NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
He...She...It  ตอน 3
หมวด: Life

He...She...It ตอน 3

  • 600
  • 201
  • 2
สรชา สุนันท์

บทที่3

เสียงร่ำไห้ของเด็กน้อย

“วอหนึ่งเรียก วอสองพบศพหญิงสาวไม่ทราบชื่อนอนเสียชีวิตในซอยท้ายตลาด สภาพศพ ถูกชำแหละจนไม่สามารถระบุอัตลักษณ์เบื้องต้นได้เปลี่ยน”

สิ้นเสียงรายงานผ่านวิทยุสื่อสาร อาสิมาคว้าเสื้อแจ็คเก็ตพร้อมปืนพกสั้นและเป้สะพายหลังดิ่งออกไปทันที

“พ่อไปด้วย”

“ดึกแล้วนะคะ พ่อควรจะได้พักผ่อน”

“พ่อแก่ขนาดนั้นเลยหรือ”

คนเป็นพ่อเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม

“พ่อยังแข็งแรงคะ”

“แล้วพ่อไปได้หรือเปล่าหรือตอนนี้พ่อควรออกไปในฐานะเจ้านายของลูกแทน”

หล่อนถอนหายใจหนักหน่วงพลางเอ่ย

“ได้คะท่าน”

“เชิญ” ภิภพ ผายมือเชื้อเชิญให้บุตรสาวเดินนำไปที่รถ

อาสิมาทำหน้าที่เป็นพลขับนำรถออกจากที่พักไปด้วยความเร็วแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งถือเป็นความเร็วระดับปกติที่หล่อนขับอยู่ประจำ และถ้าหากไม่เกรงใจบุรุษที่นั่งมาด้วยหล่อนก็อยากจะเหยียบคันเร่งให้มิดหายไปใต้ฝ่าเท้าเสียเลยด้วยซ้ำไป แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนมาร่วมงานกับผู้มีพระคุณซึ่งชุบเลี้ยงหล่อนมาตั้งแต่เมื่อครั้งแม่เสียหล่อนจึงเตือนตัวเองอยู่เสมอให้ระวังเรื่องความปลอดภัยของท่านให้มากที่สุด ดังนั้นการเดินทางไปยังที่เกิดเหตุในครั้งนี้จึงเป็นการเดินทางที่แสนจะล่าช้าที่สุดเท่าที่หล่อนเคยทำสถิติมาเลยก็ว่าได้

ดังนั้นกว่ารถครอบครัวคันใหญ่สีดำสนิทจะแล่นมาจอดเทียบตรงฟุตบาทหน้าปากซอยท้ายตลาดได้ก็กินเวลาไปกว่ายี่สิบนาที อาสิมากระโดดลงจากรถทันทีด้วยความรีบเร่ง ทุกครั้งที่มีคดีหล่อนจะพยายามไปยังที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้เก็บภาพและหลักฐานที่ยังสมบูรณ์ไม่มีการปนเปื้อนให้ได้แบบทันท่วงที แต่กับคดีนี้หล่อนถึงกับส่ายหัวไปมาด้วยความเหนื่อยหน่ายเบื้องหน้าหล่อนเวลานี้แออัดยัดเยียดไปด้วยไทยมุงที่มารุมล้อมกันอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่เพียงอย่างเดียว

“ใครเป็นคนพบศพคนแรก”

อาสิมาแหวกฝูงชนเข้าไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งในสามนายที่กำลังกันผู้คนออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ

“เด็กนั่นครับ” ตำรวจนายนั้นเอ่ยพลางชี้ไปที่ร่างเล็กบางซึ่งยืนสะอื้นไห้อยู่ตรงซอกกำแพง หล่อนมองร่างนั้นแล้วย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในวัยเยาว์ขึ้นมา เด็กน้อยที่ยืนซบหน้าร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่ต่างอะไรกับหล่อนในอดีตมากนักและถ้าหากว่าศพที่นอนเย็นชืดอยู่ตรงนี้เป็นแม่ของเด็กนั่น อาสิมายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนจะหันกลับไปเบื้องหลัง

“เอาแต่ร้องให้ท่าเดียวถามอะไรก็ไม่ตอบ” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยบอกอย่างเอือมระอา

“ท่านคะฝากท่านดูแลเด็กให้สักครู่เถอะค่ะ”

