NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ตุ๊กตา
หมวด: Life

ตุ๊กตา

  • 586
  • 122
  • 0
THEGREADT

-ภรรยา-

'ถ้ารับมันเข้ามาแล้ว มันจะอยู่กับมึงไปตลอดชีวิต'

นั่นเป็นคำพูดของหมอดูยายแก่ ฉันจำชื่อเธอไม่ได้ เพราะช่วงนั้นฉันเข้าไปข้องเกี่ยวกับหมอดูหลายคนเลยทีเดียว รวมทั้งหมอดูที่เป็นคนมอบตุ๊กตาตัวนี้ให้กับฉัน มันก็เป็นแค่ตุ๊กตาเด็กเล่น เป็นเด็กแบเบาะ หน้าตาน่ารัก ตาสีฟ้าแบบฝรั่ง ไม่มีเส้นผม ขนาดเท่าทารกจริง ถูกห่อด้วยผ้าหนานุ่มสีฟ้าสะอาดซึ่งถอดออกไปซักได้ หมอดูคนนั้นบอกว่า ให้ถือเป็นตัวแทนลูกน้อยที่ฉันแท้งไป อย่างน้อยเพื่อความสบายใจของฉันเอง

นับตั้งแต่นั้นไม่ว่าฉันจะไปไหนมาไหนก็มักจะพกมันติดตัวไว้ตลอด เจ้าตุ๊กตาทำให้ฉันสบายใจขึ้นมากจริง ๆ และฉันก็ไม่ต้องพึ่งหมอดูหมอเดาอีกแล้ว เหลือเพียงแค่จิตแพทย์ประจำตัวของฉันคนเดียว หมอจิตร เธอเป็นจิตแพทย์สาวสวย แต่งตัวเฉี่ยว ฉันแอบประทับใจสีลิปสติกบนริมฝีปากเธอบ่อย ๆ สามีฉันแนะนำให้ เขาบอกว่าเขาเป็นกังวลมาก เพราะตั้งแต่แท้งลูก ฉันดูซึมเศร้าลงไปมาก แน่ล่ะ เป็นใครใครก็เศร้า ฉันเป็นผู้หญิงที่หวังไว้ไม่มาก บ้านเล็ก ๆ รถไม่มีก็ได้ มีเงินทองไม่ต้องมาก แค่ไม่เป็นหนี้ใครฉันก็พอใจ และฉันก็ได้ตามที่หวังทุกอย่าง มีสามีที่เป็นคนทำงานหนักและรักครอบครัว เขาดีกับฉันทุกอย่าง ทั้งยามสุขยามทุกข์ แต่สิ่งที่ฉันขาดอยู่คือการได้มีลูกกับเขา สิบกว่าปีที่แล้ว ฉันท้อง แล้วก็แท้ง ฉันจิตตกไปเยอะ พอมาเมื่อปีที่แล้ว ฉันท้องอีก แล้วก็แท้งอีก นอกจากสามีจะเห็นว่าฉันมีอาการซึมเศร้าแล้ว ฉันยังรู้ตัวเองดี เพราะโลกของฉันไม่มีสิ่งใดดูสดใสสวยงามเลย ไม่มีอีกแล้ว สามีไปทำงาน สองสามวันจะกลับบ้านสักครั้ง นั่นก็คือเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุด ฉันโผเข้ากอดเขาทันทีที่เขาย่างก้าวเข้าประตูบ้าน ไม่เคยห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลได้สักที ไม่ใช่เพราะเศร้า มันเป็นเพราะความสุขปนดีใจ ก็รู้แหละว่ามันทำให้เขาเป็นห่วงฉันจนทำงานทำการไม่สะดวก เขาหมั่นโทรหาฉันตลอดเหมือนกัน และทุกครั้งฉันก็พูดเสมอว่าไม่ต้องห่วงฉันนะ มีปัญหาอะไรฉันจะคอยปรึกษาหมอจิตร

มันก็ไม่มีอะไรมาร่วมปี จนกระทั่งฉันท้องอีกครั้ง การตั้งครรภ์ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ฉันปิติยินดีเอาเสียเลย มีแต่กังวลมากขึ้น กลัวจะแท้งแบบที่ผ่านมา และตั้งแต่ฉันเริ่มแพ้ท้อง ก็กลับมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น ฉันมักจะได้ยินเสียงประหลาด คล้ายเสียงทารกร้องแว่วเบา มันดังออกมาจากตุ๊กตา...

