NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
รวม 5 ไอเดียเที่ยวกรุงโซลหน้าร้อนอย่างไรไม่ให้เหงื่อซก
หมวด: Style

รวม 5 ไอเดียเที่ยวกรุงโซลหน้าร้อนอย่างไรไม่ให้เหงื่อซก

  • 0
  • 0
Soimilk
ในช่วงหน้าฝนของบ้านเรานั้นคือหน้าร้อนของประเทศท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของที่นั่น สายการบินต่าง ๆ จึงจัดโปรโมชั่นลดราคาตั๋วเครื่องบินให้เราได้บินไปง่าย ๆ ซึ่งมันช่างหลอกล่อเราได้ดีเหลือเกิน แต่มันก็ต้องแลกมากับการเดินเที่ยวอย่างยากลำบากเพราะแสงแดดที่เกาหลีใต้นั้นอผดเผามากกว่าเมืองไทย รุนแรงมากกว่าที่คิดเอาไว้ (อย่าเพิ่งคิดว่าเคยอยู่เมืองร้อนตั้งแต่เกิดอย่างเมืองไทยแล้วจะสบาย ๆ นะ เราก็แทบตายเหมือนกัน!) แต่อากาศร้อนแค่ไหนก็อย่าปล่อยให้เป็นปัญหา เพราะเรามีไอเดียเก๋ ๆ ในการเที่ยวเกาหลีใต้ช่วงหน้าร้อนยังไงให้สนุกอยู่มาฝากกันด้วยยย
 

ออกไปแช่น้ำคลายร้อนริมแม่น้ำฮัน

 
 
จะมีอะไรคลายร้อนดีไปกว่าริมน้ำล่ะ! แต่ริมน้ำที่เราว่านี้ไม่ใช่ทะเลแต่อย่างใด แต่เป็นแม่น้ำใจกลางเมืองโซลอย่างแม่น้ำฮันนี่แหละ ขอบอกว่าในช่วงหน้าร้อนนี้ริมแม่น้ำฮันจะเป็นที่นิยมมาก ๆ เพราะสามารถมาจับจองพื้นที่ตอนเย็น ๆ กางเสื่อนอนเล่นตากอากาศกันได้สบาย ๆ เลยล่ะ ซึ่ทางการเองก็มีกิจกรรมมากมายมารองรับชาวเกาหลีใต้และนักท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างเต็มที่ อย่างในวันที่เราไปนั้นก็มีการแสดงออเครสตร้าบนเวทีทรงครึ่งวงกลมกลางแม่น้ำ ที่มีขั้นบันไดอีกฝั่งให้เรานั่งชมได้แบบผ่อนคลาย ส่วนด้านบนนั้นก็มี Flea Market ที่ชื่อ Seoul Bamdokkaebi Night Market ตั้งแต่เดือน มี.ค.-ต.ค. แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนด้านหน้าจะเป็นร้านอาหารและ Food Truck เก๋ ๆ ที่มาให้เราลองชิมของอร่อยมากกว่า 20 ร้าน อีกโซนจะเป็นร้านไลฟ์สไตล์ ของกุ๊กกิ๊กต่าง ๆ ที่สาว ๆ มาน่าจะละลายเงินวอนได้ง่าย ๆ เลยล่ะ
 
 
 
ส่วนใครที่คิดว่ามันต้องมีอะไรที่คลายร้อนมากกว่านั่งเล่นริมน้ำสิ จุดนี้เราขอบอกว่าให้เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนได้เลย เพราะบริเวณนี้มีสระน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ให้ทุกคนได้ลงเล่นน้ำคลายร้อนกันแบบฟรี ๆ อีกด้วยนะ แม้สระน้ำจะตื้น ๆ เพื่อให้เล่นได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ก็ยังสนุกอยู่ดี เพราะจะมีน้ำพุพุ่งขึ้นมาเป็นระยะ ๆ มีชั้นสระน้ำที่ลดหลั่นกันไป มีวิวสวย ๆ ที่มองแม่น้ำฮันตรงหน้าได้ แบบให้อารมณ์เหมือน Infinity Pool ในโรงแรมเก๋ ๆ สักแห่งเลยล่ะ ส่วนใครที่ไม่อยากลงแช่น้ำไปทั้งตัว เขาก็มีธารน้ำเย็นที่ปล่อยน้ำไหลเอื่อย ให้เราได้แช่เท้าคล้ายร้อนกันได้ด้วยเหมือนกัน
 
