NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
2 แม่ลูก  "ตะลุย" เมือง Kawagoe
หมวด: Food & Travel

2 แม่ลูก "ตะลุย" เมือง Kawagoe

  • 767
  • 0
  • 6
ให้ลูกพาเที่ยว

ทริปนี้เกิดจากคำเพียงแค่ 2 คำ ท้าทายตัวเองด้วย คำว่า  "รอด" หรือ "ไม่รอด" เอาจริงๆนะเกิดมาไม่ค่อยไปไหนมาไหนคนเดียวเพราะเป็นคนขี้กลัวขึ้นสมอง จนพอมีลูกทำให้รู้สึกว่าความกลัวของเราได้ไปปิดกั้นโอกาสของลูกเรา ใครที่กล้าๆกลัวๆที่จะพาลูกเที่ยวเองเพราะกลัวว่าลูกเรานั้นจะงี่เง่างอแงนะคะลองเปิดใจให้ตัวเองและเปิดโอกาสให้กับลูกของเราดูสักครั้งนึง

และแล้วก็อยู่ที่สนามบินขณะที่รอ Check in ในใจมันกังวลกลัวไปหมดจะถอยหลังตอนนี้ก็ไม่ได้ ในใจบอกเราต้องทำได้สิวะคนอื่นเขายังทำกันได้เลย เพื่อโอกาสของลูกที่จะได้เห็นสิ่งใหม่ๆเราต้องสู้!! ส่วนลูกก็หลับอย่างเดียวค่ะเพราะเราบินดึก ก่อนเดินทางพร่ำบอกลูกทุกวันว่าเราไปกันแค่ 2 คนนะ ไม่มีใครคอยช่วยเรา เพราะฉะนั้นหนูโตแล้วหนูต้องเดินเอง อย่าให้แม่ต้องอุ้ม แต่ถ้าไม่ไหวให้บอกแม่เลย เราจะไม่ฝืนลูกแน่นอนค่ะเพราะลูกวัยเพียง 5 ขวบไม่สามารถมีความอดทนได้เหมือนผู้ใหญ่แน่นอน ตอนขึ้นเครื่องก็มีทุลักทุเลบ้างเพราะต้องอุ้มลูกและแบกกระเป๋าแบ็คแพคด้วย

 

 

เที่ยวบินของเราคือ XJ  602  เวลาเดินทาง 05:05 สายการบิน Airasia ถึงเวลาประมาณบ่าย 2 ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 6 ชม. เช้ามาลูกมีความตื่นเต้นมากแอบเก็บภาพท้องฟ้าเป็นระยะๆ เห็นแล้วเอ็นดูแท้ >< 

 

 ในที่สุดก็มาถึงสนามบินนาริตะ Terminal 2 ตรงปากทางประตูทางออกจะมีเคาน์เตอร์ Keisei Bus ซึ่งเราจะนั่งรถบัสตรงไปที่เมืองคาวาโกเอะ ตั๋วเด็กราคา 1700เยน / ผู้ใหญ่ราคา 3400 เยนใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ค่ะแถมยังเดินทางสะดวกง่ายดีค่ะ

 

ในที่สุดก็มาถึงเมืองคาวาโงเอะ หรือ คาวาโกเอะ นี้เป็นเมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็นเมือง "เอโดะจิ๋ว" (Little Edo) ด้วยอาคารบ้านเรือนภายในเขตเมืองเก่าที่อนุรักษ์ไว้อย่างดี เป็นสถาปัตยกรรมเก่าสมัยและการเดินทางจากใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 30–60 นาทีจากโตเกียวสามารถไปกลับภายในวันเดียว เมืองนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดคือถนนคูราซูกูริ ซึ่งวันที่เราไปมาบังเอิญมีการแสดงต่างๆ พร้อมมีการประดับไฟตามข้างทาง

บรรยากาศยามเย็นในเมืองคาวาโกเอะ

 

สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองนี้คือหอระฆัง Toki no kane ใครไม่ได้มาเก็บภาพไปถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ  

 

ร้านขายปลาเสียบแปลกๆดีแฮะ

 

ซุ้มขายอาหารตามข้างทางค่ะเรียกลูกค้ากันเสียงดังมากก

 

การแสดงและการละเล่นพื้นบ้าน 

 

 

ร้านขายร่มค่ะ ซึ่งมีร่มให้เลือกมากมายเลยทีเดียวแล้วภายในร้านไม่ได้มีแต่ร่มอย่างเดียวมีเครื่องประดับด้วย

 

 สำหรับใครที่อยู่โตเกียวแล้วอยากไปที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเราก็มีวิธีมากฝาก