 

-สามี-

"เธอเริ่มมีอาการคล้ายประสาทหลอนตั้งแต่ตั้งครรภ์ครั้งล่าสุดนี่แหละครับ ไอ้ที่เธอกอด เธออุ้มตุ๊กตาของเธอ บ้างครั้งเธอก็กล่อมมันเหมือนลูก ยังไม่เท่าไหร่ แต่หลังๆมานี่เธอบอกว่าเธอได้ยินเสียงทารกร้องออกมาจากเจ้าตุ๊กตานั่นด้วยครับหมอชลิต"

หมอชลิตขมวดคิ้วเบา ๆ รอยย่นมากมายบนใบหน้าไม่ทำให้สังเกตเห็นความกังวล

"เธอก็บอกหมอแบบนี้ล่ะครับ ธรรมดาของแม่ที่ตั้งท้องครับ ยิ่งภรรยาคุณเคยแท้งมาแล้วถึงสองครั้ง อาจจะมีอาการวิตกจริตบางอย่าง ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หมอได้ให้ยาระงับประสาทแบบอ่อน ๆ ให้เธอไปแล้วครับ" หมอชลิตตอบอย่างอ่อนโยนผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดกังวล

"ครับ เอ่อ...แล้วตั้งแต่นั้น เธอก็เริ่มกลับไปพึ่งหมอดูอีก ผมว่าถ้าทำแล้วสบายใจผมก็ไม่ห้าม แต่มีหมอดูคนหนึ่งดันมาทักว่าตุ๊กตานั้นเป็นสิ่งอัปมงคล มีวิญญาณร้ายสิงสู่ ผมไม่รู้ว่ามันจะทำให้ภรรยาผมยิ่งเกิดอาการวิตกจริตอะไรมากขึ้นหรือเปล่านะครับหมอ"

"แบบนั้นก็ทิ้งไปสิครับ ตุ๊กตานั่นน่ะ ไหน ๆ มีเหตุให้ตัดแล้วก็ตัดเถอะครับ เพราะการที่ภรรยาคุณหมกมุ่นกับตุ๊กตามากเกินไปนั้น ทำให้เหมือนกับว่าได้ลืมโลกแห่งความเป็นจริงไป ผมเชื่อนะครับว่าต้องมีหลายครั้งที่เธอแอบคิดว่าตุ๊กตานั่นคือลูกของเธอจริง ๆ" 

ผมก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน สองสามวันกลับบ้านทีภรรยาก็ดีใจ ผมเห็นภาพที่เธอวิ่งมากอดผมร้องไห้ ผมแทบอยากจะลาออกจากงานมาเฝ้าดูแลเธอ อย่างน้อยก็ช่วงที่เธอตั้งครรภ์ลูกของเรา แต่ก็ได้แค่คิดไป เพราะมีงานนี่แหละ เราถึงได้มีบ้าน มีครอบครัวที่อยู่อย่างพอเพียง สบาย ๆ ไม่เดือดร้อน 

 

-ภรรยา-

'ถ้ารับมันเข้ามาแล้ว มันจะอยู่กับมึงไปตลอดชีวิต'  "ทำไมแม่หมอถึงแน่ใจแบบนั้นล่ะคะ มันก็อยู่กับฉันมาตั้งนานแล้ว ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ และหมอจิตร จิตแพทย์ประจำตัวฉันก็บอกว่ามันเป็นแค่อาการวิตกจริต เดี๋ยวก็หาย"

แม่หมอชราไม่ได้มองหน้าเธอ กลับเบือนหน้าหนี ปากเคี้ยวหมากหงับ ๆ ริมฝีปากแดงดั่งชาด รอยน้ำหมากเน้นชัดตามร่องรอยย่นของริมฝีปาก เหมือนแม่น้ำสีเลือดหลายสายกำลังขยับเป็นคลื่น

"เชื่อกู มึงเชื่อกู ต้องทำลาย ต้องเอาไปเผา อีคนที่ให้มึงมา มันเอาของเซ่นผีห่ามาให้มึง มึงมันไม่รู้อะไรเลย"

