NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
โลกหยุดหมุนทุกสิ่งพลัน สวยงามเมื่อเจอเธอ (ขอ:paradox)
หมวด: Life

โลกหยุดหมุนทุกสิ่งพลัน สวยงามเมื่อเจอเธอ (ขอ:paradox)

  • 1K
  • 1.3K
  • 5
Temฝั่งธนฯ

ในชีวิตคนเรา จะมี Turning Point ได้สักกี่ครั้ง กี่หนกันนะ? แล้วจุดเปลี่ยน (Turning Point) นั้น มันจะใหญ่จนเปลี่ยนชีวิตเราขนาดไหน จะพาเราเลี้ยว/หมุนไปไกลได้ถึงไหนกัน ? ...บางคนก็มีจุดเปลี่ยนในชีวิตหลายต่อหลายหน ชีวิตสวิงไปสวิงมา พลิกไปพลิกมา บางคนก็ไม่มีเลยทั้งชีวิต ราบเรียบเป็นเส้นทางตรง 

เรามีนะ จุดเปลี่ยนที่ว่านั่น ครั้งที่ 1 เปลี่ยนเล็กๆ แต่ถ้าไม่มีจุดนี้ มันจะไม่นำพาไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งที่ 2 ที่ค่อนข้างใหญ่ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรากล้าเดินทางออกไปจาก Safe Zone ไปพบโลกใบใหม่ เหมือนอยู่ๆ ก็เปิดประตูตู้เสื้อผ้าแล้วพบดินแดงแห่งนาร์เนีย อะไรแบบนั้น 

Turning Point ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นปี 2546 วันนั้นเวลาเช้าตรู่มาก เรากำลังขับรถไปมหา'ลัย ก็เปิดวิทยุฟังคลื่น Fat Radio ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่คลื่นวิทยุนี้ กำลังจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ให้วงดนตรีที่ชื่อว่า PARADOX ก็เป็นธรรมดาที่คลื่นต้องเปิดเพลงของวงนี้มากเป็นพิเศษ เพื่อบิ้วแฟนรายการให้ซื้อบัตรไปดูคอนเสิร์ต วงเอง ก็ใกล้จะคลอดอัลบั้ม Freestyle จึงปล่อยซิงเกิ้ลเพลงในอัลบั้มออกมาเพื่อโปรโมท และเพลง "ขอ" ก็เป็นหนึ่งในนั้น

วันนั้น ดีเจก็เปิดเพลง "ขอ" ของวง PARADOX ตามปกติ แต่ทำไมไม่รู้ เราฟังอย่างตั้งใจ ฟังแบบคิดตามทุกคำร้อง แล้วอยู่ๆ น้ำตาก็ไหลพรากมากมาย อารมณ์หลากหลายประเด ประดังบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าอารมณ์สุดท้ายตอนนั้นก็คือ เราโคดชอบเพลงนี้เลย ชอบมากๆๆๆๆ เลย ก็เลยคุยกับตัวเอง ว่า "งั้นเรามาเป็นแฟนเพลงวงนี้ ล่ะกันมะ โนะ เคเค" (555 คุยตกลงกับตัวเอง) 

เป็นแฟนเพลงก็ต้องไปซื้อแผ่นซีดีมาฟัง แผ่นแรกของวง PARADOX ที่เราซื้อก็ คือ Hit me จ้า ซื้อเพราะอ่านชื่อเพลงที่ปกหลังอัลบั้มแล้ว มีแต่เพลงที่ชอบทั้งนั้นเลยจริงๆ ชอบหมดทุกเพลงเลย 

พอได้อัลบั้ม HIT ME มาอยู่ในมือแล้ว เราก็เปิดฟังจากเครื่องเล่น CD มันทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน และทุกคืนก่อนจะนอน เปิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั่นแล้วจนร้องได้ทุกเพลง ประกอบกับได้เปิดอ่านข้อมูลของอัลบั้มในปกด้านใน ก็พบว่า บุคคลที่เป็นผู้แต่ง คำร้อง ทำนอง และเรียบเรียงเพลงที่มีอยู่ในอัลบั้มนี้ เกือบทั้งหมด ใช้ชื่อว่า อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา

