NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เรื่องราวหลังการจากลา - 2 -  Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร
หมวด: Funny

เรื่องราวหลังการจากลา - 2 - Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร

  • 1.6K
  • 200
  • 5
HiganbanaHime

  

สามารถอ่าน เรื่องราวหลังการจากลา - 1 -  Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร  ได้ที่  https://www.noozup.me/2114409/ 

                แสงทองจับขอบฟ้า  หลานวั่งจีลืมตาตื่นมามองเห็นฟ้าคราม  ฝูงนกออกบินหาอาหาร  และทะเลสายหมอกสุดสายตา  แล้วความทรงจำก็พรั่งพรูเข้ามา  เขานอนหลับบนยอดเขา  เมื่อวานเขานั่งลงร่ำสุรากับเว่ยอู๋เซี่ยน  เพลงที่ได้ยินทำให้เขาปวดใจยิ่งนัก  แล้วหลังจากนั่นเล่า  ความทรงจำเลือนรางสับสน  ขณะกวาดสายตาสำรวจรอบกาย  แล้วไปสะดุดตากับกองเสื้อผ้าสีดำ  เขาชะงักไปชั่วครู่  ก่อนจะตระหนักได้ว่าร่างเล็กใต้กองเสื้อผ้านั่นคือใคร  เขาก้มลงมองตัวเองก็เห็นเสื้อผ้าหลุดลุ่ย  ไม่เรียบร้อย  หัวใจกระตุกวูบ  เขาลุกขึ้นฉับพลันพร้อมเสียงตื่นตกใจว่า

              “เว่ยอิง”

              กองผ้าสีดำขยุกขยิก  ก่อนจะมีเสียงงัวเงียพร้อมหัวยุ่งเหยิงโผล่ออกมา

              “หลานจ้าน  อย่าโวยวายแต่เช้าได้มั๊ย  ข้าจะนอน”  พูดจบก็นอนต่อจริงๆ  ไม่สนใจสิ่งใดๆอีก  แต่อีกคนที่เพิ่งจะผุดลุกยืนนั้นนิ่งค้าง  สมองขาวโพลนไปแล้ว  ความทรงจำเลือนรางที่หลงเหลือนั้นทำให้เกิดอารมณ์หลากหลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ทั้งโมโห  อับอาย  อึดอัด  สับสน  ตื่นเต้น  ไม่เข้าใจ  แต่ก็มีความพึงพอใจเล็กๆเมื่อภาพในตอนนี้ทำให้เข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง  แต่ตลอดชีวิตของเขาแทบไม่มีสิ่งใดมากระทบอารมณ์ได้  เขาจึงยังค่อนข้างสับสนในตัวเอง  

               “เว่ยอิง  เกิด..เกิดอะไรขึ้น”

              “หลานจ้าน  ข้าจะนอน  เจ้าทำข้าเหนื่อยขนาดไหนกว่าจะได้นอน  จำไม่ได้หรือไง”  เว่ยอู๋เซี่ยนชักจะหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลานอนอันมีค่าของเขา  ยิ่งนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น  ยิ่งทวีความไม่สบอารมณ์มากขึ้น  ในขณะที่อีกคนหนังศีรษะชาวาบ  เมื่อคิดว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา  ความรู้สึกผิด  และศีลธรรมในใจ  รวมถึงความอับอายทำให้กลายเป็นความโกรธอย่างมาก  โกรธที่สูญเสียความเยือกเย็น  โกรธที่สูญเสียการควบคุมตนเอง  โกรธที่กระทำเรื่องน่าละอายกลางป่าเขา  โกรธที่จำอะไรไม่ได้เลย  เปลี่ยนให้เขาหน้าแดงก่ำราวกับตับหมู  ตวาดเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

              “เว่ยอิง  เจ้า...เจ้ากล้า”

               “หลานจ้าน  เจ้าโมโหอะไร  กัน  เจ้าเป็นคนเริ่มก่อน  ไม่ใช่ข้า”  เว่ยอู๋เซี่ยนก็โมโหถึงขีดสุดเช่นกัน  อยากนอนต่อ  แต่หลานจ้านทำให้เขาโมโหและไม่พอใจเป็นอย่างมาก  เมื่อนึกถึงว่าเขาถูกบังคับ  ร่างนี้ไร้กำลังจะต่อต้านเพียงไร

