NOOZUP

Download NOOZUP
App Store Play Store
เมืองโซสต์ (Sost)
หมวด: Life

เมืองโซสต์ (Sost)

  • 570
  • 2
  • 5
สุวิชานนท์ รัตนภิมล

  

 

เหมือนไม่อยากรับรู้ข่าวสารข้อมูลใดๆในเชิงเหตุผล เหมือนเป็นช่วงเวลาแห่งกระแสใจ เพราะสิ่งปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นดูราวกับเรื่องไร้เหตุผล  ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จะตัดผ่านดินแดนเช่นนี้ได้อย่างไร  อีกทั้งมันเป็นบรรยากาศที่คนไม่ควรมาอยู่ด้วยซ้ำ

                        สองข้างถนนมีแต่ความเงียบกับลม  

                        ความไร้เหตุผลของสถานที่  ทำให้ผมรู้สึกไปกับเรื่องไร้เหตุผลด้วยเช่นกัน   หลังคาโลกเป็นแผ่นดินก้อนหินของยอดเขา  ที่ราบแคบๆก็เป็นร่องรอยของภูเขาเปื่อยผุพังมาก่อนทั้งนั้น  เรียกว่ามองไปทางไหนก็ยังเห็นหินไหล  ไม่มีผืนดินกว้างให้มนุษย์ควรตั้งถิ่นฐานหาอยู่หากินด้วยซ้ำ

                        จากพาสสุ(passu)จุดชมวิวสวยงามไปบนถนนทางหลวงไฮเวย์ราว 33 กิโลเมตร  ใช้เวลาเดินทางราวหนึ่งชั่วโมง  กลับเป็นระยะทางที่ยาวนานมาก สงบสงัดเหลือเกิน  มีที่พักเป็นบ้านหินหลบซ่อนอยู่ใกล้หน้าผาบ้าง ตั้งอยู่ท่ามกลางดงก้อนหินบ้าง  แต่มีนับจำนวนหลังได้  ที่สำคัญนั้นไม่เห็นความเป็นชุมชนตั้งอยู่ให้เห็นเลย  บ้านหินเงียบร้างเหมือนที่พักค้างคืนของนักแสวงบุญหรือไม่ก็คนเร่ร่อนมากกว่า  ไม่เห็นมีคนอยู่ทั้งนั้น

                        เรากำลังไปไหน?  ผมถามใจตัวเอง  ไปให้ถึงชายแดนอย่างที่ตั้งความหวังไว้สิ  มีอะไรที่ชายแดน  ผมทราบมาล่วงหน้าบ้างว่า  เว้นจากทหารปากีสถานกับทหารจีนแล้วไม่มีใครอยู่บนพรมแดน  ก็จะอยู่ได้อย่างไร  เมื่ออากาศติดลบ มีน้ำแข็งปกคลุมอยู่ตลอดเวลา

                        แต่คำตอบหนึ่งที่เกิดขึ้นในใจผม  คือผมไม่ได้ตั้งมั่นว่าจะพิชิตดินแดนไกลลึกสุดขอบประเทศปากีสถาน  หรือย่ำจุดตั้งต้นของอาณาเขตประเทศจีน  เปล่าเลย  แต่ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของหลังคาโลกต่างหาก  ขึ้นชื่อว่าหลังคา  ย่อมหมายถึงส่วนที่อยู่สูงที่สุดของบ้าน

                        ยืนอยู่บนอาณาบริเวณหลังคาโลก  จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

 

 

                        ถนนทางหลวงซุปเปอร์ไฮเวย์สมราคาชื่อบอกจริงๆ  ถนนลาดยางอย่างดีเยี่ยม  ราวกับเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ  ทางคดโค้งเลาะขอบตีนเขาใหญ่ชิดขอบเหวอยู่ตลอดเวลา  เรียกว่าหาทางตรงระยะไกลได้ยากมาก รถแล่นฉวัดเฉวียนไปตามทางโค้งคดเหมือนพับผ้าอยู่อย่างนั้น

                        เส้นทางอันยาวไกลทอดคู่ขนานไปกับแม่น้ำกุนจีราบ  ลำน้ำสายเดียวที่มุ่งไปหาเมืองโซสต์และกุนจีราบชายแดนจีน  ว่าไปแล้วก็คือลำน้ำที่เกิดจากธารน้ำแข็งบาทูร่านั่นเอง  ธารน้ำแข็งใหญ่ที่มีความยาว 56 กิโลเมตร  มีธารเล็กธารน้อยไหลลงมาสมทบ เป็นร่องธารน้ำแข็งให้ดูชมเป็นระยะๆ

                        เป็นความงามทางธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ  ธรรมชาติดั้งเดิม บริสุทธิ์ไร้การรุกล้ำล่วงเกินโดยมือมนุษย์  เป็นเส้นทางชมธรรมชาติดั้งเดิมอันสวยสดงดงามจริงๆ  รถแล่นไปข้างหน้าท่ามกลางความงามที่มือทวยเทพเท่านั้นถึงจะเนรมิตความพอเหมาะพอดีเช่นนี้ได้

                        เรากำลังฝ่าเข้าไปยังใจกลางฉากใหญ่แห่งเทือกเขาคาราโครัมอย่างสมบูรณ์แบบ  มีแต่ภูเขาหินกับหิมะจริงๆ  ฉากแสงเงาภูเขาที่ดูราวดังรอยเท้าสัตว์ในจินตนาการ ประทับเงาไล่ไปตามหน้าผา สลับสับเปลี่ยนกับแสงแดดจ้าที่ล้อเล่นกับเงา  เหมือนได้นั่งดูแสงกับเงาออกเล่นซ่อนหากันจริงๆ

