NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Orange lily แด่เด็กชาย(คนทุกคน)ผู้ถูกเกลียด(1) #เรื่องเล่าจากบอลลูน
หมวด: Funny

Orange lily แด่เด็กชาย(คนทุกคน)ผู้ถูกเกลียด(1) #เรื่องเล่าจากบอลลูน

  • 663
  • 22
  • 0
TheBalloon'sDiary

หมายเหตุ: ไม่รู้แกรมม่าจะถูกหมดไหม ถ้าผิดพลาดตรงไหนขออภัยนะคะ

 

 

ฺBe joyful the way you are, because that makes an orange lily to be more lively just like you.

(จงเป็นคนร่าเริงในแบบที่เธอเป็น เพราะมันทำให้ดอกลิลลี่สีส้มดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้นเหมือนกับเธอ)

 

 

นานมาแล้ว มีเด็กหญิงชั้นประถมคนหนึ่งชื่อ A เด็กชายเพื่อนร่วมห้องอีกคนชื่อP ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน ไม่ว่าจะนั่งเรียนหรือนั่งกินข้าวก็นั่งด้วยกัน ทำงานกลุ่มก็ทำด้วยกัน เล่นก็เล่นด้วยกัน ซึ่งกิจกรรมสนุกๆ ที่เด็กทั้งคู่ชอบทำในเวลาว่างมากที่สุดก็คือการจับกลุ่มกับเพื่อนคนอื่นเพื่อเล่นเป่ากบ พวกเขามีความสุขมากที่ได้เล่นด้วยกันแบบนั้นทุกวัน 'พวกเขา'ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่เด็กหญิง A กับเด็กชาย P แต่รวมไปถึงเพื่อนๆ คนอื่นที่ถูกรายล้อมด้วยความสดใสร่าเริง

'เพื่อนๆ คนอื่นที่ถูกรายล้อมด้วยความสดใสร่าเริง' เด็กหญิง A ใคร่ครวญถึงความคิดซึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวบ่อยๆ เธอรู้สึกว่าเด็กชาย P เป็นเพื่อนที่ดีต่อเธอมากที่สุดคนหนึ่ง และเธอก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเด็กผู้หญิงที่มีโลกส่วนตัวสูง ทำตัวเรียบร้อย ไม่พูดจาเสียงดัง แถมยังรู้สึกอึดอัดและไม่มีแนวโน้มที่จะสนิทกับเพศตรงข้ามอย่างเธอจะมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชาย หรือก็คือเด็กชายP ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทผู้ชายคนแรกในชีวิตเธอ เธอไม่เคยรู้ว่าทำไม ไม่เคยจำได้ว่ามาเป็นเพื่อนกันตอนไหน แต่ที่รู้คือ.. เด็กชาย P ก็แค่เป็นตัวของตัวเอง หัวเราะบ่อยและเสียงดัง และที่สำคัญคือไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เด็กหญิง A สามารถหัวเราะเสียงดังให้เขาได้ยินในแบบที่ตัวเองต้องการจริงๆ

จนมาวันหนึ่งที่เด็กๆ ขึ้นชั้นเรียนใหม่ เด็กหญิง A ยังคงรู้สึกมวนๆ ท้องไม่เปลี่ยนในวันเปิดเทอมวันแรก เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องเรียนที่แตกต่างจากเดิมไปนิดหน่อย เพื่อนๆ ก็พูดทักทายพร้อมชวนคุยเรื่องปิดเทอมที่ผ่านมา เด็กหญิงAตอบไปประโยคสองประโยคก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ เพื่อนรัก เด็กชายPทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม เธอยิ้มตอบ พูดคุยเสียงดังราวกับกักเก็บเสียงนั้นมาตลอดหน้าร้อน..ราวกับไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป เว้นแต่..

