NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
KOFFEE KULTURE ทำไมเราชอบนั่งทำงานในร้านกาแฟ
หมวด: Food & Travel

KOFFEE KULTURE ทำไมเราชอบนั่งทำงานในร้านกาแฟ

  • 186
  • 48
  • 2
Eddy Chang

KOFFEE KULTURE WHY WE LOVE TO WORK IN CAFE

เรื่อง Eddy Chang

 

คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมเราชอบนั่งทำงานในร้านกาแฟ

อเมริกาเป็นประเทศที่คนดื่มกาแฟมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง มีการวิจัยออกมาแล้วว่าคนคนอเมริกันหมดเวลาไปกับการซื้อและดื่มกาแฟระหว่างวันทำงานมากถึงปีละ 62 ชั่วโมง คิดเป็นเวลาในการทำงานถึง 8 วันเลยทีเดียว หลายๆ บริษัทจึงเริ่มคิดอย่างจริงจังเรื่องของการยก “คาเฟ่” (ไม่ใช่แค่มุมกาแฟ) เอามาไว้ในบริษัทซะเลย

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เชื่อกันมาตลอดว่าช่วยเพิ่มความสดชื่นและแก้ง่วงเหงาหาวนอนได้ดี ในสังคมสมัยใหม่กาแฟถือเป็นเสมือน “สัญลักษณ์” ของการเริ่มต้นการทำงาน การเริ่มสิ่งใหม่และเป็นอย่างนี้มาอย่างยาวนาน กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น สำหรับใครหลายคนรวมถึงผมด้วย การไม่ดื่มกาแฟตอนเช้านี่เหมือนว่าร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นสักอย่างในชีวิต

ในอเมริกา ดินแดนที่ถือว่าเป็นบ้านของกาแฟสมัยใหม่ มีการศึกษากันอย่างกว้างขวางเรื่องผลของกาแฟที่ส่งผลสังคมสมัยใหม่ งานศึกษาหลายชิ้นชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชิงบวกต่อกาแฟกับการทำงานและยังโยงไปถึงธุรกิจกาแฟของสหรัฐด้วย

งานวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยอินเดียนนา เขาวิจัยเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างการดื่มกาแฟกับผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน (productivity) เขาทดสอบในสองแง่มุมคือเรื่องความเชื่อ ความคิดเห็นและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์จากกลุ่มที่ไปสำรวจพบว่าร้อยละ 46 ของพนักงานบริษัทที่เขาไปสำรวจ “เชื่อว่า” กาแฟนั้นเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของการทำงานโดยตรง แม้ว่าพวกเขาจะดื่มกาแฟเพียงน้อยนิดคืออาจไม่ถึง 100 มิลลิกรัม นี่แค่เรื่องความเชื่อนะครับ พอมาดูเรื่องผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ก็พบเช่นกันว่าไอ้เรื่องที่เชื่อกันอยู่นั้นมีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย เพราะกาแฟสามารถไปบล็อกการหลั่งสารที่ชื่อ adonesine ซึ่งหลั่งออกมาเมื่อเราเพิ่งตื่นนอนหรือหลังจากกินอาหาร กาแฟจะช่วยรักษาระดับของการตื่นตัวและไม่ให้เรารู้สึกง่วงและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าชา (แต่คาเฟอีนในกาแฟก็อยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลาสั้นกว่า) กาแฟจะส่งผลกับสมองในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำ ความสามารถในการจดจ่อและเรื่องของการตระหนักรู้ต่อสิ่งเร้าได้ดีในช่วงเวลาสั้นๆ

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ Journal Consumer Research ตีพิมพ์ในวารสาร Oxford University Press ด้วย เขาไปทำวิจัยถึงคนที่มักนั่งทำงานในร้านกาแฟว่า ท่ามกลางความวุ่นวาย ทำไมคนที่ทำงานในร้านกาแฟถึงสามารถจดจ่อและมีสมาธิกับงานที่ทำได้ยังไง นักวิจัยพบว่ามีความเกี่ยวเนื่องกันทั้งจากของกาแฟที่ดื่มและ “ระดับเสียง” ในร้านกาแฟด้วยว่าในสภาพแวดล้อมที่มีระดับความดังของเสียงอยู่ในระดับต่ำแต่ไม่ถึงกับเงียบคือราวๆ 50-70 เดซิเบลเป็นภาวะที่สมองทำงานได้ดี โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เมื่อบวกกับการ ดื่มกาแฟ สภาวะแบบนี้เหมาะสมมากกว่าการสภาพแวดล้อมที่ไร้เสียงหรือเสียงแบบเงียบสงัด เพราะในสภาพแวดล้อมแบบนั้นอาจไม่เหมาะกับการทำงาน

