NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
2017 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
หมวด: Life

2017 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

  • 621
  • 0
  • 0
เยลลี่หมีขี่จรวด

บันทึกนี้เป็นบันทึกที่บุ๋มเขียนไว้เมื่อสิ้นปี 2017 ค่ะ

ใกล้จะจบไปอีกปีแล้ว ปีนี้เป็นปีที่มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งมันทำให้ชีวิตของฉันพลิกผันเลยเชียวล่ะ ไม่อยากจะเรียกว่า 'ปีแห่งมรสุม' ให้รู้สึกหดหู่ใจเสียเปล่าๆ แต่จะขอเรียกมันว่า 'ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง' ก็แล้วกัน

ในช่วงเดือนมกราคม 2017 ฉันรวบรวมกำลังใจต่อสู้กับวิกฤติการเปลี่ยนผ่านจากวัยเรียนสู่วัยทำงานได้สำเร็จ จากที่เคยตั้งคำถามอยู่เสมอว่าทำไม กลายเป็นความเข้าใจในธรรมชาติของมันแทน แต่ในขณะเดียวกันฉันก็พยายามตะเกียกตะกายออกจากชีวิตที่หมุนวนลูปด้วยการไปสอบบ้าง ไปวิ่งบ้าง ไปทำอะไรหลายๆ อย่างที่คิดว่าน่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่ย้อนแย้งกันเองในหัว แต่ก็ไม่เลวร้ายนัก เพราะโดยรวมแล้ว ฉันมีความสุขมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว

กุมภาพันธ์ 2017 ฉันครบ 25 ปีเต็ม ความคิดหลายๆ สิ่งและประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเริ่มตกตะกอน ฉันรู้สึกว่าชีวิตเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดี ณ เวลานั้นคือ การให้เวลากับครอบครัว... ปกติฉันกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์และกลับไปทำงานในเช้าว้นจันทร์ ซึ่งดูเหมือนจะพอแต่ทำไมความรู้สึกของฉัน มันยังไม่พอ... อาจเพราะฉันเริ่มเห็นว่าพ่อแม่แก่แล้ว 'แก่แล้ว' จริงๆ ฉันแอบเห็นแววตาเหงาๆ ของพ่ออยู่บ่อยครั้ง แม่ก็โทรหาพี่สาวคนโน้นคนนี้จนตังค์โทรศัพท์หมดบ่อยๆ ถึงขั้นกับต้องซื้อบัตรเติมเงินมาเก็บไว้ที่บ้านทีละหลายๆ ใบ กับข้าวที่เคยทำเต็มโต๊ะเพราะมีสมาชิกพร้อมหน้าก็เหลือเพียงไม่กี่อย่าง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม่ครึกครื้นเหมือนเคย...และที่ทำให้ฉันรู้สึกมากขึ้นคือพ่อเริ่มป่วย... ปกติพ่อเป็นคนแข็งแรง นอกจากเป็นหวัดเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็แทบไม่เป็นอะไรเลย แต่ในเดือนนี้จู่ๆ พ่อก็ปวดแขนจนยกไม่ได้ มีอาการปวดคอตามมา อากาศหนาว พ่อเริ่มไอแห้งๆ... ฉันกล่อมจนพ่อยอมไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าพ่อเสี่ยงเป็นถุงลมโป่งพอง...

ปฏิบัติการเลิกบุหรี่ หลังจากกลับจากโรงพยาบาลแม้จะกังวลแต่ฉันก็ปลอบใจตัวเองว่า เอาน่ายังพอแก้ไขได้ ฉันขอร้องให้พ่อเลิกบุหรี่และขอความร่วมมือจากแม่ให้ช่วยให้กำลังใจ ซึ่งพ่อก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกว่าทุกครั้ง แต่ก็มีแอบสูบบ้าง ฉันรู้สึกใจชื้นที่พ่อจะเลิกบุหรี่ได้จริงๆ เสียที

มีนาคม 2017 เดือนแห่งความพลิกผัน พ่อเริ่มมีอาการเวียนหัวเป็นระยะๆ นอนกลางวันบ่อยขึ้น และอาการแย่ลงเรื่อยๆ ดูเหนื่อย เดินเซและหกล้ม...

