NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน
หมวด: Food & Travel

หลวงพระบาง 3 วัน 2 คืน

  • 726
  • 10
  • 6
ลีลาวดีสีเลือด

สำหรับใครที่เป็นนักเดินทางตัวยง ชอบท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เชื่อได้เลยว่าต้องมีชื่อ “เมืองหลวงพระบาง” ติดหนึ่งในห้าหรือไม่ก็หนึ่งในสิบอันดับสถานที่ที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต 

แน่นอนเราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ตอบว่าใช่ ถ้าใช่แล้วมัวรออะไร เก็บเงินได้ก็ไปกันเลย!!!

ไปเลยจริงๆค่ะ เพราะทริปนี้เราตั้งต้นที่จังหวัดเลยมุ่งหน้าสู่หลวงพระบางเมืองแห่งมรดกโลก โดยรถทัวร์สายเมืองเลย-หลวงพระบาง ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8-10 ชั่วโมง ถ้าวันไหนโชคดีหน่อยผู้ร่วมโดยสารไปกับรถไม่เยอะก็จะใช้เวลาเดินทางเพียง 8 ชั่วโมง ย้ำว่า 8 ชั่วโมงเท่านั้น!! อ้อ! ลืมบอกไปรถทัวร์สายนี้วิ่งรอบเดียวต่อวันเท่านั้น เวลา 08.00 น. ล้อหมุนตรงเวลาเป๊ะ

และแล้วในการเดินทางครั้งนี้เราก็นับว่าเป็นผู้โชคดี เพราะคนขับบอกกับเราว่า นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่รถเทียบชานชาลาหลวงพระบางในเวลาห้าโมงเย็น

ส่วนการนั่งรถทัวร์ก็เหมือนบ้านเรานี่แหละ มีจุดพักรถให้กินข้าว เข้าห้องน้ำเป็นระยะๆ เพราะฉะนั้นหายห่วงเรื่องการเดินทางได้เลย ว่าแต่แปดชั่วโมงบนนั้นจะทำอะไร อันนี้คงต้องให้ไปคิดกันเอาเอง ส่วนเราก็หลับบ้างตื่นดูวิวข้างทางบ้าง ใครที่ชอบเมารถก็อย่าลืมเตรียมยาดม ยาอม ยาหม่อง ยาแก้เมา ถุงพลาสติกไปให้พร้อมนะจ๊ะ เพราะเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวพอสมควร

เอาล่ะ!! เริ่มชีวิต 3 วัน 2 คืนในเมืองหลวงพระบางกันเลย เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด เรากับเพื่อนจึงเตรียมตัวก่อนจะมาพอสมควร ว่าจะไปที่ไหนกันบ้าง 

แสดงแดดยามบ่ายแก่ๆสาดส่องลอดเงาไม้ ตกกระทบพื้นปูนซีเมนต์ ดูเผินๆเหมือนภาพสะท้อนบนผิวน้ำ   ไอร้อนผ่าวกระทบเข้าทุกอณูรูขุมขนเมื่อเท้าเหยียบย่ำบนผืนแผ่นดินลาว “ร้อนชิบหายเลย” เสียงพึมพำๆของเพื่อนร่วมทริปตัวจิ๋ว ก็แหม๋ มาเที่ยวหน้าร้อนมันก็ร้อนอย่างนี้แหละน่า... หลังจากแลกเงินและจองตั๋วขากลับไว้เสร็จสรรพ เราก็โบกรถแท็กซี่เข้าไปยังถนนคนเดินซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของเมืองหลวงพระบาง จากตรงนี้สามารถเดินหาที่พักได้ตามใจชอบ  แต่เราเป็นประเภทที่ปลอดภัยไว้ก่อนเลยจองเกตส์เฮาส์กับเวบบุ๊คกิ้งไว้ล่วงหน้า 

“ซาโยนากา” คือเกตส์เฮ้าส์ที่เราจะนอนกันสองคืน จากถนนคนเดินหรือที่ชาวหลวงพระบางเรียกกันว่าตลาดมืด เราให้กูเกิ้ลแมบนำทางไปยังที่พักซึ่งใช้เวลาเพียง 2 นาที จากนั้นก็ทำการเช็คอินเก็บของเข้าที่พัก ทำธุระส่วนตัวนิดหน่อย แล้วออกไปตะลุย ตลาดมืดกันต่อ 

ถนนคนเดิน หรือตลาดมืดจะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ห้าโมงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน จะมีตั้งแต่ของกิน ของฝากกระจุ๋มกระจิ๋ม ไปจนถึงของฝากชิ้นใหญ่ๆ เช่นพวก งานไม้แกะสลัก งานฝีมือ เป็นต้น

ตำหลวงพระบางร้านนี้จัดว่าเด็ดที่สุดในย่านถนนคนเดิน หากใครมาเยือนหลวงพระบางก็ไม่ควรพลาดที่จะลองมาชิม

ร้านอาหารบุฟเฟต์ตักได้ตามใจชอบ ไม่อิ่มเชิญตักใหม่ ก็เป็นอีกร้านที่ผู้คนแน่นขนัดตา 