- รถไฟของบริษัท Tobu จะวิ่งตรงจากสถานีอิเคบุคุโระ(Ikebukuro) ที่โตเกียว ไปสิ้นสุดที่สถานี Kawagoe-shi Station ใช้เวลา 30 นาที ราคา 470 เยน โดยจะมีตั๋วลดราคาสำหรับ ไปกลับเหลือ 700 เยน แต่ต้องใช้ภายในวันเดียวกันเท่านั้น 

- รถไฟของบริษัท Seibu จะวิ่งตรงจากสถานีชินจูกุ(Shinjuku) ที่โตเกียว ไปสิ้นสุดที่สถานี Hon-Kawagoe Station ใช้เวลา 50-60 นาที ราคา 500 เยน - รถไฟรัฐบาลญี่ปุ่น JR จะวิ่งตรงจากสถานีชินจูกุ(Shinjuku) ที่โตเกียว ไปสิ้นสุดที่สถานี Kawagoe Station ใช้เวลา 50 นาที ราคา760 เยน แต่สามารถใช้บัตร JR Pass ได้

 

 ที่พักเราเลือกนอนจะเป็นแบบเรียวกังค่ะชื่อว่า Ryokan Matsumuraya ราคาตกคืนละ 1700++  เราจองใน Agoda ในที่พักจะมีออนเซนให้ด้วยแต่จะเป็นแบบรวมนะคะซึ่งเรา 2 คนแม่ลูกก็ได้ลองแช่แล้ว บอกตามตรงถ้ามีคนแช่เราก็คงไม่กล้าเเช่เเน่นอนค่ะอาย 555+ ที่พักมีรองเท้าลำลองให้เปลี่ยนซึ่งลูกสาวติดใจมากอยากเอากลับเลย อ่อที่พักมีจักรยานให้ปั่นฟรีด้วย แต่เราอดปั่นเพราะกฎเขาห้ามนั่งซ้อนท้ายค่ะ เด็กต้องนั่ง Baby seat เท่านั้นแต่ไม่มีไงเลยอด!!

 

ลูกสาวแช่ออนเซนชิลมากเลยส่วนแม่ก็พะวงกลัวว่าจะมีคนมาถ้ามานี่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน ^__^  

 

ในเมืองก็จะมีร้านขายของเต็ม 2 ข้างทางแต่มีร้านนึงสะดุดตามากเนื่องจากขายของกระจุกกระจิกขายทุกอย่างค่ะชิ้นเล็กยันชิ้นใหญ่จะว่าขายสากกะเบือยันเรือรบเลยก็ว่าได้ แต่จุดเด่นของเขาคือข้างหลังร้านมีคาเฟ่ออนเซนเท้าชื่อร้านว่า อะชิยุคิซซะซึบะกิยะ มาถึงแล้วจะพลาดได้ไงเนอะก็ต้องจัดสิค่ะ

 

เดินตรงเข้าไปหลังร้านจะเป็นคาเฟ่ออนเซนเท้าค่ะ

สินค้ามีเยอะมากมายจริงๆ

ขายทุกอย่างค่ะ ตุ้มหู,ผ้าเช็ดหน้า,กระเป๋า,เครื่องสำอาง,ธูปหอม,เกลือขัดผิว,เสื้อผ้า โอ้ยเยอะเเยะมากมายค่ะ

ลูกเห็นเราถ่ายรูปก็เก็บภาพบ้างเห็นโมเม้นต์แบบนี้ช่างคุ้มค่ากับการเดินทางสะจริงๆ

 

หลังร้านค่ะจะมีพนักงานคอยต้อนรับทุกคนน่ารักมากค่ะ 

 

ได้แช่เท้าแล้วววววเย้ๆๆๆ

 

ระหว่างแช่ก็สั่งเครื่องดื่มมาทานกันชิลๆ ที่ร้านจะมีผ้ามาให้ด้วยนะคะเอาไว้ซับน้ำที่เท้าหลังจากแช่เท้าเสร็จซึ่งเอากลับบ้านได้ ส่วนชาเขียวชอบมากบอกเลยเวลากินมันจะมีกลิ่นถั่วเบาๆหอมละมุนๆ ส่วนขนมรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ดูเหมือนน้ำตาลปึกบ้านเราแต่พอทานแล้วรสชาติมันเหมือนแป้งผสมด้วยถั่วแน่นๆบอกได้คำเดียวว่าเกลี้ยงค่ะอร่อยผ่าน!!! 

