NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
อ่านวรรณกรรม 'กามนิต-วาสิฏฐี' #2 : 'วาชศรพ' ผู้นำจิตวิญญาณของหมู่โจร
หมวด: Campus

อ่านวรรณกรรม 'กามนิต-วาสิฏฐี' #2 : 'วาชศรพ' ผู้นำจิตวิญญาณของหมู่โจร

  • 499
  • 1
  • 0
โกศล อนุสิม

การแสดงเทศนา “วิชาโจร”และ “ธรรมจรรยาโจร” โดยวาชศรพนั้นไม่ใช่ธรรมดา หากแต่เป็นการอ้างอิงจากคัมภีร์พระเวทและคัมภีร์ภววัตคีตาอันเป็นคัมภีร์สำคัญของอินเดีย ปรากฏในบทที่ ๑๐ ของนวนิยายโดยใช้ชื่อบท “รหัสยลัทธิ”ซึ่งยกเอาข้อความจากพระสูตรในคัมภีร์มาแสดง นั่นคือ "สูเจ้าคิดถึงเทวะด้วยหรือ?…หามิได้! …ไม่แน่นัก….เพราะความว่างเปล่า เพราะคัมภีร์และเพราะตำนาน" ซึ่งวาชศรพได้อธิบายว่า “เทวะ” นั้นคือทัณฑ์ ซึ่งกามนิตได้เล่าขยายความว่า
     “เพราะว่าในพระสูตรก่อนนั้น ทัณฑ์ซึ่งกล่าวถึงมักกล่าวกันว่า เป็นของพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้าหน้าที่กำหนดไว้ เพื่อใช้แก่โจร เป็นต้นว่า ตัดแขนขาและจมูก เอาลงหม้อน้ำเดือดเอาน้ำมันยางเดือดราดคอ ปากมังกร (เห็นจะเอาอะไรยัดให้อ้าปาก) ตอกเล็บรั้งแขนขาให้คราก ฯลฯ เพราะฉะนั้น จึ่งเป็นการสมควรพอที่ผู้เป็นโจรจะต้องหลบหลีกอย่าให้เขาจับได้ ถ้าถูกจับได้ ฉันไร  จะพยายามหาทางหนี มีบางคนกล่าวว่า เทวทัณฑ์ย่อมมีแก่โจรด้วย (คือเทวดาลงโทษ) ความข้อนี้พระสูตรบอกว่า "หามิได้" และว่า "ไม่แน่นัก" โดยเหตุที่ควรแสดงให้เห็นแจ้งสามสถาน คือจากปัญญารู้เหตุผล จากพระเวท และจากภควัทคีตา ที่สืบกันมาจนถึงเรา”
     พระคัมภีร์นั้นแน่นอนว่าเป็นของสูง เป็นคำสั่ง คำสอน เป็นกฎระเบียบ เป็นเครื่องควบคุมและปกครองผู้คนของสังคมอินเดียในสมัยนั้น วาชศรพผู้ซึ่งเกิดในตระกูลพราหมณ์ มีปัญญา รู้พระเวทอย่างลึกซึ้งแตกฉาน จึงอธิบายหรือสาธยายคัมภีร์ที่ตีความให้เข้ากับกิจของโจร ให้พวกโจรเกิดความเชื่อถือ ไม่หวาดกลัว ทั้งในการกระทำต่อผู้อื่นและเมื่อผู้อื่นกระทำแก่ตน เรียกได้ว่า ไม่รู้สึกกลัวต่อการทำบาปและผลแห่งบาปนั้น
     วาชศรพได้ยกเอาถ้อยคำในคัมภีร์คือ “ความว่างเปล่า” มาตีความให้เข้ากับงานของโจร กลายเป็นปรัชญาอันโด่งดังที่ผู้อ่านจำได้ หากพูดถึงวาชศรพเชื่อแน่ว่า ผู้อ่านต้องนึกถึงวลี “ฟันลงไปในความว่างเปล่า” อันเป็นวาทกรรมสำคัญของตัวละครตัวนี้ ซึ่งกามนิตได้เล่าไว้ว่า วาชศรพอธิบายข้อความ “เพราะความว่างเปล่า” ดังนี้
