NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
ตำนานซีรีส์ภาคปกติของ "นิโคล่า เทสลา" : ตอนที่ 6.1 กำเนิด Old Sparky เก้าอี้ไฟฟ้าสำหรับนักโทษประหาร
หมวด: Campus

ตำนานซีรีส์ภาคปกติของ "นิโคล่า เทสลา" : ตอนที่ 6.1 กำเนิด Old Sparky เก้าอี้ไฟฟ้าสำหรับนักโทษประหาร

  • 1
  • 0
Sujate Wanchat

เพียงแค่หนึ่งเดือนหลังจากที่เทสล่าไปบรรยายที่สถาบันไฟฟ้าแห่งอเมริกา เวสติ้งเฮาส์ ก็ได้นัดพบกับเทสล่า พวกเขาพบกันที่ห้องแล็บของเทสล่า (Tesla's laboratory) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานบริษัทของเอดิสันไม่กี่ช่วงตึก เมื่อเวสติ้งเฮาส์เดินผ่านสำนักงานของเอดิสันเขารู้สึกสะใจนิดๆ ว่าเขากำลังจะได้อดีตมือดีที่สุดของเอดิสันมาทำงานให้เขา

เทสล่าและเวสติ้งเฮาส์มีความประทับใจซึ่งกันและกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน เทสล่าเขียนบันทึกไว้ว่า “ผมชอบคิดถึงวันที่ได้พบจอร์ช เวสติ้งเฮาส์เป็นครั้งแรก เขาเป็นชายที่มีพลังซ่อนเร้นมากมาย ชอบยิ้ม สุภาพอ่อนโยน แต่เด็ดขาด ผมคิดว่าผมได้พบกับคนที่ผมต้องการแล้ว

เวสติ้งเฮาส์มีหนวดสั้น อายุมากกว่าเทสล่าสิบปี เขาเป็นคนที่สุภาพอ่อนโยน และเด็ดขาด ซึ่งลักษณะของความเป็นผู้นำเช่นนี้ถูกปลูกฝังกับเค้าตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เทสล่าต้องการจะสร้างความประทับใจให้กับชายผู้นี้ เพราะทราบดีว่าเวสติ้งเฮาส์จะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของสิ่งประดิษฐ์ของเขา เทสล่าได้สาธิตอุปกรณ์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ของเขา

และทันทีที่เวสติ้งเฮาส์เห็น เข้าก็ทราบทันทีว่านี่คือโอกาสที่จะทำให้อุตสาหกรรมไฟฟ้าของเขาทิ้งห่างเอดิสันอย่างไม่เห็นฝุ่น เขาเสนอเงินให้เทสล่าหนึ่งล้านดอลลาร์ สำหรับค่าสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นส่วนประกอบของระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเทสล่าทั้งหมด เวสติ้งเฮาส์พูดว่า “หนึ่งล้านเหรียญ บวกกับเงินดอลลาร์ต่อหนึ่งแรงม้าที่ออกแบบสร้างให้กับบริษัทของผมได้ คุณได้รับสัญญานี้แล้ว

เทสล่าไม่ทันเหลี่ยมนักธุรกิจของเวสติ้งเฮาส์ในเรื่องธุรกิจ จริงแล้วเขามีสิทธิ์ที่จะต่อรองราคา แต่เขาไม่ทำ เทสล่าอาจไม่รู้มาก่อนว่าเวสติ้งเฮาส์ก็เป็นคนที่เจ้าเล่ห์ไม่แพ้เอดิสัน เวสติ้งเฮาส์ได้ประดิษฐ์หลอดไฟอินแคนเดสเซนต์โดยละเมิดสิทธิบัตรของเอดิสัน แต่เขาก็อ้างว่าไม่ได้เป็นการละเมิด โดยอ้างว่าเขาประดิษฐ์หลอดไฟของเขาเองซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ ซอร์เยอร์-มันน์ ซึ่งเขาได้ซื้อสิทธิบัตรนี้มาแล้ว

เทสล่ามองว่าระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเขาเป็นความคิดที่ยิ่งใหญ่ แต่เขากลับขายให้เวสติ้งเฮาส์ในราคาเพียงหนึ่งล้านเหรียญ ซึ่งในราคานั้นมีสิทธิบัตรถึงสี่สิบสิทธิบัตรนั่นหมายความว่าราคาต่อสิทธิบัตรเพียงแค่ 25,000 เหรียญ ซึ่งมูลค่าที่เทสล่ายอมรับเป็นเงินเพียงแค่ครึ่งหนึ่งที่เวสติ้งเฮาส์เตรียมมาเพื่อจะจ่ายให้กับเทสล่า แต่เทสล่าก็พอใจว่าเงินที่เขาได้รับมากพอที่จะทำให้เขาอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย และสามารถทำการทดลองใดก็ได้ที่อยากทำ แต่เขาไม่ทราบเลยว่าสิทธิบัตรที่เขาขายไปนั้นสามารถจะทำเงินให้กับเวสติ้งเฮาส์ได้มากมายมหาศาลชนิดที่เรียกว่าประเมินมูลค่าไม่ได้เลยจริงๆ

