NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
คนหน้าขาว
หมวด: Funny

คนหน้าขาว

  • 556
  • 101
  • 0
THEGREADT

บ้านของฉันอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน ฉันจึงเดินทางไปกลับด้วยการเดิน สถานที่คุ้นเคยชิน ผู้คนที่อาศัยอยู่ตลอดทางผ่าน ล้วนแล้วแต่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีอัธยาศัยดีกันทุกคน ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ฉันทักทายชาวบ้านไปทั่ว ยายปริกร้านขายของชำ แกยิ้มอย่างใจดีทุกครั้งที่เห็นฉัน ร้านชำของแกดูเก่า และมีตู้กาแฟโบราณที่แกชงขายเอง ฉันได้กลิ่นกาแฟโชยมาก่อนจะเดินถึงร้านแกเสียอีก จึงอดไม่ได้ที่จะต้องสั่งกาแฟร้อนแกสักแก้ว แล้วนั่งที่เก้าอี้ไม้แบบโบราณหน้าร้าน เสพบรรยากาศแบบไทย ๆ ระหว่างรอยายปริกแกชงกาแฟร้อน ๆ หอมกรุ่น ที่หายากแล้วในยุคนี้ 

ฉันเป็นนักเรียนชั้น ม.5  พักอาศัยอยู่กับคนหน้าขาว ใคร ๆ เรียกเขาว่าอย่างนั้น เพราะเขามีอาชีพเป็นนักแสดงละครใบ้ เขาแสดงข้างทาง ทาหน้าขาวด้วยสี ปกปิดอารมณ์และตัวตนด้วยการเขียนหน้าตาแสดงอารมณ์ว่ายิ้ม มีความสุข เศร้า โกรธ ตามแต่เขาอยากจะให้คนดูรู้สึก ละครใบ้เป็นศิลปะที่จะสร้างจินตนาการให้กับคนดู ของทุกสิ่งที่เขาจับต้อง เป็นเพียงอากาศธาตุ แต่คนดูทุกคนจะใช้จินตนาการตามและสมมุติสิ่งของเหล่านั้นดังเหมือนกับว่ามันมีจริง ศิลปะการแสดงละครใบ้จึงดูลึกลับ เต็มไปด้วยปริศนาที่คนดูต้องคิดตามตลอดเวลา เหมือนกับฉันเองก็ตกอยู่ในปริศนาอำพรางนี้เมื่อหลายปีก่อนตอนฉันยังเป็นเด็ก ในตอนนั้นฉันอาศัยอยู่กับแม่...

ฉันในวัยเด็กแหงนมองดูรูปพ่อที่แขวนอยู่ที่เสาบ้าน ฉันไม่รู้จักเขา แม่บอกเพียงแค่ว่าพ่อตายไปตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด ฉันมองดูรูปพ่อแล้วพยายามคิดว่าฉันหน้าเหมือนพ่อหรือเปล่า ฉันเหม่อมองอยู่อย่างนั้นจนแม่มาอุ้ม แม่ยิ้มให้ฉัน แล้วอุ้มฉันขึ้นไปมองดูรูปนั้น ฉันมองเห็นหน้าพ่อชัดเจนมากขึ้น แม้รูปนั้นจะเป็นรูปเก่าสีโทนเหลืองทั้งรูป

แม่พาฉันไปดูคนหน้าขาว ฉันรู้สึกกลัวในตอนแรก ตอนที่เขาหันมามองสบตา หน้าของเขาขาวซีดไร้ความรู้สึกใด ๆ แต่สักพักฉันก็สนุกกับจินตนาการของตนที่เขาเร่งเร้ามันให้ตื่นตัว แม่พาฉันมาดูเขาบ่อยมาก การแสดงของเขาทำให้คนดูปรบมือเกรียว เงินเหรียญบาทเหรียญห้าบาทวางกองสุมเต็มหมวกที่เขาวางหงายไว้ หลังจากจบการแสดง แม่เข้าไปคุยกับเขา ฉันไม่ได้ใส่ใจบทสนทนา ฉันได้แต่มองดูใบหน้าสีขาวของเขา แอบเห็นมือของแม่จับมือของเขา คนหน้าขาวคนนั้นพูดคุยและยิ้ม แต่กลับถูกบดบังด้วยสีที่ใช้แต่งหน้า จนรอยยิ้มดูผิดปกติ

