NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
บาหลี ฮินดูแห่งอุษาคเนย์ กระบวน ๓ ปัทมาสน์ อาสน์แห่ง“อจินไตย”เทพผู้ไร้รูป
หมวด: Food & Travel

บาหลี ฮินดูแห่งอุษาคเนย์ กระบวน ๓ ปัทมาสน์ อาสน์แห่ง“อจินไตย”เทพผู้ไร้รูป

  • 811
  • 10
  • 12
Paul De Nan

(ปก)ไก่ยืนเกาะที่หน้าปัทมาสน์ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายศาลพระภูมิบ้านเรา

๓.บาลางัน หมูบ้านนักโล้กระดานโต้คลื่น

 

  ** ถนนหลักของหมู่บ้านและกำแพงบ้านผู้มีอันจะกิน จะมีศาลเทพในเขตบ้านอล้งการ**

ผมชื่นชอบกาแฟ แม้จะไม่สู้จะชอบรสโรบัสต้านัก ด้วยรู้สึกถึงรสที่ไม่เข้มเท่าอาราบิก้า แต่ก็ต้องยอมรับว่า กลิ่นของโรบัสต้าเป็นกลิ่นจำของกาแฟ กรุ่นอวลกำซาบช่างรื่นรมย์ บันดาลบรรยากาศยามเช้าให้อวลตรลบละมุนละไม บัดดลที่ผมมาถึงแหล่งกำเนิด โกปี้ ลูวัค หรือ กาแฟขี้ชะมด อันเต็มไปด้วยเสียงแซวร้องชื่นชม อยากจะลองสักหยด แต่ฐานะตาเฒ่า ที่ภายในร่างกายเหวอะหวะด้วยพิษอัมพฤกต์ คงไม่อาจเอื้อม

กาแฟที่ ติ๊กก้า มีน้ำใจชงมาให้ มันออกจะน้อยไป ผมจึงจำต้องออกไปซื้อกาแฟที่ร้านชำแถวบ้านมาชงเพิ่มอีก กาแฟพื้นบ้านบาหลีที่ร้านชำ มีหลายยี่ห้อ แพ็คกิ้งและสี กลับมีรูปทรงและสีเดียวกันเดียวกันทั้งหมด ต้องพินิจเอาเองว่าชอบยี่ห้อไหน ตลอดเวลา ๑ เดือนที่ผมพำนักที่บาหลีผมลองอยู่ ๓ ยี่ห้อ ผมไม่เห็นความต่างของกลิ่นและรสชาติแต่อย่างใด ปริมาณคงพอชงได้สัก 2 อาทิตย์ ราคา 1หมื่นสองพัน รูเปี๊ยะ ประมาณ30 บาทไทย วิธีชงก็ง่ายๆ ชงเหมือนกาแฟสำเร็จรูปทั่วไป ความต่างของมันคือไม่สำเร็จรูป ตักกาแฟ 2 ช้อนชาพูนใส่แก้ว เทน้ำร้อนที่เดือดจัด ลงไปแล้วคนจนเนื้อกาแฟคายสารกาแฟออกมา จนตัวมันกลายเป็นกาก รอให้กากกาแฟตกตะกอนนอนก้นสักอึดใจ กระไอหอมพลุ่งแตะจมูก ก็จิบได้ 

จงจิบเพียงเบาๆ กาแฟนี้อร่อยด้วยอโรมาที่กระทบนาสิก  เพราะตัวน้ำกาแฟจะมีกากกาแฟที่นอนก้นแก้ว พร้อมที่จะพลุ่งหลุดลอดลงลำคอ ทำให้เสียอรรถรสต่อผู้ไม่คุ้นชินกับการดื่มกาแฟบาหลีแบบพื้นบ้าน

 

                              **กาแฟพื้นบ้านที่วางขายในร้านของชำในหมู่บ้าน**

  

การเดินออกจากบ้าน มีจุดหมายปลายทางที่ร้านของชำ ที่เปิดขายตั้งแต่แสงสว่างทอรำไร ภาระทีหนักหน่วงคือต้องจดจำเส้นทางให้ดี ผมไม่กล้าชวนรามา ด้วยเกรงรบกวนเวลาอันสดชื่น ยามเช้าตรู่ และเกรงใจ ติ๊กก้า เมียของรามา ที่อาจไม่ยอม และเสียเวลาชงเพิ่มให้ผม

ถนนในหมู่บ้านเป็นถนนค่อนข้างเล็กและมีซอกซอยแยกย่อยค่อนข้างเยอะ ถ้าไม่สังเกตุให้ดี คงจะคลำทางกลับบ้านกันเหนื่อย แต่ก็ยังพออุุ่นใจได้บ้างว่า ชาวบ้านนั้นค่อนข้างมีอัธยาศัยดีงามต่อคนแปลกหน้า ขอแค่ให้จำชื่อเจ้าของบ้านเช่าเป็นพอ

 

ผมจะเริ่มเดินไปตามถนน หรือ ภาษาทางการเรียกว่ายาลันซึ่งคล้ายคำภาษายาวีว่า ยาแล ทึี่แปลว่าเดิน หรืออีกความหมายคือไปเที่ยว ถนนเส้นนี้ชื่อ ซันดัท เรียกเต็มๆว่า ยาลัน ซันดัท ทอดเลื้อยครอบคลุมไปจนเกือบทั่วพื้นที่ของหมู่บ้าน ไปชนกับถนนบที่คุ้นเคย

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อผ่านเลยสวนมะม่วงคือเสาสัญญานเครือข่ายโทรศัพท์

ที่ประดิษฐ์ ประดอยเลียนแบบต้นปาล์ม ซึ่งเราไม่สู้จะคุ้นเคยนัก แต่เสาแบบนี้ ผมเคยเห็นแทบทุกหมู่บ้าน ที่มาเลเซียด้วย

