NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
"ตลาดพลู-ท่าพระ" ย่านตำนานอาหารอร่อยของฝั่งธนฯ
หมวด: Food & Travel

"ตลาดพลู-ท่าพระ" ย่านตำนานอาหารอร่อยของฝั่งธนฯ

  • 0.9K
  • 1
  • 3
Jirapinya.T

“ตลาดพลู” เดิมเป็นพื้นที่ของชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาย้ายเมืองหลวงมาอยู่ฝั่งพระนคร ชาวจีนบางส่วนจึงย้ายมาอยู่ย่านสำเพ็ง เยาวราช พอชาวจีนย้ายออกชาวมุสลิมก็ย้ายเข้ามาแทนที่ และได้เริ่มทำสวนพลูกันในย่านนี้ 

  • ชาวจีนและชาวมุสลิมช่วยกันทำสวนพลูจนเป็นอาชีพแพร่หลาย และกลายเป็นตลาดซื้อขายพลูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศขึ้นมา ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ชุมชนตลาดพลู” นับแต่นั้นเป็นต้นมา 
  • ตลาดพลูในปัจจุบันตั้งอยู่ริมคลองบางสะแก ซึ่งเป็นคลองสาขาของคลองบางกอกใหญ่หรือคลองบางหลวง ใกล้ถนนเทอดไท ฝั่งธนบุรี 
  • ตลาดพลูเป็นย่านตำนานเก่าแก่ ทั้งเป็นเส้นทางคมนาคมทางบก ทางเรือ ทางน้ำ ทางรถไฟ และปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสพาดผ่าน จึงนำความเจริญมาสู่ย่านตลาดพลูอย่างเห็นได้ชัด  

“ท่าพระ” เป็นย่านสำคัญย่านหนึ่งของฝั่งธนบุรี มีสถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงเหมาะแก่การอยู่อาศัย 

  • “ท่าพระ” เริ่มต้นตั้งแต่ถนนจรัญสนิทวงศ์และถนนรัชดาภิเษก ช่วงรัชดา-ท่าพระ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ และเป็นทางแยกแรกของถนนเพชรเกษม ถนนสายหลักที่ทอดยาวลงสู่ภาคใต้ของไทย 
  • สถานที่สำคัญในย่านนี้คือ ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ, ซีคอน บางแค และตลาดเก่าแก่มีชื่อเสียงเป็นแหล่งของกินอร่อยของคนในพื้นที่ เช่น ตลาดคลองสาน ตลาดท่าพระรุ่งเรือง ตลาดพลู เป็นต้น 
  • ไฮไลท์สำคัญที่สุดของย่านท่าพระอยู่ที่การมาของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2562

ย่านตลาดพลูยังคงกลิ่นอายของชุมชนเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางของฝั่งธนบุรีมาตั้งแต่ในอดีต วิวัฒนาการที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าและการเดินทางที่สะดวกขึ้นกว่าในอดีต ไม่ใช่มีเฉพาะเส้นทางรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมถึงบริการสาธารณะอื่นๆ เช่น รถเมล์ รถยนต์ส่วนบุคคล และเรือโดยสารด้วย 

รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีตลาดพลู 

  • สถานีตลาดพลูอยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว (สายสีลม) เป็นรถไฟฟ้าสายแรกที่ข้ามเข้ามาในฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ส่วนต่อขยายตากสิน-บางหว้า 
  • จากถนนสาทรข้ามสะพานตากสินแล้วตัดกับถนนรัชดาภิเษกที่สถานีตลาดพลู วิ่งไปตามถนนราชพฤกษ์ต่อจากสถานีโพธิ์นิมิตร 
  • ที่สถานีตลาดพลูสามารถเชื่อมต่อไปยังรถโดยสารด่วนพิเศษ (Bus Rapid Transit) สถานีราชพฤกษ์ได้ด้วย

สถานีท่าพระ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน)

  • สถานีท่าพระ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยาย พุทธมณฑลสาย 4-หลักสอง-หัวลำโพง-บางซื่อ-เตาปูน-ท่าพระ
  • ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง จะเปิดให้บริการในวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2562 ที่จะถึงนี้
  • ช่วงเตาปูน-ท่าพระ จะเปิดให้บริการในวันที่ 1 มกราคม ปี 2563 
  • และจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในเดือนมีนาคม ปี 2563
  • บริเวณด้านล่างของสถานีท่าพระเป็นแยกท่าพระ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของฝั่งธนบุรี โดยเป็นแยกที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ตัดกับถนนเพชรเกษมและถนนรัชดาภิเษกฝั่งใต้ 
  • สถานีท่าพระเป็นจุดเชื่อมต่อ (Interchange) ของเส้นทางรถไฟฟ้ามหานครส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง คือ ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค  

การเพิ่มศักยภาพย่านท่าพระในปัจจุบันและในอนาคตชูจุดเด่นการเป็น “โครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่” ในการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) แสดงให้เห็นว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าไปในย่านสีลม-สาทรได้สะดวกและรวดเร็ว 