ทุก ๆ วันที่แม่พาฉันไป ฉันไม่เคยเบื่อการแสดงละครใบ้ และสนุกกับมันได้อยู่ตลอด แต่ยิ่งบ่อยครั้ง เด็กอย่างฉันกลับรู้สึกเหมือนว่าแม่ให้ความสนใจกับคนหน้าขาวมากกว่าฉัน ทานข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน จนเหมือนกับว่าไม่มีฉันอยู่ที่นั่น ที่สำคัญ เช้าวันหนึ่ง ฉันตื่นขึ้นมาและเดินไปนั่งรอแม่ให้อาบน้ำแต่งตัวให้ ฉันกำลังจะเดินไปเปิดทีวีดูการ์ตูน กลับพบว่ามีผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง นั่งจิบกาแฟอยู่ในบ้าน ฉันตกใจจนร้องโวยวายออกมา แม่เดินออกมาจากในครัว กอดและปลอบฉัน แม่บอกว่าจำไม่ได้เหรอ เขาคือคนหน้าขาวไงจ๊ะ  ฉันจำเขาไม่ได้ ในเวลาที่เขาไม่ได้แต่งหน้า เขายิ้มให้ฉันด้วย

หลังจากนั้น คนหน้าขาวคนนั้นก็มานอนค้างที่บ้านอยู่เรื่อย ๆ อาทิตย์ละครั้งได้ ฉันยังจำได้ว่าฉันไม่เคยรู้สึกดีกับเขาสักครั้ง อาจจะเป็นเพราะอคติที่ตั้งแต่มีเขาเข้ามาในชีวิตแม่ก็ดูเหมือนจะรักฉันน้อยลง ฉันไม่เคยพูดกับเขาสักคำ แม้เขาจะพยายามพูดด้วยบ้าง ฉันไม่อยากให้เขามาแย่งความรักของแม่ไปจากฉัน แม้บางครั้งฉันก็ดูเหมือนจะเข้าใจเหตุผลของผู้ใหญ่ แต่ก็ทำใจยอมรับไม่ได้ ฉันเป็นแค่เด็กประถมเองนะ

ทุกอย่างดำเนินไปแบบนั้นอยู่พักใหญ่ จนฉันเริ่มจะชินกับการมีใครบางคนเข้ามาอยู่เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในวันนั้น ฉันไม่สบายหนักจนทางโรงเรียนโทรหาแม่ฉันแล้วบอกว่าจะพาฉันไปส่งบ้าน  ฉันไปถึงบ้านด้วยสภาพมีไข้หนัก ลงจากรถแล้วเดินไปให้ถึงประตูบ้านก็ยากเต็มทน ฉันหวังเอาไว้ว่าหลังจากแม่วางหูโทรศัพท์ แม่คงจะต้มซุปร้อน ๆ ให้ทาน คงมีขนมรอไว้ แต่ก็แปลกใจตั้งแต่ที่แม่ไม่ออกมารับที่หน้าบ้าน ฉันเปิดประตูเข้าไป ประตูบ้านกลับแง้มอยู่แล้ว ฉันเปิดมันเข้าไป อย่างแรกที่เห็นก็คือข้าวของในบ้านกระจัดกระจาย เก้าอี้ล้มระเนระนาด เหมือนถูกรื้อค้นทั่วบ้าน ฉันเริ่มหวาดกลัว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงแม่ น้ำตาของฉันไหลออกมาโดยไร้สาเหตุ ฉันเดินเลาะข้างฝาไปจนถึงห้องครัว ภาพที่เห็น แม้จะเป็นตอนบ่ายที่แสงอาทิตย์สว่างจ้า แต่กลับน่าหวาดกลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา แสงอาทิตย์ส่องผ่านผ้าม่านสีเหลืองที่โบกพลิ้วเข้ามาสะท้อนสีเลือดแดงที่นองอยู่บนพื้น มันเป็นเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลใหญ่ที่คอของแม่ ดวงตาของแม่เบิกโพลง แต่ไร้แวว แม่กลายเป็นศพที่ไร้ความรู้สึก แม่ไม่สามารถกอดฉันได้อีกแล้ว ความเหงาความเสียใจเศร้าโศกถาโถมเข้ามาทันที ผู้ชายคนนั้น คนหน้าขาว เขานั่งอยู่ข้างศพแม่ฉัน มือของเขาวางอยู่บนร่างไร้วิญญาณของแม่ เขามองมาที่ฉัน ใบหน้าสีขาวที่ไร้อารมณ์ของเขาทำให้ฉันรู้สึกขนลุกและหวาดกลัวที่สุด แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาจากด้านข้าง ไม่รู้ทำไมฉันเห็นว่าแม่เป็นเหมือนหุ่นไขลานที่ลานหมด ไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป ส่วนคนหน้าขาว เหมือนปีศาจที่กินเลือดกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร แต่จำแลงร่างมาเป็นมนุษย์ผู้ไร้หัวใจไร้อารมณ์

