NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
หมวด: Business

UK Election 2019 ในระยะสั้นคลี่ปม BREXIT แต่ยังมีโจทย์ท้าทายอยู่

  • 0
  • 0
การเงินธนาคาร

มูลเหตุสำคัญของการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรในวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ก็เพื่อหาทางออกจากความวุ่นวายทางการเมืองของสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษสามารถเจรจาในประเด็นเรื่องพรมแดนไอร์แลนด์เหนือ (Backstop) ได้สำเร็จจนเกิดเป็นการถอนตัว (BREXIT) แบบมีข้อตกลง (Deal) ขึ้นมาและสหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องกับข้อตกลงการถอนตัว (Withdrawal Agreement Deal) ดังกล่าว แต่ก็มาสะดุดตรงที่ร่างกฎหมายการถอนตัวไม่สามารถผ่านสภาของอังกฤษได้ เนื่องจากพรรครัฐบาลขาดเสียงสนับสนุนในสภา ทำให้พรรคฝ่ายค้านยังคงพยายามอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อดึงเกมทำให้เงื่อนเวลาการถอนตัวของอังกฤษออก EU ขยับออกไปเรื่อยๆ จนมาถึงขณะนี้

ในที่สุดผลการเลือกตั้งเบื้องต้นก็ชี้ว่านายบอริส จอนห์สัน จากพรรอนุรักษ์นิยม (Conservative Party) ได้ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป อีกทั้ง ยังสามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างหรือสภาสามัญชน (House of Commons) ได้อย่างท่วมท้นถึง 364 ที่นั่ง (จากทั้งหมด 650 ที่นั่ง) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ฐานเสียงดังกล่าวจะเป็นการปูทางให้การผ่านร่างกฎหมาย BREXIT ที่ติดขัดมายาวนานให้สามารถบรรลุได้ในที่สุด จนเริ่มกระบวนการถอนตัวได้อย่างเป็นทางการ และสามารถถอนตัวออกจาก EU ได้ภายในกำหนดเวลาล่าสุดวันที่ 31 มกราคม 2563 (หลังจากที่เลื่อนมาแล้ว 3 ครั้ง) นับเป็นการปลดล็อคทางการเมืองภายในอังกฤษครั้งสำคัญ และลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจของภูมิภาคไปพร้อมกัน แต่ก็ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ดังนี้

ในระยะสั้น ผลการเลือกตั้งนำไปสู่การถอนตัวของอังกฤษออกจาก EU สามารถเกิดขึ้นได้ภายในกำหนดเวลาวันที่ 31 มกราคม 2563 โดยผลบวกที่เกิดขึ้นทันทีจะเห็นได้จากค่าเงินปอนด์เริ่มกลับมามีเสถียรภาพอยู่ที่ 1.30717 ปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าเพียงร้อยละ 1.47 (ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2562) เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการทำประชามติ BREXIT ในปี 2559 ขณะเดียวกันค่าเงินปอนด์ที่ฟื้นกลับมายังช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตามต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่ลดลง ทั้งยังเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางอังกฤษสามารถใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง ส่งผลดีต่อเนื่องให้เศรษฐกิจอังกฤษในปี 2563 กลับมากระเตื้องขึ้นจากที่ยังคงเติบโตเชื่องช้าต่อเนื่องจากในไตรมาส 3/2562 เติบโตร้อยละ 1.0 (YoY) (ในไตรมาส 2/2562 ขยายตัวร้อยละ 1.3 (YoY))

