NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
นาฏกรรมความรัก (Ep.5 of 8)
หมวด: Life

นาฏกรรมความรัก (Ep.5 of 8)

  • 601
  • 0
  • 0
RamonaSays

ฉันปลุกลูกตื่นแต่เช้าเพื่ออาบน้ำแล้วไปโรงเรียน แต่ดูท่าทางเขายังอิดโรยอาจเพราะนอนไม่พอ ส่วนฉันเองยิ่งแย่กว่า เพราะแทบไม่ได้นอนทั้งคืน ผะอืดผะอมจากอาการท้องว่างตั้งแต่เมื่อวาน จึงชงน้ำหวานดื่มรองท้องให้พอมีเรี่ยวแรง ส่วนลูก ฉันทำข้าวต้มให้กินอย่างง่ายๆ แต่ลูกกินได้ไม่กี่คำก็วางช้อนลง บอกไม่ชอบและไม่ยอมกินต่อท่าเดียว ลูกถามหาไส้กรอกผัดเนยที่แม่เคยทำให้กินบ่อยๆ ไข่ดาว ขนมปังปิ้งทาเนยโรยด้วยน้ำตาล แต่ฉันหลอกไปว่าของหมดแล้ว ดีแต่ว่าเขายอมเชื่อโดยง่าย    

ฉันรีบเก็บสำรับอาหารแล้วไปหยิบเป้นักเรียน กระเป๋าสะพายของตัวเองและกุญแจรถ เรียกเขาให้เดินตามไปที่รถ แต่ลูกกลับยังนั่งจ่อมจมอยู่บนเก้าอี้ หน้ามุ่ยวางข้อศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะเอามือป้อมๆ เท้าคาง ฉันหันไปเร่งเพราะเกรงจะสาย เขาส่ายหน้าและบอกว่าไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้ว อยากไปลาออก ฉันตกใจเดินกลับมาหาถามว่าทำไมถึงไม่อยากไปโรงเรียน เขานั่งนิ่งแล้วกอดอกแน่น เม้มปากไว้ไม่ยอมพูด

ฉันพาลูกเดินมานั่งที่โซฟา ลูบหลังเบาๆ แล้วถามว่าทำไมถึงไม่อยากไปโรงเรียน ลูกทำหน้ามุ่ย ขอบตาเริ่มแดง ฉันดึงร่างอ้วนกลมของลูกมานั่งตัก น้ำหนักตัวสี่สิบกิโลกรัมกดลงบนท่อนขาจนรู้สึกเจ็บ แต่ก็ทนเพราะสงสาร ปลอบโยนจนเขายอมเล่าว่าเมื่อวานวิ่งแข่งกับเพื่อนแล้วแพ้ ได้ที่โหล่ เพื่อนล้อว่าเป็นไอ้อ้วนขี้แพ้ ลูกรักพูดซ้ำๆ ว่าไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้ว 

ฟังเรื่องของลูก ฉันรู้สึกเจ็บลึกเข้าไปถึงในอก บอกกับลูกว่าไม่อยากไปโรงเรียนก็ไม่เป็นไร วันนี้แม่จะพาไปรับพ่อที่โรงพยาบาล แล้วจะแวะซื้อขนมอร่อยๆ ให้ลูกกิน หลังฉันพูดจบ เขาก็รู้สึกดีขึ้น ฉันรู้ว่าการปลอบใจด้วยของกินเป็นสิ่งไม่สมควร แต่เพื่อต้องการให้ลูกรู้สึกดีขึ้น จึงละเว้นอีกสักครั้ง แล้วจากนั้นค่อยหาทางแก้ไข สำหรับเด็ก คงต้องค่อยเป็นค่อยไป 

เมื่อเรามาถึงโรงพยาบาล ฉันจูงมือข้างหนึ่งของลูกโดยมืออีกข้างเขาถือไอศกรีมแบบโคนรสช็อกโกแลต เข้าไปในลิฟต์แล้วกดชั้นเจ็ด ลิฟต์พาเราลอยละลิ่วขึ้นสู่ที่สูง และทันทีที่ประตูเปิดออก พบหญิงชายกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาว เดาจากการพูดคุยหยอกล้อกันแล้ว คิดว่าอาจเป็นเพื่อนหรือญาติกัน ทั้งหมดคงเป็นญาติผู้ป่วย พวกเขาหยุดคุยและยิ้มให้ฉันอย่างมีไมตรีจิต เสียงใครคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนทักทายออกมา “โอ้โห กินอะไรถึงได้อ้วนจ้ำม่ำอย่างนี้” เจ้าของเสียงคือคุณป้าคนหนึ่ง รูปร่างเล็ก ผอมบาง อายุไม่น่าจะต่ำกว่าหกสิบปี ฉันหยุดยืนพยายามยิ้มให้ตามมารยาท รู้สึกได้ว่าเป็นยิ้มที่ฝืนเอามากๆ ในขณะที่เจ้าลูกน้อยก็ตื่นกลัวคน ยืนเบียดซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของแม่ 

“อายุเท่าไหร่แล้วจ้ะ” คุณป้ายังทักต่อ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส 

“แปดขวบแล้วค่ะ” ฉันตอบไปอย่างแกนๆ แต่ก็พยายามแต้มยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก

“โอ้โห แปดขวบทำไมตัวใหญ่ขนาดนี้ ต้องกินขนมน้อยๆ หน่อยนะลูก เดี๋ยวจะอ้วนจนเดินไม่ไหว” คุณป้าพูดแบบเน้นเสียง แสดงความห่วงใย

ฉันเริ่มไม่อยากยิ้ม แม้จะเป็นความจริง แต่ก็ไม่ใจกว้างพอที่จะให้ใครมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับลูก เด็กโดนล้อจนไม่อยากไปโรงเรียน แล้วยังจะมาปะจระเข้กลุ่มใหญ่ที่นี่อีก แม้ว่ามันจะเป็นการพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจก็เถอะ ฉันรู้สึกไม่อยากรักษามารยาทอะไรอีกแล้ว สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือปกป้องลูก ไม่ให้เสียใจจากคำพูดทำนองนี้ 

 

(โปรดอ่านตอนหน้า)

ภาพ https://th.theasianparent.com

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store