“อย่าวิ่ง อย่าร้อง และอย่าตะโกนนะ ยืนเฉย ๆ ตรงนั้นก่อน”

นี่เป็นคำพูดของเขา มันดึงฉันออกจากจินตนาการสยองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ฉันเองขยับไปไหนไม่ได้อยู่แล้วเพราะตกใจมากกับภาพที่เห็นตรงหน้า ด้วยความหวาดกลัว ฉันยืนนิ่ง ไม่ส่งเสียง และไม่ขยับอย่างที่เขาว่า  เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินมาหาฉัน ฉันกลัวจนขาสั่น หน้าสีขาวของเขาเหมือนปีศาจที่หลอกหลอนจนสติแทบขาดเสียตรงนั้น เขาก้มลงนั่งคุกเข่าที่ข้างหน้าของฉัน

“อย่าพูดเรื่องนี้กับใครนะ ไป ไปนั่งรอที่เก้าอี้ก่อน”

ฉันเดินจากตรงนั้นไปนั่งที่เก้าอี้อย่างว่าง่าย มองดูเขาล้างมือ เลือดของแม่ถูกชะล้างไปกับน้ำ น้ำตาของฉันยังคงไหลหลั่งไม่หยุด ฉันเริ่มอยากจะร้องไห้ แต่ไม่กล้า เขาล้างมืออย่างช้า ๆ จนแน่ใจว่าสะอาดพอแล้วจึงเช็ดมือกับผ้าเช็ดมือ เขาหันมามองดูฉันอยู่เรื่อย ๆ เช็กว่าฉันยังคงนั่งอยู่ตรงนี้ไหม หลังจากนั้นเขาก็เดินมาอุ้มฉัน อุ้มพาออกไปทางหลังบ้าน ผ่านศพของแม่ไป ฉันมองศพแม่ที่ปราศจากลมหายใจด้วยความเศร้าเสียใจ แม่ยังคงนอนนิ่งอยู่แบบนั้นตลอดทางที่ฉันถูกอุ้มไป แม่ค่อย ๆ ไกลจากฉันไปเรื่อย ๆ แม่จ๋า ต่อไปนี้คงไม่ได้เจอแม่อีกแล้ว...