เด็กหญิง A ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากเพื่อนผู้หญิงที่จับกลุ่มนินทา พวกเธอกำลังนินทาเด็กชายP

"นี่ๆ จริงเหรอที่ P ชอบแอบมอง N และก็ยังชอบตามติดNตลอด"

"นั่นสิ ถ้าเป็นงั้นจริงNไม่กลัวเหรอ เค้าว่าเหมือนพวกโรคจิตที่คุณแม่ชอบเตือนเค้าบ่อยๆ เลยนะ"

"กลัวสิ เค้าไม่กล้าอยู่ใกล้เลย P น่ะชอบมาอยู่ใกล้ๆ เค้าตั้งแต่ปีที่แล้วละ" เด็กหญิงNตอบ

เด็กหญิง A ที่แอบฟังอยู่โกรธมากที่เพื่อนผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดกับเพื่อนสนิทของเธอในทางแย่ๆ แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร จนเด็กชาย P ที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเอง

เด็กหญิงNกับแก๊งเพื่อนตวัดสายตามองคนที่เพิ่งมาเป็นตาเดียว เด็กชายPเห็นเด็กหญิงNมองมาจึงส่งยิ้มไปให้ ทว่าแทนที่จะได้รับรอยยิ้มเป็นมิตรกลับคืนมาบ้าง เขากลับโดนอีกฝ่ายหันหลังหนีไปคุยเล่นกับเพื่อนต่ออย่างไม่แยแส

เด็กหญิงAมองเพื่อนของเธอนั่งลงด้วยสีหน้าจ๋อยๆ เธอไม่ชอบเวลาที่เด็กชายPเศร้าเลย อะไรกันที่ทำให้เขาผู้แจกจ่ายความสดใสหมองหม่นลงได้ขนาดนี้? เพราะแค่การกระทำของคนกลุ่มหนึ่งงั้นเหรอ? เด็กหญิงAได้แต่สงสัย และหวังว่าเธอจะเป็นคนที่ทำให้เด็กชายPเลิกทำหน้าจ๋อยแบบนั้น

แล้วเด็กชายPก็เลิกทำหน้าจ๋อยหลังผ่านไปเพียงไม่นาน เขาหันไปสนทนากับเด็กหญิงAอย่างสนุกสนานระหว่างที่ครูกำลังสอนเหมือนเคย พวกเขาทั้งเล่นทั้งตั้งใจเรียนปะปนกัน แต่ก็เรียนรอดทั้งคู่

วันเวลาผ่านผันไปหลายเดือนจนในที่สุดเทศกาลซ้อมเชียร์กีฬาสีของโรงเรียนก็มาถึง เบื้องหน้าหมู่นักเรียนวัยประถมมีรุ่นพี่ประมาณสองสามคนกำลังยืนถือโทรโข่ง ร้องตะโกนเพลงเชียร์เสียงดังให้น้องๆ ร้องตามกันอย่างเข้มแข็งและมีพลัง ในขณะที่รุ่นพี่ส่วนมากแค่ร้องเพลงพลางปรบมือเบาๆ ตามจังหวะ แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งใหญ่ๆ เช่นกันที่หาอะไรมาพัดให้น้องๆ ที่นั่งจุ้มปุ๊กไม่ได้ขยับไปไหน บ้างก็เตรียมน้ำแดงกับขนมแจกให้รุ่นน้องก่อนถึงเวลาพักครั้งถัดไป

และแน่นอนว่าทุกอย่างยังคงดำเนินไปแบบเดิม ทั้งความรู้สึกเบื่อหน่ายกับอาการปวดเมื่อยขาที่ทวีเพิ่มขึ้นจนเริ่มจะชาๆ รวมไปถึงการที่เด็กหญิงAกับเด็กชายPยังสนิทสนมและเล่นด้วยกันดี ..เพียงแต่สิ่งที่ไม่เหมือนเมื่อก่อนนั้นก็คือการที่เด็กชายPจะทำหน้าเศร้าสลดทุกครั้งที่เด็กหญิงNมองมาอย่างรังเกียจ บ้างก็ไล่ให้ไปไกลๆ ว่าพูดมากน่ารำคาญบ้าง ซึ่งเด็กหญิงAไม่เคยเข้าใจถึงสาเหตุที่ใครสักคนจะเกลียดเพื่อนร่วมห้องของตัวเองได้ขนาดนั้น โดยเฉพาะเพื่อนที่ไม่เคยว่าใคร ร่าเริงแจ่มใสอีกทั้งยังชอบชวนคนอื่นพูดคุยอย่างเฟรนด์ลี่ อาจจะจริงที่เด็กชายPดูจะต้องการคุยเล่นกับเด็กหญิงNมากเป็นพิเศษ และอาจแอบมองบ้างในบางครั้ง แต่ทำไมต้องรังเกียจถึงขั้นออกปากไล่กัน? เขาไม่ใช่โรคจิตอย่างที่พวกเธอคิดไปเองสักหน่อย

