NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ใจบางๆ..กับหลวงพระบางในหน้าฝน
หมวด: Food & Travel

ใจบางๆ..กับหลวงพระบางในหน้าฝน

  • 626
  • 0
  • 2
เมฆสีหมอก

เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง เชื่อว่าชื่อนี้เป็น wish list ของใครหลายๆคน รวมถึงเราด้วย การเดินทางครั้งนี้ของเราเกิดขึ้นกลางเดือนตุลาคม จากบขส.เลย โดยรถเลย-หลวงพระบาง รถที่ไปหลวงพระบางจะมีแค่วันละรอบ คือ 8.00น. ก่อนเดือนทางเราก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่มีรอบรถเวลากลางคืนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลากลางวันไปกับการเดินทาง  เมื่อออกเดินทางจึงรู้ว่าทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะด่านตรวจคนเข้าเมืองปิด 18.00 น.

เราเดินทางถึงหลวงพระบางประมาณ 18.00 น. สิ่งที่ทำอย่างแรกคือแลกเงินกีบ และซื้อซิมเน็ตบริเวณท่ารถทัวร์ ก่อนเดินออกไปเรียกตุ๊กๆบริเวณท่ารถ  เราลองค้นหาที่พักจาก google map พบว่าอยู่ไม่ไกล แต่พอถามราคาตุ๊กๆ เราว่าเทียบกับระยะทางแล้วมันแพงเกินไป เราเลยลองต่อราคาลงมา สรุปว่าราคาลดลงมาเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว  

เนื่องจากเรามีเวลาเที่ยวแค่หนึ่งวัน จึงตกลงกันว่าจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเที่ยววัดต่างๆในหลวงพระบางในช่วงเช้า และไปตาดกวางสีในช่วงบ่าย ส่วนรถมอเตอร์ไซค์นั้นเราให้ฟรอนท์ของโรงแรมจองให้  

สำหรับใครที่กลัวว่าไปเที่ยวลาวแล้วจะคุยกับคนที่นั่นไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยค่ะ คนส่วนใหญ่ที่นั่นพูดและฟังภาษาไทยได้ จากการสอบถามน้องที่เฝ้าฟรอนท์ของโรงแรมก็ได้ทราบสาเหตุของการพูดและฟังภาษาไทยได้คือ ที่บ้านคนลาวส่วนใหญ่จะดูละครไทย น้องจึงได้หัดฟังและพูดภาษาไทยมาตั้งแต่เด็กๆ

เช้ามาเราก็ตักบาตรข้าวเหนียวบริเวณหน้าโรงแรม ซึ่งจะมีคนมาขายข้าวเหนียวและปูเสื่อและเอาตั่ง(เก้าอี้ตัวเล็ก)มาตั้งรออยู่ตั้งแต่เช้ามืด หลังจากใส่บาตรเสร็จยายคนที่ขายข้าวเหนียวบอกให้เราปั้นข้าวเหนียวสามก้อน(ก้อนเล็กๆ)วางไว้ตอไม้เพื่อเป็นการบูชาเทวดา

หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จแล้ว เจ้าของรถที่ทางโรงแรมเช่าให้ก็เอารถมาจอดไว้ที่หน้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย เอาล่ะได้เวลาทัวร์วัดแล้ว

ช่วงเช้าเราไปไหว้พระหลายวัดด้วยกัน แต่วัดที่เราประทับใจที่สุดเห็นจะเป็น วัดเชียงทอง

ตั้งแต่ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดหน้าวัด มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ตีนบันไดวัด ตะโกนบอกเราว่า จอดตรงนี้ต้องจ่ายค่าเบิ่ง(ดู)รถให้เราด้วย  เดี๋ยวจะเบิ่งให้ ในใจเราก็คิดว่าไม่จำเป็นขนาดนั้นมั้ง  จึงขับเลยไปอีกนิดเพื่อจอดไกลๆหน่อย แต่พอเดินมาจะขึ้นบันไดก็โดนทวงค่าเบิ่งรถให้ เราเลยบอกว่าจะมาจ่ายตอนกลับ แต่อดคิดไม่ได้ว่าโดนรีดไถรึป่าว พอเดินไปซื้อตั๋วเข้าชมวัดเลยไปถามคนขายตั๋ว ว่าต้องจ่ายเงินค่าจอดรถรึป่าว เขาบอกว่าไม่ต้อง จากนั้นก็เหมือนเขาเดินไปคุยกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้น และเห็นได้ชัดว่าโดยสลายกลุ่ม

 