ในการไปพูดที่ Institute of Immigrate Welfare เทสล่าได้พูดถึงเวสติ้งเฮาส์ว่า “ในความคิดของผม ผมคิดว่าจอร์ช เวสติ้งเฮาส์ เป็นผู้เดียวในโลกที่เห็นประโยชน์ของไฟฟ้ากระแสสลับ ภายใต้สภาวะการแข่งขันธุรกิจไฟฟ้าในช่วงเริ่มต้นนั้นมีความเสี่ยงสูง แต่เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดที่เลือกไฟฟ้ากระแสสลับ แล้วเขาก็สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ อย่างระบบไฟฟ้ากระแสตรงนั้นมีข้อด้อยมากมาย แต่ผมแปลกใจว่าทำไมบรรดานักลงทุนถึงได้ยึดถือมันมาก ดังนั้นผมจึงถือได้ว่าเวสติ้งเฮาส์เป็นผู้บุกเบิกวงการไฟฟ้าแห่งอนาคตของโลกใบนี้ เป็นบุคคลที่ชาวอเมริกันและทั่วโลกควรจะขอบคุณเค้า

เพื่อให้เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสสลับถูกผลิตออกมาเป็นสินค้าเพื่อการพาณิชย์ เวสติ้งเฮาส์ได้มอบงานให้กับเทสล่าในตำแหน่งที่ปรึกษา และต้องไปทำงานที่โรงงานซึ่งอยู่ในเมืองฟิตเบิร์ก แม้ว่าเทสล่าจะอยากทำงานวิจัยของเขาต่อที่ห้องแล็บในนิวยอร์ก แต่เขาก็จำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของเวสติ้งเฮาส์

เมื่อมาถึงพิตเบิร์ก เทสล่าต้องทำงานร่วมกับ วิลเลียม สเเตนเลย์ ซึ่งเป็นวิศวกรผู้เข้าใจมุมมองด้านการค้าและธุรกิจ และพร้อมจะใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมของเทสล่า สเเตนเลย์รู้ดีว่าถ้าเวสติ้งเฮาส์ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ มอเตอร์ต้นแบบของเทสล่าจะถูกแปลงเป็นสินค้าที่ขายดิบขายดีอย่างแน่นอน ถ้าการต่อสู้กันในชั้นศาลกับเอดิสัน ถ้าโชคไม่ดีเกิดแพ้ขึ้นมา เวสติ้งเฮาส์จะขายหลอดไฟไม่ได้อีก และกิจการสร้างรายได้ของเขาในส่วนนี้จะต้องจบลง แต่ในปี ค.ศ. 1888 เวสติ้งเฮาส์มีส่วนประกอบทุกอย่างของระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่ยอดเยี่ยมครบแล้ว เหลือเพียงสแตนเลย์กับเทสล่าทำมันออกมาเป็นสินค้าเท่านั้น

โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับเวสติ้งเฮาส์ เมื่อวิศวกรสองคนนี้ทำงานร่วมกันไม่ค่อยได้ เทสล่าชอบทำงานคนเดียว และไม่ชอบทำงานภายใต้สภาวะกดดัน หรืองานที่มีคนกำหนดว่าจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เขามีวิสัยทัศน์ว่าทำอย่างไรระบบไฟฟ้าของเขาจะถูกเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่อยู่ห่างไกล เช่น สมิลจาน ซึ่งเป็นบ้านเกิดและที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในวัยเด็ก เขามีแรงผลักดันอยู่ในใจคือ เขาเชื่อว่าถ้าแม่ของเขาได้มีโอกาสสัมผัสกับความสะดวกสบาย ความเจริญ หรือสิ่งสวยงามบ้าง เธอจะเป็นคนที่ผ่อนคลายและเป็นคนที่น่ารักกว่านี้ เขาต้องการให้ผู้คนทั้งหลายได้มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งที่แม่ของเขาไม่เคยได้รับ

เทสล่าทราบดีว่าระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่ 133 รอบต่อวินาทีที่สเเตนเลย์ใช้นั้นใช้กับมอเตอร์ของเขาไม่ได้ แต่เทสล่าก็ไม่เคยอ่อนข้อให้ใครถ้าเขารู้ว่าเขาถูก ในทางตรงกันข้ามสเเตนเลย์ก็ยืนยันว่าที่ความถี่สูงจะทำให้หม้อแปลงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเขาก็ไม่ต้องการให้เทสล่าใช้ระบบที่มีความถี่ต่ำ แต่เทสล่าก็เถียงว่าหมอแปลงของเขาที่ทำงานที่ความถี่ 60 รอบต่อวินาทียังทำงานได้ดีกว่าหม้อแปลงของสเเตนเลย์ และนี่ก็ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งเดียวระหว่างเทสล่ากับสเเตนเลย์ เทสล่าต้องการใช้กระแสไฟฟ้าในระบบสองเฟส เเต่สเเตนเลย์ต้องการใช้แบบเฟสเดียวเพื่อเป็นการประหยัดเงิน

ท้ายที่สุดเพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศการทำงานในห้องปฏิบัติการที่พิตเบิร์ก เวสติ้งเฮาส์แนะนำให้เทสล่ากลับมาทำงานวิจัยของเขาต่อที่นิวยอร์ก และจะถูกจ้างให้เป็นที่ปรึกษาก็ต่อเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น เทสล่ารู้สึกดีใจที่จะได้กลับมาทำงานวิจัยของเขาต่อที่นิวยอร์ก ส่วนสเเตนเลย์ก็ดีใจที่เทสล่าไป และคิดว่าเขาจะสามารถพัฒนาสิทธิบัตรของเทสล่าให้ออกมาเป็นสินค้าได้ในเร็ววัน เทสล่าเขียนบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า เค้าไม่ค่อยมีความสุขที่พิตเบิร์ก ดังนี้

