NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เรื่องราวหลังการจากลา - 3 - Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร
หมวด: Funny

เรื่องราวหลังการจากลา - 3 - Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร

  • 1.6K
  • 219
  • 6
HiganbanaHime

สามารถอ่านย้อนหลัง  fic ปรมาจารย์ลัทธิมาร (The Untamed) 陈情令

เรื่องราวหลังการจากลา - 1 -  Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร    https://www.noozup.me/2114409/ 

 เรื่องราวหลังการจากลา - 2 -  Fan Fiction MDZS ปรมาจารย์ลัทธิมาร    https://www.noozup.me/2126135/ 

                     ไม่ทันที่เว่ยอู๋เซี่ยนจะพูดจบ  หลานวั่งจีโบกแขนวูบหนึ่ง  เกิดเขตอาคมขึ้นครอบยอดเขาไว้  ปกปิดเรื่องราวภายในจากโลกภายนอกเขตอาคมทันที        เว่ยอู๋เซี่ยนเห็นแล้วเข้าใจทันทีวันนี้คงไม่รอดแน่แล้ว  แม้จะตัดสินใจที่จะอยู่เคียงข้างหลานจ้านแล้ว  แต่เรื่องนี้  เขายังไม่พร้อม  เป็นครั้งแรกที่เว่ยอู๋เซี่ยนเกิดความรู้สึก  กลัว 

                      ทันใดนั้น  ริมฝีปากหลานจ้านก็ประกบลงมา  เขาไม่อาจควบคุมตนเองได้ดีนักเมื่ออยู่กับเว่ยอู๋เซี่ยน  อีกทั้งกิริยาท่าทางของเว่ยอู๋เซี่ยนในตอนนี้  ในสายตาเขาแล้ว  ช่างน่ารักน่าถนอม  ยิ่งเว่ยอิงตอบรับความรู้สึกของเขาแล้ว  แม้จะเป็นคำพูดเพียงแผ่วเบา  แต่ทำให้หัวใจของเขาพองโต  ไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกที่สะกดมานานหลายสิบปีไว้ได้อีกต่อไป   สูญเสียการควบคุมตนเองโดยสิ้นเชิง

                       เว่ยอู๋เซี่ยนเริ่มตอบสนองอย่างช้าๆ  ในเมื่อไม่อาจต่อต้านได้  แล้วจะฝืนไปเพื่ออะไร  เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่หลานจ้านทำแบบนี้  เขารู้ดีว่าตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายไปตอแยหลานจ้านก่อน  เป็นเขาที่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของหลานจ้าน  และเป็นเขาอีกเช่นกันที่ทอดทิ้งให้หลานจ้านอยู่อย่างอ้างว้างมานานนับสิบปี  ทั้งที่ตอนนั้นหลานจ้านพยายามที่จะฉุดรั้งเขาไว้ทุกวิถีทาง  แต่เป็นเขาเองที่เลือกจะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง  จากไปอย่างไม่ใยดี  ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าความรู้สึกในช่วงเวลานั้นของหลานจ้านจะเป็นอย่างไร   แค่ช่วงเวลาแยกจากไม่กี่วันนี้ก็ทำให้เขารู้สึกคิดถึง  โหยหา  อยากพบหลานจ้านมากจนต้องเป่าเฉินฉิง  ระบายความรู้สึกออกไป  แล้วหลานจ้านที่เห็นเขาตายต่อหน้าต่อตาเมื่อสิบหกปีก่อนนั่นเล่า  เขาจะอ้างว้างโดดเดี่ยวเพียงไร

                       เว่ยอู๋เซี่ยนตกอยู่ในภวังค์ความเคลิบเคลิ้มโดยสิ้นเชิง  หัวใจเจ็บปวด  แต่ก็มีความสุข  เขารับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป  เขามีหลานจ้าน  ที่จะเป็นทั้งเพื่อนที่จะไม่ทอดทิ้งกัน  เป็นคู่หูที่ทุกการต่อสู้สามารถเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดใด  เพียงมองตาก็เข้าใจกัน   พร้อมจะบุกตะลุยไปทั่วหล้า  เป็นครอบครัว  เป็นบ้าน  ที่เขาสามารถกลับไปได้ตลอดเวลา  อีกทั้งยังจะเป็น  คู่ชีวิต  เคียงข้างกันไปชั่วนิรันดร์

