NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
คนไม่สมประกอบ
หมวด: Life

คนไม่สมประกอบ

  • 534
  • 12
  • 0
RangrotFly

 ผมไม่รู้ว่าชาวบ้านร้านช่องเรียกชื่อชายคนนี้ว่าอะไร 

แต่ผมเรียกน้าคนนี้ว่าน้าแบนมาตั้งแต่ผมยังเล็ก ๆ ยังขึ้นรถสองแถวไปเรียนชั้นมัธยมในเมือง น้าแบนเป็นคนสติไม่ดีครับ พูดไม่เป็นคำ กิริยาท่าทางทั่วไปต่างจากคนปกติ สูงราว 160 เซนติเมตร ไม่อ้วนไม่ผอมผมตัดสั้นเกรียน แต่งตัวเรียบร้อย นุ่งแสล็คสูงเลยสะดือ ผูกเนคไทด์ลายดอกไม้ เสื้อเชิ้ตแขนยาว รองเท้าคัชชูเก่า ๆ หิ้วกระเป๋าใบหนึ่งไปเดินตลาดผ้าในเมืองแทบทุกวัน

ชื่อน้าแบนที่ผมเรียกแต่ตัวผมคนเดียวนั้นมาจาก ลักษณะของใบหน้าของแกที่ไม่มีสันจมูกมันแบนบี้ไปแทบจะระนาบเดียวกับโหนกแก้มที่คล้ำหมองไปหนึ่งข้าง หูก็แนบแบนขมับ ศีรษะของแกมองด้านไหนก็ไม่แตกต่างกันนัก แม่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า น้าแบนนั้นไม่มีพิษมีภัยกับใคร มีแต่สร้างรอยยิ้มสร้างเสียงหัวเราะแก่ผู้พบเห็น ประหนึ่งเทพบุตร ซุบเปอร์โมเดล สุดยอดนายแบบของตลาดผ้าแห่งนี้ จะเดินไปตรอกไหน ซอยไหน ก็มีคนหยิบยื่น ข้าวปลา ขนม เงิน ให้ไม่ขาด แต่ในทุกที่ก็มีทั้งคนดีที่บ้า คนบ้าที่ดี คนปกติที่ชั่วช้า คนใจร้ายที่แกล้งคนบ้า คนฟั่นเฟือน ซึ่งจะมีเด็กแก๊งค์ข้างถนนกลุ่มหนึ่ง ชอบจับน้าแบนแก้ผ้าแล้วล้อแกเล่นให้ได้อาย ให้ร้องไห้ บางทีก็ไถเงิน ขโมยรองเท้าแกบ้าง อะไรบ้าง วันไหนน้าแบนเงินหมดกระเป๋าเพราะถูกรีดไถ แกจะไม่ขึ้นรถสองแถวกลับบ้าน แต่แกจะเดินกลับบ้านซึ่งมีระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เพราะไม่มีเงินที่จะจ่ายค่ารถ

เย็นวันหนึ่งผมซ้อมกีฬาเสร็จ กำลังจะขึ้นรถสองแถวที่จอดหน้าโรงเรียนกลับบ้านเช่นเคย ก็เห็นน้าแบนเดินหิ้วกระเป๋าผ่านหน้าผมด้วยเสื่อผ้าขาดวิ่น หน้าตาฟกช้ำ ด้วยสภาพที่ผมเห็นประกอบกับการได้ยินเรื่องราวที่แม่เคยเล่าให้ฟัง ผมพอเข้าใจว่า ผู้ชายไม่สมประกอบคนนี้ คงผ่านเรื่องราวที่แย่ ๆ มาอย่างแน่นอน อาจโดนแกล้ง โดนชิงทรัพย์ โดนข่มขืน โดนชกต่อย แต่อะไรก็ช่างเถอะ บาดแผลบนใบหน้าและตามร่างกายของน้าแบนส่งผลให้น้าแบนเดินสะท้อนอาการเจ็บปวดผิดปกติกว่าที่เดินท่าแปลกๆ เหมือนคนเท้าสองข้างยาวไม่เท่ากันอยู่แล้ว แกคงต้องเดินด้วยสภาพที่น่าเวทนานี้ไปอีกกว่า 6 กิโลเมตรถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่าง บนถนนสายกลับบ้านทางเดียวกันของผมและน้าแบน เวลานี้บางช่วงก็ไม่มีไฟทาง สลัว ๆ จวนค่ำ รถราจะเฉี่ยวแกได้

ผมเดินไปบอกแกว่า ไปขึ้นรถกันกลับบ้าน แกส่ายหน้าแล้วงึมงำพอมีความหมายว่า ไม่ได้หรอก ขึ้นไม่ได้ แกไม่มีเงินแล้ว ผมก็บอกว่าผมจะออกค่ารถให้ ไม่ต้องเสียเงินแกก็ยังส่ายหน้าอีก ผมจึงยื่นแบ๊งค์ยี่สิบให้แก 1 ใบบอกว่าเป็นค่ารถและค่าข้าวเย็น น้าแบนยื่นมือมารับและจ้องหน้าผมนิ่ง ตลอดเวลาที่นั่งหันหน้าเข้าหากันบนรถสองแถวค่ำวันนั้น น้าแบนยกมือไหว้ผมและพึมพำ งึมงำ อะไรของแกที่ผมฟังไม่รู้เรื่องอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งผมกดกริ่งลงจากรถไป

เมื่อผมเรียนจบระยะเวลาห่างจากเหตุการณ์วันนั้นกว่า 5 ปี ขณะผมกำลังทำธุระอยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดและมีเหตุจะต้องเข้าเมืองไปเอาเอกสารที่บ้านเพื่อนในตลาด ผมไม่อยากขยับรถขับออกมา เพราะที่จอดรถที่ทำการที่ดินนั้นหายากมาก จึงออกมาคอยเรียกรถโดยสารไปเอาเอกสารที่บ้านเพื่อนแทน รถสองแถวเข้าตลาดยามสายวันต้นเดือน แม่ค้าก็ยังเต็มคันรถ ผมขึ้นไปยืนที่ฝากระบะท้ายเหมือนตอนเรียนมัธยม ยังยืนได้ไม่ทันเต็มเท้าก็มีมือกร้าน ๆ มือหนึ่งมาดึงข้อมือผมให้เข้าไปนั่งแทนขณะที่ชายผู้นั้นค้อมตัวลุกออกจากที่นั่งด้านใน ลมพัดเน็คไทด์ลายดอกไม้ปลิวเบา ๆ ชายผู้นั้นเดินเขยกด้วยเท้าสองข้างที่ไม่เท่ากันลงไปจ่ายค่ารถ แล้วเดินหิ้วกระเป๋าใบที่ผมคุ้นตา ย่ำไปบนบาทวิถีไปในทางเดียวกันกับรถคันนี้

นั้นเป็นการพบเจอกันครั้งสุดท้ายระหว่างผมกับน้าแบน ผู้ชายที่ไม่สมประกอบ แต่กลับมากน้ำใจและมีความทรงจำที่วิเศษ คนที่สร้างสมดุลเล็ก ๆ ให้โลกใบนี้ คนที่ทำให้ผมรู้ว่า มนุษย์ที่สมประกอบกับไม่สมประกอบนั้นแตกต่างกันตรงไหน 

และที่ผมเชื่ออย่างเต็มหัวใจก็คือบทสวดมนต์อำนวยพรชุดใหญ่ให้ผมบนรถสองแถวที่เรานั่งไปด้วยกันเมื่อห้าปีที่แล้วนั้น ยังคงคุ้มครองปกปักษ์รักษาผมมาจนถึงวันนี้

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store