หล่อนมั่นใจว่าเด็กนั่นจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดของพันตำรวจโทภิภพเหมือนกับหล่อนในอดีต

เมื่อวางใจเรื่องเด็กลงได้อาสิมาจึงสวมถุงมือและเตรียมอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือในการเก็บหลักฐานออกมาอย่างเร่งด่วน

“เจ้าหน้าที่ของเราทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้วครับคุณอาสิมา” ผู้หมวดวชิรวิทย์เอ่ยรายงานเสียงดังฟังชัด

อาสิมาเหลือบตาไปมองคนพูดนิดหนึ่งเพราะรู้สึกสะดุดหูในน้ำเสียงที่กึ่งๆ จะเหยียดหยามอยู่ในทีของอีกฝ่ายแต่หล่อนก็รีบปัดความคิดนั้นออกไปจากสมองแบบทันทีทันใดก่อนจะทรุดกายลงนั่งคุกเข่าไกล้ร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและทำการสำรวจไปทุกซอกทุกมุมบนศพอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ยิบ ซึ่งทุกคดีที่หล่อนลงมือสอบสวนไม่มีคดีไหนเลยที่หล่อนจะละเลยไม่ลงพื้นที่มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง จะมีก็แต่ครั้งนี้ที่หล่อนบกพร่อง คือมาช้ากว่าปกติไปมากและนี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้สารวัตรฝ่ายสืบสวนของที่นี่ออกอาการเหยียดหล่อนตั้งแต่ครั้งแรกที่ร่วมงานกัน

อาสิมาไล่เก็บตัวอย่างไปอย่างช้าๆ หล่อนเดินเก็บตัวอย่างในละแวกนั้นแทบทุกตารางนิ้วในรัศมีหนึ่งเมตรห่างจากศพด้วยมั่นใจว่าหล่อนจะพบบางอย่างที่จะช่วยชี้เบาะแสไปที่คนร้ายได้ จนกระทั่งเมื่อหล่อนเดินเข้าไปใกล้ตรงซอกกำแพงซึ่งก่อนหน้านี้เด็กที่เป็นคนพบศพยืนซบหน้าร้องไห้อยู่ เสียงสะอื้นที่เงียบหายไปแล้วก็กลับดังขึ้นอีกครั้งแม้จะเบาแผ่วไปจากครั้งแรกมาก แต่อาสิมาก็รู้สึกสะดุดหู เธอจึงหยุดนิ่งเฉยอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจ กระทั่งเมื่อเธอก้าวเข้าไปตรงกำแพงนั่นอีกครั้งคราวนี้เด็กน้อยคนนั้นกลับปล่อยโฮออกมาสดเสียงและโผเข้ากอดคอพันตำรวจโทภิภพเอาไว้แน่น และนั่นทำให้อาสิมายั้งเท้าเอาไว้ได้ทัน สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับหล่อนว่าให้ถอยห่างออกมาจากตรงนั้นและเป็นเวลาเดียวกับที่รถมูลนิธิเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพอดี เธอจึงถือเอาจังหวะนั้นเดินเลี่ยงออกมา

“หมวดประกาศตามหาญาติของผู้ตายและญาติของเด็กแล้วใช่ไหมคืนนี้เห็นทีจะต้องพาเจ้าตัวเล็กนี่กลับไปนอนที่บ้านสักคืนรอผู้ปกครองมารับตัว และถ้าหากหมวดจะประสานไปทางสหวิชาชีพให้ด้วยก็จะขอบคุณมาก”

“มันเป็นหน้าที่คุณอาสิมาก็ทราบ”

“อย่างนั้นก็คงต้องขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

อาสิมาเอ่ยบอกก่อนจะหันมาหาพันตำรวจโทภิภพผู้เป็นบิดา

“กลับบ้านกันเถอะค่ะเด็กนี่จะได้อาบน้ำนอนเสียที”

“ฝากด้วยนะหมวด”

“ครับท่าน”

อาสิมายกกระเป๋าเป้อุปกรณ์ขึ้นสะพายหลังและเดินนำออกจากซอยโดยมีพันตำรวจโทภิภพผู้เป็นพ่ออุ้มเด็กน้อยเดินตามหลังออกมาติดๆ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store