 
 

สูดอากาศยามเช้าได้เต็มปอดโดยไม่รู้สึกระคาย อากาศสดชื่น อาจด้วนต้นไม้ทีมีอยู่มากมาย ค่อนข้างเย็นชื้น อันเป็นลักษณะจำเพาะของเขตมรสุม ที่ฝนตกไม่รู้จักเวล่ำเวลา หลังคาบ้านบาหลีทรงเดิมมักจะยกสูง ทรงสอบลาดชัน ผายกว้างตรงชายคา เพื่อให้น้ำฝนไหลผ่านได้ง่ายและรวดเร็ว

 

 

เป็นที่น่าสังเกตุว่าบ้านคนจนนั้นหล้งคาจะมุงด้วยสังกะสี ฐานะดีขึ้นมาอีกนิด ก็จะเป็นเมทัล ชีท ฐานะระดับมั่งมี ก็จะเป็นกระเบื้อง

แต่ระดับระดับวิลล่าหรู คงไม่มีใครอยากเชื่อ กลับมุงด้วย หญ้าแฝก ครับหญ้าแฝกที่ คนจนบ้านเราจำเป็นต้องใช้นี่แหละครับ 

 หญ้าแฝกที่มุงนั้นซ้อนหนาสักครึ่งฟุต เย็บอย่างประณีต และอาจต้องเปลี่ยนทุกๆ 5 ปี ต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก คนหาเช้ากินค่ำคงไม่อยากเสียเวลากับโสหุ้ยและแรงงานเพื่อหลังคาแฝก อย่างแน่นอน

ภายใต้หลังคามุงแฝกนั้นค่อนข้างจะเย็นสบายทุกกาลอากาศ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ

 

**วิลล่าหรู ของคนรวย ส่วนมากจะสร้างให้ฝรั่งเช่า**หลังคามุงแฝก***

 

**บ้านหลังซ้ายมือเป็นบ้านของชาวบาหลีที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่วนขวามือเป็นบ้านข้ารัฐการ จงสังเกตุว่า มุมรั้วบ้ายซ้ายมือของบ้านสังกะสีจะมีส่วนเว้าและบ้านซ้ายมือ ก็จะมีสิ่งปลูกสร้างกลางลานคล้ายศาลพระภูมิ นั่นคือ ปัทมาสน์**

 

ชาวบาหลี ยากดีมีจนอย่างไร ก็จะมีที่ดินดั้งเดิมเป็นของตัวเอง ในแถบพื้นที่จิมบารัน โดยเฉพาะหมู่บ้านบาลางัน อันเป็นหมูบ้านใกล้ทะเล  มักจะเชิญชวนให้ฝรั่งสร้างวิลล่าบนที่ดินตัวเอง แล้วเก็บค่าเช่าที่เป็นรายปี ฝรั่งก็จะมาพักเป็นช่วงๆ ซึ่งฝรั่งในแต่ละภูมิภาค เช่นโซนยุโรป โซนอเมริกา โซนออสเตรเลียจะมาในห้วงเวลาที่ต่างกัน  การมาแบบเหลื่อมฤดูกาลนี้ฝรั่งมักจะให้เจ้าของที่ดิน คอยดูแล อำนวยความสะดวก รับผู้เช่าภูมิภาคอื่นเข้าพัก ในเวลาที่ตนไม่ได้มา ซึ่งมักจะมีการจองผ่านอินเตอร์เน็ตและโอนเงินค่าเช่าล่วงหน้าด้วยการติดต่อกับเจ้าของบ้านโดยตรง  แต่ก็มีบางคนที่แอบรับฝรั่งวอล์คอินหากเช็คทางอินเตอร์เน็ตแล้วเห็นว่าไม่มีการจองผ่าน"นาย"(Boss) ผู้เป็นเจ้าบ้าน

การแอบรับ ราคาจะต่ำกว่าราคาที่นายตั้งไว้เกือบครึ่ง และรายได้ส่วนนั้นก็จะเข้ากระเป๋าเจ้าที่ดินที่ดูแลบ้านโดยไม่ต้องแบ่งปันให้เจ้าบ้าน ผู้ที่ได้เช่าบ้านในลักษณะนี้ มักจะสนิทสนมกับเจ้าของที่ดินผู้ดูแลผลประโยชน์บ้านเช่าเป็นการส่วนตัว แต่มีข้อตกลงว่า ถ้า นาย ได้รับลูกค้าและส่งลูกค้าเข้าพัก ผู้เช่าแบบวอล์คอินจะต้องออกทันที 

บ้านเช่าแบบวิลล่ามักเจะถูกจับจ้อง และไม่ค่อยว่าง เพราะ มีทุกอย่างพร้อมพรัก รวมถึงเครื่องครัว เครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมถึงความโอ่อ่าโอฬาร

ผู้ที่เช่าแบบแอบนี้ ที่ได้เข้าอยู่ อาจเกิดจากความคุ้นเคยกับการเช่ารถกับผู้ดูแลชาวพื้นเมือง(เจ้าของที่ดินพวกนี้จะมีกิจการรถเช่าทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ และขับแท็กซี่ป้ายดำรับลูกค้าจากสนามบิน)หรือเคยเช่าบ้านหลังเล็ก แบบห้องแถวและบ้านหลังขนาดทาวน์เฮาส์ หรืออาจเคยมาพำนักห้องเช่าในแถบจิมบาลันมาก่อน

จึงไม่น่าประหลาดใจนัก หากเดินในหมู่บ้าจะพบป้ายไวนิล ที่เตือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่ให้ใช้บริการ แกรบ อูเบอร์ หรือแท็กซี่มิเตอร์ ภายในหมู่บ้านย่านวิลล่าหรู  เพราะเจ้าของบ้านล้วนมีธุรกิจให้เช่ารถเป็นการส่วนตัว

