NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เทคนิคเรียนเก่ง ตอน เลิกขี้เกียจ
หมวด: Campus

เทคนิคเรียนเก่ง ตอน เลิกขี้เกียจ

  • 548
  • 0
  • 0
นายก้าง - Ghankman

ขี้เกียจไม่เหมือนหยุดพัก 

การหยุดพัก หมายถึง อาการที่เมื่อเราได้ทำงานอย่างหนักแล้ว จึงพักสักประเดี๋ยว แล้วค่อยกลับมาทำงานต่ออย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนอาการขี้เกียจนั้น คือการที่ใครซักคนแพลนแผนการไว้อย่างดี อ่านหนังสือ 2 ชั่วโมง ทำการบ้าน 3 ชั่วโมง แล้วค่อยพักผ่อนเมื่องานเสร็จ

หากแต่ ณ ชั่ววินาทีที่กำลังจะเริ่มนั้น ตนกลับกระโจนร่างกายลงบนผืนเตียง ถูไถไปมาอย่างสบายอารมณ์

“ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม” คือสุภาษิตไทยอันพร่ำสอนกันมานานนับศตวรรษ และยังคงใช้ได้ดีแม้จะผ่านมาจวบจนปัจจุบัน

แล้วมันไม่ดียังไงเหรอ ขอขี้เกียจสักหน่อยจะเป็นอะไรไป การกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง มีความสุขจะตายชัก

พี่ก้างจะไม่แย้งอะไรเลยครับ ถ้าหากว่าขี้เกียจ “สักหน่อย” จริง ๆ

แต่หากว่าเราเสียเวลากับการขี้เกียจนานเกินไป มันถึงเวลาแล้วครับ ที่น้องจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เพราะเหตุผลที่ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจ... ไม่รู้เหรอครับ? งั้นผมจะบอกให้

เสียเวลา!

ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์มีแนวโน้มจะขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะยีนส์ในดีเอ็นเอถูกวิวัฒนาการให้ออกมาเป็นเช่นนั้น (หาอ่านเสริมได้ในหนังสือ Sapiens)

เพราะงั้น ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับ ที่เราจะมีช่วงเวลาอันแสนขี้เกียจอย่างเสียไม่ได้ เพราะธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้นเอง 

แต่!

มนุษย์เรามีสมองที่เหนือกว่าสัตว์อื่นนะ เราต้องสามารถควบคุมตัวเองให้เป็นไปตามต้องการได้สิ 

เงื่อนไขสำคัญคือ "ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า" ไม่ใช่แค่อยากเปลี่ยนแปลง

จงเชื่อเสียก่อน ว่าเราทำได้ แล้วหลังจากนี้ ลองทำตามคำแนะนำของพี่ก้างดูครับ

- ลิสต์เหตุผล

เราขี้เกียจ เพราะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงผลดีของสิ่งที่กำลังทำอยู่ พอไม่รู้ ก็ไม่ทำ โดยอ้างง่าย ๆ ว่า "ไม่มีประโยชน์" 

วิธีแก้คือ ลองลิสต์เหตุผลต่าง ๆ ของการทำกิจกรรมดูครับ โดยให้ลิสต์ทั้งข้อดีและข้อเสีย ลิสต์ให้เยอะ ๆ เลยครับ เยอะที่สุดเท่าที่จะคิดได้ แล้วจากนั้นก็ค่อยมาวิเคราะห์กันว่า "เราสมควรทำหรือไม่"

ยกตัวอย่างเช่น อ่านหนังสือไปทำไม? 

ข้อดีคือ - ได้เห็นประสบการณ์ใหม่ ๆ เปิดมุมกลับ ปรับมุมมอง สอบได้คะแนนดี ติดท็อปของชั้นเรียน คุณแม่ให้รางวัล มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ จากทั่วทุกมุมโลก เสริมทักษะการอ่าน ทักษะแห่งการเรียนรู้

ส่วนข้อเสีย - น่าเบื่อ เสียเวลา ขี้เกียจ อ่านแล้วเสียเวลาทำงาน ไม่สนุก เล่นเกมดีกว่า 

ลองลิสต์ได้ขนาดนี้ น้องคงตัดสินใจได้แล้วสินะว่าควรทำยังไง... ว่าไงนะ ไม่อ่านเหรอ งืมม์

เหตุผลในการลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ชอบมีมากมาย อะไรก็ตามแต่ที่น้องคิดได้ ลิสต์ไว้ครับ ลองลิสต์ดูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทีนี้ พอเริ่มขี้เกียจ ก็หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านเตือนสติ

พี่เชื่อว่าน้องจะมีกำลังใจมากพอในการก้าวข้ามผ่านความขี้เกียจนั้นไปได้ครับ

- หาสิ่งจูงใจ

เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น หากทำสำเร็จ จะพาตัวเองไปรับประทานอาหารแสนอร่อย ชมภาพยนตร์ หรือซีรีส์ที่ชอบ เล่นเกมสุดโปรดที่ดองไว้ หรืออื่น ๆ ตามแต่ใจปรารถนา หากต้องอย่าเกินไปหล่ะ เด๋วจะกลายเป็นเสียเวลาไปใหญ่

เคล็ดลับข้อนี้ ต่อยอดมาจากทฤษฎี “มาชเมลโลว์” อีกทีครับ เป็นทฤษฎีที่โด่งดัง เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยผ่านหูมาบ้างแล้ว แต่ถ้ายัง เด๋วจะเล่าให้ฟังแบบคร่าว ๆ 

นักทดลอง หากลุ่มเด็กมาทดลองกลุ่มหนึ่ง แล้วให้เด็กเข้าไปในแต่ละห้องที่จัดเตรียมไว้ กลางห้องมีมาชเมลโลว์ชิ้นหนึ่ง เด็กสามารถหยิบกินได้เลย 

แต่นักทดลองแอบกระซิบบอกกับเด็กว่า ถ้าอยากกินมาชเมลโลว์อีกชิ้น ให้รอเวลาอีก 15 นาที

หลังจากนั้น นักทดลองติดตามชีวิตเด็ก ๆ ทุกคน ผลปรากฏว่า เด็กที่อดทนรอเวลาเพื่อให้ได้กินมาชเมลโลว์อีกชิ้น มีแนวโน้มที่จะมีชีวิต หน้าที่การงาน สถานะทางการเงิน ดีกว่าเด็กที่ไม่มีความอดทนรอ

“แค่ 15 นาทีเองครับ อดทนซักนิด เดี๋ยวก็ได้รางวัลแล้ว”

- แม้ขี้เกียจ ก็ต้องทำต่อไป

ข้อนี้สำคัญ แม้จะทำทุกวิถีทางแล้ว ยังไง๊ ยังไงก็ยังขี้เกียจอยู่ ทำยังไงดี?

คำตอบคือ ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนใจทำต่อไปครับ จงเชื่อว่าสิ่งที่เราได้แพลนแผนการไว้ คือดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรมาก ทำเหมือนกับว่าร่างกายเราคือเครื่องจักร ทำได้ทุกอย่างตามที่ขอ เชื่อเถอะว่าไม่ยากเกินไปหรอก เพราะการที่เราวางแผนไว้แล้ว แสดงว่าคิดไว้แล้วว่าจะต้องทำให้เสร็จได้

ขอปิดท้ายด้วยโควตของ 2 ท่านครับ

หนึ่งของอาจารย์คิม รัน โด ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด” เขาให้เหตุผลว่าทำไมมนุษย์เราจึงไม่ควรขี้เกียจไว้อย่างน่าสนใจ

“คนเราไม่ควรขี้เกียจจนติดเป็นนิสัย เพราะจะทำให้ตัวเองถดถอย จิตวิญญาณและเลือดเนื้อที่งดงามของคุณจะพลอยเศร้าหมอง เราจะต้องหาวิธีหลุดพ้นจากความขี้เกียจให้ได้”

อีกหนึ่งโควตครับอันนี้เอามาจากเพื่อนผมเอง เธอเป็นนักศึกษาทุนเรียนดีอันดับ 1 ของมอที่พี่เรียนอยู่ เธอเล่าหลักการในการทำงานให้ฟังอย่างเปิดอกว่า

"ถ้าชอบ(งาน) ต่อให้น่าเบื่อแค่ไหน ก็ต้องทำ"

ฟังดูย้อนแย้งในทีแรก แต่เมื่อผมลองวิเคราะห์ตามคำพูดนี้ ผมว่าเรื่องที่เพื่อนผมอยากสื่อคือ

"แม้ขี้เกียจ ก็ต้องทำต่อไป" 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store