NOOZUP

Download NOOZUP สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลด

กาลครั้งหนึ่งเมื่อฮอลลีวูดเผชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิต (ตอนที่ 2)

กาลครั้งหนึ่งเมื่อฮอลลีวูดเผชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิต (ตอนที่ 2)
Kong Rithdee 120

ความเดิมในตอนที่แล้วเล่าถึงการฆาตกรรมหมู่ห้าศพอันสยดสยองในบ้านของดาราสาวชารอน เทต ภรรยาของผู้กำกับโรมัน โปลันสกี้ และบรรยากาศของความตระหนกในฮอลลีวูดในปี 1969 หลังจากเกิดเหตุการณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้คาดว่าจะเป็นฉากหลังของหนังเรื่องใหม่ของเควนติน ทารันทิโน่ Once Upon a Time in Hollywood กำหนดออกฉายเดือนกรกฎาคม และเพิ่งปล่อยโปสเตอร์กับเทรลเลอร์ออกมาเรียกพื้นที่สื่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

คดี Tate Murder ไม่ใช่คดีเดียวที่สร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วฮอลลีวูดและลอสแองเจลิส สองวันหลังชารอน เทตและเพื่อนถูกฆ่าตายในบ้าน สองผัวเมียครอบครัว Labianca (ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับวงการบันเทิง) ถูกคนร้ายงัดบ้านเข้าไปฆ่าถึงห้องนอนอีกสองศพ ทั้งโดนแทงไม่ยั้งและโดนยิงแบบสยดสยองพอกัน ที่สำคัญคือในคดีชารอน เทต ฆาตกรเอาเลือดของเธอเขียนคำว่า Pigs ไว้ที่ประตู ในคดีของบ้านลาเบียงก้า ฆาตกรใช้เลือดเขียนสามคำบนผนัง: Death to Pigs, Rise และ Healter Skelter (เป็นการสะกดผิดของฆาตกร คำที่ถูกคือ Helter Skelter) เพราะฆาตกรช่างโหดเหี้ยมและเพราะการเอาเลือดมาเขียนข้อความ ทำให้สื่อในแอลเอ พาดหัวว่าทั้งคดีเทตและลาเบียงก้า เป็นการฆาตกรรมโดยลัทธิซาตาน

เพราะคำว่า Pigs ในคดีเทต และคำว่า Death to Pigs ในคดีลาเบียงก้า ตำรวจน่าจะเฉลียวใจว่าสองคดีนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่ที่ไหนได้ ตำรวจแอลเอไม่ได้โยงสองคดีเข้าด้วยกัน (จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายเดือน) การสอบสวนทั้งสองคดีเป็นไปอย่างเชื่องช้าและเรียกได้ว่าด้อยประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ปืนที่ถูกใช้สังหารในคดีเทตถูกโยนทิ้งโดยฆาตกร และมีเด็กเก็บได้หลังจากนั้นกี่วัน แต่เมื่อปืนไปถึงสถานีตำรวจ กลับถูกเอาไปเก็บใส่ห้องหลักฐานไว้โดยไม่ตรวจสอบจนกระทั่งผ่านไปหลายเดือน!

รายละเอียดการสืบสวนและตามรอยคนร้ายวกวนและซับซ้อนสุดๆ (เชื่อว่าทารันทิโน่ คงไม่ได้เล่าเรื่องนี้ละเอียดในหนัง) เอาเป็นว่าหลายเดือนหลังจากคดี Tate-Labianca ตำรวจได้เบาะแสและพุ่งเป้าไปที่กลุ่มหนุ่มสาวฮิปปี้ที่นำโดยชาร์ล แมนสัน เรียกตัวเองว่า Manson Family ครอบครัวแมนสันนี้อาศัยอยู่ในบ้านไร่บนเขาเหนือจากเมืองแอลเอ เจ้าของไร่เป็นชายตาบอดชื่อจอร์จ สปาห์น (ตัวละครนี้มีในหนัง Once Upon a Time in Hollywood)