ปัญหาที่ยากจะแก้ได้คือมอเตอร์ที่ผมใช้อยู่เป็นมอเตอร์ที่ใช้กับระบบความถี่ต่ำของผมแต่ระบบของผู้เชี่ยวชาญของเวสติ้งเฮาส์ใช้ความถี่สูงถึง 133 รอบต่อวินาที วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้หม้อแปลงทำงานที่ประสิทธิภาพสูง พวกเขาไม่ต้องการปรับเปลี่ยนมาตรฐานของพวกเขา แต่พวกเขาต้องการให้ผมทำให้มอเตอร์ของผมใช้กับระบบของพวกเขาได้ และที่สำคัญการผลิตมอเตอร์สองเฟสให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงที่ความถี่ค่านี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ในปี ค.ศ. 1889 งานของผมที่พิตเบิร์ก แทบจะไม่มีอะไรสำคัญเลย ผมจึงจำเป็นต้องกลับมาที่นิวยอร์ก และเริ่มต้นทำวิจัยออกแบบระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่ความถี่สูงทันที

ภายหลังกลับมาที่นิวยอร์ก เทสล่ารู้สึกยินดีภายหลังที่ได้ทราบข่าวว่าสแตนเลย์เจ้านายถูกบังคับให้ใช้ระบบความถี่ต่ำเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ เมื่อมาถึงนิวยอร์ก เทสล่ามีหัวข้อวิจัยใหม่ จากการที่เขาได้โต้แย้งกับสแตนเลย์เรื่องความถี่ทำให้เขาเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงความถี่ต่อประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ตอนนี้เขารวยแล้ว และมีเงินมากพอที่จะทำการทดลองใดๆ ก็ได้ด้วยตัวเขาเองเพื่อค้นหาความจริงในเรื่องนี้

และตอนนี้เขามีความสุขมากเพราะเขาเป็นคนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของทุกคนในฐานะนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาวางแผนจะออกเดินทางไปเที่ยวยุโรป ตอนนี้แม่เขาสุขภาพไม่ค่อยดี และต้องการได้ยินแม่พูดชื่นชมในความสำเร็จของเขา และร่วมยินดีกับแม่ เขาต้องการให้แม่ยอมรับว่าเขาก็ดีไม่แพ้พี่ชายที่ตายไป

สำหรับเทสล่าแล้ว เรื่องผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับเขา นอกจากแม่ของเขา เขาไม่เคยไว้ใจผู้หญิงคนใด เขามีความรู้เกี่ยวกับผู้หญิงน้อยมาก เป็นที่ทราบกันดีว่าเทสล่าแต่งงานกับสิ่งประดิษฐ์และงานวิจัยของเขาเอง เขาอุทิศเวลาทั้งชีวิตให้กับงาน และไม่ค่อยเสียเวลากับการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม และเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับคนนอกวงการวิศวกร เขาเกลียดคนไร้เหตุผลมาก บางทีถ้าเทสล่าได้พบกับนักวิทยาศาสตร์หญิงสวยงามน่ารักเข้ามาสนทนากับเขาในเรื่องอนาคตแห่งโลกไฟฟ้ากระแสสลับเขาคงจะตกหลุมรักหญิงคนนั้น แต่ทั้งชีวิตเทสล่าไม่เคยได้พบผู้หญิงที่ว่านี้เลย

เอดิสันพยายามโจมตีเวสติ้งเฮาส์กับเทสล่าว่า “ระบบไฟฟ้ากระแสสลับเปรียบเสมือนลูกหมูที่ยืนอยู่ระหว่างชายผู้โหดร้ายสองคนนี้” ด้วยการใช้ถ้อยคำที่กล่าวเกินจริง เขาได้ใช้เอกสารของบริษัทเป็นสื่อ บรรยายความน่ากลัวของไฟฟ้ากระแสสลับ เขาบรรยายให้ผู้คนได้เห็นภาพของความตายที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้าแรงดันสูง เขาได้พยายามวาดภาพให้ผู้คนได้เห็นถึงความไร้ศีลธรรมของเวสติ้งเฮาส์ ในฐานะ 'โจรขโมยสิทธิบัตร' ที่ตอนนี้กำลังจะนำสิ่งชั่วร้ายจากนรกมาสู่บ้านเรือนของชาวอเมริกัน เอดิสันได้ทำตัวราวกับตนเองเป็นผู้หยั่งรู้ ทำนายความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากผู้คนไม่ยอมเชื่อฟังเขา เขาเขียนในเอกสารบริษัทของเขาว่า 'ตายแน่นอน! ถ้าเวสติ้งเฮาส์นำระบบไฟฟ้ากระแสสลับเข้ามา จะต้องมีลูกค้าคนใดคนหนึ่งต้องตายจากการถูกไฟฟ้าช็อตภายในหกเดือน เวสติ้งเฮาส์ได้พบบางสิ่งในห้องทดลอง และเขากำลังจะนำมาทำให้ใช้งานได้ในทางปฏิบัติ แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืออันตราย '

