NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
รีวิวหนังสือขายดี "วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต"
หมวด: Life

รีวิวหนังสือขายดี "วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต"

  • 885
  • 1
  • 2
Neemmy BK

 

“ชีวิตที่เหมือนกุญแจที่ต้องไขด้วยรหัส

หน้าที่ของคุณคือ ค้นหาตัวเลขที่ใช่

และหมุนไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง

คุณจึงจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”

-ไบรอัน เทรซี่-

.

 “คุณจ้างให้คนอื่นวิดพื้นแทนคุณไม่ได้

ถ้าคุณอยากได้ประโยชน์จากมัน 

คุณจะต้องทำด้วยตัวเอง”

.

“อย่าเชื่อในสิ่งใด ไม่ว่าจะอ่านจากที่ไหนหรือใครเป็นผู้พูด

แม้กระทั่งเราพูดออกมาเอง

เว้นเสียแต่ว่ามันสอดคล้องกับเหตุผลและสามัญสำนึกที่มีอยู่”

-พระพุทธเจ้า-

 

.

กฎข้อที่ 1 

“คุณต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง

คุณไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ 

ฤดูกาล หรือลมฟ้าอากาศ

แต่คุณสามารถเปลี่ยนตัวเองได้”

-จิม รอห์น-

.

“99% ของความผิดพลาดทั้งหมด

มาจากผู้คนที่ชอบแก้ตัวจนเป็นนิสัย”

-จอร์จ วอชิงตัน คาร์เวอร์-

.

“สิ่งที่หยุดยั้งคุณไม่ใช่เงื่อนไขและสถานการณ์ภายนอก

แต่เป็นตัวคุณเอง!”

.

“ทุกอย่างที่คุณเจอในวันนี้ คือ 

ผลลัพธ์ของสิ่งที่คุณเลือกทำในอดีต

คุณแค่ต้องควบคุม 3 สิ่งในชีวิตของคุณให้ได้ 

นั่นคือ ความคิดต่างๆ ที่คุณมี 

ภาพในใจที่คุณเห็น 

และสิ่งที่คุณกระทำ ”

.

“ถ้าคุณยังคงทำแต่สิ่งที่คุณทำอยู่เสมอ

คุณจะได้รับแต่สิ่งที่คุณได้รับเสมอเช่นกัน”

.

“วันที่คุณเปลี่ยนการตอบสนองของคุณ

คือ วันที่ชีวิตของคุณจะเริ่มดีขึ้น!”

.

“การกล่าวโทษรังแต่จะทำให้เสียเวลา

ไม่ว่าคุณจะหาข้อผิดพลาดของคนคนหนึ่งได้มากเท่าไหร่

และไม่ว่าคุณจะกล่าวโทษเขาคนนั้นมากเพียงใด

มันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงตัวคุณได้”

-เวย์น ไดเออร์-

.

“จงตัดสินใจที่จะเลิกบ่น  

เลิกเสียเวลาอยู่กับพวกที่ชอบบ่น

และก้าวไปข้างหน้า เพื่อสร้างชีวิตในแบบที่คุณฝัน”

.

“จงเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนการบ่นให้เป็นการขอร้อง

และลงมือทำในสิ่งที่จะทำให้คุณบรรลุผลลัพธ์ที่คุณปรารถนา

นั่นเป็นสิ่งที่คนประสบความสำเร็จทำกัน”

.

“คุณเท่านั้นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง

และทำบางอย่างให้ต่างออกไป

โลกใบนี้ไม่ได้ให้อะไรกับคุณ

คุณต้องมันขึ้นมาเอง”

.

เช่น 

แทนที่จะพูดว่า 

“ฉันรู้สึกเหมือนตกเป็นเหยื่อ 

ฉันรู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้

สำหรับฉันไม่มีอะไรที่ราบรื่นเลยสักอย่าง“

.

ให้เปลี่ยนเป็น

“ฉันรู้สึกเยี่ยมมาก ฉันเป็นฝ่ายควบคุม

ฉันทำในสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง”

.

“คุณเป็นผู้ที่กำลังสร้างชีวิตของคุณในแบบที่มันเป็นอยู่

ชีวิตที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจากความคิด

และการกระทำทั้งหมดในอดีตของคุณ

คุณต้องรับผิดชอบต่อความคิดและความรู้สึกของคุณในปัจจุบัน

คุณต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่คุณพูดและทำ

คุณยังต้องรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้าสู่หัวคุณ

.

ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสารที่คุณอ่าน

ภาพยนตร์และรายการทีวีที่คุณดู

ผู้คนที่คุณคบหาด้วย 

.

ทุกการกระทำอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ

เพื่อที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น”

.

จงถามตัวคุณเองว่า 

“ฉันเป็นคนสร้างสิ่งนี้ขึ้นหรือปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร”

“อะไรบ้างที่ฉันทำอยู่แล้วได้ผลและฉันต้องทำให้มากขึ้น”

“อะไรบ้างที่ฉันทำอยู่แต่ใช้ไม่ได้”

“อะไรบ้างที่ฉันควรทำให้น้อยลง”

“อะไรบ้างที่ฉันยังไม่ได้ทำ

ซึ่งฉันต้องลองทำว่ามันใช้ได้หรือไม่?”

