NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
Hotel Man EP. 2 ตอน การสัมภาษณ์งานโรงแรมครั้งแรก
หมวด: Life

Hotel Man EP. 2 ตอน การสัมภาษณ์งานโรงแรมครั้งแรก

  • 565
  • 0
  • 0
Hotel Man

 ตอน การสัมภาษณ์งานโรงแรมครั้งแรก

ช่วงซ้อมพูดภาษาอังกฤษอยู่คนเดียว ผมก็ไม่ลืมที่จะเรียบเรียงประสบการณ์ทำงานว่าผมจะเอาอะไรไปบอกให้เขารับรู้ได้บ้างว่าผมมีประสบการณ์ทำงานนะ ผ่านไปจนประมาณ 20 นาทีพี่ HR เขาก็มาเรียกผมไปสัมภาษณ์ “เชิญค่ะน้อง” เอาแล้วกู…..ตอนนั้นไม่รู้เป็นอะไรอยู่ดีๆ หูดับไปซะงั้น อาจจะด้วยเพราะความตื่นเต้นจนหัวใจจะออกมา Break Dance โชว์อยู่แล้วตอนนี้ ระหว่างทางที่เดินไปห้องสัมภาษณ์ บรรยากาศมันกดดันมากครับ ยิ่งช่วงเวลาที่เดินผ่าน Candidate คนอื่นๆ ด้วยแล้วนี่ล่ะ หึหึหึ…. มันกดดันมากเหมือนเรากำลังเดินผ่านหน้าผาแบบพี่ดู๋ สัญญา ในโฆษณา TMB เลยครับ เพราะกลัวว่าเราจะไม่ได้งานเนื่องจากคนอื่นดูเก่งกว่ามาก ผมเดินจนมาถึงห้องของ HR Manager หรือ “ผู้จัดการฝ่ายบุคคล” แล้วตรงเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าของพี่เขาตอนนี้ด้านหน้าผมพี่ HR Manager แกเป็นผู้หญิงวัยกลางคนดูเงียบ ๆ สุขุมนุ่มลึก ทำให้ผมกดดันไปอีก ขณะที่ผมคิดอยู่กับลักษณะท่าทางของพี่เขานั้นพี่เขาก็ยังนั่งอ่านใบสมัครงานของผมอยู่อย่างสงบนิ่ง มือผมตอนนี้เย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งอีกครับ เกร็ง ๆ กลัว ๆ ว่าพี่เค้าจะเริ่มต้นถามอะไรกูวะเนี่ย?  แล้วกูจะตอบพี่เขายังไงวะ?  บรรยากาศเงียบสงัดผ่านไปสักพัก พี่เค้าก็เงยหน้าขึ้นมาถามผมครับ

HRM: พี่เรียกชื่อเล่นละกันนะคะ 

ผม: ได้ครับพี่

HRM: ไหนลองแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษให้พี่ฟังซิ

ผม: My name is Mr.Natthapt Wichianchai. I’m 22 Year old, I’m graduate from Mahanakorn University of Technology, A Facaulty is Business Administration Major Marketing. I’m pasted trainee at Pattaya Marriott Resort and Spa.  (บอกตรงๆ ตอนนั้น แกรมมง แกรมม่า นี่ไม่รู้เลยนะครับว่าถูกเปล่า คำศัพท์อะไรก็ไม่แน่ใจอาศัยว่ากูท่องมาแบบนี้มันน่าจะถูกแหละที่พูดไปทั้งหมดนี่อาศัยความรู้แบบดิบๆ ไม่คิดอะไรมากเลยนะครับถูกผิดไม่รู้)

HRM: ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ บอกพี่เป็นภาษาอังกฤษนะ?