วันนี้ฉันอุ้มตุ๊กตาตัวเดิม เดินวนรอบบ้าน เดินไปจนถึงบึงน้ำหลังบ้าน นึกถึงสมัยก่อนฉันกับสามีชอบเอาแพลมออกมาลอยนอนเล่นที่นี่ ว่าแล้วฉันก็ไปหาแพลมมาจากห้องเก็บของ ทั้งฝุ่นทั้งแมลง ทำให้ฉันหงุดหงิดรำคาญอยู่พอตัว แต่ฉันก็หามันจนพบ ฉันใช้เครื่องเป่าลมก็จริง แต่กว่าจะเต็มก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ พอลูกร้องที ฉันก็ต้องไปให้นมที กว่าแพจะใช้การได้ ร่วมสองชั่วโมง

เอ๊ะ ลืมไป นี่ไม่ใช่ลูกฉันนี่นา นี่มันตุ๊กตา...

ฉันกับลูกสาว นอนอยู่ด้วยกันบนแพ ฟ้ามืดครึ้มทำให้แสงไม่แยงตา ฉันนอนมองฟ้าได้สบาย ๆ  บอกตามตรงนะ ฉันคงไม่คิดจะทิ้งตุ๊กตาตัวนี้หรอก ถึงแม้ว่าฉันจะวุ่นวายกับหมอดูหมอเดา ฉันก็ไม่ใช่คนงมงายเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ อาการแปลก ๆ ของฉัน เรื่องประหลาดที่เกิดขึ้น ฉันเชื่อหมอจิตรมากกว่า ว่าเกิดจากอาการผิดปกติของฉันเอง

หมอจิตร เป็นคนสวย สูงยาว เธอใส่ชุดแซกสีน้ำตาลอ่อน ผ้าพันคอสีแดงสด สีแดงเฉดเดียวกับริมฝีปากของเธอ

ริมฝีปากแดงดั่งชาด รอยน้ำหมากเน้นชัดตามร่องรอยย่นของริมฝีปาก เหมือนแม่น้ำสีเลือดหลายสายกำลังขยับเป็นคลื่น

แม่หมอชรากรีดเสียงหัวเราะดังก้อง เสียงแหลมสูง

หมอจิตรยื่นตุ๊กตาให้ฉัน เธอยื่นมาสุดแขน มือของเธอเปื้อนเลือด เลือดได้เปื้อนผ้าห่อทารกสีฟ้าสะอาด ย้อมมันจนแดงฉาน เสียงหัวใจเต้นตุบ ๆ ตุบ ๆ รกของทารกที่เธออุ้มกระตุกหงึก ๆ ใบหน้าของทารกนั้น... ปากของมันกรีดร้องจนเกือบฉีกถึงหู ใบหน้ามันดูทรมานแต่ก็เหมือนกับปีศาจร่ำไห้

"แม่... แม่... อย่าทิ้งหนูไปนะ"

'ซูม...'

ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจสุดขีด ฉันฝันร้าย ฉันรีบมองดูลูกสาว รีบหยิบเธอขึ้นมากอด ฝนตกหนักเหลือเกิน เม็ดฝนกระทบร่างด้วยความรุนแรงจนฉันเจ็บไปหมดแล้ว ลูกจ๋า ลูกจะเจ็บไหมนะ ลูกจ๋า แม่จะไม่ทิ้งลูกไปนะ แม่จะไม่ทิ้งลูก....

'อุแว้... อุแว้... '

ค่ำคืนดึกสงัด ฉันตกใจมากที่เมื่อได้ยินเสียงลูกร้องและตื่นมาไม่พบเธออยู่ในอ้อมแขน ฉันรีบวิ่งออกจากห้องไป ไปตามเสียงร้อง มันดังมาจากในห้องครัว ฉันวิ่งลงไปที่ห้องครัว โธ่ ลูกจ๋า ลูกแม่ มานั่งร้องไห้อะไรตรงนี้ ลูกปีนขึ้นไปบนโต๊ะอาหารได้ยังไงคะ เก่งจังเลยลูกแม่

ฉันอุ้มเธอ กอดแนบอก ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาบางเบา มีเราสองแม่ลูก ที่จะไม่พลัดพรากจากกันตลอดกาล...