.

“คนอื่นไม่อาจทำสิ่งนี้ให้กับคุณได้

มีเพียงคุณเท่านั้นที่จะทำได้”

.

“ทำในสิ่งที่ได้ผลให้มากขึ้น

ทำในสิ่งที่ไม่ได้ผลให้น้อยลง”

.

“ให้ความใส่ใจกับผลลัพธ์ต่างๆ ที่คุณกำลังสร้างอยู่ตอนนี้

คุณต้องเลิกแก้ตัว เลิกหาเหตุผลมาอ้าง

และยอมรับผลลัพธ์ที่คุณสร้างขึ้น”

.

‘อย่าหลอกตัวเอง  ซื่อสัตย์กับตัวเองให้มากที่สุด

จงใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์”

 

.

.

กฎข้อที่ 2

“จงเรียนรู้ที่จะสัมผัสกับความเงียบภายในตัวคุณ

และรับรู้ว่าทุกสิ่งในชีวิตล้วนมีจุดมุ่งหมาย”

-แพทย์หญิงเอลิซาเบธ คูเบลอร์-รอสส์-

.

“การเดินไปตามจุดมุ่งหมาย หมายถึง 

คุณกำลังทำในสิ่งที่คุณรักที่จะทำ

ทำในสิ่งที่คุณทำได้ดี 

และทำสิ่งที่สำคัญต่อคุณให้สำเร็จ

.

เพราะเมื่อคุณทำในสิ่งที่สอดคล้องกับ

จุดมุ่งหมายที่แท้จริงในชีวิต

การกระทำทุกอย่างของคุณจะสนับสนุนผู้อื่นไปโดยอัตโนมัติ”

.

“ตัดสินใจเลือกจุดมุ่งหมายที่สำคัญในชีวิตของคุณออกมา

และจัดกิจกรรมทั้งหมดของคุณให้สอดคล้องกับมัน”

-ไบรอัน เทรซี่-

.

“ทุกสิ่งที่คุณทำควรเป็นการแสดงออกถึงจุดมุ่งหมายของคุณ

ถ้ามีกิจกรรมใดก็ตามที่ไม่สอดคล้อง

คุณก็ไม่ควรทำอีกต่อไป”

.

“สุดยอดความลับของความสำเร็จ คือ 

ต้องค้นให้เจอว่าคุณรักที่จะทำอะไร

ตั้งแต่อายุยังน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

จากนั้นค่อยจัดแจงชีวิตของคุณให้สอดคล้องกัน

โดยคิดให้ตกว่าจะหาเลี้ยงตัวเอง

ด้วยการทำสิ่งนั้นได้อย่างไร?”

.

“เมื่อคุณรู้ชัดเจนว่าอะไรนำความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดมาให้

คุณจะมีความเข้าใจในจุดมุ่งหมายของคุณอย่างถ่องแท้”

.

แบบฝึกหัดจุดมุ่งหมายในชีวิต

1. เขียนคุณลักษณะส่วนตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณมา 2 ข้อ

2. เขียน 1-2 วิธีที่คุณสนุกกับการแสดงออกถึงคุณลักษณะเหล่านั้นต่อผู้คน

3. สมมุติว่าโลกนี้สมบูรณ์แบบ  โลกใบนี้จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

ทุกคนจะแสดงออกต่อกันอย่างไร คุณรู้สึกอย่างไร 

เขียนออกมาให้อยู่ในรูปปัจจุบันกาล

.

 

“จงจำไว้ว่า โลกอันสมบูรณ์แบบเป็นสถานที่

ที่เราจะมีความสุขกับการใช้ชีวิต

.

.

กฎข้อที่ 3 

“ขั้นตอนแรกซึ่งขาดไม่ได้ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต

คือ ตัดสินใจให้ได้ว่าคุณต้องการอะไร”

-เบน สไตน์-

.

“1 ในเหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ คือ 

พวกเขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องการอะไร

พวกเขายังไม่ได้กำหนดความปรารถนาของตน

ให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนและดึงดูดใจพอ”

.

“อย่าใช้ชีวิตตามความฝันของคนอื่น”

.

“ให้เกียรติสิ่งที่คุณชอบในทุกๆ สถานการณ์

ไม่ว่าจะสถานการณ์ใหญ่หรือเล็ก

อย่าคิดว่าเรื่องขี้ปะติ๋ว

เพราะมันอาจไม่มีผลอะไรกับใคร 

แต่มันมีผลกับคุณ!”

.

“จงทำตัวให้เหมือนกับว่า

คุณมีสิ่งที่ชอบมากกว่าอยู่แล้ว”

.

“คุณสมควรได้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

อย่างที่คุณต้องการจริงๆ”

“เขียนสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องการทำ 30 อย่าง

สิ่งต่างๆ ที่คุณต้องการมี 30 อย่าง

และสิ่งต่างๆ ที่คุณต้องการจะเป็นก่อนตายอีก 30 อย่าง”

.

