NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
แมวซ่าลายเสือ (บทส่งท้าย)
หมวด: Funny

แมวซ่าลายเสือ (บทส่งท้าย)

  • 557
  • 21
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

บทส่งท้าย

ผมคงลืมบอกไปว่าบ้านของพวกเราอยู่ชานเมืองออกมาหน่อยหนึ่ง และรอบบ้านเต็มไปด้วยระบบนิเวศน์ที่หลากหลายพอสมควร คุณอาจได้ยินเสียงนกตัวเล็ก ๆ ส่งเสียงอยู่ตลอดวันโดยที่ไม่มีโอกาสเห็นตัวมัน เนื่องจากความร่มครึ้มของต้นไม้ที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ ท้ายหมู่บ้านยังมีบึงน้ำ มีปลาหลายชนิดที่ผมกับน้องชายใช้ฝึกฝีมือการตกปลา แน่นอนละ บางวันเรายังได้ปลานิลมาฝากเจ้าสามตัวนั่นด้วย สภาพแวดล้อมแบบนี้เองที่ทำให้ เพื่อนบ้านหลายคนบ่นอยู่เสมอว่ามักจะมีตัวประหลาดมาเยี่ยมบ้านของพวกเขา เริ่มจากจิ้งเหลน ตัวเงินตัวทอง ไปจนถึงพวกตะกวดและงู ตะขาบยิ่งไม่ต้องพูดถึง วันใดฝนตกอากาศชื้นมักมักจะหาโอกาสเข้ามาเดินเพ่นพ่านในห้องครัวของบ้านผมเสมอ แต่หลังจากพวกเรามีสามทหารแมวโดยเฉพาะแมวขยันอย่างเจ้าชีต้า เราก็หมดห่วง เพราะการตรวจตราอย่างเข้มงวดของมันทำให้สัตว์ร้ายเพ่นพ่านในบ้านของเราน้อยลง จนกระทั่งบางเดือนแทบจะไม่มีให้เห็นเลย ตอนเย็นของบางวันผมยังมีโอกาสได้เห็นเจ้าไทยเกอร์กับเจ้าชีต้ามันหยอกเล่นกับตัวเงินตัวทองที่เดินล้ำสนามหญ้าเข้ามาอยู่เลย การที่มีแมวขยันอย่างเจ้าชีต้านับว่าเป็นประโยชน์กับบ้านเราอยู่มากทีเดียว บางวันพวกมันยังช่วยกันคาบลูกนกเข้ามาเป็นอาหารด้วยซ้ำ กระนั้นพวกมันก็ไม่ได้ลดความซ่าลงเลยเมื่อทุกค่ำคืนพวกมันบางตัวไปทะเลาะกับแมวบ้านอื่นจนได้แผลกลับมา แถมยังแอบย่องเข้าไปฉีกโปสเตอร์การ์ตูนในห้องผมอยู่บ่อย ๆ

ในห้องครัวของบ้านเรามีรูระบายน้ำอยู่รูหนึ่งซึ่งต่อเป็นท่อสั้น ๆ ระบายน้ำออกไปทางหลังบ้าน ด้วยความที่ต้องโดนน้ำกัดเซาะอยู่ตลอดปีทำให้ปูนกะเทาะออกจนรูมันขยายใหญ่ขึ้น ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่ารูเจ้ากรรมนี้แหละจำนำมาซึ่งความสูญเสีย…

เมื่อย้อนนึกไปถึงเรื่องเกี่ยวกับรูนั้นผมจำได้ว่าแม่พยายามบอกพ่อหลายครั้งให้ซ่อมรูนั้น แต่พ่อก็มีอันให้ไม่มีเวลาซ่อมแซมมันซะที จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง พวกเรานั่งกินข้าวกันอยู่พร้อมหน้าในครัว แมวสามตัวของเรากำลังก้มหน้าก้มตาหม่ำข้าวคลุกปลาทูต้มกันอยู่ใต้โต๊ะกินข้าว น้องชายผมเป็นคนชอบนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ในเวลากินข้าว นั่นทำให้เขาไม่รู้สึกอะไร ส่วนน้องสาวผมชอบเอาเท้าไปแหย่ลูบหลังให้เจ้าหมูอ้วนเธอบอกว่าหากทำอย่างนั้นมันจะชอบมากทีเดียว ผมจำได้ว่ากินข้าวไปได้ประมาณครึ่งจานรู้สึกเย็นวาบที่ปลายหัวแม่เท้า รีบชักเท้าขึ้นบนเก้าอี้ยังเข้าใจว่าน้องสาวแกล้ง พลันเสียงแมวตัวใดตัวหนึ่งของเราขู่ฟ่อ น้องสาวผมรีบก้มลงดูใต้โต๊ะ