ชาวต่างชาติที่เป็นนักกระดานโต้คลื่นอาชีพ มักเช่าบ้านหลังเล็กหรือห้องเช่า และพ่วงด้วยการเช่าจักรยานยนต์ตลอดการพำนัก ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกแบ็ตแพค ที่ต้องการประหยัดเงินให้มากที่สุด

ส่วนพวกพักวิลล่ามักมากันเป็นครอบครัว ไม่ได้เช่ารถยนต์ทิ้งไว้ แต่เรียกใช้บริการรถยนต์สาธารณะเป็นคราวๆ แต่จะเช่าจักรยานยนต์ทิ้งไว้ใช้กันเป็นส่วนใหญ่

น่าแปลก ที่ยักษ์ใหญ่ gojek ไม่ได้เป็นชื่อต้องห้าม

 

 

การเดินออกมาซื้อกาแฟที่ร้านชำของผม กลายเป็น การเดินทอดหุ่ยชมเมืองผิดจากความตั้งใจเดิมสำรวจตวจตราพื้นที่บ้านพักมีมากมาย บางที่ก็เป็นตึกแถว ฝรั่งที่เช่าก็ถือโอกาสเปิดเป็นกิจการบาร์เครื่องดื่ม บ้างก็เปิดเป็นร้านอาหาร ที่ร่ำรวยหน่อยก็เปิดเป็นภัตตาคารหรู

 

ภัตตาคารอิตาเลี่ยน บอกที่ป้ายว่า ช่วงเวลาอันรมณีย์ ระหว่างเวลา 5 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม สั่งอาหารจานเด็ด(bintang)ของร้าน 2 ที่ อาหารเด็ดติดดาวในเมนู 1 ที่กับ พืซซ่า  1 ที่  แถมฟรี ขนมปัง โฟคาชซ่า (bintang แปลว่าดวงดาว ใช้เป็นคำแสลงหมายถึงดีมีทีเด็ด)



 

เพิงกึ่งห้องแถวริมถนน เป็นอาคารเก่า ที่ฝรั่งนักกระดานโต้คลื่น แพ็คแบคชอบเช่า เปิดขายอาหารทะเลปิ้งย่าง เพื่อหารายเพิ่มเติมในช่วงพำนักในบาหลี เก็บไว้เป็นค่าเดินทางท่องโลกต่อหรือกลับบ้านเกิด มีร้านของหญิงสาวชาวรัสเซีย ตบแต่งประดับประด้วนกระดานโดต้คลื่นสวยงาม ทั้งๆที่เล็กราวรูหนู แต่ทำเค็กช็อคโกแล็ตได้อร่อยจนต้องซื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก ขายดีจนเธอไม่คิดจะกลับบ้านเกิด อย่างน้อยก็ในขณะนี้

หาดบาลางัน เป็นแหล่งเพาะนักเล่นกระดานโต้คลื่นหัดใหม่ จนถึงเซียนระดับที่ทรงกายเหนือยอดคลื่นอย่างชำนาญ หยัดกายเลื่อนไหลไปกับกระแสน้ำ พริ้วพรายราวเยื้องย่างอยู่บนฟลอร์เต้นรำ พวกเขามาจากทุกซีกโลก มาอยู่เพราะความหลงไหลกระแสคลื่นที่แตกฟองเป็นยอดขาว เหนือผืนน้ำกลางมหาสมุทร เพราะมีที่พักราคาถูก มีครูสอนมากมาย ร้านให้เช่ากระดานโต้คลื่นและพ่วงด้วยการขายชุดเครื่องแต่งกายสำหรับนักโล้คลื่นทะเล ด้วนราคาที่พอไหว 

รามาบอกผมว่า นักเล่นคลื่นชาวไทยมาฝึกหัดกันที่นี่ก็มีไม่น้อย แต่ระดับความจริงจังอาจจะน้อยกว่าชาติอื่น โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น หากจะนับเนื่องในชาวเอเซียด้วยกัน

ผมยิ้มให้รามา และพอจะนึกออกว่า สถานภาพทางเศรษฐกิจของพวกเรา ไม่เอื้อให้ฝังตัวได้ยาวนานนัก

 

สีสเปรย์ พ่นข้างกำแพงชี้ทางไปห้องเช่า ในหมู่บ้าน   เมื่อผมอ่านชื่อหมู่บ้านเป็น บาลันกัน รามาหัวเราะขำๆก่อนจะบอกด้วยท่าทีที่สุภาพว่า  

"คุณควรจะออกเสียงเป็น บาลางัน จะเข้าใจกันง่ายกว่า"

 

ห้องเช่า ราคาไม่แพงนี้อยู่ภายในกำแพงนี้  ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นสิงห์โต้คลื่นนานาชาติ เรารู้ได้จากรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ซึ่งมักติดอุปกาณ์ขนกระดานโต้คลื่นด้านข้าง

 

รถจักรยานยนต์ติดอุปกรณ์ขนกระดานโต้คลื่น

 

 

ส่วนของวิลล่าหรูราคาแพง แถบนี้จะเงียบสงบ ไม่ค่อยพลุกพล่าน จะมีเสียงเด็กน้อย ส่งเสียงเป็นคราวๆ เพราะ บ้านหรูมักจะเข้าอยู่กันทั้งครอบครัว

 

ไม่ไกลจากย่านวิลล่าหรูของบ้านบาลางันจะเป็นสนามฟุตบอลเก่าที่ไม่มีใครมาใช้ ตั้งอยู่ในสถานที่อันเปลี่ยวสงัด กลายเป็นท่งเลี้ยงวัว วัวที่นี่ตัวเล็ก และละม้ายกวางเสียมากกว่า ส่วนหมู่บ้านเบื้องหลังวัว จะเป็นหมู่บ้านของชาวต่างชาติ ที่ปลูกสร้าง ท่ามกลางดงไม้ บนลาดเนินที่ลดหลั่น ของบูกิ๊ต 

