NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Stroke in the young (4)
หมวด: Life

Stroke in the young (4)

  • 584
  • 199
  • 35
ทิมแทม

มาต่อกันครับ ครั้งที่แล้วผมทิ้งท้ายไว้ว่า ผมออกจาก ร.พ. เพราะค่าเลือดผมผ่าน แต่สายอาหารยังคาปากอยู่นะครับถ้าหมอไม่ให้ถอดออกผมก็ยังถอดไม่ได้แปลว่าผมต้องทานอาหารเหลวไปจนกว่าจะถอดสายอาหาร

อย่างที่ผมย้ำว่า ในแต่ละวันที่ผ่านไปการกายภาพต้องทำทุกวัน ไม่มีวันหยุดครับ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้ได้มากที่สุด

ม๊า จ้างนักกายภาพทั้งฝึกมือ เดิน และกลืน รวมถึงพยาบาลส่วนตัวครับเพื่อดูแลความปลอดภัยของตัวผม ส่วนน้องสาวผมก็ได้ซื้อพวกอุปกรณ์ต่างๆ มากมายเช่น เตียงผู้ป่วย overbed (ที่ทานข้าวผู้ป่วย) ผู้อ่านลองนึกถึงห้องใน ร.พ. แบบนั้นเลยครับ ขาดแค่ถัง O2 กับกริ่งเรียกพยาบาล เน้นเลยนะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายมิได้ขอมาฟรีครับห้ามถามว่าหมดไปเยอะไหม เยอะมากครับ ลองนึกสภาพผู้ป่วยที่กำลังจะติดเตียงครับ แต่กิจกรรมที่เพิ่มเข้ามาคือเข้าฟิตเนสที่คอนโดทุกๆ 4-5โมงเย็น ทำได้แค่ ยกดัมเบลโง่ๆ ปั่นจักรยาน และก็ส่องอาหารตา (น้ำลายหก...แฮ่กๆ) ม๊าก็แอบแซวขนาดจะพิการก็ยังแอบคัน! มองไปที่สระว่ายน้ำก็นึกถึงภาพเก่าๆ ครั้งเป็นเด็กนักเรียนหัวโปกกะโหลกไขว้ ผมนี่ตัวแทนโรงเรียนเพื่อไปแข่งว่ายน้ำเชียวนะ แล้วหันมาดูสภาพตอนนี้สิ แค่เกาะโฟมตีขายังทำไม่ได้เลยกระจอกจริง และผมก็ได้แง่คิดของคนเป็น stroke คือ อย่าไปมองภาพก่อนเป็น stroke มาก เพราะมันจะเหมือนไปตอกย้ำตัวเองจนเครียดว่าเดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม สู้ดียอมรับโดยดุษณีครับว่าปัจจุบันเราไม่เหมือนเดิมแล้ว อยู่กับปัจจุบันครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปดูถูกตัวเอง จนกลายเป็นซึมเศร้าหรือทำร้ายตัวเอง ขอให้สู้นะครับแม้คุณจะไม่ครบ 32 คุณก็สามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้! สำหรับผมง่ายๆ แค่ตั้งใจกายภาพ คนแวดล้อมผมก็ดีใจแล้วครับ! เห็นม่ะแค่ความพยายามเล็กๆ ของคุณก็ทำให้คนใกล้ชิดยิ้มออกแล้ว เห็นม่ะง่ายจิตาย ผมย้ำนะครับอะไรที่เป็นด้านลบ อย่าพยายามคิดครับ ดูพวกยูทูปที่สร้างสรรค์ครับเพื่อหากำลังใจให้ตัวเอง เช่นดูและฟังเพลงที่ทำให้ฮึกเหิม อย่าไปดูอะไรดราม่าเดี๋ยวน้ำตาแตก ผมทราบครับว่าตัวผู้ป่วยเองและผู้ดูแลทุกข์ทรมาน การทำความดีแรกๆ ที่ผมทำคือ เมื่อได้ยินเสียงรถพยาบาล ผมจะนึกเสมอว่าให้ผู้ป่วยปลอดภัย (มงควรลงไหมถามจริง? ...โบกมือปาดน้ำตา ตั้มรักเด็ก ฮ่าๆ ๆ ๆ) แต่คุณไม่ต้องขนาดลุกขึ้นมาใส่บาตรนะ มันก็้เว่อร์เกิน เดินยังกระดร่อกกระแดร่กอยู่เลย ริอาจจะไปใส่บาตร หน็อยแน่! ก่อนนอนก็สวดมนต์ครับ ถ้าออกเสียงไม่ได้ก็สวดในใจ

