NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
แมวซ่าลายเสือ(๕)
หมวด: Life

แมวซ่าลายเสือ(๕)

  • 539
  • 21
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

 

บทที่5

ผมว่าตั้งแต่บ้านผมเลี้ยงแมวมา เพิ่งจะมีแมวรุ่นนี้แหละที่ทำให้ชาวบ้านชมเชยครอบครัวเรา  เพราะมีข่าวว่าหลายครอบครัวเห็นเจ้าชีต้า(บางทีอาจเป็นเจ้าไทเกอร์) คาบหนูออกมาจากใต้ถุนบ้านของพวกเขา  ผมเองยังทึ่งที่มันกลายเป็นแมวที่ขยันถึงขนาดนั้น ส่วนน้องชายผมเขามักบอกใครต่อใครด้วยความภาคภูมิใจอยู่เสมอว่า เขาเลี้ยงมันมากับมือ

“มันคงอยากทำหน้าที่ดูแลบ้านให้พวกคุณ” เขาพูด

“ผมไม่คิดค่าแรงของมันหรอกครับ แต่ผมจะยินดีมากหากพวกคุณให้ปลาต้มกับมันเป็นการตอบแทน” น้องชายผมพูด เปล่าครับ เขาไม่ได้พูดให้ชาวบ้านคนใดฟังหรอก เขาซ้อมพูดคนเดียวอยู่ตรงลานบ้านนั้นเอง อีกอย่างผมไม่คิดว่าจะมีชาวบ้านที่สติดีคนใดมาฟังเด็กแก่แดดอย่างน้องผมกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับแมวของเขาหรอก  พอเล่าอย่างนี้แล้วผมไม่อยากบอกเลยว่าน้องชายของผมเขาออกจะเพี้ยนอยู่หน่อย ๆ ท่าทางเพี้ยนไม่แพ้แมวของเขานั่นแหละ ส่วนน้องสาวผมคิดว่าบางทีมันอาจจับหนูไปให้แมวสาวสักตัวหนึ่งเป็นของขวัญแห่งความรักก็เป็นได้ ส่วนตัวผมไม่คิดว่าเจ้าไทเกอร์(หรืออาจเป็นเจ้าชีต้าตัวจริง)มันจะขยันถึงขนาดไปจับหนูให้บ้านคนอื่นหรอก มันอาจเที่ยวจนเหนื่อยและอาจหิว  แล้วพอดีมีหนูหน้าโง่หรือหนูตาบอดผ่านมาสักตัวหนึ่งมันจึงจับมากินเสีย  ให้หายหิวก็เท่านั้นเอง แต่ก็นั่นแหละพูดไปคงไม่มีใครฟังความเห็นผมหรอก เพราะชื่อเสียงของแมวบ้านเรามันโด่งดังไปเสียแล้ว

นอกจาก(ข่าวลือ)เรื่องความขยันผิดปกติของแมวลายเสือจากบ้านเราแล้ว ชาวบ้านยังชมอีกว่าแมวของบ้านเราไม่เคยเข้าไปขโมยของในบ้านหลังไหนมาก่อนเลย  นับว่าเป็นแมวที่ดีอย่างน่าใจหาย ข้อนี้พวกเราไม่แปลกใจหรอก เพราะก่อนออกจากบ้านแมวของเรากินอิ่มไปแล้วทุกตัว  

สิ่งที่ทำให้แมวบ้านเรามีชื่อเสียงมากยิ่งกว่านั้นก็คือเรื่องนี้ครับ  บ่ายวันหนึ่ง ตาหมูคนข้างบ้านเราแวะมาคุยธุระกับแม่แล้วแกก็เกิดความคิดอะไรสักอย่างหนึ่งขึ้นมา พวกผมไม่รู้หรอกว่าแกคิดอะไร แต่แกรีบผลุนผลันกลับไปอย่างเห็นได้ชัด  พอวันรุ่งขึ้นตาหมูก็กลับมาบ้านเราอีกครั้งโดยมีคนแปลกหน้ามาด้วย  

“ผมอยากได้แมวสักตัวหนึ่ง มีคนบอกว่าแมวบ้านคุณมีลายสวยมากแล้วก็นิสัยดีด้วย” ชายคนหนึ่งท่าทางการแต่งกายบ่งว่าเขาเป็นคนมีเงิน นั่งคุยกับแม่ในห้องนั่งเล่นของเราที่หน้าโทรทัศน์  

“ผมชอบสะสมแมวครับ แล้วพันธ์นี้หายากด้วย” ชายคนนั้นพยายามพูดหว่านล้อม เราเห็นแม่นั่งฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม ผมว่าไม่แคล้วแมวของเราคงต้องโดนขายไปสักตัวแน่คราวนี้  ตลอดเวลาที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันพวกเรานั่งฟังอยู่ด้วย แต่แม่ห้ามพวกเราพูด ผมเห็นตาหมูพยายามช่วยพูดจาหว่านล้อมอีกแรง