“เขียนสิ่งต่างๆ ที่คุณรักสัก 20 อย่าง

และให้คิดถึงวิธีต่างๆ ที่คุณสามารถหาเลี้ยงชีพ

จากการทำสิ่งเหล่านั้น”

.

“ทำวิสัยทัศน์ของชีวิตในอุดมคติให้ชัดเจน

คุณอยู่ที่ไหน และคุณต้องการจะไปยังที่ใด”

.

วิสัยทัศน์ของคุณจำเป็นต้องประกอบด้วย 7 ด้าน ดังต่อไปนี้

- อาชีพการงาน

- การเงิน

- การพักผ่อนหย่อนใจและเวลาว่าง

- สุขภาพ

- ความสัมพันธ์

- เป้าหมายส่วนตัว

- การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม

- .

“ถ้าคุณมองเห็นอย่างชัดเจนว่ามันคืออะไร

วิธีการจะตามมาเอง”

.

“ตัดสินใจว่าคุณต้องการไปที่ไหน

ด้วยการทำวิสัยทัศน์ของคุณให้ชัดเจน

กำหนดจุดหมายปลายทางด้วยการตั้งเป้าหมาย

การกล่าวคำพูดยืนยัน และการนึกภาพ 

แล้วเริ่มเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

.

“เมื่อคุณทำให้วิสัยทัศน์ของคุณชัดเจน

และจดจ่ออยู่กับมัน 

ขั้นตอนต่างๆ ที่แน่ชัดจะปรากฏขึ้นตลอดเส้นทาง”

.

“สิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับพวกเราส่วนใหญ่

ไม่ใช่การที่เราหวังสูงจนเกินไปแล้วไปไม่ถึง

แต่เป็นการที่เราหวังต่ำเกินไปจนเราไปได้ถึงต่างหาก”

-ไมเคิล แองเจโล-

.

“อย่าจำกัดวิสัยทัศน์ของตัวเอง

จงปล่อยให้มันขยายออกไปให้ใหญ่อย่างที่มันเป็น”

.

“จงฝันให้ยิ่งใหญ่ไว้เสมอ

ความฝันจะยิ่งดึงดูดผู้คนที่ยิ่งใหญ่เข้ามา”

.

“การสร้างฝันใหญ่ๆ ไม่ได้ใช้พลังมากไปกว่า

การสร้างฝันเล็กๆ เลย”

.

“ถ้าคุณจำกัดทางเลือกของคุณอยู่กับสิ่งที่เป็นไปได้หรือสมเหตุสมผล

คุณได้ตัดขาดตัวเองจากสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ

และสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็คือความไม่ดีพอเท่านั้น”

-โรเบิร์ต ฟริตซ์-

.

“อย่าปล่อยให้คนอื่นเกลี้ยกล่อม

ให้คุณหันเหออกจากวิสัยทัศน์”

.

“สร้างอนาคตของคุณจากอนาคต

ไม่ใช่จากอดีต”

-เวอร์เนอร์ เออร์ฮาร์ด-

.

 

.

กฎข้อที่ 4 

“ปัญหาอันดับ 1 ที่ฉุดรั้งคนอเมริกันไม่ให้ประสบความสำเร็จ

ในทุกวันนี้คือการขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง”

-อาร์เธอร์ แอล. วิลเลียมส์-

.

“สมองเป็นเครื่องมืออันทรงพลัง

มันสามารถมอบเกือบทุกสิ่งที่คุณต้องการได้

แต่คุณต้องเชื่อว่า สิ่งที่คุณต้องการนั้นเป็นไปได้”

.

“คุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการจะเป็น

เพียงแค่คุณมีความเชื่อมั่นมากพอ และลงมือทำตามศรัทธาของคุณ

สิ่งใดก็ตามที่สมองเข้าใจและเชื่อได้

จะสามารถทำให้สำเร็จได้”

-นโปเลียน ฮิลล์-

.

“เชื่อมั่นในตัวคุณเอง

และไล่ตามความฝัน”

.

“ไม่ช้าก็เร็ว ผู้ที่จะชนะ

คือ ผู้ที่คิดว่าตัวเองสามารถทำได้”

-ริชาร์ด บาค-

.

“ที่ผู้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวไม่ใช่

เพราะพวกเขาขาดทักษะหรือความสามารถ

ที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย

แต่เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าตัวเอง

จะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ต่างหาก”

.

สิ่งที่คุณต้องพูดกับตัวเอง คือ 

“ไม่ว่าจะแย่แค่ไหน

ไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใด

ฉันจะทำมันให้สำเร็จ!”

.

“ฉันไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ฉันจะต้องทำให้ได้!”

.

เมื่อคุณฝืนบอกกับตัวเองว่าคุณกำลังจะทำอะไร

ไม่ว่าฝันของคุณจะเป็นอะไร

จงมองตัวเองในกระจกและประกาศออกมาว่า

“ฉันจะทำมันให้สำเร็จ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!!!”

