวว่างเปล่าไม่มีแม้แต่รอยเท้าสักรอยเดียวบนพื้นหินขัดของโรงพยาบาล โต๊ะ เก้าอี้ปราศจากคนนั่ง เครื่องวัดความดันโลหิตไฟฟ้ายืนแน่นิ่งอยู่ตรงผนังข้างห้องตรวจหมายเลขสามสิบสี่ นาฬิกาแขวนอยู่ที่เสาบอกเวลาตีสองสิบห้านาที ได้ยินเสียงไซเรนของรถหน่วยกู้ภัยดังมาแต่ไกล เสียงของมันยิ่งดังขึ้นๆ เมื่อมันวิ่งมาใกล้ห้องฉุกเฉิน เสียงของมันยังคงความเป็นเอกลักษณ์และบ่งบอกถึงความหมายมาช้านานไม่เคยเปลี่ยนแปลง

บรรดารถเข็นจอดสงบนิ่งอยู่ที่มุมผนังข้างห้องตรวจเลือด หากเดินแบบผ่านๆ แล้วมองหางตาเหมือนกับว่ามีคนนั่งอยู่บนรถเข็นนั้นจริงๆ ทำให้นึกถึงหนังแนวสยองขวัญขึ้นมาให้ได้ มีเศษก้อนสำลีเปื้อนเล็กๆ ตกอยู่ใต้เก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง พนักงานทำความสะอาดคงไม่ทันเห็น มันๆ จึงอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ตอนกลางวันไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้นแม้แต่ลิฟต์ก็หยุดเคลื่อนไหว วันหนึ่งๆ มันเคลื่อนที่ในแนวดิ่งไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เดินผ่านหน้าห้องเคมีบำบัดกลิ่นยายังคงฟุ้งตลบอบอวล อยู่ไม่หาย หากใครที่มีชิดใกล้ตัวป่วยแล้วจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการใช้เคมีบำบัดต้องมั่นใจว่าผู้ป่วยไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่นใดไม่เช่นนั้นแล้วจะเกิดปัญหาต่อผู้ป่วยภายหลัง

กดปุ่มขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นเจ็ดห้องศัลยกรรมชายหนึ่งลิฟต์ดูเหมือนว่าจะเคลื่อนที่ช้ากว่าปกติไม่เหมือนวันก่อนๆ ที่ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนใช้บริการมากมายแค่ไหนก็ยังเร็วกว่าวันนี้ คืนนี้ไม่ต้องรอคิวนานแค่คนคนเดียวแต่ทำไมความรู้สึกถึงได้บ่งบอกว่าช้าและนานแสนนานก็ไม่รู้ ป่านนี้ที่บ้านเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้จะวุ่นวายหรือสับสนก็บอกไม่ถูกแต่พอที่จะถึงภาพออกได้บ้าง ว่าคงเป็นไปในทางที่ไม่สู้จะดีสักเท่าไร ภาพความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับครอบครัวยังคง วนเวียนอยู่ในหัวสมองไม่ได้จางหายไปไหน นึกถึงบรรยากาศวันเก่าๆ แล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ มันช่างดีและอบอุ่นอะไรขนาดนั้น การโดยสารลิฟต์คนเดียวในยามดึกที่โรงพยาบาลเป็นความรู้สึกที่อึดอัดและคาดหวังยากที่บอกให้ใครเข้าใจได้ในเวลาอันน้อยนิด ในห้วงของความคิดก็แค่อยากให้ประตูลิฟต์เปิดออก เพื่อจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าก็เท่านั้นเอง

