NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
JOKER(๑)อย่ามาตลก
หมวด: Life

JOKER(๑)อย่ามาตลก

  • 612
  • 87
  • 0
การันต์วรรณยุกต์

ผมชื่อโจ็กเกอร์ เพราะถูกมองตัวตลก  ตั้งแต่วันแรกที่ลุงอ้นชายผู้ป้ำ ๆ เป๋อ ๆ 

พาผมไปโรงเรียน ตอนอายุ ๗ ขวบ

มิใช่หน้าที่ของลุงสักหน่อย แต่แกหวังดีกับผม คงเพราะแกมีปมด้อยไม่เคยได้เรียนหนังสือหาความรู้

เลยจับผมใส่ชุดนักเรียนแล้วจูงมือไปหาผู้อำนวยการ ถึงในโรงเรียน 

ลุงแกสติแกไม่ค่อยดีต้องอาศัยพ่อกับแม่ผมช่วยเลี้ยงดู 

แต่แกแข็งแรง พูดจริงทำจริงเชื่อถือคำแกได้

"เอ็งต้องไปโรงเรียน ไปเรียนนังสือ ไปหาความรู้ โตขึ้นจะได้ไม่ลำบากเหมือนลุง"  

เราเป็นแค่ชนชั้นคนงานในโรงงานที่สมุทรปราการ 

พ่อกับแม่ทำงานรายวัน รายได้พอเลี้ยงครอบครัวกับลุงพี่ชายของพ่ออีกคน 

พวกเขาทำงานในโรงงานย้อมผ้า พิมพ์ลายผ้าถุง ส่งออกนอก 

ตั้งแต่เกิดมา ผมก็เห็นพ่อแม่ทำงานหนักในโรงงานไม่มีวันหยุด รับค่าจ้างเป็นรายวัน

วันไหนไม่ทำก็ไม่ได้ค่าจ้าง

ผมสงสัยว่า เรามีสิทธิ์ไปโรงเรียนเหมือนลูกชายเจ้าของโรงงานด้วยเหรอ   

แต่ลุงก็พยายามทำให้มันเป็นไปได้ 

ผมไม่มีใบแจ้งเกิดด้วยซ้ำ ไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง 

มีแต่ชีวิตจริง ที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า ผมอาจแค่นอนหลับฝันไป 

ก็ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่ลุงอ้นก็จูงมือผมไปเข้าโรงเรียนใกล้บ้าน

"ฝากมันเรียนหนังสือด้วยสักคน" ลุงแกพูดเอาง่าย ๆแบบนั้น 

ผู้อำนวยการเป็นชายกลางคนหัวใกล้ล้าน มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทางเหยียด ๆ 

แกคงนึกในใจ  "คนพวกนี้มาจากไหนกันนะ"

"มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ อย่ามาทำตลกนะคุณ เป็นพ่อแม่เด็กรึเปล่า"

"เปล่า แต่อยากให้เด็กมันได้เรียน"

"มีเอกสารสมัครเรียนมามั๊ย"

"ไม่มีครับ" ลุงพยายามจะสุภาพ

"ขอให้มันได้เข้าเรียนด้วยสักคน" ในความหมายของลุงเรียนก็คือเรียน 

ก็แค่เอาเด็กไปนั่งฟังครูสอนจะเอาอะไรมากมายให้ยุ่งยาก

"หนูอยากเรียนหนังสือเหรอ" ผู้อำนวยการหันมาถามผม

"ครับ" ผมตอบ

"งั้นหนูชื่ออะไร"

"โจ๊กครับ ที่บ้านเรียกผมว่าโจ๊ก" เห็นผู้อำนวยการแอบขำ เฮอะ 

ตัวตลก...หน้าตามอมแมมเสื้อผ้าเก่าหม่น

"พ่อแม่หนูละ"

"พ่อกับแม่ทำงานในโรงงานครับ"

"ให้พ่อแม่มากรอกใบสมัครเรียนนะ หนูอยากไปดูห้องเรียนไหม"