หมดไปหนึ่งวันกับการเดินทาง เดินซื้อของฝากติดไม้ติดมือเล็กๆน้อยๆ พรุ่งนี้เราจะตระเวนถ่ายรูปชิคๆ รอบเมืองหลวงพระบางกันในช่วงเช้า ทัวร์วัดเซียงทอง ต่อด้วยน้ำตกกาดกวางสีซึ่งเป็นไฮไลท์ของการเดินทางในครั้งนี้ ตามด้วยขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่วัดพระธาตุพูสีจุดเช็คอินสุดท้ายของพวกเรา

วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำโขง

อาคารบ้านเรือนรอบเมืองหลวงพระบาง

วัดเซียงทองจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนหลวงพระบาง 

 

 

ที่เห็นในรูปเป็นแค่บางส่วนเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายตรอกซอกซอยที่เรายังไปไม่ถึง ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าด้วยเวลาอันจำกัด เราจึงต้องเลือกและใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เราจึงต้องรีบบึ่งรถตามไปให้ทัน!  

การเดินทางไปนำ้ตกตาดกวางสีก็ไม่ยากอย่างที่คิด ใครที่ชอบสะดวกสบายหน่อย ก็เหมารถแท็กซี่หรือจะหาเพื่อนร่วมทริปหลายๆคนแล้วเหมาไปก็ได้ เป็นการประหยัดค่าเดินทางไปอีกแบบ อ๊ะ! อย่าพึ่งงงว่าแท็กซี่จะไปกันยังไงหลายคน เพราะพี่แท็กในลาวก็ตุ๊กๆบ้านเรานี่แหละ เปิดประทุนรับลมเย็นตลอดการเดินทางไปเลย 

ส่วนเราและคู่หูเลือกที่จะเช่ามอเตอร์ไซค์แล้วขับไปกันเอง น้ำตกตาดกวางสีอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 28 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมงโดยประมาณ จะเหมาหรือจะเช่าก็คงต้องแล้วแต่ความสะดวกและสไตล์ของแต่ละคน 

ซ่า ซ่า ซ่า เสียงธารน้ำไหลอยู่ไม่ไกลจากทางเข้ามากนัก เสียงจ๊อกจ๊อกจอแจไม่เป็นศัพท์ของผู้คนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เราเข้าใกล้น้ำตกเต็มที 

อู้วหู้วววววว สวยมากกกก เราสองคนแทบจะประสานเสียงเข้าด้วยกัน เมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า 

น้ำสีฟ้ามรกตชวนให้ลงไปสัมผัส

 

ที่นี่เราจะพบนักท่องเที่ยวจากหลายเชื้อชาติมา นอนเอกเขนกแช่น้ำคลายร้อนกันแทบจะทุกชั้นของน้ำตก สำหรับใครที่ชอบเล่นน้ำก็เตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อม         

และแล้วก็มาถึงจุดเช็คอินสุดท้ายของเราในการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือ การเดินขึ้นพระธาตุพูสี เพื่อชิมวิวพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำโขง กว่าจะเดินถึงยอดพระธาตุก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน เวลานี้นักท่องเที่ยวต่างพากันจับจองที่นั่งเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตก พื้นที่ข้างบนจึงดูคับแคบไปชั่วขณะ

วิวเมืองฝั่งแม่น้ำคาน

ตะวันลับขอบฟ้าเป็นสัญญาณบอกลาของการเดินทาง... 

สรุปค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้

-ค่าเกตส์เฮ้าส์ 2 คืน 1,752 บาท (รวมอาหารเช้า)

-ค่ารถ 700 ไป-กลับ 1,400 บาท*2 คน 2800 บาท (มีขนม+น้ำเปล่า1ขวด+ตั๋วอาหารเที่ยง จะมีให้เลือก 4 อย่าง เฝอ ข้าวเปียก ผัดกระเพรา ข้าวผัด)

สถานนีเดินรถเลย โทร: 042-811-705 

สถานีขนส่งแขวงหลวง โทร: +85620-555-700-22                              

- ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซต์ 1 วัน 400บาท 

-ค่าแท็กซี่จาก บขส.หลวงพระบาง-ถนนคนเดิน 60 บาท*2 คน ไป-กลับ  240 บาท

-ค่าเข้าชมวัดเซียงทอง, น้ำตกตาดกวางสี, พระธาตุพูสี ที่ละ 80 บาท*2 คน 480 บาท

-ค่าซิมเน็ต 100 บาท* 2 คน 200 บาท (สามารถซื้อบนรถทัวร์ได้เลย หรือจะซื้อตามตู้แลกเงินในถนนคนเดินก็ได้)

-ค่ากิน จ่ายจุกจิก ประมาณ 3,000 บาท

ทั้งหมดก็ 8,872 บาท ยังเหลือเงินติดไม้ติดมือกลับบ้านคนละนิดละหน่อย

แนะนำว่าควรจะไปแลกเงินที่ตู้ในถนนคนเดินจะได้ราคาดีกว่าที่ บขส.  (บขส.คิด 1บาท/250 กีบ) (ตู้ 1บาท /279 กีบ) หรือจะใช้เงินไทยซื้อของก็ได้ แต่จะทอนเป็นเงินกีบกลับมา ควรแลกแต่พอใช้เพราะขาแลกกลับจะคิด 1บาท/289กีบ

 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store