พอได้เห็นดังนั้น ก็เกิดเหมือนดั่งมีมนต์อะไรบางอย่าง มาสะกดจิตให้คิดครุ่นว่า เขาคือใคร? เพราะบอกตามตรงว่าตอนนั้นไม่ทราบเลยว่า "ต้า พาราด็อกซ์" นักร้องนำ ชื่อ-นามสกุลจริงว่าอะไร* คือเราติดตาม และชอบวงดนตรีนี้ที่ผลงานเพลง ตอนนั้นเลยจึงยังไม่สนว่าใครเป็นใคร มาจากไหน คือ ยังไม่ Crazy เรื่องตัวตน อ่ะ *(ถ้าใครมีอัลบั้ม HIT ME จะทราบว่า อัลบั้มนี้ไม่ลงชื่อสมาชิกวงว่าใครเป็นใคร เนื่องจากเป็นอัลบั้มรวมฮิต รูปถ่ายใบหน้าสมาชิกวงก็ไม่มี)

แต่ชื่อ อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา ในปกด้านในของอัลบั้ม HIT ME ที่เรียงกันลงมา 10 กว่าบรรทัดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากค้นหาตัวตน อยากรู้ข้อมูลที่มากขึ้นของสมาชิกวงพาราด็อกซ์

จากนั้น เราจึงออกตามหาอัลบั้มของ พาราด็อกซ์ ชุดเก่าๆ ทุกชุด จนได้มา ดังนี้ คือ Summer, On The Beach, On The Rainbow, Free Style, Fatlive 4 The Paradox Circus [CD Audio] (ยังจำได้ว่าทั้งหมดได้มาจากร้านขายซีดีที่ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า) พอได้ซีดีทั้งหมดกลับมาบ้าน ก็รีบเปิดอ่านปกอัลบั้มทั้งหมด เปิดฟังเพลงในอัลบั้มทุกอัลบั้มทั้งหมด โดยเริ่มจาก Summer ละก็ค่อยๆ ไล่ฟังไปเรื่อยๆ ทีละอัลบั้ม

ยิ่งเปิดอ่านปกอัลบั้มทุกอัลบั้ม ยิ่งได้เปิดฟังเพลงอื่นๆ ที่ทางค่ายเพลงไม่ได้ทำการโปรโมต ก็ยิ่งประทับใจ ยิ่งนับถือ ยิ่งศรัทธา ในชื่อ อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา รวมถึงวงดนตรีที่ชื่อว่า PARADOX ด้วย [ถึงตอนนี้เราก็ทราบแล้วว่า เขาก็คือ คุณต้านักร้องนำหน้าหล่อ น่าเอ็นดู คนนั้นนั่นแหละ และก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของสมาชิกวงคนอื่นๆ เป็นที่เรียบร้อย]

จากนั้น เราซื้อ X (10 years after) ออกวันที่ 26 เดือนกันยายน ปี 2549 และเริ่มประกาศให้โลกรู้ว่า ฉันคือ สาวก! พาราด็อกซ์! . . . แต่ ไม่เคยออกไปดูการแสดงดนตรีสดเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะไม่กล้าออกจากเซฟโซน ชีวิตตอนนั้นเป็นระเบียบมาก ตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน นอนไว// เป็นมนุษย์เงินเดือน// เป็นลูกเนิร์ดๆ ของพ่อแม่// วันๆ ไม่ออกไปไหน// เก็บตัวในห้องนอน// ฟังเพลงประหลาดๆ อ่านหนังสือ เนิร์ดๆ ไปวันๆ// ขับรถไปไหนมาไหนด้วยความเร็วไม่เคยเกิน 60 km/hr// สถานที่เที่ยว คือ ห้างสรรพสินค้าแถบชานเมือง และ กทม. เข้ามันอยู่ 2 ร้าน ร้านหนังสือ กะร้านขาย CD // ตื่นเต้นสุดคือไปดูภาพยนตร์ เดินห้าง นัดคาราโอเกะกับกลุ่มเพื่อนๆ ... บลาๆๆ 

5 ปี ผ่านไป จุดเปลี่ยน ครั้งที่ 2 อันเป็นจุดเปลี่ยนที่ค่อนข้างใหญ่ ของเรา ก็มาถึง