“ผมทำฟาร์มเลี้ยงแมวอยู่ครับ ตั้งใจว่าหากคุณขายผมจะเลี้ยงมันอย่างดี อยากได้มันไปเป็นพ่อพันธุ์นะครับ”  ตาหมูพยักหน้าเห็นด้วย เราเห็นตาหมูยิ้ม แกคงได้ค่านายหน้าหลายเงินแน่จากการติดต่อค้าแมวของเรา ผมเห็นแม่ทำท่าทางอึดอัด แม่หันมาทางพวกเราเป็นเชิงขอความเห็น แน่ละ แม่คงจะเสียใจมากแน่หากตัดสินใจผิดพลาดคราวนี้  เรารู้ว่าแม่ลำบาก ผมเห็นน้องชายผมส่ายหน้า  แล้วขณะที่แม่กำลังลำบากใจเพราะคารมของพ่อค้าแมวคนนั้นอยู่นั่นเอง  พ่อก็กลับมาถึงบ้านพอดี  แม่หันไปหาพ่อ พร้อมกับบอกพ่อว่าใครมาเยือนบ้านเรา พ่อนั่งลงข้างแม่ แล้วก็นั่งฟังคารมของพ่อค้าแมวคนนั้นอีกครั้ง

“จริง ๆ นะครับ ตั้งแต่ผมเลี้ยงแมวมาผมยังไม่เคยเห็นแมวที่ไหนท่าทางองอาจเหมือนแมวของพวกคุณมาก่อน  มันคงจะน่าเสียดายมากนะครับหากว่ามันจะกลายพันธุ์ไปเป็นสีอื่น  หรือสูญพันธุ์ไป  ผมว่ามันเหมือนกับเป็นเสือจริง ๆ นะครับ เสือตัวเล็กที่เราสามารถลูบหัวมันเล่นได้” พ่อค้าแมวจับเจ้าหมูขึ้นอุ้มแล้วลูบหัวมัน ผมว่าเขาคงหวังถึงเงินกำไรก้อนโตที่จะได้รับจากการขยายพันธุ์แมวของเราไปมากกว่า  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตาหมูคงไปคุยโวถึงแมวของเราให้เขาฟัง 

“ขายผมสักตัวนะครับ ผมให้คุณตั้งราคาได้เลย พวกคุณมีกันตั้งสามตัว คงจะไม่เป็นไร” พ่อค้าแมวพยายามเกลี้ยกล่อมต่อ ผมรู้ว่าเขาอยากได้ แต่คิดว่าเขาคงไม่รู้ว่าเราก็รักแมวของเราเหมือนกัน  ผมเห็นพ่อปล่อยให้เขาพูดฝ่ายเดียวจนเขาเริ่มพูดช้าลง พ่อจึงพูดขึ้นบ้าง

“ผมว่าเรื่องนี้คุณคงต้องพูดกับเจ้าของแมวแล้วละครับ” พ่อพูดแล้วก็หันมาพยักหน้าให้พวกเรา

“ลูกคงได้ยินแล้ว คิดว่าไงบ้าง” พวกเราได้แต่ยิ้มตอบพ่อ

“ภรรยากับผมมีแมวแค่ตัวเดียว” พ่อพูดแล้วก็ชี้ไปที่เจ้าหมู

“ส่วนที่เหลืออีกสองตัวเป็นแมวของเด็ก ๆ ผมตัดสินใจแทนพวกเขาไม่ได้” พ่อพูดแล้วก็ปล่อยให้พวกเราเผชิญหน้ากับพ่อค้าแมวตามลำพัง พ่อค้าแมวพยายามพูดกับแม่อีกครั้ง แต่แม่แกล้งลุกไปเอาน้ำมาต้อนรับเขา พวกเรารู้ว่าเจ้าพ่อค้าแมวจะไม่ได้อะไรไปจากแม่เลย  แม่ต้องไม่ตกลงแน่ ๆ อยู่แล้ว รู้ ๆ กันอยู่ว่าบ้านเรารักแมวกันเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อเห็นว่าเขาไม่สามารถซื้อเจ้าหมูจากแม่ได้ เป้าหมายต่อไปของเขาก็คือพวกเรา 

“เอาละ ผมพอจะรู้แล้ว พวกหนูคงรู้แล้วว่าผมอยากได้แมว พวกหนูอยากได้เงินไว้กินขนมมั๊ย”

“อยากสิ” น้องชายผมบอก

“งั้น หนูจะขายแมวให้ลุงได้มั๊ย คือ เอามาแลกกับเงินกินขนม” 

“ไม่ขาย ผมไม่ขาย เจ้าชีต้ามันเป็นเพื่อน ผมขายเพื่อนผมไม่ได้หรอก” ผมว่าตั้งแต่ผมรู้จักกับน้องชายผมมา วันนั้นแหละที่เขาพูดได้ถูกใจผมที่สุด

“แต่หนูจะได้เงินไว้กินขนมเยอะเลยนะ”