ถ้าต้องการให้คนเชื่อเอดิสันจำเป็นต้องหาหลักฐานมาสนับสนุนสิ่งที่เขาพูด เมื่อเขาพูดถึงความตาย เข้าจะต้องหาตัวอย่างการตาย เขาได้ทำการทดลองอย่างหนึ่งออกสื่อสิ่งพิมพ์ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ที่สร้างความสนใจและตกตะลึงแก่คนทั่วไป ด้วยการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับแรงดันไฟฟ้า 1,000 โวลต์ ต่อตรงผ่านแผ่นโลหะตัวนำเข้าสู่สัตว์ทดลอง ซึ่งสัตว์ทดลองได้แก่ สุนัขและแมวจรจัด ไฟฟ้าจะช็อตสัตว์ที่เป็นเหยื่อเหล่านั้นจนเสียชีวิต ความตายของสัตว์เหล่านั้นเป็นสิ่งที่เอดิสันใช้ยืนยันอันตรายของไฟฟ้ากระแสสลับที่เวสติ้งเฮาส์กำลังจะมอบให้กับลูกค้าของเค้า

การแสดงการประหารชีวิตสัตว์ต่างๆ ของเอดิสันใช่จะราบรื่นทุกครั้ง และมีครั้งหนึ่งที่บัทเชเลอร์คู่หูของเขาเกือบต้องเสียชีวิตเพราะไฟฟ้ากระแสสลับในการทดลองหนึ่งที่เอดิสันใช้อ่างโลหะใส่น้ำต่อตรงเข้ากับไฟฟ้ากระแสสลับเพื่อจะให้ลูกสุนัขโชคร้ายกิน แต่ลูกสุนัขตัวนั้นปฏิเสธที่จะไม่กินน้ำแห่งความตายนี้ บัทเชลเลอร์จึงต้องใช้กำลังบังคับ แต่บังเอิญพลาด ไฟฟ้าวิ่งผ่านตัวลูกสุนัขโชคร้ายตัวนั้นสู่ตัวของเขา เขากระชากมือออกทันที และรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด ส่วนลูกสุนัขตัวนั้นตาย เขาได้เล่าประสบการณ์ให้ฟังภายหลังว่า มันเหมือนมีกระแสพลังงานมหาศาลเขย่าตัวเข้าอย่างแรงและเขาตกใจมาก

เมื่อถึงตอนนี้เรื่องราวการประหารชีวิตสัตว์ของเอดิสันด้วยไฟฟ้ากระแสสลับดังกระฉ่อนไปถึงส่วนกลาง และขณะนี้ส่วนกลางกำลังมองหาวิธีการประหารชีวิตนักโทษแบบใหม่ที่ดีกว่าการแขวนคอ โดยคณะจากส่วนกลางที่ได้เข้ามาสังเกตการณ์การแสดงการประหารชีวิตสัตว์ของประกอบด้วย ดร. คาร์ลอส แม็คโดนัล (Dr. Carlos McDonald) ดร. เอ.ดี. ร็อคเวล (Dr. A.D. Rockwell) ดร. เอ็ดวาร์ด ตาตั้ม (Dr. Edward Tatum) และหัวหน้าคณะคือ ฮาร็อด บราวน์ (Harold Brown) ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้า เขาเป็นที่ปรึกษาบริษัทของเอดิสันอย่างเป็นทางการ เขาได้นัดกับเอดิสันเพื่อร่วมสังเกตการณ์การประหารชีวิตสัตว์

บราวน์ได้ช่วยเอดิสันทดสอบการประหารชีวิตสัตว์บางการทดลอง และเขาก็ทราบแล้วว่าไฟฟ้ากระแสสลับมีศักยภาพพอที่จะทำให้เกิดการตายได้ในทันทีโดยไม่ได้รับความเจ็บปวด เอดิสันเสนอให้บราวน์ใช้ห้องทดลองของเขาทำการทดลองเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฟ้ากระแสสลับของเวสติ้งเฮาส์เพราะว่าเขาจะได้สามารถให้คำแนะนำโดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวได้ นอกจากบราวน์จะทำการทดลองซ้ำการทดลองของเอดิสันเช่น ช็อตสุนัขและแมวแล้ว เค้ายังทำมากกว่านั้นคือทำการทดลองกับสัตว์ใหญ่เช่น ม้า หรือช้าง

ในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1888 New York State Legislature ได้ออกกฎหมายอนุมัติให้สามารถใช้เก้าอี้ไฟฟ้าในการประหารชีวิตนักโทษแทนการแขวนคอ ในไม่ช้าเก้าอี้ดังกล่าวถูกเรียกว่า โอลด์ สปาร์กี้ (Old Sparky) ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับเอาไว้ลงโทษผู้กระทำผิดร้ายแรง

Click and drag to move Click and drag to move

ทางด้านเวสติ้งเฮาส์ก็อยากมีโอกาสได้แสดงระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่เสร็จสมบูรณ์ของเขาให้ผู้คนได้เห็นเช่นกันแต่ยังขาดโอกาส แล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึงเมื่อ ลูเซียน ลูเชียส นุนน์ (Lucien Lucius Nunn) นักกฎหมายจากเมืองเทลลูไรด์ ซึ่งเป็นเมืองเหมืองแร่เล็กๆ เมืองหนึ่งมอบโอกาสนี้กับเขา

