NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
KOFFEE KULTURE Coffee in Europe จากบราซิลถึงอิตาลี วัฒนธรรมคาเฟ่เริ่มจากไหน?
หมวด: Food & Travel

KOFFEE KULTURE Coffee in Europe จากบราซิลถึงอิตาลี วัฒนธรรมคาเฟ่เริ่มจากไหน?

  • 6
  • 0
Eddy Chang

เรื่อง/ภาพประกอบ Eddy Chang

 

จากบราซิลถึงอิตาลี

วัฒนธรรมคาเฟ่เริ่มจากไหน?

 

“Black as the devil, hot as hell, pure as an angle, sweet as love” เป็นคำพูดของ Prince Talleyrand (1754-1839) ที่พูดถึงกาแฟเมื่อกว่า 400 ปีที่แล้ว แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่า แล้วคนยุโรปซึ่งปลูกกาแฟไม่ได้ เพราะอากาศหนาว พวกเขากลายเป็นต้นตำรับของวัฒนธรรมคาเฟ่และกาแฟได้อย่างไร คนยุโรปเขาดื่มกาแฟกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เดี๋ยววันนี้เรามาแกะรอยกัน

หากนึกถึงกาแฟในยุโรป สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงแน่ๆ คืออิตาลี อิตาลีน่าจะเป็นเจ้าแม่แห่งการทำร้านกาแฟก็ว่าได้ ผู้คนที่นี่เมามายกับกาแฟมากพอๆ กับไวน์ที่พวกเขาร่ำลือกันในร้าน แตกต่างกันอยู่นิดเดียวตรงที่ อิตาลีไม่ใช่ประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่ แต่พวกเขาทั้งคั่ว ขายและดื่มกินกันราวกับว่าพวกเขาเกิดมาใต้ต้นกาแฟ

ตามประวัติ อาจอ้างได้ว่าอิตาลีเป็นประเทศแรกที่นำเข้ากาแฟมายุโรป เรือลำแรกที่มาเทียบท่าขนกาแฟคือเมื่อราวศตวรรษที่ 16 ในเวนิส มันมาพร้อมกับผลไม้เมืองร้อนอื่นๆ ที่เริ่มเข้ามาขายในอิตาลี สมัยนั้นมีการเรียกเรือที่บรรทุกกาแฟเข้ามาพวกนี้ว่า Limonaji (มาจาก Lemon Seller) คือกล่าวอ้างถึงบรรดาผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นผลไม้รสจี๊ดจ๊าดจัดจ้าน มากกว่าที่จะเป็น Caffetieri (coffee seller) หรือกล่าวถึงกาแฟ นั่นก็พออนุมานว่าปริมาณกาแฟที่เข้ามาในช่วงแรก อาจไม่ได้มากนัก แต่ไม่นานหลังจากนั้น กาแฟก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคุณสมบัติของคาเฟอีน กาแฟทำให้คนคึกคัก ตื่นจากความหลับใหลและกลายเป็นว่ากาแฟสร้างชื่อของมันด้วยคุณสมบัติทางยา มากกว่าจะเป็นเครื่องดื่มเพื่อความบันเทิงใจเหมือนในยุคนี้

กาแฟเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นๆ และมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปี 1651 เริ่มมี Coffee house เกิดขึ้นในเวนิส เรื่องนี้มีการบันทึกไว้โดยนักเดินทางชาวอังกฤษ ไม่นานนักเมื่อสิ้นศตวรรษที่ 17 กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มที่คนคุ้นเคยไปแล้วมี Coffee House มากมายรอบ Piazza de San Marco

หนึ่งใน Coffee House ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิสก็คือ Florian จริงๆ เราน่าจะพูดได้ว่ามันเป็นหนึ่งในยุโรปเลยก็ว่าได้ คนดังหลายๆ คนเคยมาที่นี่ตั้งแต่มันเปิดเมื่อปี 1720 ฌอง ฌาค รุสโซ นักเขียนและนักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส ก็เคยมาที่นี่ คาสโนวานักรักคนดังก็เคยมา ส่วนหนึ่งที่ Coffee House ที่นี่เป็นที่นิยมก็มาจากการเปิดโอกาสให้สาวๆ ได้ใช้พื้นที่ใน Coffee House ด้วย พวกเธอมักหาเวลาว่างมานั่งจับกลุ่มดื่มกาแฟ นึกๆ ไปก็คงเหมือน ร้านสตาร์บัคส์ แถวๆ สุขุมวิท ที่หันไปทางไหนก็มีแต่แม่บ้านญี่ปุ่นเต็มไปหมด