ตรงนี้บอกเลยว่านักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยมี และเป็นสถานที่ยอดฮิตของชาวโซลอีกด้วย หากไปหน้าร้อนแบบเรา เราแนะนำให้มาถึงที่สวนสักหกโมงเย็น เพราะช่วงหน้าร้อนฟ้าจะมืดช้า กว่าอาทิตย์ตกน่าจะประมาณ 2 ทุ่ม หากไปเร็วอากาศจะยังร้อนอยู่นะ ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้ชะล่าใจมาสาย เพราะที่ดี ๆ อาจถูกจับจองจนหมดแล้วก็ได้ หากไม่มีเสื่อ แถวนั้นจะมีพ่อค้าขายพลาสติกสำหรับปูนั่งอยู่พร้อม และมีอาจุมม่าคอยแจกใบปลิวสำหรับสั่งไก่ทอด หรือไปร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ เพื่อต้มรามยอนกินด้วยก็ได้ อีกอย่างที่แอบกระซิบตรงนี้คือ แถวนี้อปป้างานดีเยอะมากจ้า
 
นั่งรถไฟไปลงสถานี Yeouinaru ขึ้นจากสถานีก็ถึงริมแม่น้ำฮันเลย

หลบไปอ่านหนังสือในห้องสมุดสาธารณะเย็น ๆ

 
 
หากลมธรรมชาติยังสู้ไม่ไหว ถ้าอย่างนั้นต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศแล้วล่ะ แต่จะให้ไปเดินศูนย์การค้าเฉย ๆ ก็คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นและสนุกเลย ถ้าอย่างนั้นลองไปห้องสมุดสาธารณะขนาดบิ๊กเบิ้มที่ถ่ายรูปออกมาสวยเวอร์ดูไหมล่ะ
 
ที่จริงแล้วสถานที่นี้ก็ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเหมือนกัน และน่าจะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่แล้ว แต่ก็ขอหยิบมาบอกอีกสักทีก็แล้วกัน สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า Starfield Library ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า COEX ในกรุงโซล ย่สนกังนัม หรือห้องสมุดที่ชาวเกาหลีเรียกกันว่า พยอนมาดัง โทซอควัน (별마당 도서관) ซึ่งเปิดมาได้สองปีกว่าแล้ว ที่นี่ถือเป้นห้องสมุดที่แรกที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า และเป็นห้องสมุดเปิดที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการแต่อย่างใด ที่นี่มีหนังสือมากกว่า 50,000 เล่ม ซึ่งไม่แปลกที่จะหาหนังสือที่ต้องการไม่เจอ แต่เราก็สามารถไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ได้นะ ส่วนใครที่สงสัยว่าแล้วเราจะหยิบหนังสือเล่มที่ตั้งอยู่บนชั้นสูง ๆ ได้อย่างไร ขอบอกว่าไม่ต้องห่วง หนังสือที่เราเอื้อมไม่ถึง เป็นหนังสือปลอมที่ใช้ตกแต่งสถานที่เฉย ๆ จ้า
 
 
 
ความดีงามของที่นี่นอกจากจะสามารถเข้ามาหลบจากแอร์เย็น ๆ ได้แล้ว อย่างที่ภาพมันฟ้องก็คือความสวยงามการงานออกแบบห้องสมุดแห่งนี้ที่อลังการเวอร์ เราสามารถหามุมถ่ายรูปเล่นได้เยอะแยะเต็มไปหมด แม้หนังสือทั้งหมดในห้องสมุดแห่งนี้จะเป็นภาษาเกาหลี (ใช่แล้ว ไม่มีภาษาอังกฤษให้เราได้อ่านบ้างเลย) แต่เราก็สามารถไปยืนเก๋ ๆ ที่ชั้นหนังสือแล้วถ่ายรูปเล่นได้อยู่ ขอเพียงอย่าไปรบกวนผู้ใช้บริการท่านอื่นก็พอ เพราะอย่าลืมว่าที่นี่คือห้องสมุดนะ อ้อ และถ้ามาหน้าร้อนแบบเรา การพึ่งพาแสงธรรมชาติของห้องสมุดแห่งนี้ก็ทำให้ได้แสงสวย ๆ กลับไปเยอะเลยแหละ
 