นุนน์ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองเทลลูไรด์ในปี ค.ศ. 1881 เมืองนี้เป็นเมืองที่มีการทำเหมืองแร่อย่างแพร่หลาย แต่ขณะนี้กำลังเกิดปัญหาวิกฤติเชื้อเพลิง เพราะที่ผ่านมามีการใช้ถ่านหินเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องจักรไอน้ำ อุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินกำลังจะถึงจุดสิ้นสุด จำนวนถ่านหินที่อยู่ในชั้นตื้นๆ ขณะนี้กำลังจะหมดไป คนทำเหมืองจะต้องขุดเหมืองลึกลงไปอีกซึ่งต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการปั๊ม กว้าน และการทำงานของเครื่องจักรในที่ลึกๆ แต่ที่นี่ยังมีแหล่งแร่อีกชนิดหนึ่งที่สำคัญกว่าถ่านหินมากคือทองคำ ซึ่งแหล่งแร่ทองคำที่นี่มีชื่อว่า Gold King Mine

และในปี ค.ศ. 1888 นุนน์ได้ก่อตั้งหุ้นส่วนเพื่อประกอบกิจการเหมืองทองคำที่นี่ เขารู้ดีว่าปัญหาของการทำเหมืองต่อไปอยู่ที่การขาดแหล่งพลังงาน และเขาก็รู้ดีเช่นกันว่ามีแหล่งพลังงานไร้ขีดจำกัด และเป็นพลังงานสะอาดอยู่ห่างออกไปจากแหล่งแร่ทองคำ แหล่งพลังงานไร้ขีดจำกัดดังกล่าวคือกระแสน้ำจากแม่น้ำ แซน มิเกล (San Migel River) ถ้าแม่น้ำนี้สามารถผลิตพลังงานได้เพียงแค่ 4,000 แรงม้า ก็จะเป็นพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในกิจการเหมืองแร่ของเมือง ปัญหาของการใช้งานพลังงานจากแม่น้ำแห่งนี้มีอยู่เพียงแม่น้ำแห่งนี้อยู่ห่างจากเหมืองแร่ทองคำสองไมล์ครึ่ง มันไกลเกินกว่าที่จะใช้ระบบไฟฟ้ากระแสตรงของเอดิสันในการส่งกำลังไฟฟ้ามาได้ แล้วทำอย่างไรชาวเหมืองจะสามารถพลังงานสะอาดไร้ขีดจำกัดจากแม่น้ำแห่งนี้มาใช้ประโยชน์ได้?

โชคดีว่าน้องชายของนุนน์ ชื่อพอล เป็นสมาชิกของสถาบันไฟฟ้าแห่งอเมริกา และเคยได้ฟังการบรรยายของเทสล่าเรื่องระบบไฟฟ้ากระแสสลับ และรู้มาว่าเวสติ้งเฮาส์ กำลังพัฒนาระบบของเทสล่า เพื่อจะเป็นระบบไฟฟ้าสาธารณะในเชิงพาณิชย์ และเวสติ้งเฮาส์ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้ากระแสสลับสำเร็จเป็นแห่งแรกที่แมสซาชูเซท และ เบนจามิน บัทเลอร์ (Benjamin Butler) หนึ่งในสมาชิกของหุ้นส่วนทำเหมืองทองที่ Gold King Mine นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารแมสซาซูเซทชุดก่อนได้เห็นการทำงานของระบบนี้มากับตา ในปี ค.ศ. 1890 สมาชิก Gold King Mine จึงได้ติดต่อให้เวสติ้งเฮาส์มาติดตั้งระบบไฟฟ้ากระแสสลับเพื่อใช้ในการอุตสาหกรรมเป็นแห่งแรกของโลกที่นี่

นี่จะเป็นการทดสอบเครื่องจักรกลไฟฟ้าชนิดใหม่ครั้งสำคัญซึ่ง วิลเลียม สเเตนเลย์ ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงสิทธิบัตรของเทสล่าให้ออกมาเป็นระบบเพื่อการพาณิชย์ได้ ในสัญญาที่ทำกับสมาชิกหุ้นส่วน Gold King Mine นี้จะมีการใช้กับกังหันน้ำที่ให้กำลังเพลาได้ถึง 100 แรงม้า ต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับที่ผลิตไฟฟ้าแรงดัน 3,000 โวลต์

ระยะทางที่จะต้องเดินสายส่งจากแม่น้ำมาสู่แหล่งเหมืองแร่ยาวสองไมล์ครึ่ง ซึ่งจะต้องเดินสายไฟผ่านภูเขาเนินเตี้ยๆ เข้าสู่เหมืองเพื่อขับมอเตอร์ขนาด 100 แรงม้า ตอนที่เวสติ้งเฮาส์ทำสัญญานั้น ยังไม่มีอุปกรณ์ใดที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้ากระแสสลับที่จะใช้ในสัญญานี้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนเลย ดังนั้นถ้ามันสำเร็จ ก็จะเป็นการพิสูจน์ความถูกต้องของแนวคิดของเทสล่า เวสติ้งเฮาส์ได้เผยแพร่การทำสัญญาออกไปเพื่อหวังจะโต้ตอบสงครามสื่อกับเอดิสัน สัญญานี้มีความสำคัญมากเพราะเวสติ้งเฮาส์ต้องจ่ายเงินประกันถึง 25,000 เหรียญ เพื่อประกันว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ

