NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ต้นข้าวรวงรัก (205)
หมวด: Funny

ต้นข้าวรวงรัก (205)

  • 589
  • 0
  • 0
เฌอมองค์ หว่อง

  

“เอ๊ะ  น้าบุญ  เมื่อกี้ผมเห็นลำดวนกับนายเลอเลิศมาที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ?” 

ภูมิรามถามนายบุญที่เพิ่งตามเข้ามาในสำนักงาน  เพื่อรอให้ภูมิรามใช้งาน  “รึว่าผมตาฝาดไปเอง?”

“ไม่ฝาดหรอกครับคุณ” นายบุญตอบ “นายเลอเลิศกับลำดวนจริงๆ  แต่ไม่รู้เป็นอะไรถึงรีบร้อนกลับขนาดนั้น  คนแถวนี้ก็หัวเราะกันครืนไม่รู้ขำอะไรนักหนา”

“ไม่มีอะไรหรอกน้า” ภูมิรามตัดบททั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม “แค่เดินชนกระจกน่ะ”

“ชนกระจกประตูสำนักงานนะรึครับ?”

“ฮื่อ  ใช่”

“กั๊กๆๆ!” นายบุญกุมท้องหัวเราะทันที 

----------

หงส์นรีหมุนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมาทางนารายณ์ที่ยังครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนเตียง  ในมือของหล่อนยังถือที่ปัดแก้มค้างอยู่

“หงส์ไม่เข้าใจว่าพี่นาคิดจะทำอะไรกันแน่คะ...ระหว่างหลอกสีหญิงกับการวางแผนเพื่อกระโจนเข้าสู่เวทีการเมืองท้องถิ่น?”

น้ำเสียงของหล่อนมีแววหึงหวง  นารายณ์ยิ้มทั้งบริเวณมุมปากและประกายตา  

“หงส์อย่ากังวลด้วยเรื่องนี้เลยจ้ะ  สำหรับหงส์จำเอาไว้อย่างเดียวว่า  สักวัน...หงส์จะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างพี่  เพราะทุกสิ่งอย่างที่พี่ทำลงไป  ก็เพื่ออนาคตของเราสองคนล้วนๆเลยจ้ะ”

“รวมถึงการจีบเด็กสาวชาวบ้านหมาว้อด้วยหรือเปล่าคะ?” หล่อนค้อนขวับ 

หนุ่มผู้มีเรียวหนวดประดับเหนือริมฝีปากหัวเราะเบาๆพร้อมทั้งยอมรับ 

“ใช่จ้ะ”

“ใช่!” หงส์นรีเบิกตากว้าง “หงส์ไม่เข้าใจ  และไม่มีวันเข้าใจด้วยค่ะ”

“เอาไว้พี่จะอธิบายให้ฟังวันหลัง”

“แต่หงส์รู้สึกว่าพี่นากำลังโกหกหงส์อยู่นะคะ”

แววตาและน้ำเสียงของหญิงสาวตัดพ้อ  พร้อมทั้งหมุนเก้าอี้ไปเผชิญหน้ากับกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้งอีกครั้ง

“คิดมากอีกแล้วนะหงส์” 

นารายณ์ลุกจากเตียงสวมกอดทางด้านหลัง น้ำเสียงของเขาที่กระซิบตรงติ่งหูของหล่อน  นุ่ม  อบอุ่น  “ถ้าพี่ไม่จริงใจกับหงส์   พี่คงไม่เล่าเรื่องของต้นข้าวให้หงส์ฟังเด็ดขาด  อันที่จริง...ไม่เฉพาะต้นข้าวหรอก  แต่ผู้หญิงทุกคนที่พี่เข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อผลประโยชน์  พี่ไม่เคยปิดบังหงส์แม้แต่คนเดียว”

“ขอให้จริงตลอดไปเถอะค่ะ” หญิงสาวกระเง้ากระงอด หากในน้ำเสียงนั้นซ่อนความรื่นเริงเอาไว้บ้าง

----------

“คุณพ่อไปบ้านหมาว้อมาใช่มั้ยครับ?” ศรายุธเดินเข้ามาถามนายประสาทซึ่งเพิ่งขับรถเข้ามาจอด  สีหน้าของคนเป็นพ่อดูเครียด

“ใช่  พ่อไปที่นั่นมา”

“คุณพ่อไปบ้านของต้นข้าวใช่ไหมครับ?” น้ำเสียงในประโยคคำถามของคนเป็นลูกชายแสดงความตื่นเต้น “คุณพ่อทำอย่างที่รับปากกับผมไว้ยังไงบ้างครับ?”

เสี่ยล้งเล้งมองหน้าลูกชาย  สีหน้ากลับมาราบเรียบเช่นเดียวกับน้ำเสียง

“ฟังพ่อนะตี๋น้อย  เอาเป็นว่าพ่อคงพูดได้คำเดียวว่า  ลูกไม่เหมาะสมกับเด็กคนนั้นแม้แต่น้อย  ต้นข้าวที่ลูกพูดถึง  นอกจากรูปร่างหน้าตาไม่สวยแล้ว  นิสัยใจคอยังร้ายกาจ  ถ้าได้ผู้หญิงอย่างนั้นเป็นเมีย  ลูกจะเหมือนลูกไก่ในกำมือของหล่อนนะ”

“คุณพ่อ!” ศรายุธอ้าปากค้าง “ก็ไหนคุณพ่อรับปากผมว่าจะเจรจาหาทางให้ผมได้สมหวังกับต้นข้าว?”