บรรยากาศหน้าห้องศัลยกรรมชายหนึ่งยังคงดำเนินไปตามรูปแบบเดิมๆ เรื่อยๆ จะมีบ้างก็แต่เสียงฝีเท้าของเหล่าพยาบาลทั้งหลายที่คอยดูแลผู้ป่วยกับเสียงร้องครวญครางของผู้ป่วย ก็นี้มันเป็นโรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่เริงรมย์จะได้มีแต่เสียงหัวเราะคลุกเคล้ากับความสุขผ่านอาหารเครื่องดื่มรสชาติชั้นเลิศที่ไร้ซึ่งการควบคุมทางโภชนาการ บอร์ดรายชื่อผู้ป่วยติดอยู่ที่ฝาผนังด้านซ้ายมือ ถัดมาก็เป็นรายชื่อของพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล นั้นป้ายบอกเวลาเข้าเยี่ยมผู้ป่วยว่าเวลาไหนที่ญาติผู้ป่วยสามารถเข้าเยี่ยมได้ เวลาไม่เคยคอยใครสัจธรรมอีกข้อหนึ่งที่ยังใช้ได้อยู่เสมอผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเหลือไว้แค่ร่องรอยแห่งความทรงจำ บางครั้งเคยคิดว่าเวลาน่าจะมีช่วงยาวๆ นานๆ กว่าที่เป็นอยู่ออกไปอีกหน่อย เพื่อว่าบางครั้งบางสถานการณ์ต้องการใช้เวลาอีกไม่มากนักในการใดการหนึ่งก่อนที่เหตุการณ์นั้นๆ จะผ่านเลยไปกลายเป็นอดีตที่จะไม่สามารถหวนกลับมาได้อีกแล้วตลอดช่วงลมหายใจนี้

มือขวายื่นไปหมุนลูกบิดประตูพร้อมกับเปิดออกกลิ่นแห่งความทรมานเจ็บปวดเข้ามาทักทายกับปลายจมูกในทันทีทันใด อันที่จริงก็คุ้นเคยกับกลิ่นเหล่านี้มาสักระยะหนึ่งแล้วแต่ก็อดที่จะเกิดความคิดเบื่อหน่ายขึ้นมากับมันไม่ได้ มีผู้ป่วยนอนอยู่เต็มทุกเตียงต่างอาการ ต่างรูปแบบ ต่างการรักษาของแต่ละโรค ถุงน้ำเกลือหยดเอื่อยๆ ถุงเลือด ยาฆ่าเชื้อ เครื่องช่วยหายใจ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีหน้าที่เพื่อยืดช่วงเวลาของชีวิตออกไป ผู้ป่วยมีทั้งวัยเด็ก วัยกลางคน วัยหนุ่ม และคนชรา เกิด แก่ เจ็บ เป็นเรื่องธรรมดาแต่กับความตายยังเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในตอนนี้อยากให้มันไปอยู่ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

มุมห้องแห่งนี้มีพระพุทธรูปตั้งอยู่บนหิ้งพระไว้เป็นที่พึ่งทางใจของคนในที่แห่งนี้ ก้าวสั้นๆ ช้าๆ ไม่รีบเร่งเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าบทสรุปของค่ำคืนนี้จะออกมาเช่นไร ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ทำในสิ่งดีและถูกต้องมาแล้วทั้งนั้น ค่อนปีมานี้คำอธิษฐานอ้อนวอนไม่ค่อยที่จะเป็นผลสักเท่าไร อาจจะเป็นเพราะมีคนเยอะแยะมากมายที่อยากจะได้ในสิ่งเดียวกัน เสียงสัญญาณเครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดความดันแข่งกันร้องจนน่ารำคาญ มันยิ่งบีบความรู้สึกของคนรอบข้างไปด้วย ตัวรู้สึกเบาๆ ลอยอย่างบอกไม่ถูก ยาหลายชนิดเข็มแล้วเข็มเล่าที่ถูกอัดฉีดเข้าเส้นเลือด ผู้ป่วยรอวันที่ผลของมันตอบสนองกลับมา อุจจาระสิ่งธรรมดาๆ ธรรมชาติของร่างกายดูจะไม่ก่อเกิดความกังวลกับใครบางคนได้เลยหรือเพราะต้องเห็นรู้กลิ่นสัมผัสอยู่กับมันทุกวันจนชินชา

