NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
[Hands On] Samsung Galaxy S20, Galaxy S20+ และ Galaxy S20 Ultra นิยามใหม่มือถือเน้นกล้องที่ดีรอบด้าน
หมวด: Tech

[Hands On] Samsung Galaxy S20, Galaxy S20+ และ Galaxy S20 Ultra นิยามใหม่มือถือเน้นกล้องที่ดีรอบด้าน

  • 325
  • 0
  • 0
HiTech

อย่างที่สัญญากันไว้เกี่ยวกับเรื่องการทดลองสัมผัสแรกของ Samsung Galaxy S20 Series และ Galaxy Z Flip ล่าสุดทีม sanook hitech ได้ทดลองการทำงานของมือถือในรุ่น Samsung Galaxy S20, Galaxy S20+ และ Galaxy S20 Ultra เรามาดูกันว่ากับคำที่เรียกว่า Super VDO Smart Phone ที่ดีที่สุด จะเป็นจริงในตัวนี้ได้หรือไม่ 

แรกสัมผัสรูปร่าง 

 

เริ่มต้นกับการออกแบบด้านหน้าที่ใช้หน้าจอ Dynamic AMOLED ความละเอียดสูงสุด 3000x1440 พิกเซล ทั้ง 3 เครื่องคล้ายกันแตกต่างกันที่ขนาดของหน้าจอที่ Samsung Galaxy S20 จะมีขนาด 6.2 นิ้ว Galaxy S20+ จะมีขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว และ Galaxy S20 Ultra มีขนาด 6.9 นิ้ว พร้อมกับกล้องด้านหน้า ทำให้หน้าจอเป็นแบบ Infinity O Display พร้อมกับลำโพงตัวเครื่องด้านบน 

sa_s20_m041

รอบตัวเครื่องจะมีขอบโลหะที่สวยงสามมาก ประกอบไปด้วยฝั่งซ้ายจะไม่มีปุ่ม, ฝั่งขวามือจะมาพร้อมกับปุ่ม Side Key และปุ่มปรับระดับเสียง  

sa_s20_m076

ส่วนบนสุดจะมีไมโครโฟนตัวที่ 2 และช่องใส่ซิมการ์ด ทั้งหมดจะเป็นแบบ Nano SIM และ Hybrid Slot สลับได้ทั้ง Nano SIM และ Micro SD ล่างสุดมีไมโครโฟน พร้อมกับ USB-C และลำโพงตัวเครื่อง 

หลังเครื่องใช้กระจก Gorilla Glass 5 แบบโค้งรับกับมือประกอบด้วยกล้องของเครื่องและโลโก้ Samsung ไว้ตำแหน่งล่างสุดนั่นเอง ทำให้ภาพรวมของเครื่องนั้นดูหรูหราพอสมควร แต่ขนาดเครื่องก็จะแตกต่างกัน โดย Galaxy S20 จะค่อนข้างเล็กไปหน่อย เหมาะกับผู้หญิง, Galaxy S20 Ultra จะมีขนาดกำลังดีสำหรับผู้ชาย ใหญ่ไปสำหรับผู้หญิง และ Galaxy S20 Ultra ก็จะใหญ่ไปเลย 

ฟีเจอร์หลักของ Samsung Galaxy S20 ทั้ง 3 รุ่น 

สเปก Samsung Galaxy S20  

  • หน้าจอ Dynamic AMOLED 3200 x 1440 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้วความละเอียดระดับ 2K พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz  
  • ขนาดตัวเครื่อง 151.7 x 69.1 x 7.9 มม.  
  • น้ำหนัก 163 กรัม  
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Snapdragon 865 / Exynos 990  
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB (LTE)  ชนิด LPDDR5X 
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB รองรับการเพิ่มความจำภายนอกสูงสุด 1TB (เฉพาะรุ่นถาดใส่ซิมแบบ Dual SIM)  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล  
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เลนส์ Tele 3x ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Digital Zoom 30x), เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition Ultrasonic Fingerprint  
  • แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh  
  • รองรับ Fast Charge 25W (แบบสาย), รองรับชาร์จไร้สาย Qi Wireless Power Share 2.0  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0  
  • ราคาในประเทศไทย : 28,900 บาท 
  • สี Cosmic Grey, Cloud Blue, Cloud Pink  