“ตอนนั้นพ่อยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของเธอนะซิ”

“ต้นข้าวเป็นผู้หญิงที่ไม่สวยจัดนะครับ  แต่เรียกได้ว่าน่ารักมั่กๆ” ศรายุธใช้สำนวนวัยรุ่น “คือถ้าใครไม่เห็นความน่ารักของต้นข้าวละก็  จัดได้ว่าอยู่ในขั้นตาถั่ว  ไม่ใช่ตาถั่วธรรมดา  แต่ตาถั่วโคตร!”

“ตี๋น้อย” คนเป็นพ่อปรามลูกชายด้วยน้ำเสียงตำหนิ “ทำไมพ่อจะดูไม่ออกว่าผู้หญิงคนไหนสวย  และผู้หญิงคนไหนน่ารัก”

“แต่คุณพ่อดูต้นข้าวผิดถนัด”

นายประสาทขยับเข้าใกล้ลูกชาย  พร้อมทั้งวางมือไว้บนบ่าของเขา

“พ่อคิดว่าดูไม่ผิดแน่  เอาเป็นว่าพ่อไม่เห็นด้วยถ้าหากลูกคิดจะเอาเด็กนั่นทำเมีย และพ่อจะให้ทนายความดำเนินการฟ้องร้องนายซวดลวด  ทำทุกวิถีทางเพื่อยึดที่นามาเป็นของเราให้จงได้  ความจริงพ่อไม่อยากทำอย่างนั้นหรอก  เพราะที่นาของนายซวดลวด  ต่อให้ขายก็ได้ไม่คุ้มกับเงินที่เราปล่อยกู้ไป เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อกับทนายความเองนะ”

“ไม่ได้นะครับคุณพ่อ”

“ต้องได้” น้ำเสียงของเสี่ยล้งเล้งเด็ดขาด 

“พ่อตัดสินใจแล้ว  อีกอย่างใช่ว่าพ่อไม่ไว้ใจตี๋น้อยนะ  เพียงแต่...บางกรณี  พ่อจำเป็นต้องเข้าไปทำเอง  เพราะลูกหนี้ของเราคนนี้  ร้ายกาจจนทำให้เจ้าหนี้หลายต่อหลายรายเสียจริต  แม้ลูกเองก็เคยประสบมาแล้ว”

คำพูดทิ้งท้ายของคนเป็นพ่อ  ทำให้ศรายุธซึม  เขาผละแยกจากบิดาเข้าบ้าน  

บุษบา นั่งดูรูปนางแบบจากแมกกาซีนแฟชั่น หน้าตาสดชื่นท่าทางมีความสุข  ครั้นศรายุธก้าวเข้ามาในห้องโถง  หล่อนจึงเงยหน้าจากหน้าแมกกาซีน  พบใบหน้าที่เคร่งเครียดของคนเป็นน้องชาย

“ตี๋น้อย  มีเรื่องยุ่งยากอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”

“คุณพ่อนะซิพี่หมวย” ชายหนุ่มทิ้งก้นนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับพี่สาว

“คุณพ่อทำอะไรให้น้องของพี่เดือดเนื้อร้อนใจถึงขนาดนี้?”

บุษบาไม่เห็นเป็นเรื่องจริงจัง  ยกเว้นเกิดกับตัวเอง

“คุณพ่อไม่เข้าใจผม” ศรายุธตัดพ้อ “ไม่เข้าใจความรัก  ที่สำคัญ...คุณพ่อดูความงดงามน่ารักเหมือนนางฟ้าของผู้หญิงไม่ออก”

“เอ...” บุษบาลากเสียง “ตี๋น้อยหมายถึงใครกันเอ่ย?”

คนเป็นน้องชายถอนใจยาว ก่อนเฉลย...“ต้นข้าว”

“ต้นข้าว?” 

“ชื่อคนน่ะ  พี่หมวย” ศรายุธอธิบาย “หญิงสาวบ้านหมาว้อ”

“ยังมีหญิงสาวคนใดในปฐพีนี้  งดงามและน่ารักทัดเทียมพี่ได้อีกหนอ?” 

“น้องต้นข้าวไงครับ  งดงามกว่าพี่นับร้อยเท่า” คนเป็นน้องชายเน้นเสียง “น่ารักแค่ไหนไม่รู้  แต่เอาเป็นว่าใครเห็นใครหลงก็แล้วกัน  แม้ว่าเป็นการเห็นครั้งแรกก็ตาม”

“เชอะ!”

“จริงๆนะพี่  ขนาดคุณภูมิ  เอ้อ...!” ศรายุธเผลอหลุดปาก ดียั้งเอาไว้ทัน  

บุษบาชะงัก “ตี๋น้อยว่าไงนะ?”

“เปล่าครับ  ไม่มีอะไร”

“ไม่จริง”  บุษบาไม่เชื่อ  เพราะหล่อนมีสัญชาตญาณบางอย่างแม่นยำมาก  สายตาวาวของหล่อนที่จ้องหน้าน้องชาย  คาดคั้นเอาความจริง  จนศรายุธต้องเป็นฝ่ายหลบ  “บอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะตี๋น้อยว่าคุณภูมิเกิดไปหลงใหลชอบพอผู้หญิงชื่อต้นข้าวนั่นใช่ไหม?”

สีหน้าของศรายุธยุ่งยาก  เนื่องจากรู้นิสัยของพี่สาวดี “ไม่มีอะไรจริงๆครับ”

“พี่ไม่เชื่อ”

“ผมขอตัวนะครับ” ศรายุธลุกหนี “ผมปวดหัว”

“กลับมาเล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้นะ ตี๋น้อย”

“ไม่ครับ  ผมไม่มีอะไรจะเล่า” 

เสียงตอบกลับมาของน้องชาย 

บุษบาทำหน้ายุ่ง  ความสุขที่ฉายอยู่บนใบหน้าของหล่อนเมื่อครู่  เลือนหายไปไหนหมดก็ไม่รู้

 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store