“ค่าขนม ผมขอพ่อเอาได้ ใช่มั๊ยครับพ่อ” น้องชายผมหันไปทางพ่อ เราเห็นพ่อพยักหน้า เรารักพ่อก็ตรงนี้แหละ 

“แล้วเธอละ เธอก็มีแมวอยู่ตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ สนใจจะหารายได้พิเศษมั๊ยละ ขายมันให้ฉันสิ” เขาหันมายื่นข้อเสนอให้ผม

“ฉันสัญญา ว่า เมื่อมันมีลูก ฉันจะเอาลูกมันมาให้เธอฟรีตัวหนึ่ง ตกลงมั๊ย เท่ากับว่าฉันยืมมันไปแค่ชั่วคราวเท่านั้น” เขารุกต่อเมื่อเห็นว่าผมเงียบ แน่ละครับมันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ และต้องยอมรับว่าเขาช่างหาคำ มาพูดได้ถูกใจผมมาก แต่ผมรักเจ้าไทเกอร์มากกว่าลูกมันนี่นา จะให้ผมขายมันได้อย่างไร อีกอย่างใครจะรับประกันได้ ว่าลูกของมันจะออกมามีลายเสือเหมือนกับมัน อาจจะไม่มีลูกแมวที่มีลายแบบนี้อีกเลยก็ได้ 

“ผมว่าผมชอบแมวตัวนี้ของผมมากกว่าลูกแมวของคุณนะครับ” ผมตอบ

แค่เรื่องลูกแมว นี่ผมเพิ่งคิดได้นะครับ ผมว่าผมจะต้องไปรอลูกแมวของเขาทำไม หากเราต้องการลูกแมวเราไปขอแมวตัวเมียจากบ้านย่ามาก็ได้ อีกหน่อยมันก็ให้ลูกแมวเต็มบ้านจนเราเบื่อที่จะต้องเอาไปปล่อยทิ้ง ฉะนั้นผมว่าผมคิดถูกแล้วที่ผมไม่ตกลง  

“อีกอย่างนะครับ ผมกับน้องสาวเป็นหุ้นส่วนกันแล้วเธอก็ไม่ตกลงที่จะขายมันด้วย” ผมหันไปขอความเห็นของน้องสาวเธอพยักหน้า

เมื่อเห็นว่าหมดหวังจากพวกเราเขาจึงพุ่งความหวังไปที่ตัวสุดท้ายคืเจ้าหมูของแม่

“ดิฉันคงจะขายไม่ได้หรอกคะ เพราะว่ามันน่ารักมาก แล้วเราก็รักมันเหมือนลูก” แม่ตอบ พร้อมกับพยายามยิ้มเพื่อรักษาน้ำใจไว้ให้มากที่สุด  เป็นอันว่าเขาต้องผิดหวังจากการ พยายามขอซื้อลูกแมวจากเรา   ผมเห็นตาหมูพยายามสะกิดให้พ่อค้าแมวถอยกลับ อดคิดระแวงไม่ได้ว่าแกอาจคิดขโมยแมวของเราตัวใดตัวหนึ่ง แต่ผมก็เบาใจเมื่อนึกถึงฉายาเสือของพวกมัน อย่างที่ชาวบ้านเขารู้กันดีนั่นแหละ พวกมันไม่ปล่อยให้ใครมาจับไปง่าย ๆ หรอก นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่บ้านเราไม่เคยเลี้ยงหมา  เพราะมันไม่จำเป็น หรือต่อให้มีหมา ก็ไม่แน่ว่ามันจะอยู่บ้านเราเกินหนึ่งอาทิตย์  อาจต้องเผ่นหนีแบบหมาตัวอื่น ๆ ในระแวกนั้นก็ได้ เพราะโดนเจ้าสามเสือนั่นแกล้ง  นี่ผมไม่ได้กล่าวเกินเลยนะครับ แมวบ้านผมดุจริง ๆ หากใครสงสัยเห็นรอยแผลเป็นตามหน้าตามตัวมันก็พอจะรู้  ชาวบ้านบางคนพูดว่าบ้านผมไม่ต้องเลี้ยงหมาหรอก แค่มีแมวก็ไม่กล้ามีใครแอบย่องเข้ามาแล้ว เผลอ ๆ อาจได้แผล 

“ไอ้สามตัวนั่น ดุยิ่งกว่าหมา” น้าน้อยข้างบ้านพูด แกเคยโดนมาแล้วตอนแอบมาขโมยสอยมะม่วงข้างรั้วบ้านเราไปกิน ผมไม่รู้ว่าแมวมันรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนมาดี คนไหนมาร้าย แล้วใครมาเพื่อธุระหรือคนไหนมาเพื่อขโมย น้องชายผมบอกว่า แมวมันมีความระแวง และประสาทมันไวกว่าคน บางทีมันอาจมีประสาทแยกกลิ่นได้ดี เช่นเดียวกับหมามันถึงได้รู้ว่าควรจะเล่นงานใคร  ผมว่าที่เขาพูดก็มีเหตุผล

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store