ความกลัว กลัวตาย กลัวจะถูกฆ่าปาดคอเหมือนแม่ ทำให้ฉันเงียบ ไม่พูด ไม่ถาม และทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง หลายครั้งหลายหนที่ฉันอยากแจ้งตำรวจ แต่ก็ไม่กล้าทำ ตอนนั้นฉันเป็นแค่เด็กประถมเท่านั้นเอง และเพิ่งย้ายที่อยู่ที่เรียนใหม่ จนเวลาผ่านไป...หลายปี

 

“กาแฟได้แล้วจ้ะ”

ยายปริกยกแก้วกาแฟร้อนมาเสิร์ฟ ยามเย็นแบบนี้ กาแฟร้อนของแกทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาก แล้วก็โชคดีที่วันนี้ที่นี่ไม่ค่อยมีคน เพราะปกติแล้วถ้ามีลูกค้าเยอะ พวกเขาก็มักจะคุยกับฉันถึงคนหน้าขาวที่อยู่กับฉัน ว่าเขาเป็นใคร เป็นมายังไง พ่อแม่ฉันไปไหน ฉันพยายามจะหลีกเลี่ยงการสนทนาเรื่องนี้ ฉันไม่รู้จะพูดอย่างไรว่าแม่ของฉันข้องเกี่ยวกับผู้ชายอายุคราวลูก และถูกเขาฆ่าตาย แล้วฉันยังมาอยู่กับเขา มันเป็นเรื่องที่อธิบายยาก แต่ตั้งแต่ที่เขาพาฉันหนีออกมา เราก็ย้ายกันมาอยู่ที่นี่ และมันก็คือแบบนั้น ฉันทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะทำอะไรด้วย เพราะฉันก็ยังเด็กมากในตอนนั้น แต่หลังจากวันนั้นมา มันกลับกลายเป็นชีวิตปกติรูปแบบใหม่ของฉันไปแต่โดยดี คุณคนหน้าขาว ไม่มีท่าทีก้าวร้าวใด ๆ วัน ๆ ก็ไม่ได้อยู่บ้าน คงจะออกไปทำงาน อาทิตย์หนึ่งจะกลับบ้านสักครั้งและทิ้งเงินไว้ให้ฉัน เขาไม่เคยทำตัวเป็นผู้ปกครอง เราไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ฉันก็ยังคงรู้สึกไม่ดีกับเขาอยู่เหมือนเดิม อย่างที่บอก ฉันทำอะไรไม่ได้ ภาพแห่งความกลัวนั้นก็ยังคงติดตาและฝังลึกในใจจนทุกวันนี้ ฉันคิดอยู่เสมอว่าถ้าไม่มีเขาฉันก็ไม่เหลือใคร 

ฉันเคยแอบเข้าไปในห้องของเขาตอนที่เขาไม่อยู่ ไม่มีอะไรมาก เครื่องมือการแสดง สี วิกผม และเสื้อผ้า ในกระเป๋าสัมภาระมีรูปแม่ฉันอยู่ใบหนึ่ง เป็นรูปสมัยที่แม่ยังสาว เก่าพอ ๆ กับรูปพ่อที่ฉันเคยมองตอนเด็ก ๆ ฉันแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมีรูปใบนั้นได้ แต่ก็ไม่อยากจะใส่ใจมาก ระลึกอยู่ตลอดเวลาว่าเขาไม่ใช่คนดี เขาเป็นฆาตกรฆ่าแม่ฉัน แล้วพาฉันหนีมาหลบคดีอยู่ที่นี่

 

“ยายปริกจ๊ะ ขอกาแฟร้อนใส่ถุงให้หนูถุงหนึ่งจ้ะ”

“ซื้อไปฝากคนหน้าขาวเหรอ”

“จ้ะ แต่เขาก็ไม่ได้กินร้อน ๆ หรอกนะ หนูคงแช่ตู้เย็นไว้ ไม่รู้กลับบ้านมาวันไหนก็ได้กินวันนั้นล่ะจ้ะ”

“ไม่ยอมบอกชื่อเขาสักที ยายเรียกไม่ถูก เรียกแต่คนหน้าขาว ๆ”

“หนูก็เรียกเขาแบบนั้นเหมือนกันค่ะยาย หนูไม่รู้จักชื่อเขา”

“ไม่รู้จักกันได้ไงล่ะจ๊ะ เห็นบอกเป็นพี่ชายนี่ แอะ ๆ หรือว่าไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันจริง ๆ”