.

 

.

กฎข้อที่ 5

“มันเป็นความรับผิดชอบของคุณ

ที่จะกำหนดความเชื่อและมุมมองที่คุณมีต่อตัวเอง

คุณต้องเลือกที่จะเชื่อว่าคุณสามารถทำอะไรก็ตามอย่างที่คุณตั้งใจไว้”

.

“ไม่ว่าใครก็ตามสามารถเรียนรู้ได้เกือบทุกเรื่อง

ผ่านการพูดกับตัวเองในเชิงบวกและนึกภาพในเชิงบวก

ผสมผสานไปกับการอบรม การฝึกสอน และการฝึกปฏิบัติที่มากพอ”

.

ในบบรรดาคนประสบความสำเร็จนับร้อยๆคน มักบอกว่า

“เขาไม่ใช่คนที่มีความสามารถหรือมีพรสวรรค์มากที่สุดในสาขาอาชีพของเขา

แต่เขาเลือกที่จะเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ 

เขาทั้งศึกษา ฝึกฝน และทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ 

และนั่นเป็นวิธีที่ทำให้เขามายืนอยู่ในจุดนี้ได้”

.

“คุณเองก็สามารถประสบความสำเร็จในเรื่องใดๆ ก็ตาม

ถ้าคุณเพียงแต่เชื่อว่ามันเป็นไปได้”

.

“สิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าชีวิตหยิบยื่นอะไรให้กับคุณ

แต่อยู่ที่ว่าคุณจะตอบสนองต่อทั้งทางความคิด

และร่างกายอย่างไรต่างหาก”

.

“คำพูดว่า ฉันทำไม่ได้ เป็นพลังด้านลบ

ซึ่งทรงพลังที่สุดในจิตใจมนุษย์”

-พอล อาร์. ชีล-

.

“ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จ

คุณต้องเลิกพูดคำว่า ฉันทำไม่ได้”

.

“คำว่า ฉันทำไม่ได้ จะดูดพลังในตัวคุณออกไป

มันทำให้คุณอ่อนแอลงเรื่อยๆ”

.

“สมองของคุณถูกออกแบบมาให้แก้ปัญหา

และไปให้ถึงยังเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้ 

ถ้อยคำต่างๆ ที่คุณคิดและพูดออกมา

ส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณอย่างแท้จริง”

.

“คุณต้องมีความรับผิดชอบในการกำจัดคำว่า ฉันทำไม่ได้

ทิ้งไปจากพจนานุกรมของคุณ”

.

“อย่าให้ชีวิตเสียเปล่าไปกับการเชื่อว่าคุณทำไม่ได้”

.

“อย่ารอจนคุณอายุ 60 กว่าจะตัดสินใจได้ว่า

คุณสามารถทำอะไรก็ตามที่คุณต้องการ

อย่าให้แต่ละปีในชีวิตของคุณผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

จงตัดสินใจว่าคุณสามารถทำสิ่งใดก็ตามที่คุณต้องการ

และเริ่มเดินหน้าเข้าหามันตอนนี้เลย”

.

“ความเชื่อมั่นในตัวเองสำคัญกว่าความรู้

การฝึกอบรม หรือการศึกษาเล่าเรียน”

“ในการสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จให้ตัวเอง

คุณสามารถเริ่มจากจุดไหนก็ได้”

.

“สิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณ

ไม่ใช่ธุระของคุณ”

.

“คุณต้องเชื่อตัวเองยามที่ไม่ใครเชื่อ

นั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นผู้ชนะ”

-วีนัส วิลเลียมส์-

.

“จงเลิกกังวลถึงสิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณ

และทำตามที่หัวใจของคุณเรียกร้อง”

.

กฎ 18/40/60  ของ ดร.แดนเนียล เอเมน ระบุว่า 

“เมื่อคุณอายุ 18 ปี คุณกังวลถึงสิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณ

เมื่อคุณอายุ 40 ปี คุณไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไรกับคุณ

เมื่อคุณอายุ 60 ปี คุณจึงรู้ตัวว่าไม่มีใครคิดอะไรกับคุณเลย”

.

“ผู้คนต่างก็คิดถึงตัวเอง ไม่ใช่คุณ!”

.

“คุณควรเอาเวลานั้นมาคิดและทำสิ่งต่างๆ

เพื่อทำเป้าหมายของคุณให้เป็นจริงดีกว่า”

.

.

กฎข้อที่ 6 

“การประสบความสำเร็จในชีวิตจะง่ายขึ้น 

ถ้าคุณคาดหวังว่า โลกใบนี้คอยสนับสนุนและมอบโอกาสให้กับคุณอยู่เสมอ

นั่นคือสิ่งที่ผู้ประสบความสำเร็จทำกัน”

.

“เหตุการณ์เลวร้ายทั้งหลาย

ล้วนมาพร้อมกับเมล็ดพันธุ์แห่งผลประโยชน์ที่เท่าเทียมหรือเหนือกว่า”

-นโปเลียน ฮิลล์-

.