                ส่วนหลานวั่งจี  ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดไปแล้ว  เขารู้สึกผิดมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  เมื่อคิดถึงความรู้สึกเว่ยอิง  ใจเขายิ่งเจ็บปวด  นี่เขาทำร้ายเว่ยอิงไปแล้วใช่หรือไม่  แต่แบบนี้  แสดงว่า  เว่ยอิงเป็นของเขาจริงๆ  ใบหน้ากลับแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง  ความรู้สึกยินดี  แต่ก็รู้สึกผิดผสมผสานกันจนแยกไม่ออก  เขาไม่รู้ว่าควรแสดงออกอย่างไร  เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง  เขาแสดงออกไม่เก่ง  แล้วเขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน  เขายืนหน้าซีดขาวสลับแดงอยู่ตรงนั้น  ความสับสนฉายชัดในแววตา  นี่เป็นสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนและยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขา

                “ข้า...ขอโทษ”

                 เว่ยอู๋เซียนได้ยินเสียงอึกอักของหลานวั่งจีจึงหันกลับมา  เมื่อเห็นสีหน้าของหลานจ้านแล้ว  ความโกรธมลายหายไปทันที  ปล่อยเสียงหัวเราะออกมากึกก้องยอดเขา  สีหน้าของหลานวั่งจียิ่งไม่น่าดูมากยิ่งขึ้น

                “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า  เซียนตูผู้ยิ่งใหญ่  สีหน้าลำบากใจของท่านช่างน่าดูยิ่งนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  เขากุมท้องหัวเราะจนน้ำตาไหล  พลันนึกไปถึงสมัยเป็นนักศึกษาอยู่ที่อวิ๋นเซิงปู้จื้อฉู่  ครั้งแรกที่หลานจ้านเมาหมดสภาพในห้องของเขา  แล้วสุดท้ายก็ถูกโบยจนเจ็บหนักทั้งคู่  ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจ  คิดได้ว่าเขาแกล้งหลานจ้านหนักเกินไปหรือไม่  พลันเกิดความสงสารขึ้นมา  เขาหยุดหัวเราะ  ปาดน้ำตา  เหลือเพียงรอยยิ้มเจิดจ้าที่ทำให้หลานจ้านเหม่อมอง

                  “หลานจ้าน  ข้าขอโทษ  ข้าไม่ควรแกล้งเจ้าขนาดนี้   ใครให้เจ้าหลับไปทั้งอย่างนั้นล่ะ”  เว่ยอู๋เซี่ยนยิ้ม  แล้วส่ายหน้าน้อยๆ  หลานวั่งจีเริ่มสงบใจได้  แต่ความสับสนยังปรากฏในแววตา

                   “เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เจ้าดื่มสุราแล้วหลับไป  ข้าก็แค่แกล้งเจ้าเล็กน้อย  วางใจเถอะ  เจ้ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง”  เว่ยอู๋เซี่ยนเดินมาตบใหล่หลานวั่งจีอย่างที่เคยทำที่เยว่หยาง  ตอนนั้นหลานจ้านเมาแล้วไล่จับไก่ชาวบ้าน  ดีที่เขาจำอะไรไม่ได้  ครั้งนี้ก็ช่างมันเถอะ  เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  มีเพียงแววตาเสียใจเกิดขึ้นลึกๆแวบหนึ่ง  ยากจะสังเกตุเห็น

                    แต่มีหรือที่หลานวั่งจีจะไม่สังเกตเห็น  อีกทั้งยังมีคราบเลือดติดที่ริมฝีปากด้านในของเว่ยอิงเล็กน้อย  หากเว่ยอิงไม่เข้ามาพูดใกล้ๆ  เขาก็คงไม่ทันสังเกตเช่นกัน  ในปากเขาก็ยังมีกลิ่นคาวเลือดจางๆอวลอยู่  มีหรือที่เซียนตูอย่างเขาจะปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้  เขาคว้าจับข้อมือเล็กของเว่ยอิงโดยไม่ต้องคิด  ดึงให้กลับเข้ามาใกล้  สายตาสบประสาน