 

ระหว่างแช่เท้าในร้านมีพี่สาวสวยมาใช้บริการลูกก็บอกแม่ๆ พี่เข้าแต่งตัวสวยจังหนูอยากถ่ายรูปด้วยได้ค่ะแม่จัดให้ใช้ภาษามือสักสองสามทีก็ได้รูปคู่มาเลยจร้า ><

 

 

หลังจากลูกสาวเห็นพี่ๆแล้วก็อยากขอแปลงโฉมเป็นเด็กญี่ปุ่นขอเช่ากิโมโนเดินสวยๆทั่วเมืองบ้าง ราคาเช่าชุด 3200 เยน (ราคาแพงพอสมควรสำหรับเด็กแต่เพื่อประสบการณ์ลูกเรายอมค่ะ) เช่าตอน 11 โมง คืนได้ 4โมงเย็นแอบนานพอควรแต่ลูกสาวไม่ไหวคืนเร็วกว่ากำหนดเพราะร้อนมากจริงๆ

 

เดินชมเมืองไปเรื่อยค่ะประหนึ่งว่าเป็นสาวญี่ปุ่น ^^

 

หลังจากเดินผ่านความร้อนมาสักพักก็ต้องแวะจัดน้ำแข็งใสสักถ้วยเบิ้ลด้วยไอติมไปเลยหายร้อนแน่นอน ถ้วยนี้ราคา 600 เยน

 

เอาแล้วววว!!! ลูกสาวเห็นรถลากเกิดความอยากนั่งมั่งอ้าวมาแล้วก็ต้องจัดให้ครบสิเนอะจัดไป 10 นาที 3000 เยน  เฮียแกจะวิ่งระยะทาง 1 กม. นั่งไปปาดเหงื่อไปทั้งร้อนทั้งแพง 555+ 

 

มาถึงตรอกขนมหวานกันมั่งซอยนี้บอกเลยไม่ควรพลาดเพราะชื่อก็บอกแล้วว่า ตรอกขนมหวาน ซึ่งจะมีขนมหวานต่างๆมากมาย

ตามสองข้างทางจะมีร้านแนวนี้จะเป็นร้านขายขนมแห้งๆเป็นห่อๆเป็นขนมปังก็มีอยู่เต็มทางเดินที่เราเดินผ่าน

 

เนื่อจากอากาศที่ร้อนมากตามข้างทางมักจะมีร้านขายน้ำเเข็งใสเต็มไปทั่ว 100 เยนเองนะเออ

 

มาถึงเรื่องของอาหารกันบ้างบอกเลยว่ามีร้านอาหารเยอะจนเลือกไม่ถูกแต่ส่วนมากจะเลือกแต่เมนูที่ดูคล้ายอาหารไทยมากที่สุดเช่น บะหมี่ หรือไม่ก็ข้าวคัตสึด้งประมาณนี้เพราะกลัวว่าลูกจะทานไม่ได้

โซบะให้เยอะมากบอกเลยทานกันไม่หมดค่ะอิ่มกันไปนานเลย

 

มาถึงข้าวหมูคัตสึด้งบ้างอยากบอกว่าหมูแค่สะกิดก็ขาดออกจากกันแล้วดูเว่อร์ไปมะแต่มันคือเรื่องจริงค่ะละลายในปากเลยชนะเลิศ!!!

 

อันนี้ข้าวกับทูน่าตอนแรกไม่กล้าทานเพราะมองดูเหมือนเนื้ออ่ะเราไม่ทานเนื้อแต่มันคือทูน่าอะไรก็ไม่รู้จะถามเขาก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็เลยตามเลยค่ะอร่อยอีกแล้วจัดข้าวไป 2 ถ้วยเลยรอบนี้

 

บะหมี่อีกแล้วค่ะ รสชาติดีค่ะยกเว้น2ไม้นั้นที่หน้าตาเหมือนลูกชิ้นมันเป็นแป้งเหนียวๆที่ทาซอสอะไรไม่รู้มีรสชาติเค็มอย่างเดียวบอกเลยว่าไม่ผ่านอย่างแรงค่ะไม่ขอซ้ำเสียใจ!! 

 

แป้งจี่ญี่ปุ่นเห็นคนต่อแถวเยอะมาก มากสะจนถอดใจขอเดินผ่านพร้อมดมกลิ่นเบาๆพอ

 

หากใครที่ไม่กล้าเดินทางกับลูกเพียงลำพังขอบอกเลยว่าลองเปิดใจดูสักครั้งอย่าคิดว่าลูกเรานั้นเป็นภาระให้กับเราแต่เขาจะเป็นนักเดินทางและเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีของคุณอย่างแน่นอน เพราะเวลาที่เขาได้เห็นอะไรที่มันแปลกหูอย่างภาษา หรือแปลกตาอย่างสถานที่ เขาจะเริ่มเรียนรู้การเป็นผู้ใหญ่และมีความคิดที่ดีมีความสงสัยไม่แพ้ผู้ใหญ่อย่างเราแน่นอนค่ะ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าทริปนี้ รอด นะคะแถมเราก็จะได้เห็นความอดทนของลูกเราอีกด้วย  

ติดตามทริปดีๆได้ในครั้งถัดไปนะคะ

ฝากติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/NooNaowPhaTiew/?modal=admin_todo_tour 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store