“เรื่องเลวร้ายใดๆ ก็ตามที่คุณกำลังเผชิญอยู้ในตอนนี้

จะดีขึ้นในอนาคตเสมอ”

.

“ยิ่งคุณเริ่มมองหาสิ่งดีๆ มากเท่าไหร่

คุณก็จะได้พบมันเร็วขึ้นและบ่อยขึ้นมากเท่านั้น”

.

“ถ้าคุณคิดเสมอว่าสิ่งดีๆ กำลังจะเข้ามา

คุณจะลดความหงุดหงิดและความท้อแท้ให้น้อยลง

ขณะเฝ้ารอให้มันเกิดขึ้น”

.

คุณอาจต้องเริ่มต้นวันแต่ละวันด้วยการพูดย้ำประโยคที่ว่า

“ฉันเชื่อว่าโลกกำลังวางแผนจะมอบสิ่งดีๆ ให้ฉัน

ฉันแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะเห็นว่ามันคืออะไร”

แล้วจงมองหาโอกาสและปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

.

 

.

กฎข้อที่ 7 

“ถ้าคุณต้องการมีความสุข จงตั้งเป้าหมายที่จะสั่งการความคิดของคุณ

ปลดปล่อยพลังของคุณ และจุดประกายให้คุณมีความหวังขึ้นมา”

-แอนดรูว์ คาร์เนกี-

.

“สมองเป็นกลไกหนึ่งของการเสาะหาเป้าหมาย

ไม่ว่าคุณจะกำหนดเป้าหมายใดให้กับจิตใต้สำนึกของคุณ

สมองจะทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อทำเป้าหมายนั้นให้เป็นจริง”

.

“จงระบุเป้าหมายทุกด้านของคุณให้เฉพาะเจาะจงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในทุกๆด้าน 

ไม่ว่าจะเป็นแบบ รุ่น สี ปีที่ผลิต และคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ อย่างขนาด น้ำหนัก รูปร่าง

และรูปแบบ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ”

.

“จงจำไว้ว่า เป้าหมายที่คลุมเครือจะให้ผลลัพธ์ที่คลุมเครือเช่นกัน”

.

“ถ้าคุณมีแบบ้านในฝันที่คุณอยากเป็นเจ้าของ

จงเชียนลักษณะเฉพาะลงไปจนถึงรายละเอียดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นทำเล ที่ตั้ง ภูมิทัศน์ เฟอร์นิเจอร์  งานศิลปะ เครื่องเสียง

และแผนผังภายในบ้าน  ถ้าสามารถหาภาพของบ้านหลังนั้นได้ ก็ให้หามาเก็บไว้”

.

“เมื่อคุณเขียนทั้งหมดออกมาแล้ว จิตใตสำนึกของคุณจะรู้เองว่าต้องทำอะไรบ้าง

มันจะรู้ว่าควรให้ความสนใจไปที่โอกาสใดในการช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ”

.

“คุณจำเป็นต้องมีเป้าหมาย

 ที่ดึงศักยภาพของตัวเองออกมา”

.

“เมื่อคุณกำหนดเป้าหมาย จงทำให้แน่ใจว่าได้เขียนเป้าหมายยากๆไว้ด้วย

ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะดึงศักยภาพของคุณออกมา

เป้าหมายที่บีบให้คุณต้องเติบโตขึ้น เพื่อบรรลุผลสำเร็จนั้นมีประโยชน์

การมีเป้าหมายที่ทำให้รู้สึกอึดอัดบ้างเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นเรื่องดี”

.

“เป้าหมายสูงสุดยังทำให้คุณเป็นผู้ช่ำชองในด้านการใช้ชีวิตด้วย

การที่จะทำได้เช่นนั้นจะต้องอาศัยการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ 

การขยายมุมมองเพื่อให้เห็นความเป็นไปได้ต่างๆ

การสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และการเรียนรู้ที่จะเอาชนะความกลัว

ความลังเล และอุปสรรคของคุณ”

.

“การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเพียงเป้าหมายเดียว

จะเปลี่ยนทุกสิ่งไปอย่างสิ้นเชิง”

.

“อ่านทวนเป้าหมายของคุณ วันละ 3 ครั้ง

ด้วยเสียงดังฟังชัดเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

และความกระตือรือร้น ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่ที่เหมาะสม

หลับตาและนึกภาพแต่ละเป้าหมายราวกับว่ามันสำเร็จแล้วจริงๆ”

.

“การอ่านและนึกภาพเป้าหมายของคุณซ้ำๆ 

ราวกับว่ามันสำเร็จแล้ว เป็นการเพิ่มความตึงเครียดเชิงโครงสร้าง

ซึ่งจะไปเพิ่มแรงจูงใจของคุณ ปลุกเร้าความคิดสร้างสรรค์ขของคุณ

และยกระดับความตระหนักรู้ถึงทรัพยากรต่างๆ 

ที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้”

.