                       ขณะเดียวกัน  หลานวั่งจีก็จมอยู่ในภวังค์โดยสิ้นเชิงเช่นกัน  การรอคอยตลอดหลายสิบปีของเขา  แม้จะไม่คาดหวังว่าจะลงเอยเช่นนี้  เพียงต้องการช่วยเหลือ  เคียงข้าง  คุ้มครอง  เว่ยอิงผู้แสนดีและโดดเดียวผู้นี้ตลอดไป  แต่เมื่อได้รับรู้ความรู้สึกของเว่ยอิงแล้วเห็นการตอบสนองต่อเขาแล้ว  ความยินดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนได้เกิดขึ้นพร้อมๆกับความอบอุ่นท่วมท้นหัวใจจนแทบระเบิด  เขาไม่อยากให้ความรู้สึกนี้หายไป  อยากให้เวลาหยุดอยู่ตอนนี้ไปชั่วนิรันดร์  นอกอย่างนี้เขาก็ยังกลัว  กลัวว่าหากปล่อยมือไปเมื่อไร  ช่วงเวลานี้จะสูญสลายไป  เขาต้องการคว้ามันไว้  ผูกมัดให้เป็นของเขาไปทุกชาติภพ  เขาเริ่มเปลื้องปราการขวางกั้นที่ยังเหลืออยู่บนร่างออกจนหมด  สัมผัสได้ถึงผิวกายเรียบลื่น  อ่อนนุ่มของคนในอ้อมแขน  ไม่มีการขัดขืนต่อต้านสัมผัสของเขาจากร่างกายอันอ่อนแอนี้  เขากลัวว่าหากผ่านพ้นวันนี้ไปแล้วอาจไม่มีโอกาสผูกมัดโชคชะตาแบบนี้อีก  แม้จะเริ่มมีสติกลับมา  สามารถหยุดได้ทุกเมื่อหากเว่ยอิงไม่ต้องการ  แต่การตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติของเว่ยอิงในตอนนี้  ทำให้เขาเลือกที่จะไม่หยุด  จนกว่าจะผูกพันโชคชะตาอย่างเหนียวแน่น  จนกว่าจะมั่นใจว่าจะมีเพียงกันและกันไปทุกชาติภพ

                “เว่ยอิง  ข้าปฏิญาณว่าจะเคียงข้าง  ปกป้องคุ้มครองเจ้าไปทุกชาติภพ  มีเพียงเจ้าที่สัมผัสผ้าคาดศรีษะข้าได้ชั่วนิรันดร์”    หลานวั่งจีผละจากริมฝีปาก  แล้วมองเข้าไปในดวงตาของเว่ยอู๋เซี่ยน  เอ่ยคำปฏิญาณด้วยจิตวิญญาณ  ทำให้สั่นสะท้านไปทั้งหัวใจของผู้ที่ถูกจ้องมอง  เว่ยอู๋เซี่ยนกลับมาสู่ปัจจุบัน  มีสติรับรู้แจ่มชัด  ตระหนักดีถึงความจริงใจในคำปฏิญาณนี้ดี  เขาเองก็ตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยให้คนผู้นี้ต้องโดดเดี่ยวอีกแล้วเช่นกัน  เว่ยอู่เซี่ยนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข  ยกมือขึ้นร่ายอาคมแล้วกล่าวตอบรับคำปฏิญาณด้วยจิตวิญญาณของเขาเช่นกัน

                  “หลานจ้าน  ที่ผ่านมา  ข้าขอโทษ  ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว  ข้า  เว่ยอู๋เซี่ยน  ในบรรดาคุณชายทั้งหมด  ถ้าข้าหน้าหนาเป็นอันดับสอง  ก็ไม่มีใครกล้าเป็นอันดับหนึ่ง  เจ้าเองก็ด่าข้าเสมอว่าไร้ยางอาย  ดังนั้นไม่ว่าคนทั่วหล้าจะมองเช่นไร  เมื่อเจ้าไม่ใส่ใจ  ข้าก็จะไม่รับรู้เช่นกัน  ที่ผ่านมาข้ากระทำตามใจมาโดยตลอด  ก่อหายนะมากมาย  ชั่วร้ายเป็นอันดับหนึ่ง  นับจากนี้ข้าจะไม่มีวันไปจากเจ้า  อาคมนี้ข้าเพิ่งคิดขึ้นมาเมื่อครู่  มันจะผูกพันจิตวิญญาณของเราไว้ด้วยกันตลอดกาล  ทุกชาติภพไม่แยกจาก  เจ้ายินดีจะผูกอาคมนี้กับข้าหรือไม่”