ผม: งง งงเลย งงรับประทาน ง๊งครับ ไม่รู้จะตอบว่าอะไร อาจจะเพราะตื่นเต้นและไม่เคยสัมภาษณ์แบ Face to Face มาก่อน แต่ก็ยังมีสติผมก็ตอบไปแบบที่คิดได้ ณ ตอนนั้นนะครับว่า “My Father want me working in Hotel and I want to have new experience”  เหมือนเดิมนะครับสำหรับประโยคนี้คำศัพท์ไม่ได้สวยหรูอะไรมาก แกรมมง แกรมม่า หลบไปก่อนเพราะกูคิดได้แค่นี้จริงๆ อารมณ์นั้น 555 ตอนนั้นตอบไปเลยว่า “พ่ออยากให้ทำงานโรงแรมอ่ะพี่ มีไรป่ะ” เฮ่อๆๆๆ ประโยคหลังไม่ได้พูดนะ

HRM: What is your strength point?

ผม: งงครับ....ง๊ง งง...งง อีกรอบ...อึ้งแดกไปอีกพักนึงเพราะไม่แน่ใจคำว่า “Strength” (ที่แปลว่าจุดแข็ง) ในตอนนั้นว่ามันหมายความว่าอะไรอยากให้พี่เค้ากลับมาถามว่า SWOT คืออะไรแทนจริงๆ เอาไงดีหว่า? อะไรกูแข็ง? กูแข็งอะไร? งงกับคำถาม ผมไม่รู้จะทำยังไงครับเลยแก้เขินไปด้วยการย้อนถามพี่เขาอีกที “Excuse me! Can you repeat it again? (จริงๆ ได้ยินชัดแจ้งแดงแจ๋แล้วแหละครับแต่ไม่รู้จะตอบคำถามเขายังไงเท่านั้นเองเลยทำเป็นถามซ้ำ)

HRM: ด้วยความที่แกคงรู้ว่าผมไม่เข้าใจเลยถามง่าย ๆ ว่า “Tell me, what is your good point”

ผม: อันนี้ผมแปลออกแล้วครับ พี่เขาน่าจะบอกว่าให้บอก “ข้อดีของผม” แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเพราะรู้สึกเขิน ๆ อยู่เหมือนกันในใจตอนนั้นคิดว่า “คนบ้าอะไรวะจะมาพูดยอตัวเอง” แต่ก็กลั้นใจตอบไปครับว่า “I’m fast learner” and “Intention do the job” คำศัพท์และสำนวนระดับเบบี้ๆ ตอบกลับพี่เขาไปเลยครับแปลแบบดิบๆ ได้ว่า “ผมเป็นคนเรียนรู้เร็วและตั้งใจทำงานครับ” อยากถามพี่เขากลับอยู่เหมือนกันตอนนั้นว่า “เป็นไงครับพี่ตรงๆ ชัดเจนมั้ยครับ”

HRM: What is your weakness point?

ผม: เอาอีกและ อะไรอีกวะเนี่ยกู พูดตรงๆ ว่าผมไม่เข้าใจพี่เขาครับว่าจะให้ผมตอบอะไรแต่ก็ยังมีสติจับ Keyword คำว่า Weakness ได้ว่า  มันแปลว่า “จุดอ่อนหรือข้อบกพร่อง” เพราะเคยเรียนการตลาดมาตอนทำ SWOT เลยจำได้  ตอนนั้นผมเลยไม่รู้จะตอบอะไรเลยครับ เลยพูดข้อเสียของตัวเองไปจริง ๆ แบบไม่คิดอะไรว่า “I’m spend a lot of money” คือจะบอกว่า “ผมใช้เงินเก่งนั่นแหละครับ” โดยไม่ได้คิดอะไรเลยว่าคำตอบที่บอกไปมันสื่ออะไรให้พี่เขารู้บ้าง

HRM: เงียบไปเลยครับ สงสัย งง กับจุดแข็งและจุดอ่อนของผมอยู่ เจอ I’m spend a lot of money เข้าไป อึ้งเลยดิพี่ อยากบอกว่าผมใช้เงินเก่งนะ......จากนั้นสงสัยพี่แกคงไม่ไหวแล้วกับคำตอบผม แกก็เลยคุยต่อเป็นภาษาไทย “ขอบคุณมากนะที่มาวันนี้เดี๋ยวยังไงพี่ติดต่อกลับไปอีกครั้งนะ”