“อย่าดูถูกพลังของการตั้งเป้าหมาย

จงทบทวนเป้าหมายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ”

.

“จัดทำสมุดเป้าหมายขึ้นมา 1 เล่ม

จงทบทวนเป้าหมายต่างๆ ในแต่ละหน้าของสมุดเป้าหมายทุกวัน”

.

“พกเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของคุณ

ไว้ในกระเป๋าสตางค์”

.

“ถ้าคุณเบื่อหน่ายกับชีวิต 

ถ้าคุณไม่ได้ตื่นนอนทุกเช้ามาพร้อมกับ

ความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยมที่จะทำสิ่งต่างๆ

นั่นหมายความว่าจำนวนเป้าหมายของคุณยังไม่มากพอ”

-ลู โฮล์ทซ์-

.

“คุณควรเขียนเป้าหมายทั้งหมดในชีวิต

ที่คุณต้องการทำให้เป็นจริงออกมา”

.

“จงแบ่งเวลาให้กับการระบุเป้าหมาย 101 ข้อ

ที่คุณต้องการทำให้สำเร็จลุล่วงในชีวิตคุณ

ให้เขียนอย่างละเอียดและชัดเจน

โดยระบุว่าที่ไหน เมื่อไหร่ เท่าไหร่ 

รูปแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ ฯลฯ

.

เขียนลงในกระดาษขนาด 3x5 นิ้ว

หรือไม่ก็ในหน้าสมุดเป้าหมาย

.

ทุกครั้งที่คุณบรรลุเป้าหมาย 1 ข้อ

ก็ให้ทำเครื่องหมายไว้และเขียนคำว่า

ชัยชนะลงไป”

.

“สิ่งสำคัญที่คุณต้องทำความเข้าใจทันทีที่ตั้งเป้าหมายขึ้นมาก็คือ 

จะมี 3 สิ่งปรากฏขึ้นมาหยุดยั้งคนส่วนใหญ่เอาไว้ แต่ไม่ใช่คุณ!

นั่นก็คือ ความกังวล ความกลัว และสิ่งกีดขวาง

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วคุณก็สามารถปฏิบัติกับมันอย่างที่มันเป็น 

โดยมองว่าเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ แทนที่จะปล่อยให้มันมาหยุดยั้งคุณ”

.

“ทั้ง 3 สิ่งนี้ควรจะเกิดขึ้น เพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ 

นั่นหมายความว่าคุณยังตั้งเป้าหมายไม่ใหญ่มากพอ

ที่จะดึงศักยภาพของคุณออกมาและทำให้คุณเติบโตขึ้น

หมายถึงยังไม่ใช่การพัฒนาตัวเองอย่างแท้จริง”

.

“การที่จะบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้นั้น 

คุณจะต้องกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นด้วย

คุณต้องพัฒนาทักษะ ทัศนคติ และความสามารถใหม่ๆ 

คุณจะต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

และเมื่อทำเช่นนี้แล้ว ศักยภาพของคุณจะสูงขึ้นตลอดเวลา”

.

“คุณอาจสูญเสียวัตถุสิ่งของต่างๆ 

แต่คุณจะไม่มีทางสูญเสียความชำนาญ

ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณเรียนรู้ในระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมาย”

.

“จงใช้เวลาในการระบุเป้าหมายต่างๆ ที่คุณต้องการไปให้ถึงออกมา

คุณต้องแน่ใจว่าเป้าหมายในทุกด้านของวิสัยทัศน์จะต้องวัดผลได้

แล้วให้ตัดสินใจเลือกเป้าหมายแบบก้าวกระโดด

เขียนมันลงไปในกระดาษ และพกมันไว้ในกระเป๋าสตางค์ของคุณ

แล้วเขียนเป้าหมาย 101 ข้อที่คุณต้องการทำให้สำเร็จก่อนตาย!”

.

“เขียนขั้นตอนการปฏิบัติการในแต่ละวันอย่างเฉพาะเจาะจง

เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายต่างๆ

แล้วทำให้แน่ใจว่าคุณได้ปฏิบัติตามนั้น”

.

“จงตัดสินใจให้ได้ว่าคุณต้องการอะไร

เขียนมันออกมา  อ่านทบทวนอบ่างสม่ำเสมอ

และในแต่ละวัน  จงทำบางสิ่งที่จะพาคุณไปถึงยังเป้าหมายเหล่านั้นที่คุณหวังไว้”

.

 

.

กฎข้อที่ 8

“ความลับบของการก้าวไปข้างหน้าคือการเริ่มต้น

ความลับของการเริ่มต้นคือการแบ่งงานซับซ้อนที่มีอยู่ล้นมือ

ให้เป็นงานเล็กๆ ที่สามารถจัดการได้

จากนั้นจึงเริ่มทำงานชิ้นแรก”

-มาร์ก ทเวน-

.

“การแบ่งเป้าหมายขนาดใหญ่ให้เป็นงานที่เล็กลงมา

และทำให้สำเร็จไปทีละชิ้นๆนั้น

เป็นวิธีที่สามารถทำให้เป้าหมายใหญ่ๆ 

กลายเป็นความจริงขึ้นมาได้”

.