ชาวต่างชาติหลายคนเช่ากันเป็นรายปี มีครีเอทีฟบริษัทโฆษณาชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง เช่าบ้านแถบนี้ไว้ 50 ปี ทำงานส่งทางอินเตอร์เน็ต จะบินไปสำนักงานที่ญี่ปุ่น เพื่อรับบรีฟงานที่สำคัญเป็นคราวๆ เวลาที่ว่างเหลือเฟือนั้นเขาจะใช้ไปกับการระเริงบนยอดคลื่นทั้งผัวและเมีย และจะพาหลานไปหาปูย่า ตายาย ปีละหน ส่วนเด็กก็เข้าเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนที่อินโดนั้น เด็กนักเรียนจะเรียนแค่วันละสามชั่วโมง โรงเรียนจึงมีนักเรียนเข้าเรียนวันละ 2 รอบ

โรงเรียนอนุบาลจิมบารัน มีเด็กหลายชาติมาเรียนที่นี่

 แถบนี้จะว่ารกร้างก็ไม่เชิงเสียทีเดียว มีชาวบ้านเจ้าของสวน ๑ ขนัด จะมาถวายดอกไม้และบัดพลีแด่มหาเทพอจินไตย ที่แท่นปัทมาสน์ประจำสวน ทุกเช้า

ที่ประตูทางเข้าสวนมี รูปปั้น Kanda Pat อยู่คู่หนึ่ง คุมทั้ง สองฟากเสา กานดาแพท เป็นวิญญานปุถุชนผู้ล่วงลับคู่แฝด ที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่นับถือชองชาวบาหลี คอยปกป้องมนุษย์ให้พ้นจากพลังอันชั่วร้าย แต่ไมใช่เทพ

จิมบารัน มีศูนย์กลางหมู่บ้าน เป็นลานกว้าง ต้นไทรมหึมาต้นหนึ่งแผ่สยายกิ่งที่ริมลาน กลางวัน จะมีพ่อค้ารถ จักรยานยนต์เร่ มาจอดขายของ ลานนั้นตั้งอยู่ด้านข้างของโรงเรียน อีกฟากมีถนนสายเล็กๆคั่นอยู่ ก็เป็นเทวสถานประจำหมู่บ้าน เทวสถานนี้ไม่ใช่วัด แต่เป็นที่ทำพิธีกรรมเมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนา และเป็นที่รวมของสมาชิกในหมู่บ้านลักษณะเดียวกับการใช้วัดเป็นที่จัดกิจกรรมชุมชน ของจังหวัดน่าน ที่จะมีการดำเนินงานต่างๆของชุมชน เช่นประชุมกำหนดงาน เผยแพร่นโยบายทางการ   หรือการจัด   
การกำนดระเบียบของชุมชนให้เป็นไปในทางเดียวกัน การจัดการที่เข้มแข็งและปรากฎผลเป็นรูปธรรมของที่นี่คืดการงดทิ้งและงดใช้พลาสติค ที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้หาดบาลางันก็โด่งดังมากในเรื่องขยะพลาสติคที่รกสุม รุงรังเต็มแนวหาด

ใต้ร่มเงาของต้นไทรประจำลานหมู่บ้านใกล้เทวาลัย มีอาหารจากรถจักรยานยนต์ เร่ มาจอดขายทุกวัน อาหารยอดฮิตคือ บัคโซ(Bakso) ซึ่งเป็นอาหารที่เน้นลูกชิ้นไก่หรือเนื้อ เต้าหู้ และเส้นหมี่ ที่ใส่มาทำไมก็ไม่รู้ มีแค่ฝอยน้อยๆแทบจะเป็นเครื่องประดับจานเสียมากกว่า  ละม้ายอาหารลูกผสมระหว่างก๋วยเตี๋ยวแคะกับเย็นตาโฟ เป็นอาหารฟิวชั่นของชาวอินโดฯที่แปลงสภาพเป็นอาหารพิ้นเมืองโดยบริบูรณ์ มีเสียงกระซิบจากหนุ่มจิมบารันตนหนึ่งว่า บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โปรดปรานมากเป็นอาหารที่รับประทานบ่อยในช่วงใช้ชีวิตวัยเยาว์ใน อินโดเนเซีย

 

นอกจาก บัคโซลูกชิ้นเสียบไม้ทอด(siempol Goreng)       และไอติม   (ice teler หรือ es teler) คนขายของด้วยจักรยานยนต์เร่จะเป็นพวกซาฟา(คนนอกศาสนาฮินดู)ชาวมุสลิม ซึ่งเป็นชาวชวาที่มาขุดทองในดินแดนบาหลี  โปรดสังเกตุตู้ใส่สินค้าที่สวมลงตอนท้ายของจักรยานยนต์ ไม่แน่ใจว่าถ้ามาใช้ในไทยจะผิดกฎหมายหรือไม่        
ที่อินโดเนเซีย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ใช้จักรยานยนต์เป็นจำนวนมากติดอันดับต้นๆของโลก มีการใช้จักรยานยนต์ เพื่อประกอบธุรกิจหลายประเภท หาบเร่แผงลอยก็มีอยูู่บ้างไม่น้อย แต่ก็ย้งแพ้จักรยานยนต์  การออกแบบกะบะ หรือตู้สินค้าติดท้ายมอเตอร์ไซค์ เพื่อใส่สินค้าหรือขนส่งสิ่งของจะเป็นแนวนี้เกือบทั้งประเทศ