“อืม... พี่จริง ๆ ค่ะยาย เดี๋ยวเก็บตังเลยนะคะ”

 

ไม่ใช่ยายปริกคนเดียวที่คิดแบบนี้ ใคร ๆ เขาก็คิดกันทั้งนั้น แต่ก็อย่างที่ว่า ฉันก็ยังคงไม่มีทางเลือก จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่เคยทำอะไรให้ฉันเดือดร้อน ฉันก็ยังคิดด้วยว่าในวันเกิดเหตุวันนั้น ถ้าเขาฆ่าฉันเสียอีกคน ปัญหาก็จะยุติโดยง่าย แต่เขาไม่ทำ ฉันก็ยังหาเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน อะไร ๆ มันก็คลุมเครือแบบนี้มานานจนฉันชิน อาจจะต้องอยู่แบบนี้ไปจนกว่าจะหางานทำเลี้ยงชีวิตตัวเองได้นั่นแหละ

ฉันออกจากร้านกาแฟ ฟ้าเริ่มมืดลงนิดหน่อย ที่ที่ฉันอยู่เป็นชุมชนเล็ก ๆ ทางเดินนี้กว้างเพียงแค่สองเมตรกว่า เป็นทางเดินเล็ก ๆ ที่สองข้างทางมีแต่บ้านกับร้านชำ บ้างก็วางแผงขายลูกชิ้นทอด ปลาหมึกปิ้ง กล้วยแขก ที่หน้าบ้าน ของพวกนี้เวลาคนหน้าขาวกลับบ้าน ก็จะซื้อมาใส่ไว้เต็มตู้เย็นไปหมด บางทีเป็นอาทิตย์แล้วฉันก็ยังทานไม่หมด เราไม่ค่อยได้เจอกันเพราะเขามักจะกลับมาตอนฉันหลับ แล้วตื่นออกไปตอนฉันอยู่โรงเรียนแล้ว

ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ และเดินจนเกือบจะถึงบ้าน ก็สังเกตเห็นว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่หน้าบ้าน ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง รถตำรวจ และตำรวจสองนายยืนอยู่ตรงนั้น ฉันรู้สึกว่าความกลัวจากอดีตเริ่มคุขึ้นมาในหัวใจอีกครั้ง เกิดอะไรไม่ดีขึ้นอีกแล้วเป็นแน่

 

“มีอะไรกันเหรอคะ หนูอยู่บ้านนี้ค่ะคุณตำรวจ”

“อ๋อ ครับ ทางเราได้รับแจ้งว่ามีผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนร้ายที่เพิ่งก่อคดีฆาตกรรมอาศัยอยู่ที่นี่ พี่ชายของคุณน่ะ”

“เอ่อ... คนหน้าขาวหรือคะ”

“ใช่ครับ ชาวบ้านบอกว่าเขาอยู่ที่นี่ คุณช่วยเรียกพี่ชายคุณออกมาได้ไหมครับ”

“เอ่อ ... เขาไม่อยู่บ้าน แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นพี่ชายหนูด้วยค่ะ”

“ไม่เป็นไรไม่ต้องโกหก เขาเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย เราแค่อยากเชิญไปคุยที่โรงพักเท่านั้น”

“หนูไม่ได้โกหกค่ะ เขาไม่ใช่พี่ชายหนู เขาแค่เอาหนูมาเลี้ยงแค่นั้น”

“เลิกกลัวเถอะครับ ทางเรามีข้อมูลยืนยันว่าเขาเป็นพี่ชายของคุณ ที่แยกไปอยู่กับบิดาตั้งแต่เด็ก”

“หือ?”