“แม่” เธอร้องเรียกแล้วกระโดดออกห่างจากโต๊ะกินข้าวไปทางข้างหลังแม่ พวกเราเหมือนจะรู้สึกตัวกันหมด เสียงแมวตัวใดตัวหนึ่งกำลังตบอะไรสักอย่าง ได้ยินเสียงแง้ว เสียงขู่ ฟ่อ ฟ่อ!! ผมรีบกระโดดออกห่างโต๊ะนึกถึงงูขึ้นมา

“พ่อ!! งู!!” น้องสาวร้อง

เพียงเท่านั้นทุกคนรีบกระโดดออกจากโต๊ะกินข้าว ผมรู้สึกหนาวไปถึงสันหลังเมื่อเห็นขนาดของมัน อ้วนกลมเกือบเท่าแขนของผมแล้วก็ยาวเกินหนึ่งช่วงแขนของพ่อ แมวสามตัวของเราแยกย้ายกันล้อมมันไว้ เห็นรอยเล็บแมวสามรอยชัดเจน บริเวณลำคองู เจ้าชีต้าใช้ความว่องไวหลอกล่อมันอยู่ เบื้องหน้าพวกมันเป็นงูเห่า ศัตรูตัวยาวดำมะเมื่อมกำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยเตรียมสู้ ผมเห็นเจ้าไทยเกอร์เดินเอื่อย ๆ ไปเฉียดใกล้มัน แล้วก็ตบหัวงูไปทีหนึ่งเมื่อสบโอกาส ผมอดหวาดเสียวแทนแมวประจำตัวไม่ได้ หันไปดูเจ้าหมูเห็นท่าทางมันซึม ๆ ผิดปกติ อดคิดไม่ได้ว่ามันจะโดนกัดเข้าไปแล้ว เพราะปกติมันก็ช้ากว่าตัวอื่นอยู่แล้ว สิ่งที่ผมกลัวเป็นจริงซะด้วยใช่จริง ๆ!! เจ้าหมูรีบถอยออกห่างจากนั้นมันก็ล้มตัวลงนอน ระหว่างที่ผมมัวตะลึงพ่อรีบกระโจนออกไปหาไม้ยาวมาตีงู น้องชายไปหาไม้มาด้วยเช่นกัน ผมมัวตะลึงจึงได้แต่ยืนนิ่ง เจ้าไทยเกอร์แกล้งเดินไปด้านหลัง พริบตาที่มันได้โอกาส ผมเห็นมันใช้ขาหน้าตบเข้าที่ด้านหลังของงูไปทีหนึ่ง ท่าทางมันยามนี้ราวนักมวยที่เจนสนามประมาณนั้น เห็นแมวเราสู้ผมก็อดเชียร์อยู่ในใจไม่ได้ เพราะขนาดของงูน่ากลัวอยู่ไม่น้อย เจ้าชีต้าเองก็ใช่ย่อยระหว่างที่ศัตรูแว้งกัดเจ้าไทเกอร์มันก็ตบหัวงูเข้าไปอีกทีหนึ่งจากนั้นก็ใช้ความว่องไวถอยฉากออกมา

“ถอยออกมาห่าง ๆ” พ่อรีบบอกผมกับน้องสาว พ่อกลับมาเร็วมาก แต่ก็ยังช้ากว่าจะทันช่วยเหลือเจ้าไทเกอร์เมื่อมันโดนฉกเข้าไปแผลหนึ่ง และเกือบจะโดนฉกซ้ำเข้าเป็นครั้งที่สอง แต่พ่อไวกว่ารีบหวดไม้ท่อนเข้าที่ปากของมันจนกระเด็นชนผนัง เจ้างูเหมือนจะรู้ว่าเข้ามาผิดที มันรีบลดแม่เบี้ยลงแล้วหาทางหนี เป็นอีกครั้งหนึ่งที่แม่ต้องต้อนพวกเราออกจากห้องครัวเมื่องูมันเลื้อยลดเลี้ยวไปมาพยายามหาทางออกแล้วพุ่งตรงมาที่พวกเรายืนกันอยู่ น้องชายผมตีมันไปทีหนึ่ง แต่ไม้เขายาวเกินไปจนไม่โดนหลังมันปลายไม้โดนพื้นเสียก่อน อีกอย่างห้องครัวของเราก็แคบเกินไปสำหรับไม้ตีงูขนาดยาวที่เขาหาได้