แล้วก็จบการสัมภาษณ์แบบไม่ทันตั้งตัวครับ คาดว่าถ้าพี่แกไม่อึ้งกับคำตอบ “I’m spend a lot of money” ของผมแกก็คงจะรีบไปสัมภาษณ์คนอื่นต่อแหละครับเพราะมีคนรออีกเยอะเลยแล้วผมก็ลาพี่เขากลับบ้านไปผ่านไป 3 วันหลังสัมภาษณ์ที่โรงแรม  Asara Villas and Suite เช้าวันที่ 4 ในขณะที่ผมกำลังขับรถมอเตอร์ไซด์นั้นมีโทรศัพท์สายนึงเข้ามาทำให้ผมต้องจอดรถข้างทางเพราะนึกไว้ก่อนว่าเป็นลูกค้ากำจัดปลวกแน่ ๆ เลย แล้วก็หยิบโทรศัพท์มาดูเบอร์โทรเข้าตอนนั้นเห็นเบอร์โทรเข้านี่ดีใจมากครับเพราะมันเป็นเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 032 ซึ่งเป็นรหัสของหัวหินใจแอบคิดว่ามีที่ไหนที่เราสมัครโทรมาตามแน่ ๆ เลย แต่ยังไม่ได้คิดว่าเป็นที่ Asara โทรมานะครับผมรับสายพร้อมกล่าวทักทายแล้วปลายสายก็พูดขึ้นว่า 

HR: “สวัสดีค่ะน้อง  พี่โทรจาก Asara Villas นะ ที่น้องเข้ามาสัมภาษณ์เมื่อ 3 วันที่แล้วนะ สะดวกคุยมั้ยคะ?” (อยากบอกพี่ว่า ถึงตอนนี้ดีใจแล้วครับเพราะรู้แล้วว่าที่ไหนจะให้ผมขับรถไปคุยไปยังได้เลยพี่) 

ผม: “ครับพี่คุยได้ครับพี่”  (ตื่นเต้นดีใจมากตอนนั้น)

HR: คือพี่จะโทรมาถามน้องว่าพอดีพี่คุยกับ EAM (คือตำแหน่งอะไรตอนนั้นไม่รู้จักนะครับ ) เค้าบอกว่าให้ลองถามน้องว่าสนใจจะทำงานในตำแหน่ง Service Man ได้มั้ยคือพี่เห็นแล้วล่ะว่าน้องสมัครตำแหน่ง G.S.A เลยอยากจะถามก่อน

ผม: งง ครับเพราะตอนสมัครนั้นผมเลือกตำแหน่ง G.S.A ตามที่บอกนั่นแหละครับ แต่พอพี่เค้าบอกว่า Service Man เนี่ยผมก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตำแหน่งที่ผมสมัครความดีใจตอนนี้เปลี่ยนเป็นความ งง และไม่เข้าใจความหมายของตำแหน่งนี้แทนแล้วครับแต่ด้วยความอยากทำงานโรงแรมผมจึงไม่ปิดโอกาสนี้เสียเลยถามพี่เค้ากลับไปว่า “แล้วมันต้องทำอะไรบ้างครับตำแหน่ง Service Man นี้?”

HR: ก็ทำพวกขับรถกอล์ฟ รับ-ส่ง แขก, ดูแลเรื่องกระเป๋าสัมภาระแขกตอน Check-In, Check Out, เหมือน Bell Boy นั่นแหละค่ะ

ผม: เอาจริง ๆ นะตอนนั้นผมรู้สึกอย่างเดียวว่าไหน ๆ ก็จะทำงานโรงแรมแล้วผมต้องเป็น Front Office เท่านั้น  ถ้าไม่ได้ทำตำแหน่งนี้ก็จะไม่ทำตำแหน่งอื่นเพราะความสมารถระดับผมต้องเป็นตำแหน่ง G.S.A เท่านั้นครับ (มั่นหน้ามากทีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษล่ะกลัวเยี่ยวแทบเล็ดความรู้เท่าหางอึ่ง)  ผมเลยไม่รีรอที่จะบอกพี่เค้าไปว่า “ผมขอเป็น G.S.A ดีกว่าครับพี่  ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ” (มั่นมากเลยมึง) แต่จริงๆ อยากเป็น G.S.A เพราะอยากได้ภาษามากกว่า

