NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
นาฏกรรมความรัก (Ep.2 of 8)
หมวด: Life

นาฏกรรมความรัก (Ep.2 of 8)

  • 613
  • 1
  • 0
RamonaSays

ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก กลิ่นจางๆ ของยาแตะที่ปลายจมูก ฉันเดินไปหยุดยืนข้างเตียง เอื้อมไปจับแขนชายผู้เป็นที่รักซึ่งนอนหลับท่ามกลางพันธนาการของสายอะไรสักอย่าง ดูสีหน้าเขาดีขึ้นจึงรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ยังอดกังวลใจไม่ได้ เสียงพยาบาลพูดขึ้นอยู่ทางด้านหลัง ฉันเหลียวกลับไปฟัง เธอบอกว่าคุณหมอขอเชิญญาติเข้าไปพบ ฉันพยักหน้ารับทราบ ความหวาดหวั่นเกิดขึ้นทันที 

ฉันทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะคุณหมอ รู้สึกคล้ายมีลมร้อนลมหนาวกระพือพัดอยู่ในอก ระบบอวัยวะภายในปั่นป่วนไปหมด   มือและปลายเท้าเกร็ง ทั้งๆ ที่ภายในห้องก็ไม่ได้มีความหนาวเย็นสักเท่าไหร่ คุณหมอนิ่งก้มมองเอกสารคล้ายต้องการอ่านทบทวนข้อมูลให้แน่ใจอีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นแจ้งว่า คนไข้อยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมากจนเกิดภาวะช็อกน้ำตาล เป็นสาเหตุให้หน้ามืดจนหมดสติ 

คุณหมอพูดกับฉันตรงๆ ว่ารู้สึกเป็นห่วงเรื่องโรคแทรกซ้อน หากควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดีจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ซึ่งโรคแทรกซ้อนหลายโรคล้วนอันตรายถึงชีวิต คุณหมอหยุดพูดมองหน้าฉัน ขยับแว่นแล้วพูดต่อ และถ้าการกินยาคุมน้ำตาลไม่ได้ผล ก็ต้องใช้การฉีดอินซูลิน ซึ่งคนไข้จะใช้ชีวิตลำบากกว่าการกินยามากนัก 

“ถ้าคุณอยากให้สามีอยู่กับคุณและครอบครัวไปนานๆ คุณต้องใจแข็งและมีวินัยในการกินกว่านี้ การกินยาเพียงอย่างเดียวจะเป็นแค่การควบคุมตัวเลขของระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น มันเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ” ฉันนั่งหน้าสลดต่อหน้าหมอ รู้สึกผิดที่ต้องคอยให้คนอื่นมาเป็นห่วงชีวิตแทนขณะที่ครอบครัวของเรากลับไม่ตระหนักมันอย่างจริงจัง ฉันระบายลมหายใจออกแล้วสูดเข้าลึก เงยหน้าสบตาคุณหมอด้วยสายตาสำนึกผิด รับปากกับคุณหมออย่างที่เคยทำทุกครั้งที่มาพบว่าจะทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ซึ่งคำว่าเคร่งครัดที่ผ่านมาของเรา กลับไม่ใช่ความหมายเดียวกับคุณหมอเลย แต่ครั้งนี้เมื่อเห็นอาการของสามีแล้ว ก็พูดกับตัวเองว่าจะต้องทำให้ได้ 

เมื่อกลับมาถึงห้องพักคนไข้ พยาบาลเปิดประตูสวนออกมาแล้วยิ้มให้ ฉันถามถึงเขา พยาบาลบอกว่าตื่นแล้ว ฉันพยักหน้ารับทราบพร้อมเอ่ยขอบคุณเธอ แล้วเดินเข้าไปยืนชิดขอบเตียง เขาหันมายิ้มให้ท่าทางยังดูอิดโรย ฉันบอกเขาว่าคุณหมออยากให้นอนค้างที่นี่อีกคืนเพื่อดูอาการ เขาพยักหน้ารับทราบและถามว่ากี่โมงแล้ว ฉันรีบหงายข้อมือดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่าตัวเองลืมใส่มา จึงควักโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าหงายดูที่หน้าจอ “บ่ายสองกว่าแล้ว” ฉันบอก เขาพยักหน้าอีกแล้วบอกให้ฉันขับรถไปรับลูก โรงเรียนใกล้เลิกแล้ว เขายังกำชับอีกว่าไม่ต้องพาลูกมาที่นี่ พรุ่งนี้เช้าหลังไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้วค่อยกลับมาที่นี่ก็ได้ ถึงตอนนั้นหมอคงอนุญาตให้เขากลับบ้านได้แล้ว ฉันตอบตกลงและบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง ขอให้พักผ่อนมากๆ เขายิ้มให้แทนการตอบรับ

ขณะฉันขับรถออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนลูก ฉันนึกถึงเรื่องที่หมอพูดเรื่องการบริโภคจนเกินความจำเป็น ครอบครัวเรามีความสุขในการกินล้นเกินขนาดจนเป็นความเคยชิน แม้ในภายหลังจะเกิดโรคภัยตามมาเราก็แค่รู้สึกกังวลกันแค่ในระยะแรก แล้วก็ปฏิบัติกันแบบเดิมโดยทำเป็นลืมไปว่ามีโรคภัยเกาะแน่นอยู่กับตัว และสนับสนุนการบริโภคอาหารต่างๆ โดยให้เหตุผลว่าสมัยนี้ใครๆ เขาก็เป็นโรคเบาหวานกัน ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด คุณหมอยังแนะนำให้ฉันและลูกตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วย แม้คุณหมอจะให้เหตุผลว่าหากไม่พบโรคเบาหวานก็จะได้หาวิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้ แต่หากตรวจพบ ก็จะได้รักษาแต่เนิ่นๆ แต่ฉันกลัว ฉันไม่อยากให้ตัวเองหรือลูกเป็นโรคอะไรทั้งสิ้น ฉันเห็นอาการของสามีแล้ว ฉันคงทนไม่ได้แน่ๆ หากลูกต้องเจ็บป่วยไปด้วยอีกคน

 

(โปรดอ่านตอนต่อไป)

 

ภาพ https://th.theasianparent.com

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store