 

สเปก Samsung Galaxy S20+  

  • หน้าจอ DynamicAMOLED 3200 x 1440 พิกเซล WQHD+ (HDR10+) ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz  
  • ขนาดตัวเครื่อง 161.9 x 73.7 x 7.8 มม.  
  • น้ำหนัก 186 - 188 กรัม  
  • ชิปเซ็ตประมวลผล  Exynos 990   
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB (LTE)  
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB รองรับการเพิ่มความจำภายนอกสูงสุด 1TB (รุ่น LTE มีความจำ 128GB)  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล  
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เลนส์ Tele 3x ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Digital Zoom 30x), เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, เลนส์ ToF (Time-of-Flight) สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น  
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition Ultrasonic Fingerprint  
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500mAh  
  • รองรับ Fast Charge 25W (แบบสาย), รองรับชาร์จไร้สาย Qi Wireless Power Share 2.0  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0  
  • ราคาในประเทศไทย : 31,900 บาท   
  • สี  Cosmic Grey, Cloud Blue, Cosmic Black  
     

สเปกของ Samsung Galaxy S20 Ultra  

  • หน้าจอ DynamicAMOLED 3200 x 1440 พิกเซล WQHD+ (HDR10+) ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz  
  • ขนาดตัวเครื่อง 166.9 x 76.0 x 8.8 มม.  
  • น้ำหนัก 220 - 221 กรัม  
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Exynos 990 
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 12GB  (LPDDR5)  
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB รองรับการเพิ่มความจำภายนอกสูงสุด 1TB  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 40 ล้านพิกเซล  
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล, เลนส์ Tele 10x ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล(Space Zoom 100x), เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้อง ToF (Time-of-Flight) สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น   
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition Ultrasonic Fingerprint  
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh  
  • รองรับ Fast Charge 45W (แบบสาย), รองรับชาร์จไร้สาย Qi Wireless Power Share 2.0  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0  
  • ราคาในประเทศไทย : 39,900 บาท 
  • สี Cosmic Grey, Cosmic Black 

สำหรับขุมพลังทั้งหมดเลือกใช้ Exynos 990 ซึ่งได้เผยโฉมมาตั้งแต่งาน IFA2019 ที่ผ่านมา จุดเด่นคือขนาดเล็กและปรับได้หลากหลายรวมถึงการติดตั้งชิป 5G เป็นต้น และให้ RAM ใหม่ใน LPDDR5 ทั้งหมด แบตเตอรี่ของทั้ง 2 เครื่องรองรับการชาร์จเท่ากัน แต่ว่า ขนาดแตกต่างกัน โดย Galaxy S20 จะให้แค่ 4000 mAh และ Galaxy S20+ จะอยู่ที่ 4500 mAh 

ฟีเจอร์ที่ Samsung เน้นหนักกับมือถือรุ่นนี้คือ การทำตัวเองเป็น Super VDO Camera SmartPhone แบบเต็มที่ โดยเริ่มจากลูกเล่นดังนี้ 

  • Single Take ช่วยให้การถ่ายวิดีโอ และภาพนิ่งโดยจะเลือกภาพแบบที่ดีที่สุด แต่เราสามารถเลือก Moment ของภาพได้ 
  • Super Steady ที่อัปเกรดขึ้นกันสั่นได้ระดับ 60 องศา ดังนั้นการถ่ายวิดีโอของมือถือรุ่นนี้เรียกได้ว่าแนบเนียนมาก 
  • วิดีโอ 8K ทุกรุ่นถ่ายได้นานสุด 5 นาที โดยสร้างปัญหาเรื่องความร้อนที่น้อยลงอย่างมากเลยครับ 
  • Pro Video Mode สามารถปรับเรื่องการถ่ายภาพได้เองทั้งหมดเรียกได้ว่าเป็นเมนูที่หลายคนตามหากันมานาน โดยเฉพาะมือโปร 

