NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
แมวซ่าลายเสือ(๖)
หมวด: Life

แมวซ่าลายเสือ(๖)

  • 545
  • 5
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

 

บทที่6

ย่าของพวกเราชอบเลี้ยงแมว   นั่นอาจเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า ทำไมลูก ๆ ของย่าทุก

คนถึงชอบเลี้ยงแมว แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำไมย่าถึงชอบเลี้ยงแมวผมเคยถามย่าเหมือนกัน

“ทำไมย่าไม่เลี้ยงหมาละครับ ทำไมเลือกเลี้ยงแมว”

“ย่าไม่ชอบหมา อีกอย่างย่าเคยเลี้ยงมันแล้ว หมามันสู้แมวไม่ได้ แมวมันมีสมองมากกว่า เลี้ยงหมาเราต้องขู่ให้มันกลัว แต่เลี้ยงแมวเราต้องทำให้มันรัก มันถึงจะอยู่กับเรานาน และรู้จักบุญคุณเรา” 

ที่บ้านของย่ามักจะมีแมวไม่ต่ำกว่าสองตัวอยู่เสมอ ย่าอยู่คนเดียวเพราะปู่ผมเสียชีวิตไปตั้งแต่พ่อเพิ่งเริ่มหนุ่ม พอลูก ๆ ของย่าต่างย้ายไปมีครอบครัวกันหมด ตลอดมาย่าจึงมีเพียงแมวของแกนั่นแหละที่เป็นเพื่อนคุย และมันอาจเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ตลอดชีวิตของแก พวกเราจึงไม่แปลกใจเลยเมื่อย่าบอกว่าแมวเหมือนเพื่อนร่วมชีวิตของแก ย่าบอกว่าแกเลี้ยงดูพวกมัน ดูพวกมันเติบโต อยู่กับมันจนมันตายจากไป จากนั้นก็เลี้ยงดูลูกของมันจนโตรุ่นแล้วรุ่นเล่า เรารู้สึกทึ่งเมื่อย่าบอกว่า แมวสามสีตัวที่อยู่ในบ้านของแก ตอนที่เราเห็นนั้น คือตัวเดียวกับที่เคยอยู่กับแกเมื่อตอนแกยังเป็นสาวรุ่น และที่น่าแปลกคือแมวทุกตัว เกิด กิน อยู่ และตายอยู่ที่บ้านของย่า โดยไม่เคยมีตัวใดทิ้งย่าไปเลย

“มันรู้ว่าย่ารักพวกมัน แมวมันสำนึกบุญคุณนะลูก เลี้ยงมันดี ๆ สักวันมันจะ

ตอบแทนคุณเรา เหมือนที่มันไม่เคยทิ้งย่า”  ย่าพูดถึงแมวให้พวกเราฟังทุกครั้งที่เราไปหาแก  และผมไม่คงคิดถึงย่าหรอกหากย่าไม่มาเยี่ยมบ้านเรา…

ความจริงย่าไม่ได้มาเยี่ยมพวกเรานานแล้ว  เพราะความชราของแกและความเป็นห่วงแมว ผมกล้าบอกได้เลยว่าย่ารักแมวของแกมากกว่าพวกเรา เพราะกลัวแมวอดข้าวย่าจึงไม่ค่อยออกจากบ้านไปไหนนานนัก โดยเฉพาะหากต้องมาค้างคืนกับพวกเรา   

“ย่ากลัวมันหิว แมวเวลามันหิวมันก็เหมือนคนนั่นแหละ หากมันไม่ได้กิน ย่ากลัวว่า มันจะไปแอบขโมยกินของบ้านอื่นทำให้เขาเดือดร้อน” ย่าเคยบอกเหตุผล และเพราะแมวมีความสำคัญกับย่าเหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้าน  ย่าจึงไม่เคยไปเยี่ยมลูกคนไหนนาน ๆ  

สำหรับครอบครัวเราในคราวนี้ แค่ย่ามาเยี่ยมพวกเราแค่คืนเดียวก็ทำความลำบากให้พวกเรามากพอ ไม่ใช่ว่าในครอบครัวเรามีคนไม่ชอบย่าหรอกครับ เราทุกคนรักย่า แต่เรื่องแมวของเรานั่นสิ ที่เราเป็นห่วง เรากลัวว่าหากย่าเห็นพวกมันเข้าย่าจะขอมันไปจากเรา ทีนี้ไม่ตัวใดก็ตัวหนึ่งละที่ต้องจากพวกเราไปอยู่กับย่า  