Click and drag to move Click and drag to move

ทางด้านเอดิสัน เขาได้จัดการรณรงค์ต่อต้านการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับอย่างเอาจริงเอาจัง โดยเน้นถึงอันตรายจากการลัดวงจร และมีการท้าโต้วาที โดยหัวข้อการพูดมีอยู่ว่า 'อธิบายหน่อยว่าเราจะใช้ไฟฟ้ากระแสสลับที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นอาชญากรได้อย่างไร' โดยการโต้วาทีนี้จัดขึ้นท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก

เฮร็อด บราวน์ ผู้ชื่นชอบในตัวเอดิสันมากได้ขึ้นพูดบนเวทีท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากด้วยเสียงดังว่า ศัตรูของเอดิสันจะต้องไม่ให้อภัยให้กับชายผู้นี้ ผู้ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์กับสายตาของทุกคนแล้วว่าไฟฟ้ากระแสสลับสามารถฆ่าคนได้แม้ว่าจะใช้ที่ความดันต่ำก็ตาม

บราวน์เป็นผู้มีความสนใจอย่างแรงกล้าในงานวิจัยเกี่ยวกับเก้าอี้ไฟฟ้า เขาสามารถเข้าใจกระบวนการทำงานจนสามารถอธิบายได้อย่างละเอียด เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อหนังสือพิมพ์ว่า เพียงแค่โกนหัวและขนขาของนักโทษออกให้โล่งเตียน เพื่อให้ลวดตัวนำได้สัมผัสถูกผิวหนัง เราสามารถรัดนักโทษไว้บนเก้าอี้ไม้ โดยใช้ปลอกโลหะล็อคที่หัว และแผ่นโลหะล็อคที่ขา จากนั้นทำให้ร่างของนักโทษเปียกชุ่มไปด้วยสารละลายโปแตส เพื่อให้มั่นใจว่าร่างของเขาจะเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ดี เขายังอธิบายอีกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสับสวิตช์ นักโทษจะเกิดอาการชักอย่างแรง และตายในทันทีเมื่อไฟฟ้าแรงสูงสัมผัสกับผิวหนังของเขา ดังนั้นนักโทษผู้โชคดีคนนั้นจะเสียชีวิตในทันทีโดยยังไม่ทันได้รู้สึกเจ็บปวดทรมาน

อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนว่า ฮาร็อด บราวน์ ไม่ชอบไฟฟ้ากระแสสลับ เนื่องจากเขารู้ธรรมชาติอันน่ากลัวของมัน ที่สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เขาได้พูดว่า “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่มีการออกกฎหมายห้ามใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ เราควรเอามันออกไปจากบ้านเรือนหรือท้องถนน เพื่อเป็นการยุติสิ่งอันตรายเหล่านี้

เวสติ้งเฮาส์ดูเหมือนจะอยู่นิ่งไม่ได้ในเวลานี้ เนื่องจากมีการรณรงค์ต่อต้านไฟฟ้ากระแสสลับอย่างหนักจากเอดิสัน เขาได้แสดงให้เห็นว่าเขาเศร้าใจ และต้องมีความอดทนอดกลั้นอย่างมากในการนำพาธุรกิจไฟฟ้ากระแสสลับให้อยู่รอดปลอดภัย เขาคิดว่าเรื่องราวเริ่มจะบานปลาย แทนที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องผลประโยชน์โดยรวมต่อมนุษยชาติ กลับกลายเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัวระหว่างเขากับเอดิสัน

เค้ารู้ดีว่าเขาขัดผลประโยชน์กับเอดิสันเข้าอย่างแรง เพราะถ้าเข้าสามารถทำให้ประชาชนยอมรับระบบไฟฟ้ากระแสสลับของเขาได้ ระบบไฟฟ้ากระแสตรงและอุปกรณ์ทุกอย่างที่เอดิสันทำมาเป็นอันต้องจบสิ้นจึงไม่แปลกที่เขาจะเห็นเอดิสันดิ้นรนสุดชีวิตในตอนนี้ เวสติ้งเฮาส์กำลังจะโต้ตอบกลับเอดิสันด้วยการสาธิตต่อหน้าสาธารณชนเพื่อแสดงให้เห็นว่าไฟฟ้ากระแสตรงของเอดิสันที่แรงดันไฟฟ้า 115 โวลต์ก็สามารถย่างเนื้อแกะข้างหนึ่งให้สุกได้ในเวลาน้อยกว่าสองนาทีเช่นกัน

เวสติ้งเฮาส์สรุปการกระทำของเอดิสันว่า “นายเอดิสันผู้นี้ชอบพูดจากเกินเลย ในทำนองที่ว่าระบบไฟฟ้าทุกระบบจะล้มเหลวหากไม่ใช้กระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำ ซึ่งแน่นอนว่าระบบไฟฟ้ากระแสสลับไม่ใช้แรงดันต่ำอย่างแน่นอน