เสียงพูดที่อ่อนแอไร้ซึ่งพลังไม่เหมือนวันวานที่เคยเข้มแข็ง อบอุ่นและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน นักศึกษาแพทย์ต่างตั้งหน้าตั้งตา ค้นหาความรู้จากตัวผู้ป่วย มันคือตำราความรู้ชั้นเยี่ยมอีกไม่นานเขาเหล่านี้ก็จะจบออกไปเป็นแพทย์อย่างเต็มตัว คำพูดจาไพเราะหวานหูคงไม่มีพลังมากพอที่เพิ่มดีกรีของความคาดหวังในยามค่ำคืนนี้ เข้าใจ เข้าใจ หนทางที่ดีที่สุดมันต้องดำเนินการไปตามแนวแบบแผนทางวิชาการ การต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นมีแต่จะแพ้กับแพ้ ไม่มีทางไหนให้เลือก คนเรากว่าจะผ่านช่วงชีวิตในแต่ละวัยมาได้นั้นใช้ระยะเวลานานพอดู สร้างอะไรต่อมิอะไรไว้ให้คนรุ่นหลังตั้งหลายสิ่งหลายอย่าง

อันที่จริงค่ำคืนอันอบอุ่นแบบนี้สมควรที่จะให้คนที่เรารักนอนอยู่บนที่นอนนุ่มๆ แอร์อุณหภูมิเบาๆ กับผ้าห่มหนาหลังจากที่รับประทานอาหารจานโปรดพร้อมหน้าพร้อมตา กันตามประสาครอบครัวที่อบอุ่น พอตื่นนอนตอนเช้าก็เข้าสวนเก็บพักเก็บไม้ตามแบบคนวัยเกษียณเขาให้ชีวิตกัน อันที่จริงมันน่าจะดำเนินไปรูปแบบเช่นนั้น แต่ไม่......ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้นมีเงินมีทองแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมันเกินความสามารถของมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเรา รอยยิ้มเสียงหัวเราะหายจากความทรงจำไปนานแล้วแววตาที่รอความหวังที่แทบจะไม่มีเข้ามาแทนที่ ภาพที่สมบูรณ์แบบของคนที่อยู่ตรงหน้ามีเฉพาะในความฝันเท่านั้น เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงดวงตะวันก็จะพ้นขอบฟ้า สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่ากับเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อย รุนแรง เพื่อการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ก้าวย่างสั้นๆ ช้าๆ ไม่รีบเร่ง เหมือนการเตรียมใจยอมรับสภาพกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น การต่อสู้ที่ดำเนินมาร่วมสองปีกำลังจะเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ต้องเข้าใจและ ต้องทำใจไม่มีใครอยากให้เป็นเช่นนั้น เมื่อวานความหวังเล็กๆ น้อยๆ ยังลอยอยู่ตรงหน้าอยู่เลยมาคืนนี้หน้ามือกลับกลายเป็นหลังมือไปได้มันไม่ใช่เกมแต่มันคือ ชีวิต.

แพทย์เคยนัดพูดคุยกันเรื่องของอาการและแนวทางของการรักษา พัฒนาการของโรคว่าจะเป็นอย่างไร ในท้ายที่สุดต้องทำอย่างไร แน่นอนสิ่งที่ต้องเลือกต้องทำคือ การทำอย่างไรก็ได้ให้เบาบางจากความเจ็บปวดและทรมานการต้องอยู่กับมันนานๆ ย่อมไม่เป็นที่ปรารถนาของใครเลยแม้แต่คนเดียว ได้โปรดเอาภาพความรู้สึกเหล่านั้นออกไปไกลๆ คุณงามความดีที่ทำสะสมมาตลอดหกสิบกว่าปี มันไม่มีผลตอบสนองในเรื่องกรรมดีบ้างเลยหรือ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจนี้คนเบื้องบนจะทดสอบความเข้มแข็งของคนเบื้องล่างหรืออย่างไร บ่อยครั้งที่นั่งพูดคุยกับสายลมเผื่อว่ามันจะสามารถนำเรื่องราวพัดไปบอกใครบางคนได้

พยาบาลบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันมากมายเสียจนจำไม่ไหว เหตุเพราะเกิดจากการดื้อยา อาหารทางสายยางรสชาติของมันจะสักแค่ไหนกันเชียว สู้น้ำพริก,แกงส้ม,ข้าวผัดปูได้เสียเมื่อไร ผู้ป่วยบางรายแพทย์อนุญาตให้ไปพักฟื้นที่ห้องพิเศษได้ ด้วยอาการที่ดีขึ้นตามลำดับไม่น่าเป็นห่วง บางรายพรุ่งนี้ก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว เป็นข่าวดีที่ใครๆ ก็ปรารถนาจะได้กลับบ้าน แล้วตรงนี้ละอีกนานแค่ไหน กลับไปในสภาพอย่างไร ขาสองข้างที่เคยยืนหยัดนำพาครอบครัวมาสู่จุดของความเป็นวันนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลย แต่นี่มันกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่จะต้านทานลำพังตัวของตัวเอง ไม่เป็นไร ขอแค่ตัวกับหัวใจที่เป็นปกติทุกอย่างก็พร้อมที่จะก้าวย่างต่อไปข้างหน้า แปดปีก่อนปัญหาแบบเดียวกันนี้เราสามารถเป็นผู้กำชัยชนะไว้ได้ มาตอนนี้เหมือนเป็นการแก้แค้นทวงคืน การเสียหน้าในครั้งกระนั้น ไม่เห็นจะต้องทำถึงขนาดนั้นเลย การพูดคุยกันดีๆ ให้เข้าใจน่าจะเป็นทางออกที่ดีกับทุกฝ่าย

แต่ดูเหมือนตอนนี้เหตุการณ์จะไม่ลงเอยในแบบที่สวยหรู แน่นอนได้อย่างย่อมต้องเสียไปอีกอย่าง แต่อยากให้สิ่งที่ต้องเสียไปนั้นเจ็บปวดน้อยที่สุดได้ไหม ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียท้อแท้เกิดขึ้นทุกชั่วขณะเวลา ไม่มีวันไหนที่กินอิ่มนอนหลับอย่างไร้กังวลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เสียงโทรศัพท์ยามดึกต้องทำให้คิดเรื่องราวไปต่างๆ นานา ว่าจะเป็นอย่างนั้นว่าจะเป็นอย่างนี้ แต่แล้วค่ำคืนนี้เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับข่าวคราวที่คาดการณ์เอาไว้จบสิ้นกันเสียทีไม่ต้องทรมานอีกต่อไป ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ถึงตอนนี้ใครอีกหลายคนก็คงตามมา ณ ที่แห่งนี้ ข่าวร้ายสำหรับโลกใบนี้แต่เป็นข่าวดีสำหรับโลกใหม่ ไม่เป็นไรหากโลกหน้ามีอยู่จริงคงได้เจอกันอีกทุกครั้งไป จะทำอย่างไรได้ก็เป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ เหมือนกัน ทำได้แค่นี้พยายามจนหมดกำลังแล้ว ก้าวย่างอย่างช้าๆ ไม่รีบเร่ง

จนมาถึงเตียงผู้ป่วยหมายเลขที่ 31 ของวันที่ 13 สามพฤศจิกายน เวลาตีสองสี่สิบห้านาที สมาธิสติที่แตกพล่านไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พยายามอดกลั้นความรู้สึก ข่มน้ำตาไม่ให้มันไหล พยายามบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เข้าใจ เข้าใจ ลมหายใจเข้าออกยังมีอยู่ เพราะอะไร เพราะเหตุใด ทำไม ต่างๆ นานาคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ มีแต่พัดลมที่ส่งเสียงดังอยู่ด้านบนเพดาน ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ป่วยรายอื่นคงรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พยาบาลก็คงจะทราบด้วย แต่มันคือข้อตกลง มันคือข้อตกลงที่ทุกคนต้องทำ แหละมันก็เป็นตามข้อตกลงนั้นจริงๆ มืออันแข็งแกร่งและนิ่มนวลในเวลาเดียวกัน ยังมีไออุ่นอยู่เต็มเปี่ยม สัมผัสครั้งสุดท้ายที่ปราศจากถ้อยคำพูดใดๆ นอกเสียจากหัวใจต่อหัวใจ น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาโดยที่ยังรู้สึกตัว สมองยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่ยืนมองดูภาพเบื้องหน้า ภาพที่เห็นกันมาช้านาน ภาพที่อบอุ่นภาพของการเป็นแบบอย่าง ภาพที่เป็นทุกๆ สิ่งของครอบครัว เสียงฝีเท้าของใครอีกหลายคนกำลังย้ำเท้าเข้ามาใกล้ทุกขณะ ต้องเข้าใจ ต้องเข้าใจ ต้องบอกทุกคนให้รู้ ต้องทำใจ ต้องทำใจ ต้องบอกทุกคนให้คนให้เข้าใจ