พ่อเข้าโรงพยาบาล...จากคนที่ไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลยและเป็นคนใจร้อนไม่ชอบรออะไรนานๆ พ่อต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน เพราะพ่อ...เป็นมะเร็ง แต่พ่อกลับใจเย็นและกำลังใจดีอย่างเหลือเชื่อ ตลอดระยะเวลาที่เราดูแล พ่อไม่เคยหงุดหงิดเลยสักครั้ง แต่เหตุการณ์นี้...ทำให้ฉันได้เห็นน้ำตาพ่อเป็นครั้งแรก...พ่อร้องไห้

เมษายน 2017 ลาจาก...ฉันตัดสินใจยื่นใบลาออกเพราะปัญหาเรื่องการแบ่งเวลาดูแลพ่อ พักหลังฉันต้องลางานบ่อยมากจนเป็นเหตุทำให้งานค้างและเดือดร้อนคนอื่นอยู่บ่อยๆ แต่ผู้ใหญ่ยังใจดีให้ฉันใช้สิทธิลาอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องลาออก ช่วงนี้ฉันจึงทำงานสามวันต่อสัปดาห์ที่เหลือก็ไปดูแลพ่อ

ฉันแอบร้องไห้บ่อยมาก ร้องจนตัวเองพาลจะป่วยไปด้วย เข้าโรงพยาบาลอยู่สองครั้งเพราะร้องไห้จนไม่สบาย รู้แค่ว่าอยากระบายความทุกข์และความเครียดออกไปบ้าง แต่ยิ่งร้องก็เหมือนยิ่งหนัก พ่ออาการแย่ลงเรื่อยๆ คนเฝ้าไข้ก็สภาพจิตใจไม่ไหว

ด้วยความที่พ่อป่วยมาระยะหนึ่ง ทุกคนต่างมีความเครียดสะสม แม่อาการหนักกว่าใคร ทุกคนจึงต้องช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจแม่พร้อมดูแลพ่อไปด้วย

กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้จะทุกข์สักแค่ไหน แต่ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงที่เราอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากและนานที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา และในที่สุด...พ่อก็จากไป

พฤษภาคม 2017 ชีวิตที่ไม่มีพ่อ หลังพ่อจากไป แม่ก็เริ่มเศร้าหนักขึ้น ร้องไห้บ่อยจนทุกคนเป็นห่วงสุขภาพแม่ ฉันจึงต้องไปกลับระหว่างที่ทำงานและบ้านทุกวัน กลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่

ความเครียดและอาการนอนไม่หลับกลับมาทักทายฉันอีกครั้ง ฉันรู้สึกไม่ได้รักงานที่ทำ ประกอบกับรู้สึกเหนื่อยที่ต้องตื่นเช้านั่งรถไปทำงานในระยะทางกว่าสี่สิบกิโลเมตร ไปกลับทุกวัน และแม่...ก็ร้องไห้หลังจากที่ฉันออกไปทำงานทุกวัน เป็นอย่างนี้อยู่หลายเดือน

กันยายน 2017 ฉันตัดสินใจออกจากงาน เฝ้าถามตัวเองอยู่หลายครั้งถึงเหตุผล คำตอบที่ได้คือฉันไม่ชอบงานที่ทำอยู่ ไม่ใช่เพราะคนหรือสภาพแวดล้อมใดๆ ฉันตัดสินใจไม่ต่อสัญญาและออกจากงานสิ้นเดือนนี้... แต่ใช่ว่าฉันไม่วางแผนก่อนออกจากงาน ฉันวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนยาวไปจนถึงการแต่งงานเลยเชียวล่ะ แต่สุดท้ายก็เป็นแค่แผน เพราะมีเหตุที่นอกเหนือจากแผนโผล่มาทักทาย

ตุลาคม 2017 ความรักและการจากลา คบกับ 'เขา' มานานเข้าสู่ปีที่ 7 ที่ผ่านมาเขาดูแลอย่างดีมาตลอด ตอนที่พ่อป่วยกระทั่งพ่อเสียก็มีเขานี่แหละที่คอยดูแล คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ แต่ปัญหาต่างๆ ด้านทัศนคติและเป้าหมายในชีวิตที่ไม่ตรงกันเหมือนเป็นปัญหาเรื้อรังสะสมที่ฝังกลบไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไข จนมาถึงจุดที่ว่า...ความรู้สึกฉันมันเปลี่ยนไปแล้ว... ความรักที่เคยเป็นแบบวางอนาคตร่วมกัน แปรเปลี่ยนเหลือเพียงความปรารถนาดีและภาพอนาคตที่เคยชัดเจนก็เลือนลางจนมองไม่เห็น สุดท้าย...ความสัมพันธ์ก็ต้องจบลง

ฉันรู้สึกเสียใจมากที่สุด และเฝ้าตามตัวเองซ้ำๆ ว่าตัดสินใจถูกแล้วหรือ ร้องไห้หนักๆ อยู่เกือบเดือน อาการนอนไม่หลับหนักขึ้นจนรู้สึกเกลียดกลัวกลางคืน เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่อ่อนแอมากเพราะเมื่อถามตัวเองว่าก่อนที่เขาจะเข้ามาในชีวิตฉันอยู่อย่างไร ชอบทำอะไร คำตอบคือลืมไปหมดแล้ว ระยะเวลา 7 ปีเป็นเวลาที่ค่อนข้างนาน นานจนฉันลืมตัวตนของตัวเองไปแล้ว ฉันต้องเริ่มทำความรู้จักกับตัวเองใหม่....

