NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
7 สิ่งที่บอกว่า คุณควรเริ่มใหม่ได้แล้ว โสดนานเกินไปแล้วนะ
หมวด: Life

7 สิ่งที่บอกว่า คุณควรเริ่มใหม่ได้แล้ว โสดนานเกินไปแล้วนะ

  • 0
  • 0
Spiceee


ความรักบทจะมาก็มา บทจะจากไปก็ไปแบบไม่ทันตั้งตัว เรียกได้ว่าไม่สามารถคาดการณ์อะไรกับความรักได้เลย เพราะมีความไม่แน่นอนอยู่เต็มไปหมด เพราะความรักเป็นแบบนี้นี่เองหลายคนจึงเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองเอาไว้ อาจจะเพราะเจ็บปวดจนเข็ดกับรักครั้งที่แล้วจนหวาดกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ หรือกลัวความรักจนไม่กล้าที่จะมีใคร แต่หากเรารู้สึกว่าตัวเองจำต้องฝืนทนที่จะอยู่เป็นโสดและเราเริ่มรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตโสดแบบนี้อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเราควรที่จะเปิดใจให้กับรักครั้งใหม่ได้แล้ว สัญญาณเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่าเราต้องมีแฟนแล้วล่ะค่ะ มีอะไรบ้างไปเช็คพร้อมๆ กันเลย


1 เริ่มรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย
เมื่อชีวิตเราเดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่ว่าทำตามความฝันของเราแทบจะสำเร็จทุกอย่างแล้ว ทั้งเรื่องหน้าที่การงาน เรื่องทรัพย์สินความก้าวหน้าทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่เราพึงพอใจ เป้าหมายที่เคยมีได้ถูกเติมเต็มแล้ว ตามสัญชาติญาณมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคมเราก็จะเริ่มรู้สึกมีความเหงาเข้ามาในจิตใจ เมื่อทุกอย่างก็ดูพร้อมแล้วและเราก็ไม่ได้มีเป้าหมายใดๆ เพิ่มเติมจนกลายเป็นว่าเรารู้สึกเคว้งคว้างเหมือนไม่มีจุดหมายไม่รู้ว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อใครหรือเพื่ออะไร ถ้าอารมณ์แบบนี้เข้ามาทักทายก็อาจจะหมายถึงว่าเราถึงเวลาที่จะเปิดใจให้ใครสักคนมาสร้างเป้าหมายร่วมกันแล้วล่ะค่ะ


2 เริ่มหาความสุขจากการอยู่คนเดียวไม่เจอแล้ว
เมื่อก่อนคุณอาจจะสนุกสนานกับการเดินช็อปปิ้งคนเดียว กินข้าวคนเดียว ดูหนังฟังเพลงคนเดียวได้ไม่ได้มีปัญหาอะไรและยังเอ็นจอยกับมันอีกด้วย แต่ทุกวันนี้คุณกลับทำกิจกรรมเหล่านี้ด้วยความรู้สึกเหงาจับใจ รู้สึกว่าสิ่งที่เคยทำมาตัวคนเดียวตลอดกลายเป็นเรื่องยากหรือไม่น่าภิรมย์ไปเสียดื้อๆ ซึ่งก็ค่อนข้างชัดเจนว่ามันเป็นสัญญาณจากส่วนลึกในจิตใจของคุณที่กำลังเรียกร้องให้หาใครสักคนมาอยู่ข้างๆ ได้แล้ว เหงามากมาย ฮืออออ


3 เพื่อนรอบข้างมีแฟนกันหมดแล้ว
มันจะมีช่วงวัยหนึ่งที่เพื่อนรอบข้างต่างทะยอยไปมีแฟนกันหมดกระทั่งรู้ตัวอีกทีเราก็เจอเพื่อนน้อยลงๆ และรู้สึกเกรงอกเกรงใจที่จะต้องชวนเพื่อนไปไหนมาไหนในวันหยุด เพราะส่วนใหญ่เพื่อนๆ เขาจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว (สำหรับเพื่อนที่แต่งงานแล้ว) หรือไม่ก็ไปเที่ยวกับแฟนซะมากกว่าที่จะมาอยู่กับเรา ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วชีวิตโสดของเราอาจจะไม่สนุกสักเท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ เพราะเราจะไม่มีเพื่อนที่ไปไหนไปกันอีกแล้ว เพราะเพื่อนเขาก็มีแฟนของเขา แบบนี้เราอาจจะหาแฟนสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนท่าจะเวิร์คกว่านะ