เสียงร่ำไห้น้ำตายากที่จะห้ามกันได้ในยามนี้ เสียงร่ำไห้ดังขึ้นพร้อมๆ กับลมหายใจที่ค่อยๆ แผ่วเบาลง กลับคืนมาได้ไหม กลับมาเป็นดังเดิม ย้อนเวลากลับไปได้หรือเปล่า กลับไปเพื่อจะเก็บมันไว้ให้นานๆ จะไม่ยอมปล่อยมันให้หลุดไปไหนได้อีกสัญญา สัญญา เสียงลมหายใจค่อยๆ สงบลง หลังจากพยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจออก. ก้าวย่างอันเชื่องช้าไม่รีบเร่งมาหยุดอยู่ตรงที่เตียงผู้ป่วยหมายเลขที่ 31 ของวันที่ 13 พฤศจิกายน เวลา ตีสองสี่ห้านาที

ผู้ป่วยที่นอนพักอยู่บนเตียงคือ พ่อของผมเอง ท่านมีอายุหกสิบแปดปี ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมาเป็นระยะเวลาสองปี ใช้วิธีการรักษาเกือบทุกแนวทางเพื่อที่ให้จะท่านมีชีวิตอยู่กับครอบครัวนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ แต่มันก็ยากเกินไปเพราะขั้นของมะเร็งอยู่ที่ระยะสามเข้าสู่ระยะที่สี่ จนแพทย์ให้ท่านเข้ารับการใช้เคมีบำบัดเจ้าสารคีโม โดยที่พ่อเคยผ่านการเป็นวัณโรคปอดมาก่อน เมื่อได้รับการฉีดคีโมเข้าไปทำให้เกิดสภาวะแทรกซ้อนของโรคดั่งกล่าว พ่อเดินไม่ได้มาสามเดือนเศษแล้วเหตุเพราะ เชื้อมะเร็งเข้าถึงกระดูกและเข้ากดทับสันประสาทบริเวณช่วงสะโพก ทำให้ขาทั้งสองข้างไม่มีเรี่ยวแรง

ช่วงสามเดือนหลังมานี้พ่อต้องเข้าออกโรงพยาบาลสองครั้ง ครั้งหลังก็คือครั้งนี้ซึ่งดูเหมือนจะหนักกว่าทุกครั้งไป เนื่องจากถุงลมในปอดแตก บวกกับอาการดื้อยาของโรคทำให้อาการของพ่อไม่ดีขึ้น ผมซึ่งเป็นลูกคนโตและมีน้องอีกสามคน ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลพ่อตลอดในช่วงเวลาที่พ่อป่วย ทั้งในยามที่พ่อพักฟื้นอยู่ที่ บ้านและโรงพยาบาล ความอบอุ่นในครอบครัวถูกแทนที่ด้วยความเศร้า เหนื่อยล้า คาดหวัง ว่าสักวันพ่อจะต้องกลับมาเป็นดังเดิม กลับมาอยู่เป็นกำลังใจให้ลูกๆ ทั้งสี่คน แต่...ไม่พ่อไม่กลับมา ร่างอันไร้ลมหายใจของพ่ออยู่ตรงเบื้องหน้าผม