นั่งรถไฟไปลงสถานี Bongeunsa ทางออกที่ 7 แล้วตรงดข้าศูนย์การค้า COEX ได้เลย

หาคาเฟ่นั่งเย็นใจได้ทั้งวันที่อิกซอนดง

 
 
 
สำหรับสายชอบไปนั่งคลายร้อนในคาเฟ่เก๋ ๆ แต่เบื่อย่านเดิม ๆ อย่างฮงแด มยองดง ซินซา ยอนนัมดง หรือดงแดมุน เราอยากให้ลองมาเดินที่ถนนคนเดินย่าน อิกซอนดง (Ikseondong - 익선동) แถวสถานีจองโนซัม-กะ (Jongno 3-ga) ดูบ้าง รับรองว่าคนรักคาเฟ่จะต้องฟินตายคาซอยเพราะเลือกร้านไม่ถูกแน่ ๆ เพราะสำหรับคอคาเฟ่แล้ว สามารถสิงสถิตอยู่ที่อิกซอนดงได้ทั้งสัปดาห์!  
 
 
 
ต้องบอกว่าย่านนี้ฮิตในหมู่วัยรุ่นเกาหลีมาก ๆ ในเวลานี้ โดยเฉพาะหน้าร้อนที่จะหาคาเฟ่สบาย ๆ เก๋ ๆ มานั่งคลายร้อนกัน หรือหามุมแดดสวย ๆ มาถ่ายรูปเล่น ส่วนใหญ่จะมากันเป็นคู่ ๆ ให้เราตาร้อนเล่น ที่จริงแล้วย่านนี้เป็นหมู่บ้านฮันอก (Hanok Village) มาก่อน หรือที่เรียกว่าหมู่บ้านเกาหลีแบบเก่า ที่นี่เกิดก่อน Bukchon Hanok Village ที่ฮิต ๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวอีกนะ ซึ่งหมู่บ้านนี้มีมานานกว่า 100 ปีแล้ว ช่วงหลังมาเริ่มมีคาเฟ่เข้ามาเช่าบ้านเด่าเหล่านี้ แล้วแปลงสภาพให้กลายเป็นคาเฟ่ที่ข้างนอกยังคงเอกลักษณ์บ้านสไตล์เกาหลีเก่าอยู่ แต่ข้างในปรับปรุงใหม่จนต้องอ้าปากค้างกันไปเลย และพอเริ่มมีคาเฟ่ ร้านอาหาร เข้ามาเปิดในอิกซอนดงมากขึ้น การแข่งขันก็เลยยิ่งสูงขึ้น คาเฟ่แต่ละร้านก็ตกแต่งกันแบบสวยแล้วสวยอีกมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นกำไรของนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ไปเลย เพราะไม่ว่าจะเลือกเข้าร้านไหน ก็ถูกใจไปหมด 
 
ที่อิกซอนดงจะมีตรอกเล็ก ๆ ขนาดคนเดินที่เชื่อมกันอยู่ 4 ซอย สามารถเดินทะลุไปมาหากันได้ แต่ละซอยจะอัดแน่นไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของครีเอทีฟรวมแล้วกว่า 100 ร้าน และหลาย ๆ ร้านก็เป็นร้านยอดฮิตของวัยรุ่นที่นี่ ร้านส่วนใหญ่จะเปิดประมาณ 10:00-12:00 น. แต่บางครั้นยังไม่ถึงเวลาเปิดให้ยริการก็มีแถวต่อคิวยาวเสียแล้ว เจอแบบนี้ก็ต้องสู้หน่อยนะ เราแนะนำให้มาวันธรรมดาจะดีกว่าเสาร์-อาทิตย์ เพราะจะเดินสบาย คนไม่เยอะมากเท่าไหร่ 
 
 
 