                     “เว่ยอิง  เจ้าอาจปิดบังตัวตนของเจ้ากับใต้หล้า  แต่เจ้าไม่อาจปกปิดข้าได้  เจ้ายังมีข้า”  สายตาหลานจ้านไม่มีความสับสนอีกต่อไป  ความจริงจังในนั้น  ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนใจสะท้าน   ขอบตาแดงเรื่อ  การมีคนที่พร้อมจะเคียงข้าง  ทำให้เกิดความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด  เขาเองก็ไม่ได้อยากอยู่เพียงลำพัง  แต่เขาไม่อาจสร้างปัญหาให้หลานจ้านอีก   ยิ่งคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นทำใหเขายิ่งทำตัวไม่ถูก  แม้เมื่อคืนจะตัดสินใจว่าไม่เป็นไร  แต่ตอนนี้  กลับรู้สึกกระอักกระอ่วนแปลกๆ  ทั้งที่เขาคิดมาตลอดว่า  หากความหน้าหนาของเขาเป็นที่สอง  ก็คงไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่ง

                      “เว่ยอิง  อย่าไปจากข้า “  

                      “แต่  หลานจ้าน  มันไม่ถูกต้อง  จะเกิดคำครหามากมาย..”

                     “ข้าไม่สนใจ  เว่ยอิง  ข้าต้องการเจ้า”

                    “แต่หลานจ้าน  เจ้าแน่ใจแล้วหรือ”

                    “อืม”

                     “หลานจ้าน  ข้าเป็นบุรุษ”

                     “อืม”

                     “หลานจ้าน..”

                      เสียงขาดหายไป  เพราะหลานวั่งจีใช้ริมฝีปากตัวเองปิดไว้  เว่ยอู๋เซี่ยนตะลึงไปอีกครั้ง  ไม่คาดคิดว่าหลานจ้านจะกล้าทำแบบนี้ในขณะที่มีสติครบถ้วน  หัวสมองว่างเปล่าในทันที

                      “เว่ยอิง  ไม่ต้องอ้างสิ่งใด  เจ้าเป็นของข้า  ข้าจะปกป้องดูแลเจ้าไปตลอดกาล  ทุกชาติภพ  เจ้าจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป  ข้าจะแบกรับทุกสิ่งร่วมกับเจ้า  ข้าจะท่องไปทั่วหล้าพร้อมกับเจ้า  เราจะยึดมั่นคุณธรรม  ช่วยเหลือผู้อ่อนแอ  ไร้เรื่องละอายใจ”            

                      นี่เป็นคำอธิษฐานตั้งแต่ครั้งจบการศึกษาจากอวิ๋นเซิงปู้จื้อฉู่  การลอยโคมอธิษฐานร่วมกัน  โคมกระต่ายในครั้งนั้นสลักลึกในจิตวิญญาณของคนทั้งสอง  เว่ยอิงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ  เขาตัดสินใจได้อีกครั้ง  ชั่วชีวิตนี้เขาถูกนินทา  ถูกกล่าวหามามากมาย  เป็นแม้กระทั่งคนชั่วอันดับหนึ่งในแผ่นดินมาแล้ว  เมื่อหลานจ้านไม่กลัว  แล้วทำไมข้าต้องกลัวด้วย  ชีวิตก่อน  และชีวิตนี้  ข้าทำตามใจตัวเองมาโดยตลอด  สร้างปัญหามากมาย  ชีวิตใหม่นี้ปัญหาก็ตามมาไม่จบสิ้น  มีเพียงหลานจ้านที่เคียงข้างกันมาตลอด  แล้วข้ายังจะลังเลสิ่งใดอีก

                      “แต่งงานกับข้า  เว่ยอิง”

                       “อืม”

                        เว่ยอู๋เซี่ยนตกอยู่ในภวังค์  จนความคิดกระจัดกระจาย  แต่พอตระหนักได้ว่าเขาเพิ่งตอบรับอะไรไป  ก็รีบร้อนแก้ตัวอย่างร้อนรนในทันที

                       “ละ หลานจ้าน  เมื่อกี้เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา  ถึงข้าจะอยากอยู่กับเจ้า  แต่ขะ  ข้า  จะให้ข้าแต่งงานกับเจ้าได้อย่างไร  ข้ากับเจ้าต่างก็เป็นบุรุษ  เจ้าเป็นเซียนตู  คนทั่วหล้าจะมองเจ้าอย่างไร  ขะ  ข้ายินดีอยู่กับเจ้า  แต่  แต่ข้าแต่งงานกับเจ้าไม่ได้  เจ้า  ความคิดเจ้าเลอะเลือนไปแล้ว  ขะ  ข้า..”