ย่ามาถึงบ้านเราในตอนบ่ายวันอาทิตย์ โดยที่พวกเราไม่รู้ตัวมาก่อน ผมกับน้องชายกำลังสนุกกับเกมบันใดงู น้องสาวกำลังช่วยแม่หัดทำขนมอยู่ในครัว และพ่อกำลังง่วนกับการซ่อมขาโต๊ะอยู่หลังบ้าน พวกเราเห็นย่าก็เมื่อตอนที่ย่ามาถึงประตูบ้านแล้ว โดยมีแมวสามตัวของเราเดินตามติดมาอย่างสนิทสนม  ท่าทางเหมือนกับว่าพวกมันรู้จักกับย่ามาเป็นแรมปีทั้งที่ย่าเพิ่งมาบ้านเราเป็นครั้งแรก หลังจากที่พวกมันเกิดมา      น้องชายผมบอกอย่างหวั่น ๆ ว่า แมวของเราสนิทสนมกับย่าเกินไป แต่เรารู้ตัวเมื่อสายไปเสียแล้ว ย่ามีลักษณะพิเศษที่แมวทุกตัวให้ความสนิทสนมด้วย ข้อนั้นพวกเราต้องยอมรับ  แต่สาเหตุจริง ๆ ที่แมวทั้งสามของเราให้ความสนใจย่า มาจากปลาทูต้มน้ำตาลสูตรเด็ดของย่าที่ย่าเอาติดมาด้วยต่างหาก ย่าล้วงเอาปลาต้มออกมาจากถุงแล้ววางลงบนกระดาษให้พวกมัน ขณะที่ผมกับน้องชายแย่งกันพุ่งไปประจบย่าที่ประตู เพราะปลาต้มน้ำตาลสูตรของย่าก็เป็นของโปรดผมเหมือนกัน 

“แกจะแย่งแมวมันกินเรอะ” ย่าทักพวกเราด้วยประโยคที่พวกเราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก มันทำให้ผมนึกถึงเวลาที่เราไปบ้านของย่า แม่บอกว่าผมเคยร้องให้เมื่อย่าเอาปลาต้มของโปรดผม ที่เหลืออยู่ตัวสุดท้ายไว้เผื่อแมวในขณะที่ผมยังอยากกินอีก  

“พ่อกับแม่พวกเธอละ”

“แม่ครับ!!  พ่อ !! ย่ามาเยี่ยมพวกเรา” น้องชายผมรีบไปตามแม่กับพ่อ ผมรีบคว้าถุงปลาต้มมาจากมือย่าก่อนที่ย่าจะส่งชิ้นปลาต้มให้กับแมวของพวกเราจนหมด

ทันทีที่แม่ได้ยินเสียงเรียก แม่รีบออกมาจากในครัวมาต้อนรับย่า และเมื่อแม่สบตาผม แม่ก็ได้รับคำตอบที่แม่ต้องการ

“สายไปซะแล้วครับ พวกมันตามกลิ่นปลาของย่ามา” ผมบอก แม่พยักหน้าเหมือนเข้าใจ แต่ท่าทางย่าจะรู้สึกงง

“นี่พูดถึงใครกันเหรอ”

“อ๋อ แมวนะคะคุณแม่ นั่งก่อนะคะ เดี๋ยวหนูไปยกน้ำมาให้” แม่สุภาพเสมอกับย่าและคนอื่น ๆ แม่กลับเข้าไปในครัวพอดีกับที่พ่อเดินสวนทางเข้ามาหาย่า  

“เออ แมวบ้านไหนเนี่ย ท่าทางน่ารักเชียว  คงซนน่าดูนะ” ย่าพูดขึ้น น้องชายผมสะดุ้ง  ผมว่าเขาคงคิดเหมือนผม อีกเดี๋ยวเราก็จะเสียแมวที่เรารักไปแล้ว ไม่ตัวใดก็ตัวหนึ่ง 

“แมวที่นี่แหละครับแม่” พ่อตอบ

“เดี๋ยวนี้แกเลี้ยงแมวที หลายตัวแล้วเหรอ” ย่าดักคอ

“เปล่าครับ ให้เด็ก ๆ ช่วยกันเลี้ยง” พ่อตอบ

“ดี ๆ เด็กที่รักสัตว์จะเป็นคนอื่นอ่อนโยน” เราเห็นพ่อยิ้ม

“แกไปได้มาจากไหนละ แม่มาคราวก่อนยังไม่เห็นพวกมันเลย”