HR: ไม่ลองดูหน่อยเหรอพี่ว่าเราทำได้นะ

ผม: ตอนนั้นรู้ว่าพี่เค้าต้องต่อรองแน่นอนแต่ผมก็ยืนยันเหมือนเดิมครับว่า “ผมจะทำตำแหน่ง G.S.A เท่านั้นครับพี่”

HR: งั้นเดี๋ยวพี่ขอคุยกับ EAM ก่อนนะว่ายังไงแล้วเดี๋ยวพี่ติดต่อกลับอีกทีนะ

ผม: ครับพี่ขอบคุณมากครับ

จากตอนแรกดีใจตอนนี้กังวลและกลัวอีกแล้วครับกลัวว่าเค้าจะไม่โทรมากลัวไม่ได้งานแถมสับสนอีกว่าเราคิดถูกเปล่าวะเนี่ย ที่ปฏิเสธเค้าไป เสือกมั่นใจเกินขนาด สุดท้ายอดคิดไม่ได้ว่า “กูจะไม่ได้งานแน่ ๆ เลยคราวนี้” จนเวลาผ่านไปเกือบ 4 โมงเย็นก็มีสายจาก Asara โทรเข้ามาอีกครับ

HR: สวัสดีค่ะน้อง พี่จาก Asara Villas and Suite Hua Hin นะคะ

ผม: ครับพี่ เสียงเรียบนะดูเหมือนไม่ตื่นเต้นอะไรมาก เก็บอาการสุดๆ แต่ในใจนี่อยากบอกว่า ดีใจมากถึงมากที่สุด

HR: ตกลงว่าพี่รับน้องในตำแหน่ง G.S.A นะคะ แต่เป็น Night G.S.A นะ ทำงานรอบดึก เงินเดือนพี่ให้เริ่มต้นที่ 7,000 บาท มี Service การันตีช่วงก่อนเปิดโรงแรมเดือนละ 5,000 บาทนะ น้องโอเคมั้ยคะ?

ผม: รีบเลย “โอเค ตกลงครับพี่  ได้ครับ” (แต่เสียงยังเก็บอาการอยู่)

HR: งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้น้องเข้ามาเซนสัญญานะแล้วพร้อมเริ่มงานวันไหน?

ผม: ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นวันที่ 15 มีนาคม 2550 ทีนี้ถ้าจะลาออกมันก็ต้องประมาณ 14 วันครับ เพราะงานผมมันค้างไว้เยอะถ่ายงานอาทิตย์เดียวไม่พอแน่ผมเลยบอกพี่เค้าว่า “ขอเป็นวันที่ 29 มีนาคม 2550 นะครับพี่”

HR: ได้ค่ะ งั้นน้องเข้ามาเซนสัญญากับพี่พรุ่งนี้ก่อนแล้วกันนะคะแล้วรับใบตรวจร่างกายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและเอาผลตรวจมาให้พี่อีกทีวันเริ่มงานแล้วกัน

ผม: ได้ครับขอบคุณมากครับพี่…. แล้วก็จบการสนทนา

สรุปว่า ผมได้ทำงานโรงแรมแล้วครับ  ได้แบบที่ไม่คาดคิดมาก่อน พอวางสายจากพี่เขาผมก็รีบโทรบอกป๋าก่อนเลยคนแรกเสียงแกดีใจมากครับตอนนั้นแล้วผมก็เข้าบริษัทกำจัดแมลงแล้วก็จัดการเรื่องลาออกให้เรียบร้อยภายในวันนั้นเลย พร้อมทั้งถ่ายงานให้กับเพื่อนที่เกี่ยวข้องทันทีเพราะตอนนี้ใจมันไปอยู่ที่งานโรงแรมเรียบร้อยแล้วครับ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store