สิ่งที่ทำให้ร้านกาแฟ (Coffee House) หรือคาเฟ่กาแฟหรือจะเป็นแค่เคาน์เตอร์กาแฟในยุโรปเติบโตมากในช่วงศตวรรษที่ 17 ก็เพราะว่า ร้านพวกนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เสิร์ฟกาแฟเท่านั้น แต่มันกลายเป็นที่ที่ทุกคนไปแชร์ไอเดีย หาเพื่อน คุยเรื่องธุรกิจ ตลอดจนไปกินอาหาร เพราะในยุคนั้น Coffee House มีลักษณะกึ่งภัตตาคาร กึ่งผับ คนสมัยก่อนไม่มีวัฒนธรรมการชงกาแฟที่บ้าน เพราะไม่สะดวกทั้งเรื่องของเครื่องมือและการจัดเก็บ คนสมัยนั้นดื่มชาที่บ้าน แต่หากกาแฟ พวกเขาต้องมาที่ร้าน

ยุคแรกของการเปิดร้านกาแฟในหลายประเทศอย่างปารีส มีแม้กระทั่งโชว์แปลกๆ เช่นว่าม้าตัวใหญ่ๆ หรือสัตว์สตัฟฟ์อย่างแรดก็มี จากนั้นก็เริ่มพัฒนารูปแบบของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟขึ้นมาเรื่อยๆ เริ่มมีเกมหมากรุกมาให้เล่น หรือการผสมกาแฟเข้ากับเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ อย่าง นม ช็อกโกแลตวิสกี้หรือวอดก้า หรือการกินคู่กับขนมที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มาจนถึงกลางศตวรรษที่ 18 กาแฟได้ค่อยๆ พัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะการแทรกซึมเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคน แม้กระทั่งในอังกฤษเองก็ตาม กาแฟก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะยังเป็นรองชาอยู่มากก็ตามที

แต่นั่นเป็นเรื่องที่เกิดตรงข้ามกับประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอย่างอเมริกา ที่เรียกว่ากาแฟ แทบจะกลายเป็นเครื่องดื่มประจำชาติไปเลยก็ว่าได้

 

ช่วงแกะถุงชิม

คริสต์มาสมาถึงแล้ว

แน่นอนไม่มีอะไรดีไปกว่ากาแฟประจำเทศกาลอย่าง Starbucks Christmas Blend แต่พิเศษไปกว่านั้นด้วย สตาร์บัคส์ รีเซิร์ฟ คริสต์มาส 2018 สตาร์บัคส์เบลนด์เอาสองกาแฟหายากทั้ง Aged Sumartra และ Hacienda Alsacia ซึ่งปลูกในไร่กาแฟของสตาร์บัคส์เองที่คอสตาริก้าในแถบเทือกเขาแนวเดียวกันกับภูเขาไฟโพแอสส่วน Aged Sumatra เป็นเทคนิคการบ่มกาแฟเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อคั่วกาแฟจะให้รสชาติที่เข้มข้นขึ้น สตาร์บัคส์เอากาแฟทั้งสองอย่างมารวมกัน ถือว่าไม่ง่ายที่เราจะได้เห็นกาแฟที่เป็น Single Origin ถูกเบลนด์ออกมาเป็นรสชาติใหม่ ผมชงด้วยเครื่องผ่านน้ำและแบบคีเม็กซ์ พบว่ารสชาติออกกลิ่นแบบสโมกกี้ มีกลิ่นไม้เครื่องเทศ และมีรสของผลไม้รสเปรี้ยวนิดๆ ขมวดด้วยรสหวานตอนจบ เหมาะมากกับการกินกับขนมช่วงเทศกาลคริสต์มาสจริงๆ

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store