                  “อืม” แม้จะเป็นคำตอบสั้นๆ  แต่สายตาของทั้งคู่ยังคงสบประสาน  เว่นอู๋เซี่ยนร่ายอาคมต่ออย่างไม่ลังเลอีกต่อไป  เขากัดริมฝีปากตนเอง  แล้วกัดไปที่ริมฝีปากของหลานวั่งจี  กลิ่นคาวเลือดของทั้งสองลอบอบอวลทั่วโพรงปาก  แสงยันต์อาคมสว่างวาบเกิดเป็นสัญลักษณ์เวทย์สีโลหิตบนลิ้นของทั้งคู่  แล้วซึมหายเข้าไป  เว่ยอิงผละออกมา  หัวเราะอย่างร่าเริง

                   “ หลานจ้าน  อาคมนี้ประทับลงในจิตวิญญาณ  และจะติดตามไปในทุกชาติภพ  เมื่อสัญลักษณ์เวทนี้ปรากฏขึ้นเมื่อไร  ความทรงจำของพวกเราก็จะคืนกลับมา  กาลเวลาไม่อาจลบเลือน” เว่ยอู๋เซี่ยนพูดด้วยดวงตาที่เป็นประกาย  หลานวั่งจียิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  นี่สิเว่ยอิงของเขา  สามารถก่อความวุ่นวายได้อย่างสูงสุด  ไม่ว่าชาติภพใดหลังจากนี้จะไม่น่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป  ชั่วนิรันดร์  เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

                  “หลานจ้าน  เจ้าก็หัวเราะเป็นด้วย”  เว่ยอู๋เซี่ยนตาโตด้วยความประหลาดใจ  แต่กิริยาท่าทางนั้นกลับไปกระตุ้นความปราถนาของหลานวั่งจี

                   “เว่ยอิง  เจ้าไม่หนีไปจากข้าแบบนี้  ทำให้ข้ามีความสุขมาก  นับแต่นี้ไป  เจ้าเป็นของข้าชั่วนิรันดร์”  เขาไม่ปล่อยให้เวลาต้องเสียไปอีกแล้ว  เขาเริ่มจุมพิตเว่ยอู๋เซี่ยนอีกครั้ง  ในขณะที่มือสัมผัสไปทั่วร่างกายของเว่ยอู๋เซี่ยน  ผิวกายที่นุ่มลื่นนั้นให้สัมผัสที่ดียิ่งนัก  ร่างนี้เป็นของโม่เสวียนอวี่  สายเลือดของตระกูลจิน  พื้นฐานฝึกตนไม่สูง  ไม่เคยฝึกวิชากระบี่  เมื่อเว่ยอู๋เซี่ยนมาอยู่ในร่าง  ก็ใช้เพียงอาคม  ไม่ได้ฝึกร่างกายและไม่ได้ฝึกกระบี่  ร่างนี้จึงปราศจากความแข็งแกร่งที่ร่างเดิมของเว่ยอู๋เซี่ยนเคยมี  แต่กลับให้สัมผัสที่ชวนทะนุถนอมมากกว่า  อีกทั้งยังบอบบาง  สัมผัสเพียงแผ่วเบาก็เกิดเป็นริ้วสีแดงขึ้นมาแล้ว  แม้จะพยายามระวัง  แต่กำลังของหลานจ้านก็มากกว่านัก

                   “หลานจ้าน  ข้าเจ็บ”

                   “อืม  ข้าจะระวัง”

                   “หลานจ้าน  เจ้าเคยทำหรือ”

                    “ไม่เคย”

                    “หลานจ้าน  แล้วจะทำอย่างไร”

                     “ไม่รู้”

                     เว่ยอู๋เซี่ยนตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง  แม้จะรู้สึกดีกับสัมผัสอันสะเปะสะปะของหลานจ้าน  แต่เขาก็เริ่มเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