การทดสอบนี้ทำเมื่อปี 2012 และมีการทดสอบในหลายสถานการณ์และหลายกลุ่ม ทั้งในกลุ่มนักเรียน คนทำงานและทำในสภาพแวดล้อมของร้านกาแฟที่มีระดับเสียงแตกต่างกันไปซึ่งได้ผลออกมาเป็นไปในทางเดียวกัน

อ่านดูก็ไม่แปลก ที่เราอาจคิดไปว่างานวิจัยเหล่านี้มีเหล่าร้านกาแฟสาขาอยู่เบื้องหลัง เป็นคนออกทุนวิจัยก็เป็นได้ แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น ผมคิดว่าสภาพที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ร้านกาแฟเป็นส่วนนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองไปแล้ว มีร้านกาแฟมากมายที่กลายเป็นที่ทำงานของฟรีแลนซ์และร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมง เพื่อสนองความต้องการของเหล่าเสรีชนคนดิจิทัล ร้านกาแฟสาขาอย่างสตาร์บัคส์ถึงกับออกมาประกาศเลยว่าต่อให้คุณไม่ซื้อกาแฟ เข้าไปนั่งพวกเขาก็ไม่ว่าอะไร หรือบางสาขาอยากเช่าห้องประชุม ก็แค่บอกล่วงหน้าก็จองได้เลยโดยไม่ต้องจ่ายเงิน

ผมคิดว่าตราบเท่าที่เรายังมีที่ให้ปลูกกาแฟและยังมีร้านกาแฟมีให้นั่ง ชีวิตของชนชั้นกลางและพนักงาน บริษัทก็ยังคงวนเวียนอยู่กับร้านกาแฟอยู่ ในอนาคตผมคิดว่าร้านกาแฟจะเป็นตัววัดความเจริญของเมืองในทางหนึ่ง เมืองที่มีร้านกาแฟให้บริการมากเท่าไหร่ ก็ย่อมสะท้อนความต้องการของชนชั้นกลางบางกลุ่มที่อยากได้พื้นที่สำหรับหากาแฟอร่อยๆ สำหรับทำงานและสันทนาการบางอย่างของชีวิต

ทุกวันนี้ครึ่งหนึ่งของต้นฉบับของผม ก็เขียนในร้านกาแฟเช่นกัน

 

ช่วงเปิดถุง

ทุกยี่ห้อจะโฆษณาเรื่องความสดใหม่ของเมล็ดกาแฟ แต่ก็จะมีกาแฟบางถุงที่พูดถึงเรื่องการ aging กาแฟ แม้ว่าจะมีไม่มาก แต่ก็พอหาชิมได้อยู่ การ aging กาแฟนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 การขนส่งที่ลำบากทำให้เราค้นพบว่า เออเก็บกาแฟไว้นานๆ แล้วเอามาคั่วก็ได้รสอีกแบบ แต่การเก็บก็มีราคาของมัน กาแฟที่ถือว่าเป็น aged coffee ต้องเก็บไว้ประมาณ 3 ปีหลังจากผ่านการ process แล้ว ก่อนไปคั่ว

สุมาตราถุงนี้ผมฝากเพื่อนแสนดีผู้ทำงานที่ร้านคู่แข่งของสตาร์บัคส์หิ้วมาให้ (ฮา) พบว่ามีกลิ่นแบบหนังเก่าๆ กลิ่นควันไฟ วานิลลาใช่ฟังดูเหมือนวิสกี้มากกว่ากาแฟแต่เชื่อไหม ชงแล้วผสมกับวิสกี้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ออกมาอร่อยมาก

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store