"เราขอนั่งด้วยนะN" เพราะไม่มีที่นั่งอื่นเหลือแล้ว เด็กหญิงAจึงขอเจ้าของชื่อนั่งข้างๆ

คนถูกขอเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว "ได้สิ แต่.. อย่าให้Pนั่งตรงนี้นะ"

คำพูดแย่ๆ จากเด็กหญิงNทำให้ผู้ฟังไม่พอใจเอามากๆ "ทำไมNถึงไม่อยากให้Pนั่งตรงนี้เหรอ? " เด็กหญิงAถามต่อ ทั้งสงสัยทั้งโกรธเคือง

"ก็เค้า'เกลียด'Pมากๆ เลยน่ะสิ" คนถูกถามตอบกลับในทันที "P น่ะชอบทำตัวน่ารำคาญ พูดมาก ชอบยิ้มแปลกๆ มาให้เค้า ชอบมองมาบ่อยๆ และก็ชอบอยู่ใกล้เค้าด้วย เหมือนพวกโรคจิตในข่าวเลย"

"แต่เราว่าPไม่ใช่พวกโรคจิตนะ"

"ก็AสนิทกับPนี่"

"Pไม่ใช่--"

"A จะย้ายไปนั่งกับ P ก็ได้นะ นั่นไง P นั่งอยู่โน่น" ว่าจบก็ใช้นิ้วชี้ไปทางหนึ่งใน'พวกโรคจิต'ในความคิดของตน เด็กหญิง A นั่งระงับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินดุ่มๆ ไปทิ้งตัวนั่งขัดสมาธิข้างๆ ผู้เป็นเพื่อน รู้สึกโกรธแทนเด็กชาย P ในแบบที่ว่าแค่หันกลับไปมองหน้าเด็กหญิงอีกคนก็ยังไม่อยากทำ

"หายไปไหนมาน่ะ? ตอนแรกเรานึกว่าPจะโดดซะอีก" เด็กหญิงAพูดหลังจากที่นั่งลง ตามองตรงไปยังรุ่นพี่ที่กำลังเต้นท่าอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แต่แล้วก็เป็นต้องหันขวับไปมองคนข้างๆ ที่ยังไม่ส่งเสียงใดๆ เห็นเด็กชายPกำลังมองรุ่นพี่เต้นไม่ต่างกัน ไม่สิ แค่มองไปข้างหน้ามากกว่า.. ที่ไหนสักแห่ง

'ความเงียบไม่ใช่สิ่งคู่กันของ P' เด็กหญิง A รู้สึกว่ามันแปลกๆ จึงเริ่มพิจารณาใบหน้านั้นมากขึ้น สังเกตแววตาเศร้าๆ อ่านข้อความซึ่งสื่อความหมายบางอย่างในตัว แล้วเธอก็ค้นพบคำตอบที่คิดว่าใช่ เมื่อพบเห็นคราบน้ำตา ดวงตากับจมูกอันแดงก่ำ

เห็นแบบนั้นแล้วความโกรธที่มีทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นใจ ทำไมกัน? เพื่อนของเธอก็แค่อัธยาศัยดีแท้ๆ ยัยนั่นอคติมากไปหน่อยแล้ว..

 

 

'Some people just choose to look past those beautiful flowers.'

(คนบางคนก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อดอกไม้สวยงามเหล่านั้น)

 

 

ข้อความนี้จริงแท้แน่นอน..

 

 

To be continued

 

 

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ ตอนต่อไปรอหน่อยน้า

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store