NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
วัยเยาว์ ตอนที่ 2
หมวด: Life

วัยเยาว์ ตอนที่ 2

  • 557
  • 2
  • 0
โมกหอม

วัยประถม

โตขึ้นในวัยเรียน ฉันต้องระเห็จไปอยู่อีกจังหวัด ไกลโพ้นสำหรับฉัน ถึงสี่ปีเป็นความรู้สึกในวัยเด็ก ฉันต้องจากปฐมวัยในอ้อมอกพ่อแม่ ไปอยู่กับญาติแบบไม่เต็มใจ แต่เพื่อการศึกษาอ่ะนะ...พ่อแม่บอกว่าต้องไป จึงต้องยอม เพราะอยากมีประสบการณ์ใหม่ๆ คือโรงเรียน เป็นความใฝ่ฝันในเบื้องต้น (ก่อนย้ายมาที่นี่ฉันได้เรียนหนังสือกับผู้ใหญ่ใจดีเธอเป็นอดีตคุณครู แต่ต้องลาออก ติดตามสามีมาอยู่แดนไกลเธอไม่มีลูก จึงอุทิศตัวสอนหนังสือให้เด็กๆ ในบริษัทโดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ ฉันจึงมีโอกาสเรียนก่อนเกณฑ์ จากการปลูกฝังรักการอ่านเขียนของเธอกระมัง. เธอคือครูคนแรกต่อจากพ่อแม่ฉัน)

ฉันตื่นเต้นกับการไปโรงเรียนกับการที่มีชุดนักเรียนและหนังสือเรียนที่เป็นของตัวเอง ที่นี่ฉันก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติอีกแบบ เริ่มแรกรู้จักคลอง มีเรือพายข้ามคลอง เป็นวิถีชีวิตสัญจรไปมา เชื่อมคนทั้งสองฝั่งหาสู่กัน มีทุ่งนา มี"ป่าพรุ" ในนั้นมีต้น "กระจูด" ที่เขานำมาสานเป็นเสื่อ ฉันรู้จักคำว่า

"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" อย่างแท้จริง (ฉันเคยเอาคำนี้ไปแต่งสักวา. ส่งในการสอบชั้นเรียน ป.๗ หากจำไม่ผิด) รู้จักการ"ลงแขกทำนา"ซึ่งเด็กๆ รวมทั้งฉันจะชอบ เพราะหากใครเป็นเจ้าภาพ ก็ต้องทำสำรับกับข้าวพิเศษ มีของคาวหวานเพื่อเลี้ยงแขก หลังจากเสร็จงาน นำความสนุกครื้นเครงคึกคัก อิ่มหนำสำราญมาสู่เรา ที่ได้วิ่งเล่นบนคันนา อาจจะช่วยเขาได้บ้าง ก็ช่วยยกมัดต้นกล้าส่งให้ รึช่วยยกเลียงข้าวไปเก็บตามจุดที่เขากำหนด สุดแต่ผู้ใหญ่ใครจะใช้ ไหว้วาน ได้ทดลองใช้ "แกะ" เป็นมีดสำหรับตัดรวงข้าวที่สุกสีเหลืองทอง เล่นเลียนแบบผู้ใหญ่บ้าง แต่ไม่กล้าลงนา เพราะฉันกลัวตัวปลิง...นี่สำคัญ และที่ไม่อาจลืมได้คือช่วงต้นข้าวกำลังตั้งท้อง ได้รู้จักคันเบ็ดเอาไปตกปลาในนา โดยความอนุเคราะห์ให้ทำบาปของญาติซึ่งอายุแก่อ่อนกันปีสองปี (เด็กผู้ชายแต่เขาเป็นเจ้าถิ่นช่ำชองเชี่ยวชาญ) สอนทุกอย่างให้ใช้ใบข้าวผูกกับสายเบ็ดทำเป็นทุ่นเป็นสัญลักษณ์ให้สังเกตเวลาปลาฮุบเหยื่อ (ไส้เดือนหรือจิ้งหรีด) แล้วลากไป ให้รีบยก ปลาก็จะติดเบ็ดมา (ติดบ้างหลุดบ้างอิอิ) เป็นอันสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ ของบทเรียนตกปลาในนา แถมยังสอนให้แอบฉีกท้องต้นข้าวมากิน ฉันทำตามอย่างว่าง่าย ยังจำรสชาติความหวานของข้าวอ่อนจากท้องข้าวได้ดี แต่ก็เสี่ยงที่จะถูกลงโทษเช่นกัน ซึ่งคนขี้กลัวอย่างฉันไม่นิยม พร้อมได้เก็บผักริ้นในนาไปจิ้มน้ำพริก