 

คันนี้ขายน้ำแข็งไส ใส่เครื่องต่างๆ ผมไม่ได้ลองชิม

มอเตอร์ไซค์เร่จะมาปักหลักขายใต้ร่มไทร  เมื่อเวลา 11โมง ถึง บ่าย2 โมง(เวลาอินโดเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)

 

เทวาสถานประจำหมู่บ้าน

วัดของชาวบาหลี จะโอ่อ่า อลังการ กว่าเทวสถานหลายเท่า  มีพิธีกรรมไม่ว่างเว้นในแต่ละวัน มักจะตั้งอยู่ริมผาติดทะเล ริมทะเลสาปในปล่องภูเขาไฟเก่า หรือริมบึงน้ำ เป็นฮวงจุ้ยที่ว่ากันว่าเป็นพื้นที่ที่แบ่ง ฟากฟ้า ผืนดิน และพื้นน้ำชัดเจน ด้วยเชื่อกันว่า วัดคือกึ่งกลางระหว่างนรกกับสวรรค์ ฟ้าคือสวรรค์ ใต้ผืนน้ำคือขุมนรก

ผมเคยตั้งข้อสังเกตุว่า นรกแต่ละภูมิภาค จะหฤโหดตามลักษณะภูมิประเทศ ในเมืองหนาว นรกมักจะถูกเล่าว่าขาวโพลนเย็นยะเยือกจับจิต หนาวสุดแสนทรมาน  ส่วนเมืองร้อนนรกภูมิ จะมีเปลวไฟ คอยแผดเผาโลมเลียจนไหม้เกรียม ร้อนจนกล่าวว่าความร้อนใดๆ ไม่อาจเท่าไฟนรก  ที่บาหลี ภูมิประเทศเป็นเกาะกลางมหาสมุทร อากาศดีตลอดปี คงไม่มีอะไรที่ลึกลับและน่าสพึงกลัว เท่ากับความมืดดำใต้ผืนน้ำ

นรกของบาหลีจึงชี้ไปในห้วงมหรรณพที่ลึกล้ำแผ่ไพศาล นรกใต้ผืนน้ำสุดหยั่งชวนสพรึง

เทพสูงสุดของชาวบาหลีคือ อจินไตย (Acintya)  มีพลานุภาพเฉกเดียวกับ "พรหมัน" ของฮินดูอินเดีย  พรหมมันพระผู้มีอิทธิเหนือสรรพสิ่งในจักรวาลอันมิรู้ที่สุด 

เช่นกันนั้น อจินไตย มหาเทพผู้ว่างเปล่า ไม่อาจใช้มโนทัศน์และจินตนาการใดๆกำหนดรูปธรรมได้  ไร้รูปรอยเฉกจักรวาลอันเวิ้งว้างไพศาลอันมิอาจหาที่สุด  อจินไตย (Acintya) นี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ตุงกัล (Tunggal)  สถิตย์ ณ กุนุง อากุง อันเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในบาหลี

 ฮินดูแบบบาหลี ( Agama Hindu Dharma)จึงเป็นฮินดูที่คล้ายกีบแยกนิกายจากฮินดูอินเดีย มีชื่อเรียกอย่งจำเพาะเจาะจงว่า ลัทธิวารีศักดิ์สิทธิ์ หรือที่พวกชวาเรียก Agama Tirtha ซึ่งเน้นบูชา บรรพบุรุษ นับถือผี แบบชาวเอเซียตะวันออก และมีธรรมะทางพุทธแทรกอยู่ ใช้น้ำมนต์เป็นเครื่องมือในการทำพิธีกรรมเป็นส่วนใหญ่  น้ำมนต์นี่เองเป็นที่มาของ นามลัทธิวารีศักดิ์สิทธิ์

เดิมนั้นบาหลีก่อนยุคศาสนาก็เหมือนไทย คือนับถือ ผีแถน ผีแมน ผีบรรพบุรุษ ต่อมาเมื่อศาสนาพุทธมาถึง ก็กลมกลืนไประหว่างพุทธกับผี เมื่อฮินดูแผ่มาอีก พุทธก็ถูกทำให้ปนเปและเน้นพิธีกรรมและความเชื่อหนักไปทางฮินดูมากขึ้น โดยเชื่อในองค์เทพ ศิวะ และพรหมัน

ชาวบ้านจะตั้ง ปัทมาสน์( padmasana ) มีลักษณะเป็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่า เพื่อถวายดอกไม้ที่ฉีกกลีบ และอาหารใส่กระทงเล็กทำด้วยใบพ้อที่เรียกว่า   จานังซารี  เพื่อขอพรจากมหาเทพอจินไตยทุกเช้า แรกเห็นก็นึกถึงศาลพระภูมิเจ้าที่ แต่เมื่อได้พูดคุยกับ รามา จึงรู้ว่ามันลึกซึ้งกว่า การถวายนี้ทำได้ทุกเวลา ชาวบ้านจะทำตอนเช้า ร้านค้าจะทำตอนจัดร้านและเปิดร้านเรียบร้อยแล้ว ห้างสรรพสินค้าจะถวายตอนเปิดห้าง ร้านเหล้าสถานบันเทิงก็ถวายบัดพลีกันช่วงเย็น ผู้ถวายถ้าเป็นชายที่นำถวายก็จะแต่งชุดบาหลี นุ่งผ้าผืนสองชั้น เสื้อขาว เคียนเอวสวมหมวกหนีบเหมือนผ้าโพกหัวสีขาว ส่วนหญิงก็เช่นกันมีผ้าเคียนเอวแลผ้าคลุมไหล่ 