วัดเชียงทอง สมกับการได้รับการขนามนามว่าเป็น"อัญมณีของศิลปะล้านช้าง"จริงๆ ด้วยเป็นวัดเก่าแก่ที่ยังคงความสมบูรณ์ของศิลปะล้านช้างเอาไว้ และลวดลายต่างๆหรือแม้แต่จิตรกรรมฝาผนังก็ยังสมบูรณ์ ให้เราได้ซึบซับไปกับกลิ่นอายของอารยธรรมล้านช้าง

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบความงามของวัดวาอาราม  วัดเชียงทองเป็นอีกสถานที่ ที่ไม่ควรพลาด ถึงแม้ว่าจะเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว แต่ก็ยังความสงบซึ่งเป็นกลิ่นอายของพุทธสถานได้เป็นอย่างดี

ตาดกวางสี

ตาดกวางสีเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของหลวงพระบาง ส่วนการเดินทางนั้น เราอาศัย google map ในการนำทาง

ก่อนจะผ่านเข้าไปที่ตาดกวางสี ต้องผ่านหมีก่อน เพราะที่นี่มี "ศูนย์อนุรักษ์หมี”ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมหมีที่มาจากการช่วยเหลือจากการค้าสัตว์ป่า จากการล่าสัตว์ ไม่กล้าเข้าใกล้ตัวจริง ถ่ายกับหุ่นหมีๆไปก่อนแล้วกัน

พอเข้ามาในเขตน้ำตกจะเห็นนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางธารน้ำสีเขียวมรกต

เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝนน้ำก็จะเยอะเป็นพิเศษ บริเวณไหนที่อันตรายก็จะมีเชือกกั้นและติดป้ายไว้ไม่ให้เล่นน้ำ

ขึ้นมาเรื่อยๆจะถึงจุดที่มีน้ำตกที่สูงที่สุด และสวยที่สุดในบริเวณนี้ สวยจนคนข้างๆอุทานขึ้นมาว่า"น้ำตกบ้าอะไร สวยขนาดนี้"

บริเวณใกล้ๆน้ำตกจะมีสะพานทอดตัวในแนวขวางกับน้ำตก บริเวณนี้ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ

เมื่อเราลองไปยืนดูมั่ง ปรากฎว่ายืนไม่ได้นาน ไม่ใช่ไม่สวยหรืออะไรหรอกนะ  แต่คือ เปียก  เปียกไปทั้งตัวเลยทีเดียว เนื่องจากระอองน้ำจากน้ำตกกระเด็นมาไกลถึงสะพาน ทำให้ไม่ต่างจากการโดนปรอยฝน  ชุ่มช่ำกันเลยทีเดียว

 

ตกเย็นเราก็ขึ้นพระธาตุภูสีเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันต่อ

เห็นมวลก้อนเมฆ แล้วก็ต้องทำใจ รอให้ตายยังไงคงไม่เห็นพระอาทิตย์ตกดิน 

จึงตัดสินใจเดินลงจากพระธาตุทางฝั่งตลาดมืด เพื่อจะได้หาของกินและซื้อของฝากกลับบ้าน

แต่เรื่องราวของทริปนี้ยังไม่จบแค่นี้ เรื่องของเรื่องก็คือช่วงเย็นเราได้ไปคุยเล่นกับน้องที่เฝ้าฟรอนท์ของโรงแรมเรื่องการคืนรถมอเตอร์ไซค์ เลยไปถึงการเดินทางกลับ น้องบอกว่าเดี๋ยวโทรคอนเฟิร์มรอบรถให้ปรากฎว่ารถเสีย วันพรุ่งนี้ไม่สามารถเดินทางได้ งานเข้า!!มะรืนต้องทำงาน ถ้าขึ้นเครื่องไปลงที่กทม.ต้องนั่งรถกลับมาที่ทำงานอีกแปดชั่วโมง จึงสอบถามที่ท่ารถทัวร์เรื่องจัดการคืนเงินค่าตั๋วรถทัวร์ และรถที่จะพาเราไปแก่นท้าว อย่างน้อยเมืองแก่นท้าวก็ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมือง

เช้ามาเราจัดการขอเงินคืนจากบริษัทรถทัวร์ และสอบถามการเดินทางไปเมืองแก่นท้าวจากเจ้าหน้าที่ท่ารถทัวร์หลวงพระบาง-เลย ทราบว่ามีบขส.อยู่ใกล้ๆท่ารถ ที่นั่นมีรถไปแก่นท้าว  จากแก่นท้าวให้เหมารถตุ๊กๆไปส่งที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

รถมินิบัสที่พาเรากลับมาที่เมืองแก่นท้าว 

ระหว่างทางอาจเกิดเรื่องราวที่ไม่คาดฝันบ้าง แต่เชื่อเหอะว่านั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยว

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store