                        เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว  จู่ๆก็ปรากฏชุมชนใหญ่ขึ้นตรงหน้า  นาสซีไกด์ท้องถิ่นบอกเราทันทีว่า ที่นี่คือเมืองโซสต์  ผมตื่นเต้นมากๆ  เป็นชุมชนสุดท้ายบนเส้นทางคาราโครัม ไฮเวย์ฝั่งประเทศปากีสถาน  นับจากนี้เป็นต้นไป  จะเข้าเขตธรรมชาติดั้งเดิมซึ่งไม่มีคนอยู่อาศัย

                        ที่สำคัญนั้น  อดีตเมืองโซสต์เป็นจุดพักค้างแรมสำคัญบนเส้นทางสายไหม  เป็นจุดพักระหว่างทางมาตั้งแต่โบราณ  อยู่คู่กับสายไหมมานับพันปี  ความไกลลึกของเมืองโซสต์นั้น  ทำหน้าที่เพียงเมืองผ่านทางเพื่อพักค้างแรมเท่านั้น 

                        เมืองโซสต์มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อฟิยาตาบัด  มีด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากรตั้งอยู่  ใครจะเดินทางต่อไปชายแดนจีน หรือรถยนต์จะผ่านจากเมืองนี้ไปชายแดน ต้องแสดงบัตรหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ตรงจุดนี้

                        เมืองโซสต์จึงเป็นเมืองสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนมากที่สุด

 

 

 

                        ทันทีที่ลงจากรถ  ผมออกเดินสำรวจทันที  ผมติดใจกับเมืองพักแรมของนักเดินทางบนเส้นทางสายไหม  มองสำรวจไปรอบๆ ก็เห็นแนวหน้าผาเป็นกำแพงใหญ่ล้อมไว้ทุกด้าน  ด้านที่อยู่ใกล้ที่สุดเห็นชั้นดินชั้นหินชัดเจนมากๆ  เป็นที่ราบหุบลึกมีภูเขาล้อมไว้จริงๆ  

                        ด้วยพื้นที่แถบนี้อ่อนไหวต่อการเกิดแผ่นดินไหว ดินถล่ม ภูเขาคำรามหินถล่มเกิดบ่อยมาก  หมายถึงว่าเป็นพื้นที่ที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวไหวบ่อยที่สุด  บ้านที่ปลูกสร้างขึ้นจึงเป็นบ้านหินหลังเล็กๆ บ้างมุงเป็นเพิงกั้นสังกะสีดูทรุดโทรม  สร้างเรียงเป็นกล่องๆ  ด้วยอากาศที่เย็นเฉียบทั้งปี  ทำให้กล่องแคบๆเหล่านี้ไม่สะทกสะท้านกับความร้อน  

                        เมืองโซสต์เป็นเมืองชายแดนที่ยังมีการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากันอย่างคึกคัก  เรียกว่าเดินไปทางไหนก็พบแต่ร้านค้า  เต็มไปด้วยร้านขายของ  วิถีชีวิตผู้คนอยู่กับการแลกเปลี่ยนซื้อขายจริงๆ  แต่น่าสังเกตว่าคนขายส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย  มองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยผู้ชาย  อย่างกับเมืองที่ผู้ชายเดินแคทวอร์กกันจริงๆจังๆ  ตามท้องถนน หน้าร้าน ตรอกซอกซอย พบเห็นแต่ผู้ชายทั้งนั้น  แทบจะเห็นผู้หญิงออกมาเดินติดต่อซื้อขายของกันน้อยมาก

                        เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์  เป็นปัจจัยสำคัญให้สินค้าจีนเดินทางด้วยรถยนต์  มาส่งสินค้าไปต่อกันเมืองนี้  เช่นกัน สินค้าจากปากีสถานก็ออกไปตามช่องทางนี้  เส้นทางการค้าตั้งแต่โบราณ  ยังถูกใช้มาจนถึงการค้าขายในโลกยุคใหม่  ซึ่งอาศัยจักรกลเครื่องยนต์กลไกแทนสัตว์ แทนการเดินเท้า

                        ดังนั้น  เราจึงเห็นรถจอดอยู่สองฟากถนน  ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อขาย  ดูเคลื่อนไหวคึกคักอยู่ตลอดเวลา  มีโรงแรมที่พักอยู่สองสามแห่ง  สำหรับการพักแรมค้างคืน  เป็นโรงแรมเล็กๆที่พอจะพักค้างคืนได้  เสมือนเป็นตัวแทนที่พักแรมในโลกยุคใหม่

                        สินค้าที่วางขายในร้าน จำพวกผ้าสารพัดผ้า  เนื้อวัวเนื้อแกะชำแหละ  ผัก ผลไม้ สินค้าบรรจุขวด กล่อง ลัง  ร้านขายขนมปัง ร้านขายน้ำหล่อลื่นเครื่องยนต์  ฯลฯ  สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันมีขายอยู่ตามร้านค้าต่างๆสองฟากถนน  

                        แต่เพิงพักหลังคามุงสังกะสีอีกมากที่ปิดประตูเงียบ  ผู้คนออกมาเดินไปมา ยืนพูดคุย รถยนต์ส่วนบุคคลที่จอดเรียงราย  เป็นบรรยากาศของเมืองที่มีคนอาศัยเมืองสุดท้าย  ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติของภูเขา  ดูเหมือนผู้คนจะคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าแปลกตาที่ผ่านมายังเมืองนี้  เมืองแห่งการหยุดพักค้างแรมมาแต่โบราณจริงๆ            

 

          

Related Content

Recommended by NoozUP

Apple Store Play Store