“คุณแค่หลับตาลงและจินตนาการว่า

ตอนนี้เป็นอนาคตซึ่งคุณบรรลุเป้าหมายแล้ว

จากนั้นค่อยๆ มองย้อนกลับมายังสิ่งที่คุณต้องทำ

เพื่อให้มาถึงจุดที่คุณอยู่ในปัจจุบัน

.

อะไรคือสิ่งที่คุณทำล่าสุด

และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นอีก

ไล่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณไปถึงสิ่งแรก

ที่คุณต้องทำเพื่อเริ่มต้น”

.

“จงค้นคว้าและตั้งคำถามจนกระทั่ง

คุณสามารถสร้างแผนการปฏิบัติที่สมจริง

ซึ่งจะพาคุณก้าวจากจุดที่คุณอยู่ข้ามไปสู่จุดที่คุณต้องการได้”

.

“คุณจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง?”

“คุณต้องออมเงินหรือหาเงินเพิ่มอีกเท่าไหร่?”

“คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ อะไรบ้าง?”

“คุณจำเป็นต้องรวบรวมทรัพยากรอะไร?”

“คุณต้องการให้ใครเข้ามามีส่วนร่วมในวิสัยทัศน์ของคุณ?”

“ใครบ้างที่คุณจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ?”

“คุณจำเป็นต้องสร้างวินัยหรือนิสัยใหม่ๆ อะไรบ้างในชีวิต?”

.

“เมื่อเขียนเป้าหมายเสร็จแล้ว ให้เขียนสิ่งที่จำเป็นต้องทำในแต่ละวัน

โดยเขียนวันกำหนดเสร็จเป็นลายลักษณ์อักษร

จัดเรียงตามลำดับความเหมาะสมบนปฏิทินของคุณ

และพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เสร็จทันกำหนดการที่วางไว้”

.

“ระบุ 1 -5 สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 วัน

จากนั้นจึงทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน”

“เมื่อคุณทำงานที่ยากที่สุดเสร็จตั้งแต่เนิ่นๆ 

มันจะสร้างความรู้สึกดีให้กับเวลาที่เหลือของวัน

ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ

ซึ่งทั้งสองอย่างช่วยขับเคลื่อนให้คุณไปสู่เป้าหมายได้ไกลขึ้นและเร็วขึ้น”

.

“วางแผนแต่ละวันของคุณในคืนก่อนหน้า”

“คุณต้องการให้วันพรุ่งนี้เป็นอย่างไร?

จิตใต้สำนึกของคุณจะทำงานตลอดทั้งคืน

เพื่อคิดหาวิธีสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา

เอาชนะอุปสรรค และทำให้คุณบรรลุเป้าหมายตามที่ปรารถนา”

.

“การเขียนในสิ่งที่ต้องทำในคืนก่อนหน้า

ทำให้คุณสามารถลงมือทำได้เลยในเช้าวันรุ่งขึ้น

เพราะคุณรู้แน่ชัดแล้วว่าต้องทำสิ่งใดก่อนบ้างตามลำดับ

และคุณได้รวบรวมทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้ไว้แล้ว”

.

 

.

กฎข้อที่ 9

“การมีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ดี่ที่สุด 

เพราะมีใครบางคนได้ทำแทบทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการจะทำไปหมดแล้ว

พวกเขาเหล่านั้นทิ้งร่องรอยไว้ให้คุณทั้งในรูปแบบของหนังสือ

คู่มือ รายการทางวิทยุและโทรทัศน์

การบรรยายในมหาวิทยาลัย หลักสูตรออนไลน์

การฝึกอบรม และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ”

.

“หน้าที่ของคุณ คือ แค่หาให้เจอว่ามีใครบ้างที่ได้ทำ

ในสิ่งที่คุณต้องการจะทำสำเร็จไปแล้ว”

“เมื่อคุณนำข้อมูลนี้ไปใช้ประโยชน์

คุณจะพบว่าชีวิตก็เหมือนเกมลากเส้นต่อจุดเท่านั้น

และจุดทุกจุดได้มีผู้อื่นนลากสำเร็จมาก่อนแล้ว

สิ่งที่คุณต้องทำ คือ เดินตามพิมพ์เขียว

ใช้ระบบหรือโปรแกรมที่พวกเขาให้มา”

 

=====================================================

และทั้งหมดนี้ ก็คือ 9 กฎสู่ความสำเร็จจากทั้งหมด 25 กฎที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้

ที่มีชื่อว่า “วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต The Success Principles”

ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนถึงกฎ 25 ข้อสู่ความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก

.

“ทำไมต้องรอถึง 10 ปี  20 ปี  หรือ 30 ปี

ในเมื่อคุณเร่งความสำเร็จให้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันนี้!”

.

เขียนโดย : JACK CANFIELD

หมวด : จิตวิทยา

สำนักพิมพ์ : วีเลิร์น

จำนวน : 365 หน้า

ราคาปก : 250 บาท

 

 

 

.