"ครับ" ผมตอบ 

ผู้อำนวยการให้ครูคนหนึ่งนำทางผมไปห้องเรียน ที่นั่นมีเด็กวัยเดียวกับผมหลายคนกำลังนั่งเรียนภาษา 

หัดอ่านหนังสือ บนกระดานดำ ทุกคนใส่เสื้อผ้าใหม่  ชุดนักเรียนใหม่ ดูสะอาด 

แต่ผมสิ ลุงไปเอาชุดนักเรียนเก่า ๆที่ไหนไม่รู้มาให้ผมใส่ สีหมองเหลืองหม่นเชียว 

กางเกงก็ไม่มีเข็มขัดนักเรียน รองเท้าก็เพียงรองเท้าแตะช้างดาว   ครูสาวคนหนึ่ง 

พาผมวนกลับมานั่งรอหน้าห้อง  ผู้อำนวยการ สิบนาทีต่อมาลุงก็เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยง ออกมา

"ทำไมมันเรื่องมากนัก กะอีแค่ให้เด็กมันได้เรียน" ลุงผมแกดื่มเหล้าจนป้ำ ๆเป๋อ ๆ 

หากไม่ได้ดื่มสติแกไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะการควบคุมอารมณ์ 

ลุงอารมณ์แปรปรวนบ่อย บางครั้งเป็นหนักถึงขั้นระเบิดออกมา

วันนี้แกถึงขนาดยอมลงทุนหยุดดื่ม แต่งตัวสุภาพที่สุดเท่าที่แกนึกได้

ใส่เสื้อลายดอกชบาสีแดงดำตัวโปรด(แกมีอยู่ตัวเดียวที่รักมาก)

เสื้อกระดุมหลุดไปสองเม็ด แกติดกระดุมโชวแผงหน้าอกขนปุย  

กางเกงยีนส์เก่าเท่าที่แกมี  ผมบอกได้เลยว่า 

ลุงพยายามที่สุดแล้วที่จะเป็นสุภาพชนแบบคนอื่นเขา 

แต่จนใจที่ลุงแกเป็นคนบ้านนอกไม่มีความรู้ คิดได้แค่ไหนก็แค่นั้น 

ใส่เสื้อไว้ในกางเกง นุ่งกางเกงยีนส์เก่าขาด ไม่มีเข็มขัด รองเท้าแตะตราเข็มทิศคู่เดิม 

ผมเผ้าหวีแล้วก็ยังดูกุ๊ยได้ที่ นั่นกระมังคงเป็นสาเหตุให้ใคร ๆก็ดูถูกเรา  

และมองด้วยสายตารังเกียจ ผมไม่รู้ว่าลุงพูดอะไรกับผู้อำนวยการบ้าง แต่เสียงเถียงกันดังลั่น 

คงพูดไม่เจข้าใจกัน จึงถึงขั้นลงไม้ลงมือ  ผู้อำนวยการเกือบเรียกตำรวจมาจับแกเข้าคุกไปแล้ว

ฐานใช้กำลังทำร้ายร่างกาย  มือหนึ่งกระชากคือเสื้อ  

อีกมือหนึ่งขยุ้มผมและกระชากจนหลุดติดมือมากระจุกหนึ่งด้วยความไม่พอใจ

"ออกไปเลย คุณ ไปบอกพ่อแม่มารับเด็กด้วย ผมจะดูแลเด็กไว้ให้ คนอะไร แบบนี้ก็มีด้วย" 

ท่าทางผู้อำนวยการจะหัวเสียมาก ถึงขนาดหมดภาพความเป็นนักบริหารเอาเดี๋ยวนั้น 

บนหัวที่ใกล้ล้านเลี่ยนมีเลือดไหล เพราะเส้นผมใกล้ขมับหายไปกระจุกหนึ่ง

"ถ้าไม่ไป  ผมเรียกตำรวจ"