สงครามน้ำลายระหว่างชายสองคนนี้เริ่มเลยเถิด เมื่อเอดิสันเสนอว่าเพื่อให้ผู้คนได้ประจักษ์ชัดกว่านี้ เราควรนำเสนอความตายของมนุษย์เป็นเครื่องยืนยันความน่ากลัวของไฟฟ้ากระแสสลับ แม้ว่าคราวนี้เขาจะเสนอการประหารชีวิตคนต่อสาธารณชน แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงสนับสนุนและเชื่อใจเอดิสัน อาชญากรต้องโทษประหารผู้โชคดีที่ถูกเลือกให้ถูกประหารชีวิตด้วยวิธีใหม่คือ วิลเลียม เคมเลอร์ (William Kemmler) เค้าจะได้รับเกียรติเป็นคนแรกของโลกที่ได้มีโอกาสนั่งเก้าอี้ไฟฟ้าที่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ไปอย่างสบายจริงรึเปล่า

เวสติ้งเฮาส์ได้จ่ายเงินให้กับทนายของเคมเลอร์เพื่อยื่นอุทธรณ์คัดค้านการประหารชีวิตด้วยการนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า แต่ก็ไม่เป็นผล เอดิสันถูกเชิญให้เป็นพยานสังเกตการณ์เพื่อให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในการประหารชีวิต เอดิสันถูกตั้งคำถามในการไต่สวนว่าเขากำลังทำการพิสูจน์บนพื้นฐานของความเชื่อหรือความรู้ เอดิสันตอบว่าความเชื่อ เพราะเขายังไม่เคยฆ่าใครด้วยไฟฟ้ามากก่อน

ในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1890 ความตายของเคมเลอร์เผยความจริงเกี่ยวกับไฟฟ้ากระแสสลับว่า การตายของเคมเลอร์ไม่ได้ตายในทันทีอย่างปราศจากความเจ็บปวดดังที่ ฮาร็อด บราวน์ ได้พูดไว้ก่อนหน้านั้น กระแสไฟฟ้าทีให้เข้าไปนั้นกำลังน้อยเกินกว่าที่จะทำให้เขาตายในทันที โชคร้ายที่เคมเลอร์โดยไฟฟ้าช็อตย่างร่างกายของเขาอย่างช้าถึง 15 วินาที

เมื่อหยุดการให้กระแสไฟฟ้าปรากฏว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงต้องปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปอีกครั้ง เมื่อผ่านกระแสไฟฟ้าเขาไประยะหนึ่งร่างกายเขาเริ่มสุกจากข้างใน กล้ามเนื้อกระตุกอย่างแรง และเจ็บปวดทรมานอย่างมากจนตาย ดังนั้นการแขวนคอจึงดูเหมือนจะเร็วและปราณีกว่า เหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงในครั้งนี้ถูกรายงานไว้ในหนังสือพิมพ์ The New York Time

ทางด้านเวสติ้งเฮาส์ต้องการสร้างความมั่นใจต่อสาธารณชนเรื่องไฟฟ้ากระแสสลับ เขาจึงได้ให้ข่าวกับนักข่าวจาก The Electrical World Magazine เกี่ยวกับความคืบหน้าของระบบไฟฟ้าที่เทลลูไรด์ โดยนักข่าวคนนั้นได้เขียนบทความสั้นเผยแพร่ในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1891 ดังนี้

"โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่เทลลูไรด์ จะเป็นโรงไฟฟ้าสำหรับแหล่งเหมืองแร่แห่งแรกที่น่าสนใจที่สุดในโลก เมื่อพิจารณาจากสถานที่ตั้งที่อยู่ในธรรมชาติ เราจะเห็นตัวอย่างการดึงศักยภาพพลังงานที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการให้พลังงานกับมอเตอร์ซิงโครไนส์"

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น โรงไฟฟ้ากระแสสลับพลังน้ำแหล่ง Gold King Mine ก็สร้างเสร็จ และสามารถเปิดใช้งานได้ มันถูกใช้งานตลอด 30 วันต่อเนื่องโดยไม่เกิดปัญหาขัดข้องแต่อย่างใด แต่ช่วงแรกชาวเหมืองไม่อยากให้หยุดเดินเครื่องเพราะเกรงว่าเมื่อหยุดแล้วระบบจะกลับมาเดินเครื่องใหม่อีกครั้งไม่ได้ แต่ระบบก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าปัญหาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะระบบมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ความสำเร็จของระบบไฟฟ้าพลังน้ำกระแสสลับแห่งนี้เป็นตัวอย่างให้เมืองเหมืองแร่เล็กๆ แห่งอื่น หลายเมืองเริ่มสนใจ และเห็นคุณประโยชน์ของไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งเป็นสิ่งมีคุณค่าที่พวกเขาต้องเรียกหา

กลับมาที่นิวยอร์ก เทสล่ากำลังให้ความสนใจกับอิทธิพลของกระแสไฟฟ้าความถี่สูง และพบบางสิ่งที่เรียกว่าการสั่นพ้องหรือรีโซแนนซ์ (Resonance) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถเพิ่มของขนาดของการเคลื่อนที่เล็กๆ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ เช่นเมื่อคุณเริ่มต้นแกว่งชิงช้าให้ลูกของคุณจากการเริ่มผลักชิงช้าของเขาให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า