                       “เว่ยอิง  ข้าพูดจริง”

                       “แต่  แต่  หลานจ้าน  ใครจะเป็นเจ้าบ่าว  เจ้าสาว  คะ  ใครจะ ..  ละแล้วเข้าหออีก  มะ  มันจะ..” เว่ยอู๋เซี่ยนยิ่งพูด  ยิ่งควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้  เมื่อตระหนักว่าสิ่งที่ตัวเองคิดไปไกลขนาดไหน  ใบหน้าก็แดงก่ำ

                        หลานวั่งจียิ้มออกมา  เขาไม่เคยเห็นเว่ยอู๋เซี่ยนผู้เชื่อมั่นในตัวเอง  ชาญฉลาด  คิดวิเคราะห์แก้ปัญหาเป็นเลิศ  มีอาการเขินอาย  วางตัวไม่ถูกแบบนี้มาก่อน  อีกทั้งเรื่องที่เว่ยอิงพูดออกมาแต่ละอย่างนั้น  แสดงว่าใจของเว่ยอิงก็มีเขาอยู่ไม่น้อย  เว่ยอิงแค่ยังไม่รู้ตัว  ต่างกับเขาที่เฝ้าคิดถึงในความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาหลายสิบปี  พลันคิดว่าเว่ยอิงแบบนี้ช่างน่ารักเหลือเกิน   เขาดึงเว่ยอู๋เซี่ยนมากอดแนบกาย  ยุติคำพูดติดขัดทั้งหมด  และความคิดพิสดารทั้งหมดของเว่ยอู๋เซี่ยนไว้

                         “เว่ยอิง  ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว  แค่ไปกับข้าก็พอ”

                         “อืม”  กอดนี้ทำให้ความสับสนทั้งหมดของเว่ยอู๋เซี่ยนหายไป  เขาตัดสินใจแล้ว  จะไม่ลังเลอีกต่อไป  เขาเองก็ไม่อยากทำให้หลานจ้านเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกแล้ว  เมื่อไร้ความลังเล  ความไร้ยางอายก็กลับมา  เขายื่นหน้าไปจุมพิตหลานจ้านด้วยตนเอง  สร้างความตกใจให้หลานจ้านอีกครั้ง  แต่เพียงชั่วครู่ก็เปลี่ยนเป็นความพึงพอใจ  เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของเขา  มือใหญ่ที่โอบกอดเว่ยอู๋เซี่ยนอยู่เริ่มขยับลูบไปตามแนวแผ่นหลัง  เรียกสติเว่ยอู๋เซี่ยนให้กลับมาในทันที  เขารีบขืนตัวออกมาจากหลานจ้าน  แต่ช้าไปแล้ว  เขาเพิ่งสำนึกได้ว่ายังไม่ได้แต่งกายให้เรียบร้อย  ตอนนี้เขาสวมเพียงเสื้อตัวในเท่านั้น

                          “ละ หลานจ้าน  ไหนว่าจะแต่งข้า  ตะ  ตอนนี้ข้าก็จะไปกับแล้ว  ปะ   ปล่อยให้ข้าไปแต่กายก่อนดีหรือไม่”  แม้จะตกลงใจแล้ว  แต่ก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน  เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรในตอนนี้  เขาต้องการเวลาเตรียมใจ

                        “เว่ยอิง  ข้าไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว”  หลานวั่งจีกระซิบเสียงแหบพร่า  เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด

                        “แต่หลานจ้าน  ตรงนี้มันยอดเขานะ  ขะ  ข้า..”

                        ไม่ทันที่เว่ยอู๋เซี่ยนจะพูดจบ  หลานวั่งจีโบกแขนวูบหนึ่ง  เกิดเขตอาคมขึ้นครอบยอดเขาไว้  ปกปิดเรื่องราวภายในจากโลกภายนอกเขตอาคมทันที  

 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store