แพทย์ผู้ที่ดูแลพ่อซึ่งไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เคยบอกกับผมว่าหากว่าวันหนึ่งวันใดอาการของพ่อดำเนินไปถึงขั้นถึงที่สุด จะให้ทางคณะแพทย์ทำการเจาะคอเพื่อช่วยระบบการหายใจหรือไม่ ผมตอบทันทีว่าไม่ เพราะตอนนี้พ่อผมก็ทรมานพออยู่แล้ว ทั้งเจาะปอด เครื่องช่วยหายใจไฟฟ้า สายยางให้อาหารเหลว เครื่องวัดความดัน ผมไม่อยากให้พ่อต้องทรมานอีกต่อไปแล้ว หลังจากวันที่ผมพูดคุยกับแพทย์ได้ไม่เกินห้าวัน ตอนเวลาตีสองสิบห้านาที ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาหาผม ผมพอจะเดาทางออกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาการของพ่อ เพราะสี่วันก่อนหน้านั้นพ่อผมไม่สามารถที่จะพูดคุยตอบโต้กับใครได้อีกเลย แต่ไม่นึกว่าค่ำคืนนี้ผมจะต้องสูญเสียพ่อไปอย่างไม่มีกลับ

ผมรีบขับรถไปโรงพยาบาลทันที พร้อมกับโทรบอกแม่และน้องๆ ผมไปถึงโรงพยาบาลเป็นคนแรก แต่ไม่ทันการณ์มันสายไป ผมไปไม่ทันที่จะได้ดูใจพ่อเป็นครั้งสุดท้าย พ่อผมสิ้นลมแล้วท่านจากพวกเราไปแล้ว สักพักหนึ่งแม่,น้องชายและญาติก็มาถึง บรรยากาศแห่งความเศร้า ,น้ำตา เดินทางเข้ามาปกคลุมทันที กลับบ้านเราพ่อ ผมจะพาพ่อกลับบ้าน บ้านที่พ่อสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือของพ่อจะไม่เจ็บ ไม่ทรมานอีกต่อไปแล้ว เราไม่สามารถที่จะเอาชนะกฎธรรมชาติได้ แต่ทำไมมันต้องรวดเร็วถึงขนาดนี้ด้วย ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ หลับให้สบายนะพ่อไม่ต้องห่วงข้างหลัง ผมจะดูแลแม่และน้องๆ ให้ดีที่สุด จะเดินตามสานต่อในแนวทางที่พ่อได้ทำไว้อย่างสุดความสามารถ โรงพยาบาลชั้นล่างยังไร้ผู้คน รถเข็นเตียงคนไข้ว่างเปล่ายังอยู่ที่เดิม ก้าวย่างช้าๆ ไม่รีบเร่ง รถโรงพยาบาลนำร่างของพ่อวิ่งออกไปแล้ว

ยามกะดึกยังนั่งคุยกันอยู่ สายลมเย็นของเวลาใกล้รุ่ง โชยมาปะทะกับใบหน้าที่คราบน้ำตายังไม่จากหายไป ใบต้นหูกลางร่วงหล่นลงมาสู่พื้น บ้างตกค้างอยู่บนหลังคารถ ลานจอดรถยังมีที่ว่างอีกเยอะสัญญาณไฟจราจรสีเหลืองตรงสี่แยกทางออกจากโรงพยาบาล ยังคงกะพริบอยู่อย่างนั้นไม่รู้สึกเบื่อ ถนนยังคงโล่งว่าง บ้านเรือนผู้คนยังคงปิดประตูมิดชิด ผมขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน ขึ้นเนินสูงมองเห็นแสงตะวันเรืองๆ อยู่ไกลลิบๆ วันใหม่กำลังเดินทางมาถึง วันเก่ากำลังจากเรา จากไปอย่างไม่มีวันกลับคืนมา วันใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร ขับรถไปอย่างช้าๆ ไม่รีบเร่ง วันใหม่ไม่รู้จะเป็นเช่นไร แต่.....

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store