ที่จริงแล้วย่านนี้มีหลายร้านมาก ๆ ที่กำลังฮิตอยู่ อย่างร้าน Tokyobingsu สาขาอิกซอนดงที่เราเคยเขียนถึงไปแล้วไม่นานมานี้ (อ่านเต็ม ๆ ได้ที่คอนเทนต์ Tokyobingsu ร้านน้ำแข็งไสในกรุงโซล เกาหลีใต้ ที่จับเอาบิงซูเกาหลี กับคากิโกริญี่ปุ่นมาเจอกัน ได้เลย) ก็อยู่ในย่านนี้เหมือนกัน หรือร้านขนมปังนึ่งที่ดังมาก ๆ ในเวลานี้อย่าง Mil Toast House (และการตกแต่งข้างในร้านก็สวยเหลือเกิน) ก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย หรือจะแวะคาเฟ่ดอกไม้ที่ชื่อ Madang ที่ในร้านเต็มไปด้วยดอกไม้สวย ๆ ทั้งนั้นก็เป็นที่นิยมอยู่ตลอดเวลา หรือจะลองร้านอาหารฝรั่งเศสที่คิวยาวไม่แพ้กันอย่าง Le Blenseu ก็ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับดินเนอร์สักวันก็ได้ และยังมีอีกหลายร้านมาก ๆ ที่น่าสนใจ เราอยากให้ทุกคนไปลองตะลุยกันเองเพื่อความสนุกดีกว่าเนอะ
 
นั่งรถไฟไปลงสถานี Jongno 3-ga ออกทางออกที่ 4, 5 หรือ 6 ก็ได้ แล้วเดินเข้าซอยไปก็จะถึงเลย

หลบแดดเช้า มานั่งชิลล์โพจังมาจาตอนกลางคืน

 
 
ไหน ๆ ก็อยู่ที่แถวสถานี Jongno 3-ga กันอยู่แล้ว เราเลยอยากชวนให้มาคลายร้อนแบบชิลล์ ๆ ยามค่ำคืนกันดูบ้าง หากใครชอบดูซีรีส์เกาหลีคงคุ้นเคยกับร้านอาหารเกาหลีข้างทางที่มีผ้าคลุมสีแดง ที่ชาวเกาหลีชอบมานั่งกินดื่มกัน ร้านแบบนี้มีชื่อเรียกว่า โพจังมาจา ซึ่งที่จริงแล้วก็มีหลายสถานที่ในกรุงโซลที่มีร้านโพจังมาจาแบบนี้ เช่น อึลจิโร ซัม กะ (Euljiro 3-ga) หรือย่านท่องเที่ยวอย่างมยองดงก็มีเช่นกัน แน่นอนว่าย่านจองโน ซัม กะ ก็เป็นอีกย่านที่มีโพจังมาจาเยอะแยะเลย
 
 
หน้าร้อนที่เกาหลีอาจร้อนจนเราสู้อากาศภายนอกไม่ไหว ต้องหาร้านที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่ตลอด แต่ถ้าไม่มีแดดแล้วอย่างตอนกลางคืนล่ะก็ การมานั่งโพจังมาจา หาเครื่องดื่มเย็น ๆ คู่กับอาหารเกาหลีเผ็ดร้อนก็เป็นอะไรที่ฟินอยู่ไม่น้อยเลยนะ ตลอดบริเวณทางออกที่ 4, 5 และ 6 ของสถานีนี้เต็มไปด้วยร้านโพจังมาจามากมายให้เราเลือกไม่หวาดไม่ไหว ช่วงหน้าร้านร้านค้าจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป และขายยาวไปจนถึงช่วงตี 3-4 เลยด้วย นอกจากนี้ย่าน จองโน ซัม กะ ยังถือเป็นย่านของชาวเกย์ในโซลด้วยนะ เราจึงจะได้เห็นหนุ่ม ๆ มาสังสรรค์อย่างคึกคักแถวนี้เสมอด้วยล่ะ
 
นั่งรถไฟไปลงสถานี Jongno 3-ga ออกทางออกที่ 4, 5 หรือ 6 ก็ได้

แวะอาร์ตมิวเซียมใกล้สนามบินอินชอนก่อนกลับ

 
 
 
 ใครว่าก่อนกลับบ้านจะไม่มีอะไรสนุก ๆ ให้ทำ เพราะที่จริงแล้วตอนนี้ยังมีสถานที่ที่ใกล้สนามบินอินชอนมาก ๆ เพิ่งเปิดใหม่สดซิงให้เราได้ไปท้าแดดท้าลม เปิดรับความสนุกก่อนบินกลับได้อีกด้วยที่ Paradise City นั่นเอง
 