การผลักครั้งแรกลูกของคุณจะยังเคลื่อนที่ไม่ได้ไม่ไกล ชิงช้าของลูกคุณจะหยุดชั่วขณะกลางอากาศแล้วแกว่งกลับมาหาคุณ เมื่อเค้าเคลื่อนที่มาถึงหน้าคุณจะมีจังหวะที่ชิงช้าหยุดชั่วขณะ คุณออกแรงผลักชิงช้าของลูกเท่ากับครั้งแรกชิงช้าของลูกคุณจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มากกว่าและไปได้ไกลกว่าในครั้งแรก เมื่อคุณทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โดยรักษาจังหวะคือใส่แรงผลักในช่วงสิ้นสุดของวัฏจักรที่แล้วและกำลังจะเริ่มต้นวัฎจักรใหม่ของการแกว่ง ชิงช้าของลูกคุณจะเคลื่อนที่ไปได้ไกลๆ ขึ้นๆ ทันใดนั้นคุณจะต้องรีบหยุดการใส่แรงผลัก ก่อนที่ชิงช้าของลูกคุณจะตีลังกากลับหัว และได้รับอันตราย การเพิ่มขนาดของการแกว่งด้วยการใส่แรงเพียงเล็กน้อยให้ถูกช่วงจังหวะเวลานี้เรียกว่า การเกิดรีโซแนนซ์

ตอนนี้เทสล่าเข้าใจแล้วว่าในวงจรที่มีทั้งขดลวดตัวนำและตัวเก็บประจุสามารถทำให้เกิดรีโซแนนซ์ได้ เช่นถ้าเราให้ไฟฟ้าเข้าไปในวงจรชนิดนี้ที่ความถี่ในจังหวะที่ถูกต้องเหมาะสม มันจะให้ไฟฟ้าที่มีแรงดันและความถี่สูง เขาเขียนไว้ในบันทึกว่า

สิ่งแรกที่ผมเป็นกังวลและต้องการหาคำตอบคือ ปรากฏการณ์รีโซแนนซ์สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้หรือไม่ จากทฤษฎีและการทดลองพิสูจน์ให้เห็นว่ามันไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ การสั่นยิ่งเพิ่มมากเท่าไร มันก็จะยิ่งถ่ายทอดการสั่นให้วัตถุตัวกลางมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงควรตรวจสอบการสั่นสะเทือน เพราะถ้าโชคไม่ดีมันอาจจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนควบคุมไม่ได้ โชคดีที่ว่ารีโซแนนซ์ไม่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นมันคงรอการสังเวยจากผู้บริสุทธิ์

จากการค้นพบนี้ทำให้เทสล่าประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ที่หลายคนรู้จักคือ เทสล่าคอยล์ (Tesla coil) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้รีโซแนนซ์ในการเพิ่มความถี่และแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น และในขณะเดียวกันเขาก็ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ควบแน่นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อใช้ในการแปลงคลื่นกลับมาเป็นไฟฟ้า ซึ่งเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ

สิทธิบัตรเทสล่าคอยล์และอุปกรณ์แปลงสัญญาณคลื่นวิทยุของเทสล่าทำเสร็จก่อนสิทธิบัตรคลื่นวิทยุของมาร์โคนี่ (บุคคลซึ่งคนทั้งโลกนับถือให้เป็นผู้กำเนิดการสื่อสารแบบไร้สาย แต่แท้จริงแล้วมาร์โคนี่ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งบุคคลที่ขโมยเอาผลงานของเทสล่าไปเป็นผลงานของตัวเอง) แต่เรื่องนี้ก็มีการพิสูจน์ในภายหลังและได้มีการแก้ไขให้ นิโคล่า เทสล่าเป็นผู้ค้นพบให้กำเนิดยุคการสื่อสารแบบไร้สายอย่างแท้จริงหลังจากที่ทั้งมาร์โคนี่ และเทสล่าลาลับโลกนี้ไปแล้ว

เทสล่าค้นพบหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้ากระแสสลับความถี่สูง โดยกระแสไฟฟ้าจะไม่ซึมผ่านเข้าสู่เนื้อของตัวนำ แต่มันจะไหลอยู่ที่ขอบด้านนอกโดยปรากฏการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับวิศวกรในยุคปัจจุบันว่าเป็น "ปรากฏการณ์ผิว" (skin effect) จากการค้นพบนี้ทำให้เราสามารถทำขดลวดตัวนำที่แกนกลางเป็นเหล็กเพื่อเพิ่มความแข็งแรงแล้วหุ้มด้วยทองแดงซึ่งช่วยในการนำไฟฟ้า จากการที่เทสล่าครุ่นคิดถึงพฤติกรรมของคลื่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทำให้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ค้นพบว่า ความร้อน แสงสว่าง คลื่นวิทยุ เสียง ไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กสลับ สามารถอธิบายด้วยคณิตศาสตร์ชนิดเดียวกัน (สมการของแม็กเวล) ถ้าเขาสามารถเข้าใจเพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งในนี้ เขาจะสามารถเข้าใจที่เหลือได้ทั้งหมด

ระหว่างที่อยู่ในช่วงชีวิตของการสร้างผลงาน เทสล่าได้ประดิษฐ์หลอดไฟแก๊สฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งเรายังคงใช้งานกันมาจนถึงปัจจุบันในสถานที่ต่างๆ เช่นในสำนักงานและสวนสาธารณะ มันเป็นหลอดไฟที่สว่างมากแต่ใช้ไฟเพียงเล็กน้อยและมีประสิทธิภาพมากกว่าหลอดไส้

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store