“ก็แม่ไม่ได้มาเยี่ยมพวกเรานานแล้วนี่ครับ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พ่อพวกมันมาเที่ยวบ้านเราบ่อย ๆ ก็เลยปล่อยเชื้อเอาไว้” พ่อเล่า

“นั่นสิ  นานแล้วนะที่แม่ไม่ได้มาเยี่ยมแก หลาน ๆ ก็โตขึ้นนะ ไหนมาให้ย่ากอดหน่อยซิ”  น้องชายผมรีบเข้าไปประจบย่า เราโล่งใจที่ย่าหันไปสนใจเรื่องอื่นเสียได้ แต่ยังไงผมก็ยังรู้สึกไม่ปรอดภัยอยู่ดี    แม่เดินออกมาจากครัวพร้อมน้ำและขนมที่เพิ่งทำเสร็จ

“ลองชิมคะแม่  เพิ่งเสร็จร้อน ๆ”

“ที่มานี่ก็เพราะคิดถึงหลาน ๆ นั่นแหละ” ย่าบอกจุดประสงค์ หลังจากลองชิมขนมเค้กกล้วยหอมของแม่ น้องสาวผมวิ่งเข้าไปกอดย่าอีกคนหนึ่ง

“นี่หนูไปช่วยแม่ทำขนมมาเหรอจ๊ะ”

“คะ อร่อยมั๊ยคะย่า”

“อร่อยจ๊ะ  ดี ๆ หัดไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ โตขึ้นจะได้เป็นแม่ศรีเรือน” ย่าชม พวกเราดีใจที่ย่าลืมเรื่องแมวไปเสียได้ 

“พอดีช่วงนี้ พี่สาวแกไปเยี่ยมแม่ ก็เลยฝากให้ดูแลแมวซะเลย” ย่าพูดถึงพี่สาวของพ่อ ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของย่า 

“ไม่ชวนพี่นี มาเยี่ยมพวกเราด้วยละคะ” แม่ถาม

“มากันหมดก็ไม่มีใครให้ข้าวแมวนะสิ เดี๋ยวมันก็หิวจนเสียแมวหรอก”  ผมกับน้องชายหัวเราะกับประโยคนี้ของย่า แน่ละ ย่าเคยบอกพวกเราว่าแมวมันก็เสียแมวได้เหมือนกันหากมันหิวมาก ๆ เข้ามันจะเข้าไปขโมยของกินในบ้านคนอื่น แต่ประโยคนี้ของย่าก็ทำให้พวกเราหายใจไม่ทั่วท้อง  เมื่อนึกได้ว่า ย่าวกกลับมาพูดเรื่องแมวอีกแล้ว  

เจ้าหมูกินเสร็จแล้วมันเดินเข้ามาในห้องรับแขก ตรงไปที่ประจำของมันอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ย่าจับเจ้าหมูมาวางลงบนตัก มันหมอบแล้วก็หลับอยู่ตรงนั้นโดยมีมือของย่าลูบหัวมันเบา ๆ  จนมันหลับ

“น่ารักดีนะ อ้วนจนตุ้ยนุ้ยเชียว” ดูแล้วมันก็น่ารักดีหรอกครับ แต่พวกเราไม่รู้สึกอย่างนั้น  ผมเห็นพ่อกับแม่มองหน้ากันแล้วได้แต่ยิ้มจนย่าผิดสังเกต  

“เอ๊ะ พวกเธอไม่มีอะไรทำกันหรือ ไม่ต้องต้อนรับแม่ขนาดนี้ก็ได้ มีอะไรค้างอยู่ก็ไปทำเถอะไป เดี๋ยวแม่คุยกับเด็ก ๆ ได้” แม่ทำท่าเหมือนนึกได้จึงขอตัวไปเตรียมอาหารเย็น มีน้องสาวผมตามไปช่วยด้วย  พ่อก็รีบกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ พวกเรานั่งดูย่าลูบขนเจ้าหมูอ้วนอยู่ครู่หนึ่งจึงหันมาสนใจเกมส์ที่ค้างอยู่กันต่อ ผมกับน้องชายเล่มเกมส์กันอย่างไม่ค่อยมีสมาธินัก เพราะห่วงกังวลกันอยู่ว่าแมวของใครจะเป็นผู้โชคดีได้ไปอยู่กับย่า  เพราะเป็นที่แน่นอนแล้วละว่าย่าชอบแมวลายเสือ และย่าก็เจอพวกมันหมดทุกตัวแล้วด้วย โดยเฉพาะเจ้าหมูอ้วน แมวของพ่อกับแม่  แถมครั้งนี้เราอาจต้องทำใจกันละ เพราะบ่ายเบี่ยงย่าได้ยากเหลือเกิน….