ช่วงนี้ต้องขยันกายภาพนะครับ อย่าปล่อยเวลาไปเปล่าๆ ปี้ๆ ความพยายามก็สัมฤทธิผลครับ ผมเริ่มกลืนได้ดีขึ้น ไม่ต้องบดยา กลืนมันทั้งเม็ดได้แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยอย่าเพิ่งห้าว หั่นยาเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน ส่วนน้ำนี่ต้องมีตัวช่วยทำให้มันหนืดเรียกว่า thicken up พอละลายกับน้ำแล้วมันจะเหมือนแป้งเปียก (ถามว่าอร่อยไหม? ตอบได้เลยว่าหึ อันนี้สำคัญนะครับ ไม่ว่าจะกลืนอะไรหรือกินอะไรห้ามขำนะครับ ตายยยยยยนะคุณ ส่งวัดเลยนะครับ จองศาลา)

ขอโทษนะครับที่ผมจำเวลาเปะๆ ไม่ได้ พอผ่านไปสักระยะการกลืนผมก็ดีขึ้น กล่าวคือ กลืนของแข็งได้ดีขึ้น (ไม่ใช่พวกสาก ครก ดิน ทรายนะครับ) เช่น ข้าวมันไก่ ข้างขาหมู ขนมใส่ไส้เคเอฟซี พิซซ่า พูดง่ายๆ คือ ต่อมอยากอาหารทำงานเต็มที่ ผมจำไม่ได้ว่ามื้อแรกที่ทานได้คืออะไร แต่จำได้ว่าน้องสาวเคยสั่งสุกี้ และเหล่าบรรดาเพื่อนๆ ผมนี่สั่งพิซซ่า เคเอฟซี บอนชอนมานะครับ! ผมจำได้มีสวันหนึ่งด้วยความอยาก krispy มากเลยฝากน้อยสาวสั่ง 1กล่อง เชื่อไหมครับท่านผู้อ่านผมทานคนเดียวหนึ่งกล่องในหนึ่งวัน แต่ไม่อ้วน ฮิฮิ! และเพื่อนสนิทผมคนหนึ่งซื้อไอติมโมจิจากพาราก้อน อร่อยมากกกกก อีกคนหนึ่งก็ซื้อพวกขนมปัง ขนมเค้ก ซุปฟักทองบลาๆ จะเหลือเหรอครับ เพราะผมเคยเอื้อนเอ่ยตอนอยู่ รพ ว่าถ้ากินได้จะซัดให้เรียบเลย!!!

อนึ่ง กล้วยปิ้งโง่ๆ ยังอร่อยเลยครับ จำได้ว่าช่วงนั้นพูดถึงเรื่องกินปุ๊บ น้ำลายเริ่มทำงานทันที ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้หิว จะน้ำหนักขึ้น มวลในร่างกายจะเพิ่ม ถามว่าแคร์ไหม บอกเลยไม่นำพา กลัวไม่ได้ทานมากกว่า

และแล้ววันนั้นก็มาถึง (ไม่ใช่ประจำเดือนนะครับ) ม๊าไปพบคุณหมอและถามว่าลูกชายสามารถเเอาสายอาหารออกได้หรือยังครับ? คุณหมอถามม๊าว่าถ้ากลืนน้ำได้แล้วถอดเลย พอสิ้นเสียงม๊าเท่านั้นแหละผมนี่ใจอยากจะกระชากสายอาหารทิ้ง เลยรบกวนพยาบาลช่วยดึงสายอาหารออกและหันมาทานอาหารปกติได้สักที ไม่ต้องพึ่งนมผงอีกต่อไป อิสระแล้ว ฮ่าๆ ๆ (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง) ครั้งต่อไปเดี๋ยวจะมารีวิวการกายภาพเบื้องต้นและชีวิตในศูนย์ฟื้นฟูสว่างคานิวาส ที่ผมแอบเรียกว่าค่ายทหาร วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ไม่งั้นคนอ่านคงอ่านจบพรุ่งนี้เช้า

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store