NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Coffee 101
หมวด: Campus

Coffee 101

  • 533
  • 1
  • 0
EPS16

 Espresso - Express – เร่งด่วน

Espresso ไม่ใช่ Expresso และ Espresso ก็คือเมนูกาแฟ ที่ตั้งมาจากชื่อเครื่องชงกาแฟ ไม่ใช่ชนิดของกาแฟ หรือ รากฐานของศัพท์ของภาษาอิตาลี 

Espresso คืออะไร เคยมีคนบัญญัติไว้ว่า “เอสเพรสโซ่ คือกาแฟชนิดหนึ่งที่ชงด้วยวิธีพิเศษ” ไม่เข้าใจใช่มั้ย ใช่ครับอ่านแค่นี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ก่อนจะเล่าให้ฟังมาดู Anatomy ของ Espresso กันก่อน ตอนที่ไปอบรมการชงช่วงที่เรียนเรื่องทฤษฎี องค์ประกอบของ Espresso Shot คือ กาแฟบดละเอียดประมาณ 7 กรัม ชงด้วยน้ำร้อนที่มีความร้อนประมาณ 88-95 องศา (จะไม่ใช้คำว่าน้ำเดือด เพราะจุดเดือดของน้ำอยู่ที่ 100 องศา) ผ่านแรงดันประมาณ 9 บาร์ อัดน้ำลงบนกาแฟผ่านก้านชงออกมาเป็น Shot กาแฟจำนวน 1 ออนซ์ หรือ ประมาณ 30 มล. Espresso Shot ที่ดีต้องมี 3 เลเยอร์ใน Shot เดียวคือ Crema, Body, และ Heart ตามลำดับ

มาดู Anatomy ที่ดีของ Espresso Shot ที่ค่อนข้างยอมรับกันทั่วไปคือ 

- อุณหภูมิของกาแฟในแก้วอยู่ที่ประมาณ 80 องศา

- ปริมาณ 1 ออนซ์ 

- มี Crema, Body และ Heart ที่ชัดเจน

- Crema จะต้องมีสีเหมือน Hazelnut และมีความหนา 10 % ของจำนวนกาแฟ

- ปริมาณคาแฟอีนจะอยู่ที่ประมาณ 90 มิลลิกรัม 

- ควรจะดื่มให้หมดภายใน 2 นาทีเพื่อรสชาติที่ดีที่สุดของกาแฟ

แล้วชื่อ Espresso มาจากไหนล่ะ มีเรื่องเล่าบางอย่างเกี่ยวกับชื่อนี้ว่าเกิดขึ้นมาจากรากศัพท์ของคำว่า “express, expres, and espresso” รวมกันในหลาย ๆ ภาษา (อังกฤษ ฝรั่งเศส และ อิตาลี) ความหมายแรก ๆ นั้นมากจากพฤติกรรมของเครื่องชงกาแฟ เนื่องจากการสกัดจะบีบรสชาติจากกาแฟโดยใช้แรงดันของไอน้ำ “pressure” because you “express” ความ(กด)ดันเพราะคุณเร่งรีบ แนวคิดต่อมาคือ “ความรวดเร็ว” การทำกาแฟได้มีการนำไปเปรียบเทียบกับ ประเภทของรถไฟคือ "Express Train" (รถไฟด่วนพิเศษ)เนื่องจากการขนส่งที่รวดเร็วในสมัยนั้นคือรถไฟจึงนำคำว่า Express มาปรับใช้ในกรณีนี้เช่นกัน

ในปี 1884 โลกได้พบกับเครื่องชงกาแฟด้วยแรงดันไอน้ำเครื่องแรกของโลก ที่จดสิทธิบัตรโดยชาวอิตาเลียนนามว่า Angelo Moriondo จากเมืองตูริน โดยตอนนั้นเค้าได้จบทะเบียนเครื่องชงกาแฟในชื่อ “New steam machinery for the economic and instantaneous confection of coffee beverage, method 'A. Moriondo” หรือ แปลเป็นไทยว่าเครื่องจักรไอน้ำรูปแบบใหม่สำหรับการสกัดเครื่องดื่มกาแฟอย่างประหยัดและรวดเร็ว โดย A. Moriondo ซึ่งหน้าตาไม่เหมือนกับเครื่องชงกาแฟที่เราคุ้นเลยและทำออกมาได้ทีละหลาย ๆ แก้ว การพัฒนาเครื่องชงกาแฟดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 1901 Mr. Luigi Bezzera, จากเมือง Milano ได้จดสิทธิบัตรเครื่องชงกาแฟอีกครั้ง โดยติดตั้ง Boiler (หม้อต้ม) มีหัวชง 4 หัว และมี Filter (ตระกร้าชง) ที่สามารถใส่กาแฟได้หลากหลายขนาด มีชื่อว่า “Tipo Gigante” หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า “ขนาดยักษ์” ต่อมาในปี 1903 Desiderio Pavoni ได้เข้าซื้อกิจการของ Bezzera และในปี 1905 ได้ก่อตั้งบริษัท “La Pavoni” เพื่อเริ่มผลิตเครื่องชงกาแฟประเภทที่ใช้กันมากที่สุดทั่วโลกคือ Espresso Machine นี่คือเหตุผลว่าทำไมชื่อเมนูของกาแฟต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยนั้นเป็นภาษาอิตาลีแทบทั้งหมด หลาย ๆ คนอาจจะบอกว่าเป็นการให้เกียรติประเทศอิตาลีที่สร้างเครื่องชงกาแฟในรูปแบบ Espresso ออกมาได้เป็นประเทศแรกของโลก แต่เป็นการเดินทางของกาแฟต่างหากซึ่งของที่เกิดจากประเทศอิตาลีเจ้าของย่อมเป็นชาวอิตาลีและทำไมต้องตั้งชื่อเมนูเป็นภาษาอื่นล่ะ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store