พฤศจิกายน 2017 หัดทำอะไรด้วยตัวเอง เมื่อก่อนตอนมีเขาอยู่ ฉันแทบทำอะไรไม่เป็นเลยแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต้องคอยให้เขาช่วยตลอดเวลา ตั้งแต่ไปรับไปส่ง ซ่อมโน้ตบุ๊ค ซื้อของ เติมน้ำมัน เช็ครถ ล้างรถ เปลี่ยนหลอดไฟ พาไปหาหมอ ต่อทะเบียนรถ โทรเล่าเรื่องสัพเพเหระกล่อมก่อนนอนทุกคืน สิ่งเหล่านี้ฉันต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะทำเอง ฟังดูตลกเพราะเป็นแค่เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำเอง แต่ฉันต้อง 'หัด' ทำโดยที่ไม่มีเขาอยู่ ลึกๆ แล้วฉันรู้ว่าที่มันยากไม่ใช่เพราะฉันทำไม่เป็น แต่ฉันรู้สึกทำไม่ได้เพราะไม่มีเขาอยู่ต่างหาก การต่อสู้ทางจิตใจและความรู้สึกค่อนข้างรุนแรงในขณะที่ร่างกายอ่อนล้าเต็มที

แต่ฉันทำได้!.....ฉันเริ่มจัดการธุระต่างๆ ด้วยตัวเอง แม้บางปัญหาดูจะเกินความสามารถแต่ฉันก็พบว่ามันมีทางออกทางอื่นที่ฉันสามารถแก้มันได้โดยไม่มีเขา ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกทึ่งทั้งที่คนอื่นก็คงมองว่าเป็นเรื่องปกติ

แม้ปัญหาต่างๆ จะสามารถแก้ไขได้ แต่ฉันกลับพบว่าฉันไม่สามารถแก้ไขปัญหาทางด้านจิตใจที่ยังรู้สึกต้องการคนมาเอาใจใส่ ฉันจึงจมๆ ฟื้นๆ อยู่หลายหน

ธันวาคม 2017 ประโยคเปลี่ยนโลกบุ๋ม น่าแปลกที่ประโยคแค่ประโยคเดียวถ้ามันมาถูกเวลาเรากลับซึมซับมันได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ "ความทุกข์และความรู้สึกแย่เกิดจากความคิดของเราทั้งนั้น" ประโยคนี้ฉันได้ยินบ่อยมากแต่กลับไม่รู้สึกอะไร เห็นว่ามันเป็นคำคมเอาไว้พูดเท่ๆ ก็แค่นั้น แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกต่างออกไป เลยรู้สึกว่าสิ่งที่ทำร้ายเราได้มากที่สุดก็ความคิดเรานี่แหละ

ฉันพร้อมแล้วที่จะเผชิญปัญหา สุดท้ายฉันก็กล้าที่จะเคลียร์ตะกอนความรู้สึกต่างๆ ในจิตใจและทำความรู้จักกับตัวเองใหม่ และฉันก็พบว่าที่ผ่านมา...ฉันแทบไม่รักตัวเองเลย ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกไปเองว่าฉันไร้ค่า ด้อยค่า เคว้งคว้างจนต้องหาที่พึ่งพิงจากความรักของคนรอบข้าง เรียกร้องให้คนรอบข้างมารักมาเอาใจใส่ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เสียใจและผิดหวัง แม้ตอนนี้จะยังฟื้นไม่เต็มร้อย แต่ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะรักตัวเองให้มากขึ้น

ช่วงเวลาที่เล่ามาทั้งหมดคงเป็นไปอย่างยากลำบากและทรมานมากกว่านี้ แต่ฉันเป็นคนโชคดีนะ เพราะฉันมีพ่อแม่ มีพี่สาว มีคน (เคย) รัก มีเพื่อนๆ ที่คบกันยันแก่ มีหัวหน้า มีเพื่อนร่วมงาน มีกลุ่มผู้ใหญ่ใจดีที่รู้จักกันโดยบังเอิญคอยอยู่ข้างๆ ในช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต รู้สึกขอบคุณมากๆ เลย

และสุดท้ายนี้....ยินดีที่ได้รู้จักนะบุ๋ม

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store