  จานังซารี  อันใหญ่ทำจากใบพ้อปูด้วยใบตอง อันซ้ายเป็นกระทงใบตองใส่ข้าว ข้าวเหนียว ส่วนอันใหญ่เป็นดอกไม้ฉีกกลีบ  ซึ่งมีการผลิตและวางขายในตลาดท้องถิ่นของชาวบ้านอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

 ชาวบาหลีเป็นฮินดู สายรามายณะ มากกว่าสายมหาภารตะ  และมีวรรณกรรมสายหลัก เป็นรามายณะ ดังนั้น ราม หรือรามา เป็นชื่อยอดนิยม กฤษณะ หรือกริชณา พระเอกในมหาภารตะ จะนิยมน้อยกว่า

กล่าวกันว่า วรรณกรรมมหาภารตะนั้นมักจะแพร่ไปทางตะวันตกของชมพูทวีป ส่วนรามายณะ จะแพร่ไปด้านตะวันออก รวมทั้งประเทศไทยและบาหลี(ส่วนด้านเหนือซึ่งเป็นจีน ก็เอารามายณะไปแปลงเป็นการเดินทางของพระถังซัมจั๋งโดยมี เห้งเจีย หนุมานจีน เป็นยอดขุนพลผู้พิทักษ์)

จากศูย์กลางหมู่บ้าน จะมีร้านอาหารตามสั่งของชาวพื้นเมือง ซึ่งเจ้าของร้านก็เป็นมุสลิมมาจากชวา ขายอาหารตามสั่งเช่นนาซิโกเร็ง ไก่ทอด บะหมี่สำเร็จรูปเป็นต้น คนพื้นเมืองชอบมานั่งตั้งสภากาแฟกันไม่น้อย แต่ร้านคนพื้นเมืองที่มุ่งลูกค้าชาวต่างประเทศผมไม่ได้ถ่ายภาพเพราะเขาเปิดสายๆและหนาตาในช่วงค่ำ ซึ่งไม่สะดวกต่อชายชราค่อนข้างพิการอย่างผม

ร้านนี้ผมค่อนข้างจะง่ายต่อการสื่อสาร เพราะภาษาที่เขาใช้เหมือนกับภาษายาวี วัฒนธรรมเดิมที่ผมใช้ชีวิตในสมัยเด็กที่นราธิวาสเจ้าของเป็นอิสลามจากชวา

ร้านตามสั่งของ คนซาฟา(คนนอกศาสนาฮินดู) ไม่มีปัทมาสน์ตั้งอยู่ ถัดมาอีกเล็กน้อย จะเป็นร้านกับข้าวที่ชาวบ้านเรียกตลาดน้อย

 

 

ตลาดน้อย หรือร้านกับข้าว ขายอาหารสดจิปาถะ นับตั้งแต่ขิง ข่า ตะไคร้ (มะกรูดไม่มี)สะตอ ผักกาด กะหล่ำ ส่วนเนื้อ หมู ปลา ไก่ มีขายเฉพาะช่วงเช้า ส่วนที่เห็นแขวนระย้าคือเครื่องดื่มสำเร็จรูปโกโก้ กาแฟทรีอินวัน ผงปรุงรสต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือข้าวเกรียบ ที่ใช้กินแนมกับข้าว มันจะถูกเสิร์ฟมาพร้อมหมี่ผัด ข้าวผัด ข้าวแกง

 ส่วนร้านชำอีกแบบ จะขายน้ำดื่ม บุหรี่ ยาสีฟัน สบู่ แก๊ส น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับมอเตอร์ไซค์เป็นต้น ร้านที่กำลังเงินสูงหน่อยก็อาจเปิดเป็นปั้มหลอดวางไว้ที่ฟุตบาต

ที่บาหลี จะมีร้านชำลักษณะนี้ทั่วไป แทบทุกมุมถนน เหมือนประเทศไทยยุค ก่อน7-11ครองเมือง น่าสนใจว่าในเขตเมืองร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่มีการแข่งขันกันหลายยี่ห้อ ร้านใหญ่สุดเห็นบ่อยคือ อินโดมาเร็ท แต่ร้านชำระดับบ้านๆก็ยังอยู่ดี

ผมเดินชมหมู่บ้านตลอดเช้านั้น ผมได้กาแฟพื้นเมืองจากร้านตลาดน้อย มาหนึ่งซอง เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ผมเดินห่างจากบ้านพักมาไกลพอสมควร บนถนนที่คดเคี้ยวเลาะไหล่โคกสูงเนินชัน

ลักษณะภูมิประเทศของจิมบารัน จะเป็นเนินสูงๆต่ำๆ บนภูเขาขนาดย่อม สุดถนนไกลๆ วิลล่าราคาแพงปลูกบนยอดเนิน ริมถนนที่ใช้สัญจรจะเป็นผนังกำแพงทึบ ก่อสูงคลุมเนินกันดินถล่ม

ตัดตรงมาจะถึงที่ราบ  ตรงสี่แยกเป็นวงเวียน  ขณะนั้นอยู่ในช่วงหาเสียงเพื่อสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎร์จึงมีป้ายหาเสียงติดอยู่มากมายริมถนนรอบวงเวียน และรูปที่ถ่ายท่ายอดนิยมคือท่าประนมมือไหว้ เบื้องหน้าเป็นฝรั่งชาวโล้คลื่น ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมา สังเกตุได้จากกระดานโต้คลื่นที่เสียบแนบข้างรถ กลางวงเวียนจะมีปฎิมากรรมหินภูเขาไฟสลักเป็นศิลปะบาหลีวางอยู่

ที่นี่ขับรถชิดซ้ายเหมือนบ้านเรา

 