4 โทรศัพท์แทบไม่มีคนโทรหา
หากไม่นับเรื่องงานและคนในครอบครัวแล้วโทรศัพท์ของคุณก็แทบไม่มีใครโทรหาคุณเลย มันจะเป็นอารมณ์ที่เหงาๆ เศร้าๆ อยู่หน่อยๆ เพราะเมื่อคุณต้องการที่จะแชร์เรื่องราวต่างๆ ที่คุณพบเจอในแต่ละวัน ไม่ว่าจะทุกข์ สุข เครียด ตลก คุณก็แทบไม่รู้ว่าจะโทรไปเล่าให้ใครฟังดี มันเป็นอารมณ์ที่เหงาๆ และคุณก็มีความรู้สึกที่อยากจะให้ใครสักคนมาคอยรับฟังเรื่องราวในแต่วันของคุณบ้างเหมือนกัน หากอารมณ์นี้มาทักทายคุณเข้าแล้ว คุณอาจจะต้องเปิดใจเรียนรู้ใครสักคนแบบจริงๆ จังๆ แล้วล่ะค่ะ


5 แอบคิดถึงรักครั้งเก่าอยู่บ่อยๆ
ทั้งๆ ที่รู้ว่ารักครั้งเก่าที่จบไปมันมีปัญหาในความสัมพันธ์จึงทำให้ไปกันไม่รอด หรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์จบไม่สวยเพราะมีเหตุที่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ซื่อสัตย์ต่อกันแต่คุณก็ยังอดคิดถึงแฟนเก่าและช่วงเวลาดีๆ ที่เคยมีในอดีตไม่ได้ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าต่อให้กลับมาคบกันอีกรอบก็ไปกันไม่รอดอยู่ดี ความรู้สึกแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้และเป็นไปได้สูงว่าคุณไม่ได้ยังรักแฟนเก่าอยู่หรอก แต่คุณแค่เหงาและโหยหาโมเมนต์มุ้งมิ้งเหมือนในอดีตแค่นั้นเอง มันก็เป็นสัญญาณเตือนได้ว่าคุณอาจจะกำลังโหยหาความรักแบบแฟนก็ได้นะ


6 พ่อแม่เริ่มเป็นห่วง
หากพ่อแม่เริ่มเป็นห่วงคุณและเริ่มเข้ามายุ่งวุ่นวายเรื่องการมีแฟนของคุณหรือพูดบ่อยๆ เหมือนต้องการให้คุณมีแฟนคอยดูแลนั่นอาจจะหมายถึงว่าพ่อแม่เป็นห่วงหรือเห็นว่าคุณอาจเหงาหรือต้องมีใครสักคนมาคอยดูแล เมื่อพ่อแม่ที่แสนห่วงและหวงลูกสาวออกปากขนาดนี้ท่านอาจจะเห็นว่าคุณอยู่ในวัยที่ควรจะมีคู่ครองและคนดูแลได้แล้ว เมื่อพ่อแม่พูดขนาดนี้แล้วคุณอาจจะต้องลองเปิดใจศึกษาใครสักคนแล้วล่ะ เผื่อจะหายเหงาและพ่อแม่ก็หายห่วงด้วยนะ


7 คุณเจอคนที่รู้สึกว่าใช่
บางคนอาจจะตั้งกฎเกณฑ์ให้กับตัวเองว่าจะต้องมีแฟนตอนอายุเท่านี้ๆ หรือเจ็บปวดจากรักครั้งเก่า เลยตั้งขอบเขตให้กับตัวเองว่าจะต้องรอให้ตัวเองฟื้นจากรักครั้งเก่าก่อน แต่เมื่อใดที่คุณเจอคนที่ใช่ (ซึ่งจะมาตอนไหนก็ไม่รู้) อาจจะเร็วกว่าที่คุณคิดไว้ คุณอาจจะลองเปิดใจคบดูก่อนเพราะโอกาสที่เราจะเจอคนที่ใช่มันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเจออีก หากรู้สึกว่าใช่ก็คงจะต้องเปิดใจศึกษาแล้วล่ะ อย่ามัวแต่พะวงกับทฤษฎีมากมายเลยเนอะ ใช้หัวใจนำทางบ้างก็ดีนะ



ความรักไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อะไร ยังไง ดังนั้นเมื่อใดที่เรารู้สึกว่าเราไม่แฮปปี้กับชีวิตโสดอีกต่อไปแล้ว เราอาจจะลองเปิดใจศึกษาคนที่เข้ามาในชีวิตให้จริงจังมากขึ้น เผื่อเราจะได้เจอคนที่ใช่และเป็นเนื้อคู่ของเราจริงๆ ก็ได้นะ อย่าปิดกันตัวเองจนต้องพลาดโอกาสจากคนดีๆ ล่ะ คิดว่าตัวเองควรมีแฟนหรือยัง

ข้อมูล : Saranya Sae-jung

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store