                   “เอ่อ  หลานจ้าน  ข้าก็ไม่เคย  เอาแบบนี้ดีมั๊ย  เรากลับไปศึกษากันดูก่อนดีมั๊ย”  แม้เว่ยอู๋เซี่ยนจะเคยอ่านหนังสือภาพมามากมาย  ทั้งยังเคยนำหนังสือภาพของเนี่ยหวายซังไปแกล้งหลานจ้าน  อีกทั้งยังจีบสาวไว้เยอะมาก  แต่เขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์จริงแม้แต่ครั้งเดียว  เขารู้ว่ามีช่องทางพิเศษ  แต่เขาไม่ใช่สตรี  แล้วจะทำได้อย่างไร  นอกจาก...

                   ความคิดเขาเตลิดเปิดเปิงอย่างรวดเร็ว  ด้วยไหวพริบของเขานั้นประมวลผลได้แล้วว่าต้องกระทำอย่างไร  ขณะเดียวกันสัญชาตญาณของหลานจ้านก็ผลักดันความปรารถนาตามธรรมชาติออกมาเรื่อยๆ   ดึงเว่ยอู๋เซี่ยนกลับมาสู่ปัจจุบัน

                    “หลานจ้าน  ข้าพอจะรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร  แบบนี้ดีมั๊ย  ข้าจะสอนท่าน”

                    “ไม่”

                     ตอนนี้ความปรารถนาพุ่งสูงจนหลานจ้านไม่อยากฟังคำพูดใด  เมื่อสัมผัสโดนผิวกายทำให้เขาสะท้าน   เคลื่อนไหวทาบทับร่างนุ่มนิ่มไว้  เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของเว่ยอู๋เซี่ยนดังขึ้น  ดึงสติเขากลับมา  เขาหยุดชะงัก  เมื่อตระหนักว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นเขาจึงจะถอยออก

                   “หยุด  หยุด  หลานจ้าน  อย่าขยับนะ “  

                    หลานวั่งจีหยุดชะงักในทันที  มองลงไปที่เบื้องล่าง  ความคับแน่นที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกดีมาก  แต่พอเห็นความเจ็บปวดบนใบหน้าของเว่ยอู๋เซี่ยนแล้วความรู้สึกผิดเข้าปกคลุมจิตใจ  

                   “เว่ยอิง  ข้า  ข้าขอโทษ  เจ็บมากหรือไม่  ให้ข้าเอาออกดีมั๊ย”   หลานจ้านถามเสียงแผ่วเบา  ทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนอดสงสารไม่ได้  เมื่อคิดถึงการตัดสินใจของตัวเองแล้ว  เขาจำเป็นต้องให้หลานจ้านเข้าใจ  และ  ทำเป็น    เขาสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอ่ยปลอบหลานจ้าน

                   “คือ  หลานจ้าน  จริงๆแล้วครั้งแรก  มันจะเจ็บมาก  เจ้าต้องค่อยๆ  แต่อย่าเพิ่งขยับตอนนี้  ข้าต้องให้ร่างกายปรับตัวก่อน ”  ความเจ็บปวดเริ่มลดลงเล็กน้อย  เว่ยอู๋เซี่ยนกัดฟันพูดต่อ

                     “เอาล่ะ  เจ้าค่อยๆขยับนะ  ช้าๆ”   

                     “เจ้า  ไหวหรือ”  หลานวั่งจียังคงกังวล   และรู้สึกผิด  แม้เขาจะปรารถนามากเพียง

ใด  เขาก็ไม่ต้องการให้เว่ยอู๋เซี่ยนต้องเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานใดๆอีก

                     “อืม  สตรียังทำได้  แล้วข้า  เป็นถึงปรมาจารย์อี๋หลิงผู้ยิ่งใหญ่จะทานทนไม่ได้เชียวหรือ  เอาล่ะ  ผ่านครั้งแรกนี้ไป  ครั้งต่อไปก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”  เว่ยอู๋เซี่ยนพยายามกัดฟันพูด  เขาไม่ต้องการให้หลานวั่งจีรู้สึกผิดหรือสูญเสียความมั่นใจ  มาถึงขนาดนี้แล้ว  อย่างไรก็ต้องไปต่อให้จบ  อาจเพราะร่างกายที่แสนอ่อนแอของเจ้าเด็กโม่เสวียนนอวี่นี้กระมัง  ทำให้รู้สึกยากจะทานทนถึงเพียงนี้  ต่อไปมันต้องดีขึ้นสิ  เดี๋ยวนะ  นี่ข้ายังคิดจะมีครั้งต่อไปอีกหรือ  เว่ยอู๋เซี่ยนตกตะลึงกับความคิดของตนเอง  