แมนสันเป็นอดีตนักโทษ เข้าๆ ออกๆ เรือนจำตั้งแต่อายุ 13 เป็นนักดนตรีสมัครเล่นที่อยากออกเทป และเป็น “นักเทศน์” ที่หว่านล้อมคนเก่งมากจนมีเด็กสาววัยกระเตาะหนีออกจากบ้านมาร่วมกลุ่มของเขานับสิบ เป็นสาวกทั้งทางความคิดและทางเพศ หมกตัวกันอยู่ในไร่และมักจะไม่ใส่เสื้อผ้า มีเซ็กหมู่เป็นนิจศีล เสพยา LSD เป็นอาจินและไม่ทำมาหากินอะไรเป็นเรื่องเป็นราว อย่าลืมว่านั่นคือยุคบุปผาชน free love และการรวมตัวของคนหัวใจเสรีที่เรียกว่า Summer of Love เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานก่อนหน้า สาวกหนุ่มสาวของแมนสันเหล่านี้ทั้งมีสีสันและน่าขนลุก ทั้งเซ็กซี่และเป็นปีศาจ ในหนังของทารันทิโน่ มีรายชื่อคนเหล่านี้เป็นตัวละครอยู่หลายคน เช่นดาโกต้า แฟนนิ่ง แสดงเป็นสควีกกี้ ฟรอม สาวกสาวที่มีหน้าที่ปรนเปรอเจ้าของไร่ตาบอดเพื่อเอาใจและไม่ให้เขาไล่แมนสันของจากที่ของตัวเอง

แต่ไม่นานครอบครัวแมนสันย้ายหนีไปอยู่อีกบ้านไร่หนึ่ง ลึกเข้าไปในหุบเขาแบบที่ต้องเดินเท้าเข้าไป และสุดท้ายตำรวจแอลเอและอัยการที่ทำการสืบสวน สามารถจับกุมตัวแมนสันและสาวกได้ การดำเนินคดีต่อเนื่องหลายเดือน ความจริงปรากฏออกมาว่า แมนสันไม่ได้ลงมือฆ่าเหยื่อที่บ้านเทตและบ้านลาเบียงก้าด้วยตัวเอง คนที่ลงมือฆ่าคือสาวกหนุ่มสาวหลายคนที่บุกเข้าไปก่อเหตุสะเทือนขวัญตามคำยุยงของเจ้าลัทธิ ด้วยสาเหตุสุดวิปริตบิดเบี้ยวอย่างที่คนธรรมดาไม่มีทางเข้าใจ กล่าวคือ แมนสัน ตั้งตัวเป็นศาสดาซาตานและต้องการยุยงให้เกิดสงครามระหว่างคนผิวขาวและผิวดำ

การฆาตกรรมโหดของเขาจงใจให้ดูเหมือนเป็นการก่อเหตุโดยคนดำ และเมื่อสังคมเกิดความหวาดกลัวปั่นป่วนจนถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมือง แมนสันและครอบครัวจะหลบไปอยู่ใต้ดิน และจะกลับสู่โลกอีกครั้งเพื่อเถลิงอำนาจเป็นผู้นำหลังเหตุการณ์สุกงอมสุดๆ ฟังดูบ้าบอใช่มั้ยครับ จริงๆ มียิ่งกว่านัน แมนสันชอบ The Beatles มาก และปี 1969 คณะสี่เต่าทองออกชุด White Album อันโด่งดัง ในนั้นมีทั้งเพลงชื่อ Pigs และชื่อ Helter Skelter (ในอังกฤษ helter skelter หมายถึงไม้ลื่น แต่แปลว่า “หายนะ” หรือ “ความโกลาหล” ก็ได้ในอเมริกา) แมนสันเชื่อว่า The Beatles ใช้เพลงในอัลบั้มนี้เพื่อส่งสัญญาณลับให้เขาก่อการปฏิวัติล้างบาง ให้สร้างความโกลาหลปั่นป่วนเพื่อสะสางโลก ในการพิจารณาคดีเพื่อลงโทษแมนสันและพวก อัยการถึงกับต้องเปิดเพลงของ Beatles และวิเคราะห์ให้ลูกขุนฟังว่าแมนสันบิดเบือนและตีความทุกอย่างเพื่อรับใช้เจตนาโหดของเขาอย่างไร

แมนสันถูกตัดสินประหารชีวิต และสองปีหลังจากนั้นรัฐแคลิฟอร์เนียยกเลิกโทษประหารชีวิต จึงถูกลดลงเหลือจำคุกตลอดชีวิตแทน สุดท้ายเขาเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อสองปีก่อน ส่วนสาวกของเขาหลายคนตอนนี้ยังคงรับโทษแม้เวลาผ่านไป 50 ปี

นี่คือเรื่องย่อๆ เหตุเมื่อกาลครั้งหนึ่งเมื่อฮอลลีวูดต้องเผชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิต อีกสี่เดือนมารอดูกันว่าเควนติน ทารันทิโน่จะเล่าเรื่องนี้อย่างไรในหนัง Once Upon a Time in Hollywood

RECOMMENDED BY NOOZUP

Apple Store Play Store