“ชีต้า ระวัง” น้องสาวผมรีบบอก

“พ่อรีบตีมันซี” แม่ตะโกนบอกด้วยความขยะแขยง แม่ละกลัวงูเป็นที่หนึ่ง เจ้าชีต้ารีบตามไปเหยียบหางงูไว้ไม่ให้หนี เจ้างูจึงแว้งกลับมาทว่ามันรวดเร็วสมชื่อ ผมเห็นเจ้าชีต้าตบหัวงูไปอีกทีหนึ่ง แล้วมันก็กระโดดหนี พ่อตีมันอีกทีหนึ่งคราวนี้โดนหลัง เหมือนกับมันจะหลังหัก ใครจะว่าพวกเราทรมานงูก็ตามทีเถอะแต่มันกำลังโกลาหลกันอยู่จริง ๆ พองูหลังหักมันจึงแผ่แม่เบี้ยสู้ พ่อก็หาจังหวะจะตีมันอีกทีแต่เจ้าชีต้าก็ขวางทางอยู่ พ่อไม่กล้าตีกลัวไปโดนมันเข้า ในที่สุดเจ้าชีต้าเหมือนจะได้ทีมันจดจ้องแล้วก็งับคองูสะบัดจนเลือดแดงฉานเต็มปากมัน เจ้างูดิ้นจนเอาหางฟาดพื้นจากนั้นก็ม้วนหางมาตีหลังเจ้าชีต้า ท่าทางจะดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่เจ้าชีต้าก็กัดไม่ปล่อย พ่อเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ปล่อยให้เจ้าชีต้ามันงับต่อไป

“ปล่อยได้แล้วชีต้าพ่อจะตีมัน” พ่อบอก เจ้าชีต้าเหมือนกับไม่พอใจมันไม่ยอมปล่อย ยังคงสะบัดจนเห็นแผลใหญ่หนังงูฉีกขาด เจ้างูยังไม่สิ้นฤทธิ์เจ้าชีต้าจึงกัดอีกครั้ง ท่าทางมันดูน่ากลัวกว่าทุกวันเมื่อมันฝังเขี้ยวลงบนหัวงูแล้วกดลงจนงูตาหลุดออกมา น้องสาวกับแม่รีบไปดูอาการเจ้าไทเกอร์กับเจ้าหมู พ่อรีบเข้าไปใช้ไม้เขี่ยงูให้เจ้าชีต้ามันปล่อย แล้วสิ่งที่พวกเราไม่คาดคิดก็คือ อยู่ ๆ เจ้าชีต้ามันก็ปล่อยงูออกจากปาก แล้วก็ล้มตัวลงนอน หายใจพะงาบ ๆ ราวกับมันกำลังจะตาย

“พ่อ มันถูกงูกัด” น้องสาวผมรีบบอก เธอรีบยกเจ้าหมูมานั่งตัก เห็นเจ้าหมูครางมันแลบลิ้นเลียมือของน้องสาวแล้วก็ค่อยหลับตาลง แม่บอกว่าเจ้าไทเกอร์ก็ตายแล้ว น้องชายผมรีบวางไม้ลงแล้วไปดูแมวของเขา

“แกอย่าตายนะเพื่อนนะ” น้องชายผมรีบบอก

“แกเก่งที่สุด แกเก่ง แกต้องไม่ตายนะเจ้าชีต้า” น้องชายผมละล่ำละลักพูดเหมือนคนบ้า ผมหันไปเห็นแม่เองก็น้ำตาซึมแต่ไม่รู้ทำอย่างไรได้ ผมไม่รู้ว่าเจ้าชีต้ามันโดนเข้าตอนไหน พ่อลากซากงูออกไปกองไว้หน้าบ้าน น้องชายผมรีบวางเจ้าชีต้าแล้วก็คว้าตีซ้ำที่หัวของมันจนเละด้วยความแค้น พ่ออกจากบ้านไปหาลุงหนูขี้เมาประจำหมู่บ้านให้มาเอางูไปแกง ภายในบ้านเหลือเพียงเจ้าชีต้าที่หายใจรวยรินแล้วก็ครางอย่างอ่อนแรง ในที่สุดตาของมันก็ค่อย ๆ ปิดลง น้องสาวผมร้องให้ ผมเองก็น้ำตาซึมเมื่อนึกได้ว่าตลอดปีกว่าที่มันอยู่กับเรามันได้ประกอบวีรกรรมอะไรเอาไว้บ้าง เหนือสิ่งอื่นใดผมนึกถึงคำของย่า

“…แมวมันสำนึกบุญคุณนะลูก เลี้ยงมันดี ๆ สักวันมันจะตอบแทนคุณเรา เหมือนกับที่มันไม่เคยทิ้งย่า” แมวสามตัวของเราได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว ด้วยความจงรักภักดี

ลุงหนูกับเพื่อนขี้เมาของแกอีกสองคนรีบมาเก็บซากงูไป แกเห็นพวกเรานั่งซึมกันอยู่ก็อดเข้ามาทักทายไม่ได้

“ตายหมดเลยรึ น่าเสียดาย แมวลายสวยอย่างนี้หายาก” ลุงหนูบอก แล้วแกก็นั่งลงลูบหัวน้องชายผม

