NOOZUP

Download NOOZUP สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลด

วิธีkid ในระบบการศึกษาไทย

วิธีkid ในระบบการศึกษาไทย
LKA666

ผมพอจะได้รับรู้ถึงความพยายามในการพัฒนาระบบการศึกษาของไทยในขณะนี้อยู่บ้าง เช่น การให้ความสำคัญกับอาชีวะมากขึ้น หรือการส่งเสริมด้านภาษาอังกฤษให้มากขึ้น ซึ่งผมต้องขอแยกแยะให้ชัดเจน คือถ้ามองในแง่ความตั้งใจดีที่จะแก้ปัญหาหรืออยากพัฒนาเรื่องการศึกษา ผมขอชื่นชม แต่ถ้ามองในแง่ขอความถูกต้อง เหมาะสมในการแก้ปัญหาหรือพัฒนานั้น บางอย่างผมว่ามันยังไม่ใช่ น่าผิดหวัง เหนื่อยใจ

มันต้องแก้ปัญหาอย่างบูรณาการทั้งระบบ ไม่ใช่เป็นจุดๆ หรือเป็นส่วนๆ และในบทความเก่าๆ ของผมเคยกล่าวถึงประเทศเกาหลีใต้ ว่าเขาจะยกเลิกการสอนภาษาอังกฤษในเด็กเล็ก เพราะไม่อยากให้เด็กสับสนกับภาษาแม่(ภาษาหลัก) ผมคิดว่ามันมีนัยยะสำคัญที่ดีมากกว่านั้นอีก 

ผมเห็นด้วยว่าเด็กเล็กๆ ยังไม่มีความจำเป็นต้องรู้ภาษาอื่นหรือภาษาอังกฤษรวดเร็วขนาดนั้น เพราะบางทีพูดภาษาไทยยังม่าย(ไม่)ชัดเลย ไหนจะการเขียนคำให้ถูกต้อง และการเข้าใจความหมายของคำอีก 

พูดง่ายๆ ก็คือในเด็กเล็กให้เรียนภาษาหลักเพียงภาษาเดียว ให้แตกฉานในทุกทักษะ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เมื่อเขามีพื้นฐานภาษาหลักที่แข็งแรง เวลาไปเรียนภาษาที่สอง เขาจะสามารถนำไปเชื่อมโยง เปรียบเทียบได้ แต่ถ้าภาษาหลักยังไม่แข็งแรง จะทำให้เขาไม่รู้จริงสักภาษาเดียว 

ผมจึงมาวิเคราะห์ว่าผู้รับผิดชอบระบบการศึกษาไทยมองออกหรือไม่ ว่าระบบการศึกษาที่ถูกต้องนั้นมันต้องเป็นอย่างไร หรือตีแตกหรือเปล่าว่าปัญหาของระบบการศึกษาไทยมีอะไรบ้าง ถึงแก้ปัญหาได้ไม่ขาดสักที 

หากผู้รับผิดชอบรู้ปัญหา แต่ขาดงบประมาณ กำลังคนหรือเวลา ผมก็ขอฝากให้รัฐบาลชุดใหม่กรุณาให้ความสำคัญด้านการแก้ไขระบบการศึกษาของไทยไว้ในอันดับต้นๆก่อน เพราะมันไม่เพียงแต่เป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ยังส่งผลกระทบได้กว้าง ครอบคลุมและยาวนาน ถ้าผมพูดว่า “คุณภาพของคน ก็คือคุณภาพของประเทศ” น่าจะพอเห็นภาพชัดขึ้น

หน้าที่ของกระทรวงศึกษาฯ คือการคิดวิเคราะห์ ตีโจทย์ ในเรื่องวิธีการศึกษาเรียนรู้ที่ดี ถูกต้อง มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ว่ามันต้องเป็นอย่างไร แล้วออกแบบและสร้างมันขึ้นมา อย่าคิดแบบฉาบฉวย ปะผุ หรือผักชีโรยหน้า

วิธีคิดของระบบการศึกษาไทยมันเด็กมาก คำว่าเด็กในที่นี้ ไม่ได้หมายความในเชิงบริสุทธิ์หรือสดใหม่ แต่หมายถึงยังอ่อนด้อย ไม่ลึกซึ้ง วิธีคิดของระบบการศึกษาไทยในขณะนี้ มันยังเป็นวิธีkidอยู่

ผมขอยืนยันว่าระบบการศึกษาไทยต้องมีการรื้อระบบ สังคายนา หรือจะใช้คำว่าอะไรก็แล้วแต่ มันต้องมีการจัดระเบียบใหม่ และเนื่องจากระบบการศึกษาไทยล้าหลังมาก เก่ามาก เชยมาก แย่มาก ผมบอกได้เลยว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยน...จบแน่ แต่ถ้าถามว่าจะให้เปลี่ยนอย่างไร