 

-สามี ภรรยา-

เวลาผ่านไป นานเหมือนกัน นานเท่าไรแล้ว กี่เดือนกันนะที่ฉันแท้งลูกคนที่สาม จริง ๆ แล้วก็เหมือนจะชินแล้วนะ ฉันเศร้าเสียใจอยู่ไม่นานนัก เพราะฉันมีตุ๊กตาของฉัน ตอนช่วงแพ้ท้องฉันอาจจะอาการหนักหน่อย ฉันมักจะคิดว่าเจ้าตุ๊กตาตัวนี้มันเป็นลูกของฉันจริง ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเข้าใจเป็นแบบนั้นได้อย่างไร แต่อาจจะเป็นเพราะยาของหมอจิตร ทำให้ในที่สุดฉันก็หายจากอาการประสาทหลอน ตอนนี้เจ้าตุ๊กตานั่นมันก็เป็นแค่ตุ๊กตา ฉันเอามันมาอุ้มเล่นบ้างบางครั้ง ในช่วงที่ฉันอาการหนัก บางทีสามีฉันก็เอามันมาอุ้มเล่นบ้าง ให้ฉันสบายใจ เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงสามีกำลังทำอาหารอยู่ในครัว ช่างเป็นคนที่น่ารักจริง ๆ เลย เตรียมอาหารให้เมียแต่เช้า

ฉันอุ้มเจ้าตุ๊กตาเดินไปหลังบ้าน เอาล่ะ ตอนนี้ชีวิตฉันมีครบแล้วจริง ๆ ไม่มีลูกก็ได้ ฉันมีสามีที่ดีแบบนี้ ชีวิตฉันสมบูรณ์แล้ว ไปเถิดนะเจ้าตุ๊กตา ขอบคุณที่คอยอยู่กับฉัน ปลอบใจฉันมาตลอด วันนี้ฉันไม่ต้องการส่วนเกินใด ๆ อีกแล้ว

ฉันบรรจงปล่อยเจ้าตุ๊กตาทิ้งลงในบึงหลังบ้าน มันลอยอยู่สักพักก็ค่อย ๆ จมลงไป ฉันยิ้มให้ท้องฟ้าแดดจ้าซึ่งแสงแดดนั้นแยงตาเหมือนคมมีดนับพันพุ่งลงมา ฉันจะเดินไปกอดสามีจากข้างหลัง ฉันจะกระซิบบอกเขาว่าฉันรักเขาแค่ไหน

'แอ๊ด...'

"อ้าวคุณ ตื่นแล้วเหรอ เดี๋ยวรอกินข้าวนะ ผมทำอาหารไว้หลายอย่างเลย"

"จ้ะ ตื่นแล้ว นี่ ฉันมีอะไรจะบอกคุณล่ะ"

"อะไรเหรอจ๊ะที่รัก" สามียังคงก้มหน้าก้มตาทำอาหาร

"ฉันทิ้งตุ๊กตานั่นไปแล้วล่ะ" ภรรยาโอบกอดเขาจากด้านหลัง

"โอ้โห ดีมากเลยคุณ เอ่อ แล้ว ลูกล่ะ ยังไม่ตื่นเหรอ"

 

-หมอจิตร-

"หมอไม่ทราบสาเหตุเหมือนกันค่ะ ว่าทำไมอาการวิตกจริตเกินเหตุ หรือเห็นภาพหลอน จิตหลอน ถึงได้มาเกิดกับสามีคุณ หลังจากที่มันได้จากคุณไป แต่หมอก็ได้ให้ยาเขาตามอาการนะคะ เชื่อว่าเขาจะหายได้ในเร็ววันนี้ ดูแลเขาดีๆนะคะ"

 

-สามี ภรรยา-

"ไม่มีหรอกลูกน่ะค่ะ คุณจำไม่ได้เหรอ ฉันแท้ง" 

"คุณจะบ้าเหรอ คุณเลิกเพ้อซะที ผมนึกว่าคุณหายแล้วซะอีก! ลูกเราสามเดือนแล้ว คุณคลอดเขาออกมาเอง จำไม่ได้เหรอ!"

"นี่คุณ จะเสียงดังทำไม หมอจิตรก็บอกอยู่ว่าคุณเป็นอะไรอย่างไร"

"หมอจิตรไหน"

"หมอจิตร จิตแพทย์ประจำตัวของฉันไงคะ"

"คุณนี่! นี่คุณยังไม่หายอีกเหรอ หมอประจำตัวคุณน่ะมีคนเดียว คือหมอชลิต หมอจิตรมาจากไหนกันน่ะ"

"หมอชลิต...?"

"แล้วนี่ลูกอยู่ไหนน่ะคุณ!"

ลูก

ฉันแท้งนี่ ฉันไม่มีลูก

ฉันไม่มีลูก.....

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store