บนพื้นราบ ชาวบ้านที่ยังดำรงชีวิตแบบบ้านๆ ฐานะและความเป็นอยู่ยังไม่ได้มาตรฐานแบบคนสมัยใหม่มักเปิดเพิงค้าง่ายๆ ด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ไม่สู้จะแข็งแรงนัก ร้านแบบนี้จะขายผักขายปลาอาหารสดที่คุณภาพไม่สูงนัก ราคาไม่แพง พอดีกับอัตภาพพวกเขา มีคนเข้าออกกันหนาตา

คนค้าที่นี่ชอบนั่งรอลูกค้าบนพื้นบ้าน ร้านนี้ มีสัญลักษณ์บุหรี่ยักษ์ใหญ๋เป็นผ้ากันแดด ติดอยู่ ป้านผ้านี้ติดกันเกลื่อนเมืองทีเดียว

ปัมหลอดหรือ เปโตรมินิ เป็นอีกกิจการที่เฟื่องฟู จะเป็นของร้านชำชาวบ้านที่มีฐานะดี

ปั้มขวด อันนี้มีทุกหัวถนนทีเดียว

 

ร้านค้าสำหรับผู้มีรายได้น้อย มีให้เห็นอยู่ทั่วไป คนอินโดฯนั้นชอบสูบบุหรี่ที่มีกานพลูผสม กล่าวกันว่า ถ้าเดินในประเทศอื่น กลิ่นควันบุหรี่ผสมการพลูลอยมากระทบจมูกเมื่อใด ก็เป็นที่รู้กันว่ามีคนอินโดฯอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น ด้วยวัฒนธรรมการสูบบุหรี่ที่ยังเข้มข้น ตลาดบุหรี่ของอินโดเนเซียจึงเป็นหมายปองของบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ แผ่นบังแดดหน้าร้านสีแดงขาวอันเป็นโลโก้ที่รู้จักกันดีมีให้เห็นอยู่ทั่วไป(รูปกลาง) รูปซ้ายมือเป็นร้านผักปลาหรือตลาดน้อยเพิงค้าที่มีชาวบ้านเดินเข้าออกมิใช่น้อย ส่วนปั้มน้ำมันหลอดอีกหนึ่งกิจการค้ายอดนิยม เพราะรถจักรยานยนต์มีมากมาย วิ่งขวักไขว่ไปมาทั้งวันทั้งคืน

คนหาเช้ากินค่ำนั้นมีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในโลก ในเมืองที่เศรษฐกิจดี คนหาเช้ากินค่ำกินทำงานแลกเงินอย่างไม่สู้อนาทร แม้จะไม่ร่ำรวยนักและใช้ชีวิตอย่างไม่หรูหรา แต่การทำงานมีเสียงฮัมเพลงอยู่ในลำคอ ก็พอจะบอกได้ว่า เขามีความสุข ไกลออกไปในป่าละเมาะ โกดังรับซื้อของเก่าที่มีคนหาของเก่าที่เข็นรถและแน่นอนย่อมมี รถจักรยานยนต์ ตามแบบฉบับอินโดเนเซียรวมอยู่ด้วย เอาขยะที่รีไซเคิลได้ มาส่ง  ดูเหมือนรถจักรยานยนต์จะเป็นพาหนะอเนกประสงค์ยอดนิยม เหมือนรถยนต์กะบะบ้านเรา

 

 

ความเป็นผู้เคร่งครัดในศาสนาของชาวบาหลีนั้นเข้มแข็งมาก มากจนกระทั่งศาสนาอื่นไม่สามารถเปลี่ยนใจบุตรธิดาแห่งบาหลีได้ คนบาหลีภูมิใจในศิลป วัฒนธรรม รวมไปถึงการแสดงออกถึงความมั่นคงต่อวิถีฮินดูของตน บ้านเรือนที่ผมเดินผ่านจึงมีกลิ่นอายของฮินดูชัดเจน 

 

หน้าบ้านใดที่ไร้ปัทมาสน์ ก็ชี้ได้ว่าเป็นบ้านของพวกซาฟา ที่ไม่ซาฟาชาวคริสต์ ก็ ซาฟาชาวอิสลามอย่างแน่นอน แต่น่าแปลกที่ พุทธ พวกเขานับเนื่องว่าเป็นพวกเดียวกันกับชาวบาหลี 

รามาบอกผมเสมอว่า "คุณรู้ไหม ความใฝ่ฝันของชาวบาหลีคือการได้มาเที่ยว บางกอกสักครั้ง เพราะ ร่ำลือถึงความารุ่งเรืองและวิไลมาช้านาน โดยเฉพาะชีวิตและควาเชื้่อนั้นเชื่อกันว่า Bali and Thai  are same"

 ความเคร่งในศาสนาจะฉายออกมาในรูปของศิลปะดั้งเดิมแบบบาหลี เริ่มตั้งแต่ประตูรั้วหน้าบ้านที่ต้องมีปัทมาสน์ คนที่ฐานะดีหน่อย ก็จะปูลานหน้าประตูบ้าน  มีการออกแบบลวดลายอย่างงดงาม  ต่างๆกันไปแล้วแต่รสนิยมเจ้าของบ้าน ซึ่งเดิมนั้น จะมีแค่ลายดวงดอกไม้ดวงเล็กๆยิบๆพราวตามีสีสันต่างเต็มลาน เหมือนหยิบดวงดาวมาปูดารดาษบนพื้นลาน   ที่เสาประตูทั้งซ้ายขวาจะมีรูปปั้นภูตผู้อารักขา ประดิษฐาน เฝ้าหน้าบ้านอยู่

บ้านนี้เป็นไก่กับดอกไม้ดวงโต ผู้อารักขาประตูเป็นตัวละครในรามายณะ เป็นลิงสีน้ำเงิน กับยักษ์ชมพู ซึ่งต้วลิงน่าจะเป็นวานรสิบแปดมงกุฎ หนึ่งในสิบแปดพญาวานรผู้เรืองฤทธิ์