     "พราะความว่างเปล่า หมายความตามหลักแห่งเหตุผล คือว่าถ้าข้าพเจ้าตัดหัวคนหรือหัวสัตว์ ดาบของข้าพเจ้าฟันเข้าไปในระวางอนุปรมาณูอันแยกไม่ได้ เพราะอนุปรมาณูนี้มีลักษณะแยกไม่ได้โดยแท้ ดาบของข้าพเจ้าจึ่งไม่ได้ฟันอนุปรมาณู เพราะฉะนั้นดาบที่ว่าฟันลงไป จึ่งเป็นฟันในที่ว่างเปล่าระวางอนุปรมาณู ก็ความว่างเปล่าใครเล่าจะเป็นผู้ทำอันตรายได้? เพราะการทำอันตรายในสิ่งที่ไม่มีก็เท่ากับไม่ได้ทำอันตรายในสิ่งไรๆ ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่เอาดาบฟันลงไปในที่ว่างเปล่า จึ่งไม่ต้องรับผิดและจะรับเทวทัณฑ์ไม่ได้ ถ้าการฆ่ามนุษย์มีความจริงเป็นเช่นนี้ไซร้ กรรมอย่างอื่นที่มนุษย์ลงทัณฑ์แก่กันเบากว่าการฆ่าคน จะมีความจริงอีกสักเพียงไร?”
     วาชศรพเป็นเป็นผู้มีปัญญาฉลาดล้ำ รู้วิชาดูลักษณะของคนอย่างช่ำชอง  รู้วิชาอาชญวิทยาอย่างเชี่ยวชาญ  รู้วิชาจิตวิทยาอย่างลึกซึ้ง และวิชาอื่นๆ อีกมาก ดังนั้น เมื่อตนตีความอย่างนี้แล้วก็ไม่ได้จบเพียงนี้ ยังได้ชักเรื่องในคัมภีร์มารับรองการตีความของตัวเอง นั่นคือ ยกเอาข้อความในพระเวทมาอ้างอิงเพิ่มเติมว่า “สิ่งซึ่งมีภาวะอันแท้จริงมีหนึ่งเท่านั้นคือพรหม ถ้าความนี้เป็นจริง การฆ่าก็เป็นมายา ไม่ได้ฆ่าใคร ในพระเวทกล่าวไว้มากมาย ในตอนที่พระยมบอกแก่นจิเกต ด้วยเรื่องพรหมและด้วยเรื่องอื่นๆ ว่า "ผู้ใดเป็นผู้ประหาร ก็สำคัญเอาว่าตนเป็นผู้ประหาร ผู้ใดถูกประหาร ก็สำคัญเอาว่าตนตาย เขาทั้งสองไม่รู้แจ้งเลย แท้จริงไม่มีใครประหาร ไม่มีใครถูกประหาร"  และยกเหตุการณ์สงครามระหว่างพี่น้องเการพและปาณฑพมาสนับสนุน กรณีที่พระกฤษณะอวตารลงมาเกิดเป็นมนุษย์ทำหน้าที่สารถีรถรพแก่อรชุน เมื่อจะรบกันนั้นอรชนเกิดจิตตกไม่อยากรบ เพราะเห็นว่าพวกที่กำลังจะรบราฆ่าฟันกันนี้ ทั้งนายทั้งไพร่ล้วนแต่เป็นญาติพี่น้องกันทั้งสิ้น จึงไม่อยากฆ่าฟันใคร แต่พระกฤษณะกล่าวปลุกปลอบใจอรชุนเพื่อให้กลับมาฮึกเหิม โดยชักแม่น้ำทั้งห้ามากล่อมจนอรชุนคล้อยตามแล้วจึงทิ้งท้ายว่า "ผู้ใดเข้าใจว่าตนเป็นผู้ประหาร ผู้ใดสำคัญว่าตนถูกประหาร ทั้งสองผู้นั้นย่อมไม่รู้แจ้ง แท้จริงไม่มีใครประหาร ไม่มีใครถูกประหาร ฉะนั้นเธอจงเริ่มรบเถิด" ซึ่งทำให้อรชุนกลับมาคึกสั่งทำศึกลุยแหลกในทันที ทำเอาศพเกลื่อนทุ่งกุรุเกษตร มากมายคณานับซึ่งถ้าปล่อยเอาไว้ให้แร้งกากิน แร้งกาทั้งโลกมากินอิ่มจนอ้วกแล้วอ้วกอีกศพก็คงยังก็ไม่หมดเป็นแน่แท้

# อ่านต่อตอนที่ 3 #

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store