รึชุบแป้งทอดกับกุ้งฝอยก็อร่อยนักแล

ยามเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จฉันจะได้ยินเสียงปี่ดังอี่ๆๆ ลั่น เป็นปี่ที่ทำมาจากลำปล้องของต้นข้าวที่เกี่ยวรวงแล้ว ฉันได้เป่าเหมือนคนอื่นๆ แถมฝึกทำเองด้วย

ฉันรู้จักป่าที่นี่และจำชื่อพันธุ์ไม้ต่างๆ ได้มากขึ้นพร้อมๆ กับวัยที่เพิ่มขึ้นเช่นในป่าละเมาะ จะมีต้นลูกโท๊ะ ต้นลูกเหม (เห-ม) ลูกตาเป็ดตาไก่ ลูกพุ้งพิ้ง ต้นนมแมว ทุกอย่างสุกกินได้ กลุ่มป่าละเมาะที่แดดจัดๆ และไกลๆ ผู้คนหน่อย ก็จะมีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง (ฉันรักและชอบมาก) ถ้าป่าที่มีน้ำกร่อย (คือมีน้ำทะเลท่วมถึงในบางครั้ง) จะมีต้นปรง ลำเท็ง มีเสม็ด ฯลฯ ในป่าที่สูงขึ้นอีกนิด. มีต้นนมวัวนมควาย ต้นนมแมว ต้นแต้ว ต้นยับยิ่ว (มีหนามใบคล้ายพุดทรา) ต้นมะม่าว (ที่รู้จักมีสองชนิดปัจจุบันเขานำมาทำเหล้าไวน์เป็นสินค้าโอป็อป) ต้นลูกพลา ซึ่งเด็กผู้ชายมักนำมาใช้เป็นกระสุนอัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ เรียกว่า"ฉับโผง" ยังมีลูกหว้า. ลูกกำชำ ฯลฯ ที่เล่ามาแต่ละถิ่นอาจเรียกชื่อไม่เหมือนกัน. ที่สำคัญกินได้ ยังมีพืชประเภทหัวอีกหลายอย่าง ประเภทดอกไม้หอมที่ฉันชอบอีกมากมายเช่นดอกสาวเหล้า ดอกสายหยุด ดอกตำเสา ดอกพิกุล อีกทั้งของแถมจากธรรมชาติที่ออกดอกจากพื้นดินตามฤดูกาล ตามประเภทของป่าที่เล่ามา เช่น เห็ดเหม็ด เห็ดเม็ดขนุน (อาจเป็นเห็ดเผาะดูลักษณะภายนอกภายในเหมือนมากฉันคิดเอง) เห็ดโคน เห็ดแคลง ในท้องนาที่ทิ้งร้างจะเป็นเห็ดชานหมาก เห็ดขาว เห็ดกะเพาะไก่ อีกหลายเห็ด ฉันจำชื่อไม่ได้ล้วนแล้วได้สัมผัสกับตัวเองทั้งสิ้น ส่งผลให้ฉันชอบทานผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองมากถึงปัจจุบัน

ในนาข้าวเก่าๆ ที่ทิ้งร้างมีน้ำขังเป็นพรุ มีต้นกระจูดขึ้น หากวันหยุดเรียน ฉันจะได้เรียนพิเศษซ่อมเสริมประสบการณ์ชีวิต โดยได้ลงเล่นเหยียบย่ำต้นกระจูดในพรุช่วงเช้า แล้วรอเที่ยงๆ บ่ายๆ เอาตะข้องไปเก็บปลาที่ลอยคอผลุบๆ โผล่ๆ หนวดสั่นระริกๆ (มันคงอับอากาศ หายใจไม่ทัน จึงแหวกต้นกระจูดโผล่หัวมาหายใจเห็นหนวดอย่างชัดเจน ก็พอดีกับแดดจัดเพิ่มความเมามึนให้กับปลา เป็นวิธีการฉลาดแกมโกงของมนุษย์ไง) ซึ่งมักจะเป็นปลาดุกเสียส่วนใหญ่ที่หลงกล ฉันถูกสอนให้ใช้มือช้อนใต้เงี้ยงปลา จะได้ไม่ถูกมันแทง แต่ฉันก็พลาดจนได้ โดนเงี้ยงปลาดุกแทงร้องไห้จ้า มือบวมวิ่งกลับบ้าน อาการหนักพอดู แพ้ต้องหยุดเรียนไป สองสามวัน เข็ดอีกละบทเรียนนี้

เคยตามเด็กผู้ชายไปดูเขาธงเบ็ดและเก็บปลา เมื่อเจอเบ็ดที่ติดงูแทนปลา ตกใจวิ่งร้องไห้จ้า แจ้นกลับบ้านเลิกรากัน ยามผู้ใหญ่เขาไปวิดน้ำในหนองจับปลา ของฤดูน้ำแห้ง ตอนเหลือน้ำน้อยๆ ฉันก็อยากมีส่วนร่วม โดยตามลงไปจับบ้าง เป็นปลาตัวเล็กเช่น ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาช่อน แต่ก็ไม่วายกลัวงูไม่กล้าลงไปอยู่นานๆ

ที่สนุกและชอบมากสำเริงสำราญมากยามฝนตกหนักน้ำหลากท่วมนาเก่าที่เป็นทางเดิน เมื่อฝนหยุดตก แต่ยังโปรยสายพรำๆ เด็กๆ ชวนกันวิ่งไปเก็บปลาที่ทางเดิน เพราะปลาเขาถอยกลับไปกับน้ำไม่ทัน น้ำแห้งเร็วกว่าที่ปลาคิด (ไม่รู้คิดได้ป่าว) ทุกคนจะกรูไปเก็บปลาที่ดิ้นกระแด่วๆ มันช่างวิเศษเสียนี่กระไร และแน่นอนฉันก็จะเก็บได้น้อยกว่าคนอื่นๆ อีกละไม่ทันเพื่อน อิอิ ความตื่นเต้นประทับใจในเรื่องต่างๆ ฉันมักจะนำกลับมาฝันแล้วละเมอเสมอ จนน้าที่ดูแลฉันจะจับได้ว่าฉันไปแอบซนมา เป็นเหตุให้ถูกซักและพิพากษาความตามหนักเบาเสมอ

การได้ถอดเสื้อผ้าเล่นน้ำฝนคลุกโคลนดินเสียบ้าง เมื่อเป็นผู้ใหญ่เรารู้ว่ามันคือวิธีการสร้างภูมิต้านทานให้กับตัวเรา (ฉันนำสิ่งนี้มาให้ลูกได้ทำ ได้เล่นน้ำฝนบ้าง เมื่อเป็นผู้ใหญ่

การตามเด็กผู้ชายไปเล่นซุกซนนั้น ได้หลายบทเรียน แต่อีกบทเรียนที่ส่งผลกับชีวิตฉันคือ ไปกระโดดน้ำคลองเล่น ทั้งๆ ที่เราว่ายน้ำไม่เป็น จึงสำลักและจมน้ำเกือบตาย ถูกหามกลับส่งบ้าน ถูกพ่อเฒ่า (คุณตา) เฆี่ยนซ้ำให้หลาบจำ ฉันจึงจำและกลัวน้ำอีก เหตุว่ายน้ำไม่เป็นถึงปัจจุบัน

ยังมีวีรกรรมอีกมาก พอก่อนนะภาคสนาม จะกลับมาต่อภาคภายในบ้าง เร็วๆ นี้ อย่าลืมจัดสรรเวลาให้ว่าง ไปทัวร์อดีตกันกับฉันนะคะ

 

โมกหอม พาทัวร์ค่ะ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store