NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
New Stories: Did you know?
หมวด: World

New Stories: Did you know?

  • 509
  • 30
  • 1
DoctorKnowHow

Episode 5: Climate Emergency

โลกอาจจะข้ามจุดที่พลิกผันแล้ว (Tipping point: จุดพลิกผันหรือหักเห
แล้วไม่รู้สึกเช่นนั้น อธิบาย
ได้ว่าสิ่งที่ละอันพันละน้อยที่รวมๆ กันที่ก่อให้เกิดความพลิกผันเปลี่ยนแปลง)


โลกอาจจะถึงจุดที่ได้ข้ามการหักเหของภูมิอากาศเป็นจำนวน
ที่ซ้อนๆ กันหลายครั้งแล้ว  โดยที่เราไม่รู้สึก  จากการเตือนของนักวิทยาศาสตร์
สิ่งนี้จะคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตและอารยธรรมที่เป็นอยู่ อาจกล่าวได้ว่าเรา
อยู่ในสภาวะขั้นที่โลกฉุกเฉินทางภูมิอากาศ

การที่โลกได้ข้ามจุดหักเห คือ เมื่อโลกได้รับผลกระทบบางอย่างของโลกร้อนกลายมาเป็นจุดที่หยุดไม่ได้หรือฉุดไม่อยู่ อย่างเช่น การสูญเสียของแผ่นน้ำแข็ง
หรือป่าไม้ที่เหลือน้อยลงในอดีตการที่จะผ่านจุดหักเหทางภูมิอากาศนั้น
ความร้อนสุดๆ จะอยู่ที่ 5 องศา เท่านั้น  แต่จากหลักฐาน ล่าสุดได้เตือนว่า
เราอยู่ที่ระหว่าง 1 ถึง 2  องศา

การที่ดาวเคราะห์มีอุณหภูมิความร้อนถึงจุดที่ 1 องศา
นั้น มีความแน่นอน ว่ามันจะสูงขึ้นต่อไปอีก เนื่องจากของเหลวในอดีตเพราะ
ระดับของก๊าซมีเทนกำลังสูงขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้เตือนเพิ่มเติมอีกว่า
การที่โลกเราถึงจุดหักเหนั้นมาจาก เช่น การปลดปล่อยของก๊าซมีเทนจากการละลายของดินน้ำแข็ง (Permafrost) ถ้าดินน้ำแข็ง ละลายปลดปล่อยก๊าซมีเทนจะก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกที่มนุษยชาติไม่สามารถ
ควบคุมได้  และผลที่ตามมาอย่างคาดไม่ถึง
อาจจะเป็นเชื้อเพลิงอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่การล่มลงอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นๆ

 

ศาสตราจารย์ Tim Leaton แห่งมหาวิทยาลัย
Exeter ผู้นำบทความนี้ กล่าวว่า
เราอาจจะได้ข้ามทางเข้าหรือจุดเริ่มต้นของขั้นตอนที่ต่อเนื่องกันของจุดหักเหของระบบสภาพภูมิอากาศ
ตลอดไปและเข้าใกล้เรื่อยๆ  ในแง่ของนักวิทยาศาสตร์
ฉันต้องการบอกให้รู้ว่ามันเป็นอย่างไร
แต่ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นคนที่จะทำให้ทุกคนกลัวหรือตกใจ
และก็จะพยายามที่จะแก้ปัญหาของสภาพอากาศ
ที่เปลี่ยนแปลงนี้เหมือนกับการบริหารความเสี่ยง

ที่ฉันเชื่อว่าเป็นวิธีที่ธรรมดาที่ใครๆก็จะทำ บทความใหม่ล่าสุดของ ยูเอ็น ที่เป็นคำเตือนนั้น คือ หนทางที่ยาวไกลในการหยุดอุณหภูมิ
โลกที่สูงขึ้น ด้วยจุดที่โลกอยู่ในปัจจุบันตามบันทึกคือ
3-4 องศา เซลเซียส ซึ่งจุดๆ นี้กระตุ้นให้เกิดการหักเหของอุณหภูมิโลกได้เลย

เราได้รับการเตือนส่วนหนึ่งมาจากแผ่นน้ำแข็ง
ของแอนตาร์กติกตะวันตกที่อาจจะไม่สามารถกลับมาเยียวยา
ได้อีก  การพังทลายของแผ่นน้ำแข็งเหล่านั้นอาจจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นหลายเมตรในที่สุดการละลายของแผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์ขนาดใหญ่ในอัตราที่เร่งขึ้นและในขณะเดียวกันทะเลน้ำแข็งในอาร์กติกก็กำลังหดตัวลง
ดินน้ำแข็ง (Permafrost) ที่ข้ามอาร์กติก คือ จุดเริ่มต้นที่จะปลดปล่อยและละลายคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ออกมา

กระแสน้ำของอ่าวในแอตแลนติกที่ช่วยให้ความอบอุ่น
แก่ยุโรป ได้ไหลช้าลงไป 15% ตั้งแต่ยุคกลางของศตวรรษที่ 20  แต่นั้นคือการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่หลากหลายแต่มันก็ยากที่จะบอกได้ว่ามันคือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่แย่ลงระยะยาวหรือไม่ ศาสตราจารย์กล่าว

นักวิทยาศาสตร์ได้รายงานว่า  17% ของป่าฝนของแอมาซอนได้หายไปตั้งแต่ปี
1970  จุดหักเหของการสูญเสียป่าจะนำไปสู่ความแห้งแล้ง
อาจจะอยู่ที่ประมาณ20%-40 % จากลำดับขั้นๆของการหักเหสามารถ
เกิดขึ้นได้เพราะ ยกตัวอย่างเช่น การละลายของทะเลน้ำแข็งในอาร์กติก
จะไปขยายความร้อนโดยการไปเปิดผิวของทะเลส่วนที่มืดให้ดูดซับความร้อนมากขึ้น นั่นทำให้ไปเพิ่มการละลายของน้ำแข็งของกรีนแลนด์
และบริเวณดินน้ำแข็งความเสี่ยงต่างๆ สามารถเกิดการกระทำต่อกันได้ด้วยการเปลี่ยนหรือผลักดันอีกฝ่ายและแค่อีกองศาหรือสององศาที่อุ่นขึ้น
ก็มากพอที่จะทำให้เกิดเอฟเฟคของการหักเหที่น่าทึ่งขึ้นได้

บทความโดย: Damian  Carrington / The guardian (UK) 

ภาพประกอบ: Pinterest

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store