 

 

พ่อกับแม่มีลูกสองคน เมื่อพวกเขาแยกทาง พ่อเอาพี่ชายซึ่งในตอนนั้นอายุ 12ปี ไปด้วย ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน  และในตอนนั้น แม่กำลังตั้งท้องฉันได้เพียงเดือนเดียว ไม่นานพอพ่อเสีย แม่ก็ออกตามหาลูกชาย ผ่านไป 3ปี พี่ชายของฉันมีอาชีพเป็นนักแสดงละครใบ้ แม่คงไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องนี้ แม่ไม่เคยบอกเลยว่าเขาคนนั้นคือพี่ชายของฉัน ถึงว่า พวกเขาดูสนิทกันมากจนทำให้สงสัย เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากสำหรับฉัน ที่ตัวฉันเองอยู่กับพี่ชายแท้ ๆ มาหลายปีโดยที่คิดว่าเขาเป็นฆาตกรฆ่าแม่ แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย เขาเป็นเพียงแค่คนที่พาน้องสาวตัวเล็ก ๆ หนีภัยอันตราย ทางตำรวจบอกว่าฆาตกรที่ฆ่าแม่ฉันเป็นผู้หญิง เป็นกรณีชู้สาว สืบจากลายนิ้วมือจนมาพบตัวฆาตกรตัวจริงเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ไม่ทันที่จะได้สอบสวน พี่ชายของฉันก็เจอตัวเธอก่อน แล้วชิงฆาตกรรมเธอจนเกิดเป็นคดีในวันนั้นเองที่ตำรวจมาที่บ้าน

พี่คงมีความแค้น การฆ่าเพื่อล้างแค้นของพี่ในครั้งนี้ ส่งผลให้พี่หายตัวไปจากทุกคน ฉันเองที่ไม่เคยคิดจะพูดกับพี่ อยากถามพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เคยรู้ อยากขอบคุณที่พี่คอยปกป้องเลี้ยงดูมาตลอด ขอโทษที่คิดไม่ดีด้วย สายไปเสียแล้ว ฉันไม่ได้พบกับพี่อีกเลยตั้งแต่บัดนั้น

ฉันนั่งอยู่ในห้องของพี่ ข้าวของมีแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่มีเพิ่มหรือลด ฉันหยิบสีของพี่ขึ้นมา มองมัน แล้วนึกถึงสมัยเด็กที่ฉันเคยดูพี่แสดงละครใบ้...

 

 

“แม่ฮะ คนหน้าขาวคนนั้นเขาทำอะไรอยู่ฮะ”

“อุ้มลูกอยู่จ้ะ”

“ไหนล่ะฮะลูก ผมไม่เห็นมีอะไรเลย”

“ลูกต้องจินตนาการเอาเอง ดูที่มือของเขาสิ ท่าทางของมือ ความรู้สึก ทุกอย่างรวมกัน ทำให้เห็นอากาศเป็นตัวตนขึ้นมาจริงๆได้ ลองตั้งใจดูสิจ๊ะ”

“ฮะแม่  แต่คนหน้าขาวเคยเป็นผู้ชายนี่ฮะ ทำไมวันนี้เป็นผู้หญิงล่ะฮะ”

“เขาเปลี่ยนคนแล้วมั้งจ๊ะ แต่คนใหม่นี่ก็ฝีมือดีไม่แพ้คนเก่าเลยนะจ๊ะ”

 

 

คนหน้าขาว มัดผมเรียบร้อย ใบหน้าของเธอขาวโพลน วาดตัดด้วยสีดำเป็นดวงตาที่ชี้ตก ดูเศร้าสร้อย ริมฝีปากเบะลงคล้ายจะร้องไห้ ใต้ตาซ้ายวาดเป็นน้ำตาหนึ่งหยด เธอทำท่าเหมือนอุ้มเด็ก และกำลังมีคนมายื้อแย่งไป เธอไม่ยอม ทั้งดึงรั้งและปัดป้อง คนดูทุกคนสัมผัสถึงวิญญาณแห่งศิลปะ โดยมีนักแสดงคนนั้นถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้เหมือนจริง พวกเขารู้สึกถึงการปกป้องอย่างแรงกล้า

คนหน้าขาวคนนั้น แสดงได้ดีจริงๆ

 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store