“ทำใจเถอะนะ สัตว์มันไม่อายุยืนเหมือนคนสักวันหนึ่งมันก็ต้องตาย”

“แต่มันตายเพราะช่วยเรานะลุง” น้องชายผมเถียง

“เออ ลุงรู้ แมวมันรู้คุณ” ลุงหนูคงจะเห็นว่าพูดไปก็คงไม่มีอะไรดีสู้เอางูไปแกงกินแกล้มเหล้าไม่ได้ แกจึงลาพวกเราไป

“หากแค้นมันก็ตามไปกินมันที่บ้านลุงสิ เดี๋ยวจะปรุงให้สุดฝีมือเลย” ลุงหนูชวน

“ตัวขนาดนี้ได้ผัดเผ็ดกระทะหนึ่งพอดี” เสียงลุงหนูพึมพำห่างออกไป ไม่มีใครอยากทำกิจกรรมอะไรอีกนอกจากนั่งหน้าเศร้ากันเงียบ ๆ กอดศพแมวกันคนละตัว ตอนนี้พวกมันเริ่มตัวแข็งกันแล้ว จนเมื่อเห็นว่ามืดสนิทแล้วพ่อจึงเรียก

“เอ้า เราจะไม่ฝังมันกันเหรอ หรือจะปล่อยทิ้งไว้แบบนี้” พ่อถาม

“สตัฟฟ์มันเอาไว้ได้มั้ยครับ” น้องชายผมถาม พ่อทำหน้างง

“ผมเคยอ่านเจอ เราสตัฟฟ์มันเอาไว้ได้”

“พ่อว่ามันไม่เหมาะหรอกนะยังไงก็สู้ตอนมันมีชีวิตไม่ได้หรอกพ่อพยายามปลอบ” แต่ท่าทางน้องชายผมไม่ยอม

“แม่ว่าเราหาตัวใหม่มาดีกว่า ถึงมันจะไม่ลายเสือ แต่เราก็หาตัวที่น่ารักแบบพวกมันได้ คราวนี้หามาหลาย ๆ ตัวเลยเอามั้ย” แม่พยายามปลอบ

“โอ๊ยตาย อย่างนี้เราก็เหม็นขี้แมว เยี่ยวแมวแย่สิแม่” พ่อบ่นอย่างอารมณ์ดี

“ไม่ได้หรอกครับ ไม่มีแมวตัวไหนแทนเจ้าชีต้าได้หรอก ผมรู้” น้องชายผมกลายเป็นคนไร้เหตุผลไปโดยสิ้นเชิง เขานิ่งแล้วในที่สุดก็ถอนหายใจ

“ผมอยากไปหาย่า เขาบอก เราไปฝังพวกมันกันเถอะพี่” ผมเองก็ไม่เข้าใจน้องชายผมเหมือนกันที่จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนใจเสียง่าย ๆ พ่อกับแม่ยิ้มให้กัน

“ตกลงจ๊ะ อาทิตย์นี้เราจะไปหาย่ากัน” แม่ตกลง

“ไปกันหมดนี่แหละ” พ่อบอก เราช่วยกันขนศพแมวทั้งสามตัวลงหลุมข้างบ้าน น้องชายผมขุดหลุมให้มันสามหลุมใต้ต้นไม้ที่พวกเราวิ่งเล่นกันเป็นประจำ หลังจากฝังพวกมันแล้วน้องสาวผมก็พูดขึ้น

“แม่ว่าย่าจะเคยร้องให้กับแมวของแกมั้ย”

“เอาไว้ถามย่าสิจ๊ะ” แม่บอก ผมรู้ว่าแม่คงอยากให้พวกเราไปถามย่าจริง ๆ เพราะเรื่องแมวเราคงต้องถามย่านั่นแหละเพราะย่ารู้ดีที่สุด น้องชายผมลุกขึ้นหลังจากฝังศพแมวของเขา น้ำตาคลอเบ้า

“พ่อว่าย่าจะมีลูกแมวให้พวกเรามาเลี้ยงบ้างมั้ยครับ” พ่อไม่ตอบผมคิดว่าพ่อคงไม่รู้เหมือนกัน

“เราจะไม่รอลูกของเจ้าสามตัวนี้หรือ” พ่อถามเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

“ครับ” น้องชายผมบอก

“ผมไม่รู้ว่ามันจะเหมือนพ่อมันหรือเปล่า”

“อันนี้พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน” พ่อบอกทิ้งท้าย แต่ผมรู้สึกว่าบางทีเราอาจจะได้เลี้ยงแมวอย่างเจ้าสามทหารเสือของเราอีก หากเรายังอยากเลี้ยงแมวต่อไป.

บางทีสัตว์เลี้ยงมันก็ช่วยชีวิตเรา ด้วยชีวิตของมัน

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store