คือ ช่วงหลังจาก ปี 2549 ที่ อัลบั้ม X (10 years after) ออก ระหว่างนั้นก็ได้ข่าวบ้างว่า PARADOX มีอัลบั้มรวมฮิต Paradox In Paradise (เพลงเก่าเอามาทำใหม่ ปี 2550) กับ Parade (รวมฮิต ปี 2552) ออกมา แต่เหมือนว่าชีวิตมันแปลกๆ เริ่มเบื่อการทำงานแบบรูทีน (Routine) เบื่อชีวิตแบบเดิมๆ ที่อยู่ไปวันๆ เดินหลงทาง คิดไม่ออกว่าความสุขมันคืออะไร งง สับสนชีวิต เลยไม่ได้ตามอัลบั้มของ PARADOX เลย แต่ยังหยิบอัลบั้มเก่าๆ มาฟังเสมอๆ อันนี้ "ไม่เคยเบื่อ"

จนกระทั่งช่วงปลายๆ ปี 2553 จะเข้าปีใหม่ 2554 นั่นแหละ เราผิดหวังในอะไรบางอย่าง เกิดวิกฤตชีวิตบางประการขั้นหนัก (น้ำหนักลดลงไป 10 กิโลกรัมกันเลย) เลยหาคำตอบให้ตัวเองว่า ใครบ้างนะที่ไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลย? คำตอบ PARADOX ไง [เล็กน้อยมิ เหตุผล? แต่เป็นเล็กน้อยที่เราดีใจจริงๆ ที่เอามาเป็นเหตุผล เหมือนโชคชะตามันจะนำพาให้ได้ไปพบไปเจออ่ะ] 

 เลยคิดว่าถึงเวลาแล้วล่ะที่เราจะต้องไปเจอคณะวงดนตรีพาราด็อกซ์ตัวจริงๆ สักที ต้องได้เจอผู้ชายที่มี "อิทธิพล" กับชีวิตเรา ที่ชื่อ "อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา" ให้จงได้ สักที เราเลยเริ่มเสาะหา เริ่มสนใจตัวตนของเหล่าสมาชิกวงพาราด็อกซ์ ว่าพวกเขาคือใครกันแน่นะ เริ่มค้นหาข้อมูลอย่างจริงจัง อ่านประวัติ ดูคิวงานโชว์

และแล้ววันที่ 5 มีนาคม 2554 ก็คือ Turning Point ครั้งที่ 2 ครั้งที่เปลี่ยนชีวิตเราไปอย่างสิ้นเชิงจนถึงบัดนี้  ... ก็แบบแฟนคลับทั่วไปอ่ะแหละ ไปตามวง_กลับบ้านตี 2 นี่ถือว่าหัวค่ำ, บางคืนกลับเข้าบ้านตี 5 พ่อแม่ตื่นพอดี เออเปิดประตูรับเลย, ขับรถเหยียบขึ้นไปถึง 140 km/hr เป็นเรื่องปกติ, ไปในที่ที่ไม่เคยไป และไม่คิดว่าชีวิตนี้จะกล้าไป, ไปต่างจังหวัดตั้งแต่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยัน อ.สะเดา จ.สงขลา, เสาร์ อาทิตย์ วันไหนได้หยุดอยู่บ้าน เห้ย แปลกๆ, ได้ขึ้นเครื่องบิน รถเมล์ รถไฟ มอไซค์ จักรยาน รถบัส เรือล่องมหาสมุทร เรือล่องคลอง (ขาดแต่คงพวก ม้า ช้าง), เจอสังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ คนใหม่ๆ, ได้พัฒนาตัวเองหลายด้านนะ ถ่ายภาพ ใช้โปรแกรมคอมฯ ใหม่ๆ เป็น คล่องขึ้น ช่างพูดขึ้น ฯลฯ บลาๆๆ

ภาพ : พี่ต้าหลังงานคอนฯ รักมันใหญ่มาก ณ เมเจอร์ รัชโยธิน เดินออกมาแบบเรียบง่าย ไม่มีอาการของความหยิ่ง ความถือตัว ใดๆ พูดน้อยๆ เขินๆ ค่อยๆ เดินของแกไป

ต้องขอบคุณเพลง "ขอ" ในวันนั้น ที่ทำให้ทุกวันนี้ เราได้รู้จักกับวงดนตรีที่ (สำหรับเรา) เป็นมากกว่าวงดนตรีไปแล้ว พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแรงกระตุ้นให้ชีวิตพัฒนา เป็นโลกอีกใบ เป็นสีสันสายรุ้งเรืองรองตัดเส้นขอบฟ้า อันสวยงาม เป็นรถไฟขบวนแห่งความฝัน ที่นั่งไปด้วยละสนุกชะมัดเลย

ป.ล.บทความนี้เกิดขึ้น จากคำว่า "อยากฟัง" ,, ขอบคุณนะคะ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store