“ย่าบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้” ผมบอกน้องชาย เขาพยักหน้ารับทราบ เป้นอันว่าเราต้องทนไม่สบายใจกับเรื่องแมว ๆ ของเรากันอีกคืนหนึ่ง จนกระทั่งบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำนั่นเอง…

หลังจากแม่ทำอาหารเย็นเสร็จพวกเราก็มากันพร้อมหน้า พร้อมด้วยสมาชิกแมวทั้งสามตัว เพราะได้เวลาอาหารของพวกมันเหมือนกัน  

“พวกเธอเลี้ยงแมวสามตัว ไม่เหมือนกันสักตัวเลยนะ” ย่าพูดขึ้นหลังจากพวกเรากินข้าวกันไปได้ครู่หนึ่ง  ผมเห็นใบหน้าของย่าเหมือนจะถาม

“เราแบ่งกันเลี้ยงคะย่า” น้องสาวตอบ

“นั่นสิ ย่าก็สงสัยอยู่ ของหลานคงจะเป็นตัวอ้วนนั่นใช่มั๊ยจ๊ะ” ย่าถาม

“ไม่ใช่หรอกคะ นั่นแมวของพ่อกับแม่” น้องสาวชี้ให้ย่าดู

“ตัวล่ำ ๆ นั้นเป็นของหนูกับพี่นนท์ ส่วนตัวยาวผอมนั้นของพี่น้อยคะ”น้องสาวผมแนะนำสมาชิกพิเศษของบ้านเราทีละตัว  ย่านั่งฟังอย่างตั้งใจหลังจากนั้นย่าก็พูด

“เจ้าอ้วนนั่นคงกินเก่งละสิ ท่าทางจะกินจุด้วย” ย่าหันไปทางพ่อกับแม่

“แต่แมวอ้วนเกินไปไม่ดีหรอก มันจะขี้โรค”ย่าแนะนำ

“ส่วนไอ้ตัวที่ผอมนั่นก็ไม่ดี มันจะเป็นแมวที่หงุดหงิดง่าย และชอบเที่ยว ท่าทางมันขี้ระแวงอยู่ไม่สุขใช่มั๊ยละ” ย่าถามน้องชายผม

“ครับ มันจับหนูเก่ง แถมยังเป็นยามประจำบ้านด้วย”น้องชายผมพูดด้วยความภาคภูมิใจ แต่แล้วเขาก็ต้องหุบปากเมื่อนึกได้ว่า เขาอาจเป็นคนทำให้ย่าเลือกแมวของเขาก็ได้  ผมหายใจไม่ทั่วท้องบ้างเมื่อเห็นว่าย่านั่งมองเจ้าไทเกอร์แล้วก็นั่งเงียบอยู่แค่นั้น

“เออ แล้วสามตัวนี่มีตัวไหนเป็นตัวเมียบ้างละ”

“ตัวผู้หมดครับย่า มันเกิดมาพร้อมกับแล้วก็ไม่ตายเลยซักตัว” ผมบอก ย่าพยักหน้าเหมือนเข้าใจ

“เออ ย่าว่าจะขอไปเลี้ยงซักตัว แต่มันไม่มีตัวเมีย งั้นก็ช่างมันเถอะ แมวตัวผู้ย่าไม่เลี้ยงหรอก มันเลี้ยงไม่ค่อยเชื่อง” ย่าบอก ผมรู้สึกได้ว่าทุกคนในบ้านถอนหายใจอย่างโล่ง อก เกือบพร้อมกับ ความจริงย่าก็เคยพูดให้เราฟังตั้งแต่ตอนเราไปเยียมย่าเมื่อตอนเป็นเด็กแล้ว  ว่าย่าไม่เลี้ยงแมวตัวผู้ เพราะมันเจ้าชู้และชอบเที่ยว เลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ค่อยชอบอยู่ติดบ้าน ซึ่งแมวของเรามันเป็นเหมือนที่ย่าว่านั่นแหละ แต่ที่พวกเราเลี้ยงก็เพราะพวกเราชอบมันและเพราะพ่อไม่อยากมีปัญหากับลูกแมวอีกแล้ว

