NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
[เรื่องสั้นสามนาที] #วิปริตวิปลาส – Wake-Up Call โดย ธิชา ชัย
หมวด: Funny

[เรื่องสั้นสามนาที] #วิปริตวิปลาส – Wake-Up Call โดย ธิชา ชัย

  • 0.9K
  • 0
  • 3
ธิชา ชัย

   

ตอนที่ฉันทำงานเป็นพนักงานต้อนรับกะดึกในโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวข้าวสาร ภารกิจที่ฉันเกลียดที่สุดคือการโทรปลุกแขกหรือที่เรียกว่าเวคอัพคอล

นอกจากความรู้สึกผิดที่ต้องปลุกคนกำลังนอนหลับ มันยังเป็นภารกิจแสนยากเย็น แขกบางคนหลับสนิทจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ บางครั้งต้องโทรปลุกถึงสาม-สี่ครั้ง มีไม่น้อยถึงกับต้องไปเคาะประตูห้องกันเลยทีเดียว

คืนหนึ่ง พนักงานที่เข้าเวรช่วงกลางวันเขียนโน้ตให้ฉันโทรปลุกเจมส์ เมอร์เรย์ ห้อง 202 เวลาตีสาม

เจมส์ ห้อง 202 ผู้ชายจากสก็อตแลนด์ อายุประมาณห้าสิบปี ร่างผอมสูง ดูเหมือนคนอมโรค พวกเราแอบเรียกเขาว่าเจมส์ขี้เมา ไม่เคยมีใครเห็นเขาโดยปราศจากขวดเบียร์ลีโอในมือ เขาออกไปดื่มเหล้าทุกคืนและเมากลับโรงแรมตอนตีสามตีสี่ สายตาแข็งกร้าวของเขาทำให้ฉันอึดอัด แม่บ้านบอกว่าโต๊ะหัวเตียงในห้องเขามีแผงยาและกระปุกยาเต็มไปหมด

ตีสามตรง ฉันโทรไปห้อง 202 คอยอยู่นานกว่าเขาจะรับสาย เมื่อรับสายแล้วก็มีแต่ความเงียบโดยที่เขาไม่พูดอะไร

ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเขาพูด “ฮัลโหล” อย่างแผ่วเบาราวกับคนไม่มีเรี่ยวมีแรง ฉันบอกเขาว่าขณะนี้เป็นเวลาตีสามแล้ว 

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงครางเบาๆ ตามด้วยเสียงหูโทรศัพท์ตกกระแทกพื้นพรมดังขลุกขลัก

ฉันอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกภาพนายเจมส์ขี้เมายื่นมือเปะปะควานหาหูโทรศัพท์ทั้งที่ยังหลับตา ฟังฉันพูดโดยที่อาจจะไม่รู้ว่าฉันพูดอะไร สุดท้ายจึงปล่อยหูโทรศัพท์ตกจากมือด้วยความง่วงงุน 

ตามกฎแล้ว เราจะรอห้านาทีก่อนที่จะโทรใหม่อีกครั้ง หากโทรเป็นรอบที่สามแล้วแขกยังไม่รับสาย เราจะไปเคาะประตูห้อง

ระหว่างที่รอเวลาเพื่อจะโทรใหม่อีกครั้ง ทันใดฉันก็นึกขึ้นได้...ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ? เขาอาจจะลุกขึ้นรับโทรศัพท์แล้วล้มลงบนพื้น เจ้าของโรงแรมเตือนพวกเราเสมอว่าต้องหัดสังเกตความผิดปกติต่างๆ ไม่มีโรงแรมไหนอยากให้มีแขกนอนตายอยู่ในห้องเป็นเวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะมีคนรู้

ฉันรีบคว้าหูโทรศัพท์โทรไปห้อง 202 อีกครั้ง สัญญาณไม่ว่าง โทรศัพท์ยังตกอยู่บนพื้น

ฉันผุดลุกขึ้น ลนลานเปิดลิ้นชักหยิบกุญแจสำรอง ไม่นะ ขออย่าให้เขาเป็นอะไร ฉันเหงื่อแตกพลั่กกำมือแน่นขณะเดินช้าๆ ไปตามทางเดินชั้นสองเพื่อไปยังห้อง 202 ที่อยู่หัวมุมสุดตัวอาคาร ฉันเดินไปมาที่ทางเดินนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้มันทำให้ฉันประหวั่นพรั่นพรึง เพราะไม่รู้ว่าจะได้เห็นภาพอะไรเมื่อไขกุญแจเข้าไป มันทำให้ฉันนึกถึงพ่อ...

ตอนอายุยี่สิบ ฉันเปิดประตูเจอภาพพ่อตัวเองนอนตายอยู่บนพื้น พ่อนอนคว่ำจมกองเลือดอยู่ข้างเตียง มือสองข้างจิกเกร็งเหมือนกำลังตะกายพื้น ขณะที่ฉันยืนมองศพพ่อด้วยความตะลึง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นพ่อนั่งห้อยขาอยู่บนตู้เสื้อผ้า เราสบตากันและสายตาของพ่อเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ จากนั้นพ่อก็มลายหายไป

ได้โปรด...อย่าให้ฉันต้องเจอประสบการณ์นี้อีกครั้ง  

ฉันทั้งเคาะประตูทั้งเรียกชื่อแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าประตูจะเปิดออก  โธ่  ลุกขึ้นมาสิเจมส์ขี้เมา เปิดประตู! ได้โปรด... 

ขณะกำลังไขกุญแจด้วยอาการมือไม้สั่นระริกฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า เสียงพูดฮัลโหลของเขาไม่เหมือนเสียงของคนง่วงนอน แต่มันเหมือนเสียงของคนกำลังจะตาย

ฉันหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมาตามทางเดิน เขาคือเจมส์ เมอร์เรย์ ห้อง 202

เขาทำท่าตกใจเอามือตบหน้าผากเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้

“โอ้ ผมลืมไปสนิทเลยว่าบอกให้โทรปลุก สรุปว่าผมเลื่อนไฟลท์ เลยไม่ต้องไปสนามบิน ขอโทษที่ลืมบอก คุณคงแปลกใจสินะที่โทรไปที่ห้องแล้วไม่มีคนรับสาย...”

_________________________________________________________________________

*ธิชา ชัย (TishaChai@gmail.com) ผู้ก่อตั้ง/บรรณาธิการ นิตยสาร POP และเว็บ POPpaganda

*ภาพถ่ายโดย  Denny Müller

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store