วัดอินทารามวรวิหาร 

  • วัดอินทารามวรวิหาร หรือวัดบางยี่เรือนอก หรือวัดสวนพลู หรือวัดบางยี่เรือไทย เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยา
  • สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ ทั้งพระอารามและบริจาคที่ดินให้วัดเป็นจำนวนมาก 
  • จึงเป็นวัดสำคัญในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ และโปรดมาทรงศีลบำเพ็ญกรรมฐาน 
  • ภายในมีโบราณวัตถุเกี่ยวเนื่องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินหลายอย่าง เช่น พระแท่นบรรทมไสยาสน์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐาน (ฝัง) พระบรมศพของสมเด็จพระเจ้าตากสินด้วย

วัดจันทารามวรวิหาร

  • ตั้งอยู่บนถนนเทอดไท เดิมชื่อวัดบางยี่เรือกลาง หรือวัดกลางตลาดพลู เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
  • ต่อมารัชกาลที่ 3 พระราชทานนามเป็น วัดจันทาราม และภายหลังได้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชนิดวรวิหาร 

วัดราชคฤห์วรวิหาร

  • เดิมชื่อวัดวังน้ำวน เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยชาวมอญกลุ่มหนึ่งซึ่งอพยพมาจากพม่าโดยทางเรือจากจังหวัดกาญจนบุรี เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารและสร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ 
  • ที่เรียกว่า วัดวังน้ำวน เพราะตั้งอยู่ติดคลองน้ำ 3 สาย คือ คลองบางกอกใหญ่ (อยู่ด้านทิศเหนือของวัด) คลองบางน้ำชน (อยู่ทิศตะวันตกของวัด) และคลองท่าพระ (อยู่ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัด) 
  • คลองน้ำ 3 สาย มาบรรจบติดกันเป็นเหมือนสี่แยก ทำให้น้ำเกิดการหมุนเวียนเป็นวังวนขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่แถบนั้นว่า วังน้ำวน

ย่านท่าพระตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร อยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีน้ำตาลเข้ม ย.8-ย.9 FAR 6-7:1, OSR 5-4.5% จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหนาแน่นมาก สามารถก่อสร้างอาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยได้มาก

  • ย.8-ย.9 FAR 6-7:1, OSR 5-4.5% หมายความว่า ถ้าสมมติว่ามีที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ (กว้าง 40 เมตร ยาว 40 เมตร) คิดเป็น 1,600 ตารางเมตร ตรวจสอบแล้วพบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่สีน้ำตาลเข้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) ประเภท ย.8-ย.9 กำหนดให้ FAR = 6-7 เท่า, OSR = 5-4.5%  คำนวณได้ดังนี้

                     1. พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น = FAR x พื้นที่ดิน ดังนี้ พื้นที่อาคารรวมสูงสุดของที่ดินแปลงนี้ที่สามารถก่อสร้างได้ คือ 7 x [40 x 40] = 11,200 ตารางเมตร

                     2. พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุม = [พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น x OSR] ÷ 100 ดังนั้น พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมของที่ดินแปลงนี้ คือ [11,200 x 5] ÷ 100 = 560 ตารางเมตร 

                     3. ดังนั้น ที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ อยู่ในย่านท่าพระสามารถก่อสร้างอาคารได้มากที่สุด 11,200 ตารางเมตร และต้องมีพื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมมากที่สุด 560 ตารางเมตร 

  • โดยผังเมืองสีน้ำตาลครอบคลุมพื้นที่ไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์และไปตามถนนเพชรเกษมบริเวณบางหว้า 
  • หากขยับออกไปอีกตามถนนเพชรเกษมจะเป็นพื้นที่ผังเมืองสีส้ม ย.5-ย.7 FAR 4-5:1, OSR 7.5-6% จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดินเมื่อเทียบกับผังสีน้ำตาลเข้ม 
  • ย.5-ย.7 FAR 4-5:1, OSR 7.5-6% หมายความว่า ถ้าสมมติว่ามีที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ (กว้าง 40 เมตร ยาว 40 เมตร) คิดเป็น 1,600 ตารางเมตร ตรวจสอบแล้วพบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่สีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) ประเภท ย.5-ย.7 กำหนดให้ FAR = 4-5 เท่า, OSR = 7.5-6%  คำนวณได้ดังนี้

                     1. พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น = FAR x พื้นที่ดิน ดังนี้ พื้นที่อาคารรวมสูงสุดของที่ดินแปลงนี้ที่สามารถก่อสร้างได้ คือ 5 x [40 x 40] = 8,000 ตารางเมตร

                     2. พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุม = [พื้นที่อาคารรวมทุกชั้น x OSR] ÷ 100 ดังนั้น พื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมของที่ดินแปลงนี้ คือ [8,000 x 7.5] ÷ 100 = 600 ตารางเมตร 

                     3. ดังนั้น ที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ อยู่ตามถนนเพชรเกษมสามารถก่อสร้างอาคารได้มากที่สุด 8,000 ตารางเมตร และต้องมีพื้นที่ว่างปราศจากสิ่งปกคลุมมากที่สุด 600 ตารางเมตร 

  • เมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ เดินรถในลักษณะวนลูป การใช้ประโยชน์ที่ดินในย่านนี้ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น และมูลค่าการใช้ประโยชน์ที่ดินก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

_____________________________________

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : intaram.org, watrajkrueh.com และสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store