"เออ ไปก็ได้ "

"ให้เด็กอยู่ที่นี่ บอกพ่อแม่มารับ ผมไม่ไว้ใจคุณ"

"ไม่ หลานผม ผมจัดการเองได้  ไปไอ้หนู  เขาไม่ให้เรียน เอ็งก็ไปหาที่เรียนที่อื่น" 

ประโยคหลังลุงพูดเสียงดัง แล้วก็จูงมือผม รีบเร่งให้เดินออกจากโรงเรียน 

ครูที่สอนแต่ละห้อง กับเด็กรุ่นเดียวกับผมหลายคน ออกจากห้องมาดู เพราะเราส่งเสียงดังมาก

ผมเดินออกจากโรงเรียนด้วยความรู้สึกอับอาย แต่ลุงคงไม่คิดอย่างนั้น 

ตั้งแต่ผมรู้จักลุงมา แกไม่เคยอายในสิ่งที่ตัวเองทำ ได้ยินเสียงพูดปนหัวเราะตามหลัง 

มาจากครูสาว ๆในโรงเรียน "นี่มันกุ๊ยชัด ๆ"

"คนอะไร ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมั่งเลย คนแบบนี้ก็มีด้วย ไม่เอาเอกสารอะไรมาสักอย่าง

แต่เอาเด็กมาสมัครเรียน ผมละงง" เสียงผู้อำนวยการพูด

จากวันนั้นผมก็ไม่เคยไปเข้าเรียนในโรงเรียนไหนอีกเลย แต่ลุงพาผมไปหาตาพุดเซียนหมากรุกแทน

ส่วนพ่อแม่ผม  พอรู้ว่าผมไปโรงเรียนใกล้บ้าน แม่ก็ตามไปหา 

เลยเปิดฉากทะเลาะกับผู้อำนวยการไปอีกรอบ  ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 

พวกผู้ใหญ่ถึงชอบใช้ความรุนแรงกันนัก

"...หาว่าลูกแม่เป็นตัวตลก แม่ยอมไม่ได้ คนเหมือนกันเรื่องอะไรจะยอม 

เราไม่ได้ขอข้าวใครกินสักหน่อย ไม่ต้องไปเรียนนะดีแล้ว โรงเรียนแบบนี้" 

ดีที่แม่หลบหนีออกจากโรงเรียนทัน ก่อนตำรวจจะไปถึง 

แม่สอนว่าถึงบ้านเราจะจน ทำงานเป็นคนงานในโรงย้อมผ้า พิมพ์ลายผ้าแต่เราก็มีศักดิ์ศรี 

ผมไม่ค่อยเข้าใจอะไรหรอกในตอนนั้น แต่เหมือนเส้นทางชีวิตผมมันจะมืดมนลงไปทุกที 

"ฉันจะบอกอะไรแกสักอย่างนะไอ้หนู" ตาพุดเอ่ยสอน ขณะแกขยับตัวม้าบนกระดานหมากรุก

"หากเอ็งคิดเหมือนพวกมัน เอ็งจะถูกต้อนไปเข้ากรอบ และถูกบีบจนอึดอัด

หายใจไม่ออกตายสักวันหนึ่ง พวกคนมีอำนาจในเมือง ไม่มีใครอยู่ในกรอบกันหรอก 

มีแต่คนโง่ ๆอย่างพวกเรานี่แหละที่ตกเป็นเหยื่อของผู้มีอำนาจ ตาจะสอนบทเรียนให้ 

เอ็งจำไว้ เอ้า...รุกฆาต" 

เจ็ดขวบผมนั่งโขกหมากรุก วางแผนเอาชนะตาพุด โดยที่พ่อแม่สบายใจกว่าส่งไปโรงเรียน

ที่สำคัญได้กินข้าวฟรี กับดูดโอเลี้ยงฟรีทุกวัน...ลุงทำอะไรกับชีวิตผมกันเนี่ย

ตอนนั้นผมไม่รู้เลย...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store