 

sa_s20_sam001
sa_s20_sam003
sa_s20_sam005 sa_s20_sam003

ขณะที่ภาพนิ่งก็ไม่ทิ้งเพราะมีการเปลี่ยนแปลงเซนเซอร์ใหญ่ขึ้นทั้งหมด โดย Samsung Galaxy S20 และ S20+ จะมีกล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้อง Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล และ กล้อง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล ความสามารถของการซูมในมือถือคู่นี้ทำได้ 30 เท่า แต่ว่าความต่างคือ Galaxy S20+ จะมี ToF Sensor นั่นเอง 

 

เห็นได้จากตัวอย่างภาพถ่ายที่ Samsung Galaxy S20 ทั้ง 2 รุ่นไม่ทิ้งคุณภาพเลยแม้แต่น้อยการเก็บรายละเอียดถือว่าทำได้ดีมาก ทั้งภาพปกติและภาพแสงน้อย แต่รายละเอียดทั้งหมดขอแปะไว้เล่าต่อในรีวิวนะครับ 

ด้านกล้องหน้าก็ถือว่าให้มาขนาด 10 ล้านพิกเซลทั้งคู่เรียกได้ว่าไม่เลวงร้ายและยังสามารถปรับมุมให้ห่างออกได้ด้วย 

ส่วน Samsung Galaxy S20 Ultra จัดเต็มทุกอย่างตั้งแต่ขนาดหน้าจอที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ มาพร้อมกับขนาดของ RAM ที่เยอะขึ้น และแบตเตอรี่ 5000 mAh ในภาพรวมถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก และรวมถึง 5G ก็รองรับในเครื่องรุ่นนี้เช่นเดียวกัน 

เรื่องเซอร์ไพรส์หลักจะเป็นเรื่องของกล้องที่ Samsung Galaxy S20 Ultra จะมีขนาด 108 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์หลัก, กล้องตัวที่ 2 เป็นเลนส์ Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล และกล้องตัวสุดท้ายกับ เลนส์ Telephoto ขนาด 48 ล้านพิกเซล แบบซ่อนไว้ภายในทำให้สามารถซูมได้มากถึง 100 เท่าในแบบ Space Zoom 

sa_s20u_sam003
sa_s20u_sam004
sa_s20u_sam005
sa_s20u_sam006
sa_s20u_sam007

ภาพตัวอย่างออกมาถือว่ายังคงทำได้ดีและมีคุณภาพสูงพอสมควรดังนั้นการที่มือถือทั้ง 3 รุ่นจะได้คำว่า เป็นมือถือที่เน้นการถ่ายทั้งภาพและวิดีโอแบบทุบข้อจำกัดของมือถือปัจจุบันนี้ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด 

สรุปหลังสัมผัสแรกของ Samsung Galaxy S20 Series ทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆ 

 

ต้องบอกว่ามือถือทั้งหมดนี้เป็นการปฏิวัตการถ่ายภาพด้วยมือถือกับเทคโนโลยีที่ครบครันเลยทีเดียว Samsung Galaxy S20 น้องเล็กที่มีราคาถูกสุดในงบ 28,900 บาท ผมว่าตอบโจทย์กับคนที่ต้องการเครื่องเดียวจบแต่ขอความถนัดมือ 

Samsung Galaxy S20+ หากคุณอยากได้หน้าจอใหญ่ขึ้น สเปกที่ดีขึ้นอีกระดับและแน่นอนว่า มือถือเครื่องเดียวที่ตอบโจทย์ในการทำงานหลายเรื่อง ในราคาอัปมาที่ 31,900 บาท 

แต่ถ้าใครอยากจัดเต็มทั้งกล้องที่สวยงาม และภาพรวมที่ดี Galaxy S20 Ultra เป็นคำตอบที่น่าสนใจและยังรองรับ 5G ด้วยถือว่าลงตัวอย่างมากเลยครับ 

โดยทั้งหมดจะเริ่มจำหน่าย 6 มีนาคม แต่พิเศษ สำหรับ Galaxy S20+ และ Galaxy S20 Ultra จะมีโปรโมชั่นพิเศษหากจองระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ - 5 มีนาคม ก็จะสามารถได้รับของแถมคือ Galaxy Buds+ ด้วยครับ 

และถ้าต้องมารีวิวจริงแล้ว Samsung Galaxy S20 Series แต่ละรุ่นจะตอบโจทย์การใช้งานอย่างไร โปรดรอติดตามรับชมกันเร็วๆ นี้ครับ 

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store