แอดต้องขอขอบคุณคุณปลามากๆเลยนะคะ 

ที่ส่งหนังสือดีๆเล่มนี้ “วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต”

และเล่มก่อนหน้านี้ที่แอดเคยรีวิวลงเพจรีวิวหนังสือดีดี

“อยากทำก็ทำ! อย่าให้คำพูดคนฆ่าคุณ”

.

ทั้งสองเล่มเนื้อหาพรีเมี่ยม ดีสุดไปเลยล่ะค่ะ ใครไม่ได้อาจ

แอดถือว่าพลาดมากๆเลยนะคะ  จัดได้ว่าเป็นหนังสือที่มีความหนากำลังดี 

.

“วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต” เล่มนี้ก็เหมาะสมกับกฎ 25 สู่ความสำเร็จ

ที่ได้เปิดเผยความลับของผู้ที่ประสบความสำเร็จเขาใช้กัน

ภายในเล่มอย่างละเอียดยิบ  บอกถึงวิธีการขั้นตอนการคิด และลงมือทำ 

มีแบบฝึกหัดแทรกเข้ามาในบางกฎ  

อ่านจบแต่ละกฎคุณสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองได้ในทันที

.

โดยเนื้อหา 9 กฎแรก ที่ได้สรุปให้นั้น 

จะพาคุณมาค้นหาคำตอบ  เป้าหมายชีวิตตัวเองก่อนว่า

คุณอยากทำอะไร คุณมีเป้าหมายอะไรบ้างที่อยากทำให้สำเร็จ

เหมือนช่วยค้นหาความฝัน และเป้าหมายของตัวคุณเองให้เจอก่อน

พร้อมกับค่อยๆปรับทัศนคติในเชิงบวกให้ดีมากยิ่งขึ้น

.

 ส่วนเนื้อหากลางเล่มถึงท้ายเล่ม ตั้งแต่กฎข้อที่ 10 – 25 

จะเผยความลับการเร่งสปีดความสำเร็จให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โดยที่คุณอาจไม่ต้องรอนานถึง 10 ปี  20 ปี หรือ 30 ปี อีกต่อไป 

============================================

[ข้อความจากปกหนังสือด้านหลัง]

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

นั่นคือคติพจน์ประจำใจของผู้คนมากมาย

พวกเขาทุ่มเททำปัจจุบันให้ดีที่สุด

แล้วรอให้ชีวิตดีขึ้นอย่างที่หวังไว้สักวัน

ไม่ว่าจะรวยขึ้น เก่งขึ้น หรือประสบความสำเร็จมากขึ้น

.

ปัญหาคือบางคนต้องรอถึง 10 ปี  20 ปี  30 ปี

หรือที่แย่กว่านั้นคือต้องรอไปตลอดทั้งชีวิต!

.

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราสามารถเร่งความสำเร็จจากอนาคต

ให้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันนี้เลย

.

หนังสือเล่มนี้จะเผยกฎแห่งความสำเร็จ 25 ข้อ

ที่เรียบง่าย ใช้ได้ผลจริง และช่วยเปลี่ยนชีวิตคนมาแล้วนับล้านๆ 

จากผู้เชี่ยวชาญด้านความสำเร็จอันดับ 1 ของโลก

.

ไม่ว่าสิ่งที่คุณวาดฝันไว้จะเป็นอะไร แค่นำกฎเหล่านี้ไปใช้

คุณก็จะเห็นตัวเองประสบความสำเร็จเร็วขึ้นได้ 

ราวกับกำลังนั่งไทม์แมชชีนไปในอนาคตเลยทีเดียว!

.

บทความนี้ยาวมากแล้ว  แอดจะมาสรุปให้ต่อในบทความหน้านะคะ

เพื่อให้ทุกคนนำไปปรับใช้ เร่งชีวิตตัวเองให้ประสบความสำเร็จเร็วมากยิ่งขึ้น

แต่ถ้าใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้ความลับของกฎ 25 ข้อสู่ความสำเร็จทั้งหมดนี้ไวๆ 

.

สามารถสั่งซื้อได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลยนะคะ ^-^ 

FB: https://www.facebook.com/Palibrary.official/

IG: https://www.instagram.com/palibrary.official/

====================================

อ่านจบแล้ว

อย่าลืม! กดไลก์&กดแชร์ 

เพื่อกำลังใจให้แอด

รีวิวหนังสือดีๆแบบนี้

ต่อไปกันด้วยนะคะ

.

ขอบคุณแฟนเพจที่น่ารักทุกคน

ที่เข้ามากดไลค์ กดแชร์ 

และกดติดตามเพจรีวิวหนังสือดีดีกันนะคะ^-^

.

.

#WELEARN #สำนักพิมพ์วีเลิร์น

#หนังสือขายดี #หนังสือbestseller 

#หนังสือจิตวิทยา  #หนังสือพัฒนาตัวเอง

#เพจรีวิวหนังสือดีดี 

#Bookslovercommunity

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store