NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ชีวิต 5 เดือนที่อเมริกา Part 17: ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น
หมวด: Life

ชีวิต 5 เดือนที่อเมริกา Part 17: ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น

  • 551
  • 200
  • 3
Ginkz

ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น

นอกจากนิวยอร์กเป็นเมืองคนบ้าสำหรับเราและเมืองแฟชั่นสำหรับใครหลายๆคน (หรือทุกคน) แล้ว

นิวยอร์กยังเป็น “เมืองแห่งศิลปะ” สำหรับเราและทุกคนอีกด้วย ทุกพื้นที่ในนิวยอร์กเต็มไปด้วยศิลปะ 

หรืออย่างน้อยก็เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะ และที่สำคัญเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์, แกลลอรี่ และหอศิลป์มากมายให้คนที่รักศิลปะได้เลือกเสพย์ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่อินกับงานศิลปะ (ซึ่งเห็นน้อยมากๆในนิวยอร์ก) ก็ยังต้องเข้าไปชมให้ได้อย่างน้อยสักที่หรือสองที่ ที่หลักๆที่ห้ามพลาดอย่างที่หลายๆคนรู้กันก็คือ MoMA, Guggenheim, The Met และน้องใหม่มาแรงอย่าง Whitney Museum และยังไม่นับพิพิธภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงแกลลอรี่เล็กๆน้อยๆยิบย่อยอีกมหาศาลย่านบรู๊คลิน

MoMA เหมาะสำหรับคนที่ชอบชมศิลปะทุกรูปแบบตั้งแต่เก่าคลาสสิคยันร่วมสมัย แนะนำให้เมื่อจ่ายค่าเข้าชม $25 แล้ว รับเครื่อง Audio Guide ฟรีด้วย MoMa เป็นที่ที่เครื่อง Audio Guide ไฮเทคมาก กล่าวคือเป็นเครื่องที่ทำมาจากเครื่อง ipod touch สามารถถ่ายรูปและส่งไฟล์เสียงงานศิลปะที่เราสนใจเข้าอีเมลตัวเราเองได้อีกด้วย และร้านขายของที่ระลึกของ MoMA นั้นเรียกได้ว่าเพลินสุดๆ ร้านใหญ่และมีของที่ระลึกเกี่ยวกับงานศิลปะให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าไปตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ยังรู้สึกว่าเดินไม่พอ เดินไม่เบื่อ 

 

Guggenheim เป็นแบบขนบและโหด ข้างในห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด รปภ.โหดทุกชั้น ลักษณะคล้ายๆหอศิลป์ กรุงเทพฯบ้านเราช่วงที่เป็นวนๆ

 

The Met นี่โคตรพ่อโคตรแม่พิพิธภัณธ์อย่างแท้จริง รวบรวมเอางานศิลปะคลาสสิคไว้มากมาย และมัน - ใหญ่ - มาก อาจต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันก็เป็นได้

และส่วนตัวเราชอบ Whitney Museum มากที่สุด พิพิธภัณฑ์น้องใหม่ย่านมาแรงอย่าง The High Line เป็นที่ที่รวบรวมเอาผลงานศิลปะของอเมริกาไว้มากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตึกของที่นี่สวยงามมากจริงๆ ขาว เรียบง่าย และมีมุมระเบียงด้านนอกให้ถ่ายรูปสวยๆได้อีกด้วย

 

 

ในช่วงที่ได้ไป Guggenheim ครั้งแรก หลังจากที่เราที่เป็นเด็กคณะโบราณคดี วิชาเอกโบราณคดี วิชาโทพิพิธภัณฑ์มานั้น คุณครูที่สอนวิชาพิพิธภัณฑ์ย้ำเสมอว่า Guggenheim นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เท่ห์มาก เราและเชื่อว่าเพื่อนๆอีกหลายคนที่เรียนวิชาโทพิพิธภัณฑ์กับคุณครูคนนี้มาด้วยกันจะแอบปฏิญาณตนว่า “ชาตินี้จะต้องได้ไปเหยียบ Guggenheim สักที่ให้ได้สักครั้งในชีวิต” 