                     “เว่ยอิง  ถ้าไม่ไหวก็บอกข้านะ  ร่างนี้อ่อนแอกว่าร่างเดิมของเจ้ามากนัก”  หลานวั่งจียังคงเป็นห่วง  ผ่อนแรงลงกว่าเดิมมาก  พยายามทำตามคำแนะนำของเว่ยอู๋เซี่ยนให้ดีที่สุด  แต่ก็ยังคงเป็นกังวล  ร่างกายเริ่มปรับตัวตามธรรมชาติ  ความเจ็บปวดเริ่มกลายเป็นความสุขสมอย่างน่าประหลาด  กำลังภายใน  และพลังวิญญาณหมุนเวียนแลกเปลี่ยน  ทั้งสองรับรู้ถึงพื้นฐานฝึกตนที่ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น  ต่างค่อยๆเรียนรู้กันไปจนถึงสุดทาง  แล้วเว่ยอู๋เซี่ยนก็หมดสติไป  ในความพร่าเลือนสุดท้าย  เขาแว่วได้ยินเสียงหลานวั่งจีกระซิบที่ข้างหูว่า

                    “เว่ยอิง  ข้าชอบวิธีการฝึกตนเช่นนี้ยิ่งนัก  ต่อไปข้าจะทำให้พื้นฐานฝึกตนของเจ้าสูงเท่าร่างเดิมให้ได้”

                     ฝ่ายหลานวั่งจีซึ่งมีพื้นฐานฝึกตนอันสูงส่งกว่าเว่ยอู๋เซี่ยนมากนัก  เขาไม่ได้หมดสติไป  เขารู้สึกถึงการถ่ายเทพลัง  ตามหลักการแล้วการซวงซิว  หรือฝึกตนคู่  จะเป็นการแลกเปลี่ยนพลังหยินหหยางระหว่างชายหญิง  แต่ทำไมพวกเขาจึงทำได้  อาจเป็นเพราะวิชาควบคุมวิญญาณของเว่ยอู๋เซี่ยน  ทำให้ร่างกายของเขามีพลังหยินค่อนข้างมาก  ทำให้พวกเขาสามารถซวงซิวได้  แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีนัก  หลานวั่งจีแอบตัดสินใจเงียบๆ  ว่าต่อไปเขาจะฝึกตนร่วมกับเว่ยอู๋เซี่ยนเช่นนี้บ่อยๆ  พื้นฐานฝึกตน  และพลังวิญญาณของเว่ยอู๋เซี่ยนจะได้เพิ่มขึ้นเร็วๆ  เขารู้สึกได้ว่าการซวงซิวนี้  ทำให้ก้าวหน้ามากกว่าการฝึกฝนแบบธรรมดาทั่วไปหลายเท่านัก  อีกไม่นาน  เว่ยอู๋เซี่ยนต้องสร้างจินตานได้อีกครั้ง  แล้วกลับมาใช้กระบี่ได้  เขาคิดอย่างมีความสุข

                       หลานวั่งจีค่อยๆขยับกายลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา  ด้วยเกรงว่าจะทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนตื่น  แต่เมื่อเขามองเห็นเลือดที่ช่วงล่างแล้วทำให้เขาตกใจมาก  ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอีกครั้ง  เขารีบจับชีพจรของเว่ยอู๋เซี่ยนทันที  พบว่าเขาแค่นอนหลับไปเท่านั้นจึงค่อยเบาใจ  แต่ร่างกายก็ยังอ่อนแอเป็นอย่างมาก  เขารีบแต่งกายให้เว่ยอู๋เซี่ยนอย่างรวดเร็ว  แล้วพากลับอวิ๋นเซิงปู้จื้อฉู่ในทันที    

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store