ร้านเสริมสวย มีพระพิฆเณศ เป็นเทพผู้พิทักษ์และอำนวยพร

บางบ้านที่โอ่อ่กำแพงบ้านก็จะสลักลายปูนปั้นนูนต่ำเป็นรูปเทพยดาสวยงาม

 

 

บ้านนี้แรกเริ่มเดิมทีผมเข้าใจว่าเป็นเทวาลัย  พอมองเข้าไปกลับเป็นบ้านพักอาศัย

 สวัสติกะ จะปรากฎอยู่เสมอในลวดลายบาหลี  สวัสติกะ ทางฮินดูนั้น ถือเป็นเครื่องหมายแห่งความสมบูรณ์พูนสุข

บนถนนเล็กๆทีลัดเลาะในหมู่บ้าน เราจะเห็นเกราะไม้ไผ่ห้อยอยู่ เป็นระยะ คงเหมือนตู้แดงของตำรวจไทย เกราะไม่ไผ่ ที่เขียนว่า Petrol ไว้ตีเพื่อบอกเหตุแก่ตำรวจบ้าน รามามักเตือนผมเสมอว่าชาวต่างชาติต้องระมัดระวังให้จงหนัก อย่าละเมิดกฎหมาย ของที่นี่ ไม่งั้นราคาค่าปรับจะเพิ่มตามใจผู้จับกุมที่เป็นตำรวจบ้านซึ่งถูกแต่งตั้งมาจากชาวบ้านธรรมดาไม่มีมาตรฐานกฏเกณฑ์ใดๆ บางครั้งอาจโดนรีดจนหมดกระเป๋าเบา

เมื่อเดินไปเรื่อยๆ เราจะเห็นอักษรตัวบาหลี ที่มองเผินๆ เหมือนตัวธรรม หรือตั๋วเมือง ทางล้านนา ติดอยู่เหนือประตู

อักษรบาหลีต่างจากอักษรรูมี ที่ใช้เป็นอักษรในการสื่อสารทางราชการของอินโดเนเซีย รูมีเป็นคำทางตระกูลภาษามลายู เป็นภาษาปากที่เพี้ยนมาจากคำว่าโรมัน

 

บ้านนี้ไม่มี ปัทมาสน์ แต่มีกระดานโต้คลื่นแทน เนื่องจากเป็นบ้านเช่าของฝรั่งนักเล่นกระดานโต้คลื่น ประชากรนักโล้คลื่นนี้ ประชากรส่วนใหญ่เป็นต่างชาติที่เหมือนจะลืมสัญชาติเดิม มาถือสัญชาตินักเล่นกระดานโต้คลื่นแทน เพราะสังคมของพวกเขาดูจะไร้เผ่าพันธุ์สัญชาติไปแล้ว ส่วนเชื้อชาติ ดูเหมือนจะถูกฉีกทึ้ง จนทุกคนกลายเป็นคนเชื้อชาติดาวโลก อันเป็นสากล  ไม่แแสต่อพื้นเพดั้งเดิมของแต่ละคนพวกเขามาอาศัยแถบจิมบารัน ถือได้ว่าเป็นประชากรที่มีอิทธิพลต่เศรษฐกิจของจิมบารันไม่น้อย

หลุดมาจากซอกซอยแห่งหนึ่ง ผมก็เห็นการเผชิญหน้าระหว่าง นกกระตั้วกับปัทมาสน์ บ้านฝรั่ง ประดับด้วยปฎิมากรรมนกกระตั้วเท่ๆ อันเป็นนกสัญลักษณ์ของบาหลีกับปัทมาสน์ ที่ริมกำแพงบ้านของชาวบาหลี เหมือนการเผชิญกันระหว่างศิลปะบาหลีคลาสสิคกับศิลปะโมเดิร์นที่เพิ่งถูกนำเสนอในพื่นที่อันเคร่งครัดในวิถีเดิม

 

ปัทมาสน์ และดอกไม้บูชา ปัทมาสน์ ออกแบบเป็นรูปเก้าอี้ สำหรับมหาเทพอจินไตยผู้ไร้รูปว่างเปล่า ชาวบาหลีเชื่อว่าเหนือปัทมาสน์นั้น องค์เทพผู้สูงสุดสถิตย์อยู่เสมอ

 อจินไตย แปลว่า สิ่งที่ไม่ควรคิด ไม่พึงจินตนาการ ถึงมหาเทพผู้ทรงอิทธิปาฎิหารย์แลบารมี พระองค์ทรงสถิตย์เหนือ ปัทมาสน์ อาสน์ที่ประทับเพื่อคอยปกปักรักษา ทุกบ้านทุกเรือน ทุกหนแห่งที่ประดิษฐานและบูชาพระองค์

ปัทมาสน์ จึงเป็นสิ่งที่มากกว่าศาลพระภูมิเจ้าที่ที่เราคุ้นเคย ปัทมาสน์นั้นอาจไม่ได้ขรึมขลังอลังการ มีลักณะเหมือนเก้าอี้หินมีพนัก แต่ไร้รูปเคารพใดๆตั้งอยู่ ปัทมาสน์จึงเป็นดังสัญลักษณ์ของชาว ฮินดูในดินแดนอุษาคเนย์ท่ามกลางศาสนาและความเชื่ออืนที่มีอิทธิพล ฮินดูลัทธิวารีศักดิ์สิทธิ์ได้จำหลักอย่างมั่นคงในเกาะที่ผุดจากเกษียรสมุทรด้วยการระเบิดของอัคนีสิขร มาอย่งต่อเนื่องในห้วงประวัติศาสตร์อันผันแปรตลอดเวลา

ขอคารวะ ปัทมาสน์ อาสน์แห่ง“อจินไตย”เทพผู้ไร้รูป

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store