ผมเคยสื่อสารกับบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในระบบการศึกษาเมื่อประมาณ2ปีที่แล้วว่า เราควรยึดต้นแบบในเรื่องระบบการศึกษาของประเทศไหน สำหรับการนำมาเป็นแนวคิดเพื่อปรับใช้ในระบบการศึกษาของไทย ท่านผู้นั้นเลือกรูปแบบของประเทศสิงคโปร์ ด้วยเหตุที่ว่าจากการจัดอันดับประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกนั้น สิงคโปร์อยู่อันดับหนึ่ง (ถ้าผมจำผิดต้องขออภัย เอาเป็นว่าสิงคโปร์อยู่ในอันดับที่สูงมาก) ส่วนผมยืนยันมาตลอดอยู่แล้วว่าแนวทางของฟินแลนด์ดีที่สุด (แม้ไม่ได้อยู่ในสามอันดับแรกด้วยซ้ำ)

แต่เมื่อเร็วๆนี้ประเทศสิงคโปร์ยกเลิกการสอบ และการจัดอันดับ ใช้นโยบายการเรียนรู้เพื่อชีวิต  สิงคโปร์เปลี่ยนการวัดผลจากคะแนน มาเป็นการเก็บข้อมูลประเมินผลการเรียนรู้แทน และบอกว่า “การเรียนรู้ไม่ใช่การแข่งขัน” ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ฟินแลนด์ใช้มาตั้งนานแล้ว

ฟินแลนด์ไปไกลมากแล้ว ไกลจนอาจถึงจุดสูงสุดของระบบการศึกษาที่ถูกต้อง เขาไม่ได้แค่มอบความรู้ ไม่ใช่แค่ให้ความเข้าใจ แต่เขากำลังสร้างวิธีคิดที่ดีให้กับเด็กหรือผู้เรียน การให้เด็กมีความสุขในการเรียน เน้นที่ความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองเป็น ต่อยอดความรู้ได้ เน้นการนำความรู้ไปไช้ได้ในชีวิตจริง ไม่ตัดสินเด็กที่คะแนนสอบ สอนให้เป็นคนดี มีสามัญสำนึก รับผิดชอบต่อสังคม

ความฉลาดนั้น บางทีมันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เช่น กรรมพันธุ์ เป็นต้น  มันจึงไม่ใช่เป้าหมายของระบบการศึกษาที่ถูกต้อง เพราะระบบการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อเด็กทุกคนในประเทศ มันจึงต้องเท่าเทียมและไม่เหลื่อมล้ำ การสร้างให้เด็กมีวิธีคิดที่ดีต่างหาก คือจุดประสงค์ของระบบการศึกษาที่แท้จริง 

ดังนั้นการจะสร้างหรือออกแบบตัวระบบการศึกษา เราจะสร้างมาเพื่อวัดความฉลาดของเด็กไม่ได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นที่มาของการยกเลิกการสอบ และการวัดผลโดยคะแนนดังที่กล่าวมา เพื่อลดการเปรียบเทียบและไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าต้องแข่งขันกัน ให้กลับมาดูกันที่ความเข้าใจและประเมินกันที่ประสิทธิภาพการเรียนรู้แทน 

วิธีคิดมันเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิต ความฉลาดมันเกี่ยวกับสมอง ดังนั้นถึงจะมีความฉลาดแต่ก็อาจล้มเหลวในชีวิตได้ โดยเอาความฉลาดของตัวเองไปกระทำในสิ่งที่ผิด หรือเอาความฉลาดของตัวเองไปเอาเปรียบผู้อื่น คดโกง หลอกลวง ฉวยโอกาส  แต่คนที่มีวิธีคิดที่ดีหรือมองโลกในแง่บวก คนอย่างนี้จะใช้ชีวิตได้มีความสุข เป็นคนดีและมีประโยชน์กับสังคมมากกว่า 

ฟินแลนด์ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 (2019)ถึงแม้หัวข้อที่ใช้ในการประเมินจะไม่ใช่เรื่องของการศึกษา เช่น มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ, การสนับสนุนทางสังคม, อายุขัยเฉลี่ย, เสรีภาพในการใช้ชีวิต, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และระดับการคอร์รัปชั่น แต่พื้นฐานของทุกเรื่องย่อมเริ่มต้นมาจากระบบการศึกษาที่ดี และการนำวิธีคิดที่ดีไปใช้กับเรื่องต่างๆให้มีคุณภาพขึ้นมาได้

สุดท้ายนี้ขอฝากว่า การที่ผู้เรียนสามารถสร้างวิธีคิดที่ดีได้ นั่นคือการตกผลึกของระบบการศึกษาที่ถูกต้อง  เช่นเดียวกับการตกผลึกทางความคิดในการใช้ชีวิต ก็คือการมองโลกในแง่ดี และการมองโลกในแง่ดีตามวิธีของผม คือการตะล่อมความคิดที่ดีๆมารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน จนมันเยอะพอที่จะยึดพื้นที่ส่วนมากในความรู้สึกของเราได้

RECOMMENDED BY NOOZUP

Apple Store Play Store