ในระยะต่อไปหลังเกิด BREXIT รัฐบาลอังกฤษชุดนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนรออยู่ ซึ่งก็ขึ้นกับว่ารัฐบาลจะสามารถแก้โจทย์ทางเศรษฐกิจตามความคาดหวังของประชาชนได้แค่ไหน ที่ไม่เพียงจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่รัฐบาลแต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการถอนตัวออกจาก EU ทำให้เศรษฐกิจอังกฤษดีขึ้นกว่าเดิม แม้จะต้องรอเวลา 1-3 ปีข้างหน้าก็ตาม โดยเฉพาะการเร่งรัดการเจรจา FTA ระหว่างอังกฤษกับ EU ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ EU เองก็ต้องการรักษาจุดยืนและผลประโยชน์ของสมาชิกเพื่อคงความเป็นปึกแผ่นไว้ แม้ว่านายกรัฐมนตรีอังกฤษจะให้คำมั่นว่าจะเจรจา FTA มาให้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากที่จะเจรจาให้สำเร็จได้ภายในกรอบระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) ที่กระชั้นเข้ามาโดยมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 อีกทั้ง การค้ากับ EU นับว่ามีน้ำหนักต่อเศรษฐกิจอังกฤษ โดยผ่านการนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคที่พึ่งพาสินค้าจาก EU อยู่ถึงร้อยละ 50 ของการนำเข้าทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นแหล่งสร้างรายได้จากการส่งออกถึงร้อยละ 45 ของการส่งออกทั้งหมด รวมทั้งการเจรจาการค้ากับคู่ค้าอื่นๆ ที่อังกฤษเคยมี FTA ภายใต้การเป็นสมาชิก EU ให้ยังคงสถานะเดิมต่อไปได้ก็มีส่วนสำคัญที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี ญี่ปุ่นและแคนาดา ที่เป็นคู่ค้าในลำดับต้นๆ ของอังกฤษรองจาก EU ที่โดยรวมแล้วอังกฤษส่งออกไปตลาดเหล่านี้ถึงร้อยละ 11 ของการส่งออกทั้งหมด

นอกจากนี้ การเมืองอังกฤษที่ดูเหมือนจะคลายปม BREXIT ไปได้ด้วยดี แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเปราะบางภายในประเทศที่รอวันปะทุ โดยเฉพาะประเด็นการแยกตัวของสก็อตแลนด์จากอังกฤษ เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่ของสก็อตแลนด์ไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวออกจาก EU ซึ่งเรื่องนี้อาจทำให้การเมืองของอังกฤษกลับมาปั่นป่วนได้อีก

สำหรับผลต่อไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรยากาศเศรษฐกิจของอังกฤษและประเด็นด้านค่าเงินในช่วงที่ผ่านมาไม่เอื้อต่อการส่งออกของไทยไปอังกฤษทำให้ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 หดตัวร้อยละ 4.7 (YoY) ซึ่งแรงกดดันดังกล่าวจะยังคงฉุดการส่งออกตลอดปีนี้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การส่งออกสินค้าไทยไปอังกฤษในปี 2562 จะยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ที่ราวร้อยละ 4.2 (YoY) แต่ด้วยผลการเลือกตั้งที่เอื้อต่อการเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ BREXIT ส่งผลดีต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจในภาพรวม ประกอบกับผลของฐานการส่งออกของไทยที่ต่ำในปีนี้อานิสงส์ต่อการส่งออกของไทยไปตลาดอังกฤษอาจกลับมากระเตื้องขึ้นและมีโอกาสขยายตัวได้ที่เลขหลักเดียวในปี 2563

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเกิด BREXIT ถึงแม้การถอนตัวดังกล่าวจะมีข้อตกลง (Deal) เกิดขึ้น ก็ยังมีความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาหากรัฐบาลอังกฤษไม่สามารถสร้างผลงานและเรียกความเชื่อมมั่นทางเศรษฐกิจได้ภายในปี 2563 ดังนั้น ระหว่างความไม่ชัดเจนดังกล่าวทางการไทยควรเตรียมแผนงานสำหรับการเจรจา FTA กับอังกฤษ รวมทั้งเร่งรัดการเจรจา FTA กับ EU ให้สามารถเปิดเสรีได้โดยเร็ว โดยกว่าการเจรจาจะสำเร็จจนเปิดเสรีได้ก็น่าเกิดขึ้นในจังหวะที่เรื่องราววุ่นวายเหล่านี้มีความชัดเจนมากขึ้น และสินค้าไทยก็จะมีโอกาสเข้าทำตลาดได้ทันที ทั้งยังทำให้สินค้าไทยรักษาตลาดในกลุ่มประเทศนี้ได้ต่อไปในระยะยาวโดยไม่สูญเสียพื้นที่ตลาดไปให้แก่สินค้าชาติอื่นที่กำลังจะจัดทำ FTA กับ EU สำเร็จแล้วอย่างเวียดนาม

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store