“หลาน ๆ หัดเลี้ยงแมวของตัวเองเอาไว้ก็ดีแล้วละ สักวันหนึ่งมันจะให้คุณกับเรา เลี้ยงแมวดีกว่าเลี้ยงคนบางคนเสียอีกนะ” ย่าเปรียบเทียบ ผมเข้าใจบางส่วน แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ย่าคงอยากให้พวกเรา มีแมวเป็นของตัวเอง เหมือนที่แมวของย่าเป็นองค์รักษ์ประจำตัวย่า

จะว่าไปพวกเราก็พากันลืมไปหมดแล้วก็พากันกลัวไปเอง พ่อก็เคยบอกว่าย่าแปลกกว่าคนอื่น ๆ ย่าชอบเลี้ยงแมวตัวเมีย ซึ่งปกติไม่มีใครเขาชอบเลี้ยงกัน เพราะมันมักจำนำปัญหามาให้บ้านอีกหลายเรื่อง แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของน้องชายผมหลังย่ากลับไปแล้ว ผมก็เห็นควรละว่าเราควรตีตนไปก่อนไข้เรื่องแมวของเรา

“ใครจะรู้ ย่าอาจเปลี่ยนใจก็ได้ ก็ขนาดพี่ไม่ชอบแมวยังหันมาชอบเจ้าไทเกอร์เลย” ผมเห็นด้วย ใครจะรู้หากเราไม่กังวลกันจนเกินไปจนต้องเตรียมการป้องกัน บางทีพวกเราอาจเสียแมวของพวกเราไปแล้วก็ได้      แต่ไม่ว่าอย่างไรย่าก็เดินทางกลับหลังจากนอนกับพวกเรา 1 คืน โดยที่ไม่ได้เอาแมวของพวกเราตัวใดตัวหนึ่งไปด้วย

“เจ้าไทเกอร์คงจะเสียใจน่าดูเนาะ หากมันรู้ว่าบ้านย่ามีแมวสาว ๆ เพียบ” น้องสาวผมพูด เธอช่างหาแง่มุมมาพูดให้คิดเสียจริง

“พี่ว่ามันก็ไม่แน่หรอก มันคงจะไม่อยากทิ้งแมวสาวแถวนี้ไปก็ได้”

“หากพี่เป็นมันพี่จะเลือกยังไง จะไปอยู่กับย่ามั๊ย” น้องสาวแกล้งถาม ผมเลยต้องปล่อยมะเหงกลงบนหัวเธอหนึ่งโป๊ก

“น้อย ๆ หน่อยเรานะ ชอบคิดอะไรไม่เข้าเรื่อง พี่ไม่ใช่แมวนะจะไปรู้มันเรอะ”

“พอ ๆ กันนั่นแหละ นั่งเถียงกันอยู่ได้ไร้สาระทั้งคู่” น้องชายผมว่ามาจากอีกฟากหนึ่งของโซฟา  เขากำลังนั่งดูสารคดีการเดินทางของปลา แซลมอน โดยมีแมวทั้งสามตัวนั่งจ้องตาไม่กระพริบอยู่หน้าจอ โทรทัศน์  ผมได้ยินเสียงพวกมันร้อง เหงี่ยว หง่าว ออกมาเป็นบางครั้งที่ภาพฉายชัดไปถึงปลาในลำธาร ที่พยายามกระโดดผ่านแก่งหินขึ้นไป  ให้ถึงต้นน้ำเพื่อวางไข่

“แมวมันยังมีสาระกว่าพี่อีกนะ อย่างน้อยมันยังเลือกดูโทรทัศน์รายการดี ๆ ละ” น้องชายผมว่า มันท่าจะบ้า รู้ไปหมดแม้กระทั่งแมว

“พี่ว่า เพราะคนที่มันเลือกรายการน่าสนใจ มันเป็นแกมากกว่า จริงมั๊ยไทเกอร์” เจ้าแมวลายเสือของผมตอบมาว่า หง่าว  จากนั้นก็พยายามเอาสองขาหน้าของมัน มาตะปปกันเพื่อจับปลาที่เห็นอยู่ตรงหน้า 

“อยากกินปลาละสิแก” ผมว่าผมกับน้องชายคิดไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพราะเย็นวันต่อมาเราก็ซื้อปลามาฝากพวกมัน

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store