 
Paradise City เป็นสเปซที่รวบรวมไว้ทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว คาสิโน คอมเพล็กซ์ พิพิธภัณฑ์ สวนน้ำ ไปจนถึงไนต์คลับขนาดใหญ่ ที่เขาพยายามจะทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นปลายทางแห่งใหม่ของอินชอน ที่ทุกคนจะต้องแวะเวียนมา ซึ่งสำหรับเราแล้วที่นี่ก็เก๋จริง ๆ แหละ แถมยังมีรถโดยสารจากสนามบินฟรี ๆ (รถออกทุก 20 นาที สามารถขึ้นจากท่ารถ Terminal 1 และ 2 ได้เลย) โดยใช้เวลาเดินทางจากสนามบินแค่ 10 นาทีเท่านั้นเองด้วย
 
ความน่าตื่นตาแรกที่เราเห็นเมื่อมาถึงที่นี่คืองานสถาปัตยกรรมที่มีความเป็นศิลปะสูงมาก สมกับที่เขาต้องการให้ที่นี่เป็นแหล่งศิลปะแห่งใหม่ของเกาหลีใต้เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ตัวอาคารของไนต์คลับขนาดใหญ่ที่ชื่อ Club Chroma ที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาถ่ายรูปด้วย เพราะดีไซน์ตัวอาคารเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมที่ถูกดึงเปิดเป็นช่องขนาดใหญ่ คล้ายม่านที่เปิดตอนรับเราอยู่ ด้านหนึ่งเป็นสีขาว อีกด้านเป็นสีทอง ให้เราได้ไปแชะภาพกันได้เพลิน ๆ แต่เราอยากแนะนำให้ไปด้านข้างของอาคารเพราะจะเป็นจุดตัดของสีขาวและสีทองพอดี ขอบอกว่าถ่ายรูปขึ้นมาก ๆ เลยล่ะที่นี่
 
 
 
อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นอาคารศูนย์การค้า ที่นอกจากข้างในจะมีร้านค้าให้ชอปปิง ร้านสินตค้าปลอดภาษี และร้านอาหารมากมายแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ Paradise Art Space สเปซที่บรรจุงานศิลปะดี ๆ ให้เราได้ดูฟรีหากเป็นแขกเข้าพักที่โรงแรม หรือถ้าไม่ใช่แขกที่นี่ ก็เพียงสมัครสมาชิกของ Paradise City (สมัครฟรี) ก็จะได้สิทธิ์เข้าชมเช่นกัน อย่างช่วงนี้กำลังมีผลงานชุด Prism Fantasy ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินมากหน้าหลายตาไว้กว่า 23 ผลงาน ผลงานหลัก ๆ ที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่อย่าง Plexus No. 40 ของศิลปิน Gabriel Dawe ที่ศิลปินใช้เส้นด้ายถักเรียงสีไขว้ไปมาจนเหมือนแสงสเปกตรัมที่สวยมาก ๆ จนต้องอ้าปากค้างไปเลย หรือผลงานที่เราชอบอย่าง View Of Vision ของศิลปิน Ryota Kuwakubo ที่เอาวัตถุต่าง ๆ มาวางไว้รอบ ๆ ห้องมืด แล้วให้รถไฟเด็กเล่นที่ติดไฟไว้หน้าขบวนวิ่งป่านวัตถุเหล่านั้น แสงจากขบวนรถไฟที่เคลื่อนผ่านจะสะท้อนวัตถุจนเป็นแสงและเงาที่แปลกตามาก ๆ หรือเจ้า Penquin Mirror ของศิลปิน Daniel Rozin ที่เอาตุ๊กตาเพนกลินกว่า 400 ตัวมาวางไว้ เมื่อเราขยับตัว เจ้าเพนกวินเหล่านั้นก็จะขยับตัวตามด้วย น่ารักมาก ๆ เลย
 
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีคาสิโนที่อยู่ในโซนโรงแรม และสวนน้ำสไตล์เกาหลีที่เรียกว่า จิมจิลบัง (คล้ายอนเซ็นของญี่ปุ่น) ชื่อ Jjimjil Spa ที่ทำออกมาสวยมาก ๆ และสวยน้ำที่ชื่อ Aqua Spa ที่มีไฮไลต์เป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ตอนกลางคืนจะมีดีเจมาเปิดแผ่นให้เราด้วย เก๋ไหมล่ะ
 
เวลาทำการ ทุกวัน 10:00-20:00 น. สามารถนั่ง Shuttle Bus ฟรีจากสนามบินอินชอนมาได้ รถให้บริการทุก 20 นาที
 
 
 
ข้อมูล : Nath Suppavatee

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store