และแล้ววันนั้นของเราก็มาถึง

Guggenheim คือพิพิธภัณฑ์ที่เราตัดสินใจมาเป็นที่แรกตั้งแต่มาถึงนิวยอร์ก รูปทรงภายนอกประหนึ่งหอศิลป์ กรุงเทพฯฝั่งตรงข้ามมาบุญครองบ้านเราจริงๆด้วย ตึกขาวๆทรงกลมๆที่ดูรูปมาตลอดเวลาที่เรียนวิชาโทพิพิธภัณฑ์มันมาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว ความรู้สึกปีติตีตื้นมาเต็มอก หนึ่งในฝันเล็กๆกลายเป็นจริงขึ้นมาจนได้ แม้จะไม่ได้ไปเหยียบทั้ง 4 ที่ แต่อย่างน้อยก็ 1 ใน 4 แล้วนะ (Guggenheim มีทั้งหมด 4 ประเทศ) เมื่อเข้าไปด้านในก็พบกับงาน Self-observation: 12 years by On Kawara ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ อดทน มุมานะ ในการทำงานศิลปะแบบเชิงทดลองของศิลปินคนนี้มาก มีทั้งโปสการ์ดที่เขียนถึงตัวเองทุกวัน, เขียนชื่อคนที่เขาได้พบทุกวัน, รายชื่อหนังสือที่เขาเคยอ่าน รวมไปถึงอะไรต่างๆอีกมากมายเกี่ยวกับตัวเขาที่มากมายละเอียดละออจนน่าตกใจ แต่อย่างที่บอกว่ายามที่นี่โหดมากจริงๆ ห้ามถ่ายรูปก็คือ “ห้ามถ่ายรูป” แต่ก็ดีที่ได้ใช้เวลาเดินเก็บภาพความทรงจำด้วยตาเปล่าไว้อย่างอัดแน่น

เมื่อ Guggenheim คือเราพิพิธภัณฑ์ที่ฝันจะมาเหยียบให้ได้สักครั้งในชีวิตและ Whitney Museum คือ พิพิธภัณฑ์ที่ส่วนตัวแล้วเราชอบมากที่สุด แต่จะให้ไม่พูดถึงที่นี่คงไม่ได้ นั่นก็คือที่ “MoMA” ที่แห่งนี้เป็นที่ที่ทำให้ ได้รู้สึกถึงคำว่า “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” คำพูดของ อจ.ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรขึ้นมาจริงๆ งานศิลปะที่นี่มีตั้งแต่เก่ามาก ยันใหม่มาก เราจะได้เห็นภาพวาดของศิลปินชื่อดังอย่าง Picasso, Vangoh, Pual Gauguin หรือ Monir Shahroudy อย่างมากมายและรวมถึงศิลปินคนอื่นๆอีกมากมายเช่นกัน 

และโชคดีของเราที่ตอนได้มา MoMA นั้นทันได้ดูนิทรรศการของภรรยา John Lennon อย่าง “Yoko Ono” ด้วย แม้ Yoko Ono จะยังไม่ได้จากเราไปไหน ยังคงอยู่เพื่อสร้างสรรบทเพลงและงานศิลปะต่อไป แต่เมื่อเราได้ดูงานของเธอแล้วนั้น จากที่เรารู้สึกเฉยๆกับเธอคนนี้ ไม่ได้ชื่นชอบชื่นชมอะไรเธอเป็นพิเศษ แต่เมื่อได้มาชมผลงาน ของ Yoko ตั้งแต่อดีตสมัยก่อนจะได้มาเจอและรักกับ John Lennon แล้วนั้น ทำให้รับรู้ถึงพลังความ “ตั้งใจ” ของเธอ เราดูงานเธอ เรารู้ว่าเธอไม่ได้เป็นศิลปินที่มีสกิลอะไรที่เก่งกาจโดดเด่นหรือไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรเป็นเลิศอย่างศิลปินชื่อดังร่วมสมัยคนอื่นๆเขา แต่อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วสิ่งที่ตัว Yoko เธอมีอย่างเด่นชัดมาแต่ไหนแต่ไรก็คือ “ความพยายาม” แม้จะไม่เก่ง แต่ก็ทำงานศิลปะมาโดยตลอด โดนคนด่าบ้าง โขกสับบ้าง แต่ก็หาได้สนใจกระแสสังคมไม่ ยังคงรักและมุ่งมั่นทำมันมาเรื่อยๆ จนนิทรรศการกับ MoMA ในปี 2015 นี้ ก็คงทำให้ หลายๆคนได้เห็นถึง “อะไร” ในตัว Yoko Ono ผู้นี้ที่มากไปกว่าการรับรู้ว่าเธอคือภรรยาของ John Lennon ผู้ล่วงลับไปแล้วก็เป็นได้ ซึ่งหนึ่งในคนเหล่านั้นก็คือ “ฉัน” นี่เอง

 

***ไดอารี่จากปี2015   

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store